로그인กูนอนกระดิกนิ้วชี้บนบาร์เล่น วิสกี้แก้วที่สิบหลังจากที่เพียวมาตลอด
สายคอลเฟสของน้องมนต์ที่โทรเข้ามาเป็นสายที่ห้า ก่อนที่หน้าจอจะดับไป ในขณะที่กูถูหัวโล้นๆ ไปมากับเคาน์เตอร์ แล้วแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
เล่นตัวเนอะกู รับไปก็จบแล้ว
ไม่รู้ดิ กูแค่อยากเป็นที่สนใจหนึ่งเดียวของน้องมนต์ พอได้เป็นแฟนกัน จากที่เจียมตัวชิบหายไม่ค่อยอยากได้อะไร แม่งเหมือนระเบิดออกมา ความรู้สึกแม่งแปรปรวนเหมือนผู้หญิงวัยทอง ถึงจะรู้ว่านี่มันก็แค่สถานะแอบคบ
กูไม่ได้หวังให้เธอต้องเดินไปบอกลุงนายกของเธอโต้งๆ ว่าเป็นแฟนกับลูกน้องที่ลุงให้ตามปกป้อง ผู้ชายที่เคยรังแกเธอแรงๆ จนติดคุกมาก่อน
กูอยากให้น้องมองกูว่าเป็นผู้ชายที่สำคัญกับชีวิตเธอ
คนที่เธอจะขาดไม่ได้พอไม่ได้อยู่ด้วย คนที่เธออยากจะโทรหาทันทีที่กูหายหัวไปแค่ชั่วโมงเดียว
คนที่เธอจะตามจิกจนกว่าจะมาคุยกับเธอ
กูแค่อยากเป็นผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่น้องมนต์รู้สึกเหมือนจะตายให้ได้พอไม่ได้คุย
เหมือนที่กูกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ไง
ติ๊ง
เสียงข้อความเข้าดังขึ้นในระหว่างที่นั่งกระดิกนิ้วคิดไปเรื่อย เพราะคิดถึงจนแทบขาดใจแต่ต้องเต๊ะท่าทำเป็นเก่งเลยกระดกเหล้ารัวจนหมดสภาพขนาดนี้ กูกดเปิดหน้าจอด้วยท่าทางเมามาย เห็นลางๆ ว่าเป็นข้อความของน้องมนต์ที่ส่งมาเพื่อที่จะ
Suatmon Puttaraksa : ถ้าเรื่องแค่นี้ถึงกับต้องโกรธไม่รับสายหนูขนาดนี้
Suatmon Puttaraksa : หนูก็เข้าใจนะคะ
Suatmon Puttaraksa : หนูต้องพูดแบบนั้น เพื่อให้พี่อดิสรไม่รายงานคุณลุงนะคะ พี่ขวดจะเป็นคนที่ลำบากถ้าเป็นแบบนั้น
ง้อ
กูแค่นหัวเราะออกมา กลั้นขำจนตัวสั่นตอนที่พิมพ์ตอบเธอกลับไป
ศักรินทร์ ดาวร้าย : ผมไม่รู้เลยนะครับว่าคุณหนูสนใจคนต้อยต่ำแบบผมด้วย
Suatmon Puttaraksa : พี่ขวดคะ
ศักรินทร์ ดาวร้าย : ผมก็แค่คนต่ำๆ ที่สำคัญน้อยกว่าคนอื่นครับ
พิมพ์ไปด้วยสกิลคนเหี้ยจอมลีลาระดับเทพ กูฟุบหน้าลงกับเคาน์เตอร์บาร์ เมาหนักมากจนลืมตอบข้อความสำคัญที่น้องส่งกลับมา
ข้อความที่จะทำให้ใจกูฟูขึ้นมาแบบแกรนด์โอเพนนิ่ง
Suatmon Puttaraksa : ถ้าพี่ไม่สำคัญ
Suatmon Puttaraksa : หนูจะง้อพี่ขนาดนี้ไปทำไมล่ะคะ
มารู้สึกตัวอีกที... ก็ลางๆ ว่าจะโดนคนพยุงแบบทุลักทุเล
ลูกน้องอีเจ๊กิ๊กสินะ คงมีอยู่คนเดียวที่รู้จักกูแล้วออกปากสั่งให้ลูกน้องพยุงคนเมากลับบ้านช่อง
ลูกน้องพี่กิ๊กแม่งเตี้ยดีนะ
“นะ... หนักนะคะ พี่ขวดเดินเองบ้างสิ” กูเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินเสียงหวานๆ ที่คุ้นเคยดีมาจากคนที่พยุงอยู่ข้างๆ ที่กูแอบโถมตัวไปเต็มๆ เพราะคิดว่าเป็นลูกน้องของพี่กิ๊ก
นะ น้องมนต์เหรอวะ
เชี่ย
“ไม่ต้อง ผมเดินเองได้” ถึงจะเมามากแค่ไหน พอใจรู้ว่าเป็นเธอ หัวคิดก็สั่งให้กูผลักเธอออกเบาๆ แล้วเด้งตัวไปยืนโซเซเหมือนจะหน้าคว่ำลงพื้นดินอยู่รอมร่อ ในสายตาโง่ๆ ที่โคตรลางเลือนว่าร่างเล็กพยายามจะเดินมาจับแขนกูต่อ
“พี่อดิสรรออยู่ที่รถนะคะ พี่ขวดรีบไปเถอะ หนูจะให้พี่ไปพักที่ห้อง...”
“ไม่ต้องหรอกครับ” กูตอบกลับไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อพี่อดิออกมาจากปากเธอ มันก็แค่คนมีประเด็นกัน กูก็แค่คนงี่เง่าคนนึง “ผมคลำทางกลับถูกก็แล้วกัน”
“... นี่ยังโกรธหนูอยู่เหรอคะ” เสียงเล็กๆ ถามเครือๆ จนกูชะงักไป “ดึกขนาดนี้เห็นโทรไปไม่รับสายก็เลยส่งข้อความไป... แล้วดูที่พี่ตอบหนูมาสิคะ”
“...”
“ถ้าไม่ใช่เพราะรุ่นพี่ของพี่ขวดตอบกลับมาแทนว่าพี่ขวดเมาหนักอยู่ที่นี่... หนูคงไม่ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกจากบ้านหลังสี่ทุ่ม และรบเร้าให้พี่อดิสรมาส่งหรอกนะคะ”
กูหันไปมองหน้าเธอทันที
“หมายความว่าไงครับ”
“... นั่นสิคะ” เธอก้มหน้างุด ก่อนที่จะมองไปทางลานจอดรถ “พี่อดิสรรู้แล้ว ว่าหนูกับพี่ขวดกำลังคบกัน”
“น้องรู้ได้ไง”
“หนูเดาเอาค่ะ... หนูคิดว่าหลังจากนี้เขาคงจะเอาไปพูดกับคุณลุง”
“...”
“นั่นก็เพราะครั้งนี้พี่ขวดงอแงนะคะ” เธอเม้มปากแน่น พยายามจะยื้อแขนกูให้ได้ “หนูก็ไม่รู้จะทำยังไงดีเหมือนกัน”
ขนาดไม่รู้จะทำยังไงดี แต่ก็ยังบอกให้พี่อดิมาส่งที่นี่ เพื่อมาง้อกู
น่ารักดีว่ะ
“ผมขอโทษจริงๆ” ผมลูบหน้าตัวเองแรงๆ อย่างไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไง จะงอนต่อ หรือจะกอดเธอดี แต่เดี๋ยวพี่อดิด่า “ขอบคุณนะครับ”
แต่กูทำได้แค่คว้ามือเล็กๆ นุ่มๆ ของน้องมาประสานมือไว้แน่น ยัยตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองกู ก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วบีบมือกูกลับ
“... มือพี่ขวดอุ่นจังเลยค่ะ” น้องคลี่ยิ้มหวาน ก่อนที่จะทำตาโตหน้าแดงก่ำเหมือนหลุดพูดออกมา ไม่รู้ตัวเลยว่าที่เผลอพูดออกมานั่นอ่ะมันทำร้ายคนเมาอย่างกูทางอ้อมชัดๆ
เอาไงดี หน้ามืดแล้วนะเว้ย จะจูบ...
“รถติดแล้วนะครับ คุณหนูรีบเข้ารถเถอะ” แต่ถ้าไอ้พี่อดิไม่เดินมาขัดซะก่อนอ่ะไอ้ชิบหาย มันเดินตัวใหญ่ๆ มากระชากคอเสื้อกูเหวี่ยงมาทางมันจนมือเราทั้งคู่ผละออกจากกัน
กูจิ๊ปาก แต่ก็ไม่ขัดขืน อย่างน้อยก็ขับมาส่งอ่ะนะ ทำไงได้
“ค่ะ พี่ขวดเขาเมามากแล้วด้วย” น้องมนต์มีท่าทางเสียไม่ได้ เธอเดินมาพยายามจะแตะมือกูที่โดนพี่อดิลากคอเสื้อ แต่แม่งทำตัวเหมือนพ่อเธอ พี่อดิหันมาจ้องหน้ากูเป็นการกดดันทางอ้อมจนกูต้องหลบหน้าแล้วชักมือออกจากนิ้วน้อยๆ ของเธอ
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นมือขวาลุงน้องมนต์นะ กูจะ...
เราเข้ามานั่งในรถบีเอ็มอีกคันที่ลุงเธอยกให้ประจำตัวพี่อดิเหมือนกับกู นี่แหละที่เรียกว่ารวยของจริง ซื้อรถให้ลูกน้องขับเล่นเป็นคันๆ โคตรน่าอิจฉา
เอาเหอะ กูเมาล่ะ กูก็พูดไปเรื่อย
“ถ้าคุณสองคนจะคบกัน ผมคงว่าอะไรไม่ได้นะครับ”
กูชะงัก แทบสร่างตอนที่พี่อดิโพล่งขึ้นมาระหว่างที่เข้าเกียร์ สภาพกูตอนนี้คงขับรถไม่ได้ แถมยังนั่งใกล้น้องมนต์ไม่ได้ด้วย เธอนั่งอยู่ข้างหน้า แล้วกำลังตัวสั่นเพราะกลัวเรื่องถึงหูคุณลุง
“นะ... หนูขอโทษค่ะ” ร่างเล็กร้อนรนพูดขึ้นมาเสียงสั่น
“แต่ก็อยากให้แกรู้ไว้นะไอ้ขวด” พี่อดิพูดถึงกู กูพยายามหยัดกายขึ้นนั่งแบบปกติเพื่อรับฟัง แต่ก็ไม่เต็มที่เท่าไหร่ มันเวียนหัวไปหมดเลยว่ะ “คุณมนต์เพิ่งอายุยี่สิบ จะทำอะไรก็คิดถึงอนาคตของคุณหนูไว้ให้มาก”
“...”
“เธอไม่ใช่คนที่แกจะมาทำเลวๆ ใส่แล้วปล่อยทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่แกเคยทำมาก่อน”
“หึ”
กูแค่นหัวเราะออกมา พี่อดิไม่รู้ไรซะแล้ว
คงไม่รู้ใช่ปะ ว่านอกจากน้อง กูก็ไม่ได้มีซัมติงกับใครเลยว่ะ
โทษทีนะ พอดีว่าซิงอยู่อ่ะ
[จบพาร์ท : ตะขวด]
[พาร์ท : ตะขวด]ท่ามกลางความเมา แววตาของน้องแม่งชัดที่สุดในหัวกูแววตาที่บ่งบอกถึงความอยาก อยากจะอม อยากจะดูด อยากจะเลียไม่เด็ดขาด กูจะไม่...“อึก!” แต่ก็ห้ามไม่ทัน อุ้งปากเล็กๆ ของน้องครองปลายหัวองคชาตของกูอย่างพอเหมาะพอเจาะ เธอห่อปากอย่างไม่ประสา ให้ตายเหอะ ให้ใครมาทำมันก็ต้องทำได้ทั้งนั้น แท่งมันเหมือนไอศครีมซะขนาดนั้นกูเสียวจนแทบใจขาดดิ้น แทบจะดิ้นตายตรงหน้าเธอ แต่ทำไม่ได้เพราะกลัวเสียเชิงที่ทำมาทั้งหมด“อื้มมม” เสียงหวานครางล้ำออกมาเหมือนกระตุกความต้องการของกูที่อดทนมาทั้งหมดทั้งชาติหน้าและชาตินี้ เธอเหมือนจงใจครางออกมาเพื่อสั่นประสาทกู แต่พอก้มลงมอง ก็เห็นว่ายัยตัวเล็กมีสีหน้าเหยเกก็นะ ยังไม่ได้ล้างทรงเวลามันพองก็แสนจะคับปากเล็กๆ นั่นเหลือเกิน กูพยายามไม่เสียซิงเพราะสุดท้ายกลัวจะไปทำใครเจ็บเข้าเพราะความใหญ่ของขนาด แต่ไม่น่าเชื่อว่าน้องมนต์จะพยายามดูดมันเข้าปากให้มิด เธอคงเสียการควบคุมไปแล้ว จากสิ่งที่กูทำกูเมาก็จริง แต่พอโดนเธอโม๊คให้ก็สร่างทันที หัวใจเต้นแรงหนุบหนับในอกจนแทบกระแทกออกมาเต้นข้างนอก สัญชาตญาตคนอยากโดนรุกกลับมาอีกครั้ง“น้อง...” กูเรียกชื่อน้องไม่จบ เพราะเธอปล
ซ่า... ซ่า...ฝนตกล่ะหนูมองออกไปนอกกระจก ก่อนที่จะแอบเหลียวหลังไปมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งเอาศีรษะทรงสกินเฮดนั่นถูไถไปมากับเบาะรถด้านหลัง แอบยิ้มขำเมื่อเห็นว่าเขากรนออกมานิดหน่อยด้วยแฟนใครนะ เวลาเมาแล้วตลกจังเลยค่ะ“ผู้ชายคนนี้ดีแล้วเหรอครับ” แต่อยู่ๆ พี่อดิสรที่เฝ้ามอหนูเงียบๆ ก็โพล่งขึ้นมาจนหนูชะงักไป ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเขา “มันไม่มีหัวนอนปลายเท้าในตอนนี้แล้ว พ่อก็เคยติดคุกเพราะขายยามาก่อน ถึงตอนนี้ครอบครัวจะค่อนข้างอยู่ดี แต่สมัยวัยรุ่นก็วีรกรรมเข้าออกโรงพักเอาเรื่องเหมือนกัน”“...”“มันทำงานกลางคืน เป็นผู้ชายที่ทำงานจัดหาเมียรองมาให้สามีลูกสาวท่านณรงค์” หนูนิ่งไป หันกลับไปมองพี่ขวดที่นั่งอ้าขาศีรษะโงนเงนไปมาด้วยความเมามาย “และมันก็เคยรังแกคุณหนูเมื่อตอนคุณหนูเรียนมัธยม”“...”“คุณหนูโอเคกับมันเหรอครับ”“นะ... หนูก็ไม่รู้ความรู้สึกของตัวเองมากนักหรอกนะคะพี่อดิสร” หนูโพล่งขึ้นมาเสียงเครือ เพราะตัวเองก็รู้สึกกลัวในสถานะของพี่ขวดว่าคุณลุงจะไม่ยอมรับ และอีกอย่าง... หนูก็ไม่รู้ว่าเขาจริงจังกับหนูมากแค่ไหน หนูไม่รู้ว่าหนูชอบเขามากพอขนาดที่จะคบแต่กับเขาตลอดไปเรื่อยๆ มั้ยหนูไม่รู้...
กูนอนกระดิกนิ้วชี้บนบาร์เล่น วิสกี้แก้วที่สิบหลังจากที่เพียวมาตลอดสายคอลเฟสของน้องมนต์ที่โทรเข้ามาเป็นสายที่ห้า ก่อนที่หน้าจอจะดับไป ในขณะที่กูถูหัวโล้นๆ ไปมากับเคาน์เตอร์ แล้วแค่นหัวเราะออกมาเบาๆเล่นตัวเนอะกู รับไปก็จบแล้วไม่รู้ดิ กูแค่อยากเป็นที่สนใจหนึ่งเดียวของน้องมนต์ พอได้เป็นแฟนกัน จากที่เจียมตัวชิบหายไม่ค่อยอยากได้อะไร แม่งเหมือนระเบิดออกมา ความรู้สึกแม่งแปรปรวนเหมือนผู้หญิงวัยทอง ถึงจะรู้ว่านี่มันก็แค่สถานะแอบคบกูไม่ได้หวังให้เธอต้องเดินไปบอกลุงนายกของเธอโต้งๆ ว่าเป็นแฟนกับลูกน้องที่ลุงให้ตามปกป้อง ผู้ชายที่เคยรังแกเธอแรงๆ จนติดคุกมาก่อนกูอยากให้น้องมองกูว่าเป็นผู้ชายที่สำคัญกับชีวิตเธอคนที่เธอจะขาดไม่ได้พอไม่ได้อยู่ด้วย คนที่เธออยากจะโทรหาทันทีที่กูหายหัวไปแค่ชั่วโมงเดียวคนที่เธอจะตามจิกจนกว่าจะมาคุยกับเธอกูแค่อยากเป็นผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่น้องมนต์รู้สึกเหมือนจะตายให้ได้พอไม่ได้คุยเหมือนที่กูกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ไงติ๊งเสียงข้อความเข้าดังขึ้นในระหว่างที่นั่งกระดิกนิ้วคิดไปเรื่อย เพราะคิดถึงจนแทบขาดใจแต่ต้องเต๊ะท่าทำเป็นเก่งเลยกระดกเหล้ารัวจนหมดสภาพขนาดนี้ กูกดเปิดหน้
“... พี่ขวด”เราสบตากัน ในความเงียบหนูรู้สึกได้ว่าพี่ขวดเริ่มไต่มือไปที่เอวบางๆ ของหนู ขยับให้ชิดกัน หนูเม้มริมฝีปากแน่น กลั้นความเขินอายไว้ แล้วไล่มือไปตามแผงอกของเขา ระลงไปที่หน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อพี่ขวดเบ้หน้าเหมือนเขาเสียดวูบที่ช่วงท้อง หนูสะดุ้ง รู้สึกได้เลยว่าตัวเองสั่นและตื่นเต้นมากๆเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนรุกและรังแกหนูทุกครั้ง แต่ครั้งนี้... หนูจะกลายเป็นคนรุกเขาเองงั้นเหรอนะ หนูทำไม่ได้หรอก“พี่ขวดบ้า” หนูคว้าหมอนมาปิดหน้าเขาไว้ทันที แล้วรีบผละไปอยู่ข้างตัวเขา เห็นว่าพี่ขวดคว้าหมอนออก เขามีสีหน้าเหมือนแสนเสียดาย “ไม่ต้องมองหนูแบบนั้นเลยค่ะ”“ผมนึกว่าผมจะโดนเปิดซิงแล้ว” เขาเอาหมอนมาวางไว้ที่หน้าตัก ท้าวศอกกับหมอนแล้วมองหน้าหนู “อย่างว่า น้องมนต์มันคนป๊อด”“จะให้หนูทำได้ยังไงล่ะคะ” หนูรีบแย้งเขาทันที ก่อนที่จะพูดเสียงอ้อมแอ้ม “... หนูก็ไม่เคยเหมือนกันนะ”เขาฉีกยิ้มหวาน “นั่นดิ”คราวนี้หนูหันไปทำหน้ามุ่ยใส่เขา จริงๆ หน้าที่แบบนี้ต้องเป็นหน้าที่ผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนูจะอยากให้เขาทำหรอกนะ“พี่ขวดขอหนูเป็นแฟน ก็ต้องทำตามขั้นตอนสิคะ”“ยังไง?” เขาเลิกคิ้วถาม หนู
หนูไม่รู้ว่าพี่ขวดทำไมถึงมีท่าทีแปลกไป แววตาของเขาแพรวพราวไปหมด“มะ... มาเอาที่หนูเองดีกว่านะคะ” และเพราะหนูไม่อยากตกหลุมพรางอีกแล้ว หนูจะไม่ยอมให้เขาจูบแล้วทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหวมากๆ แบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้อีกแล้ว หนูเลยเลือกที่จะบอกให้เขาเดินมาหาหนูเองดีกว่า“ตามนั้นครับ แต่ว่า” เขาฉีกยิ้ม ในขณะที่จะสาวเท้ายาวๆ แปปเดียวก็ประชิดตัวหนู หนูสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อ แผงอกที่ชื้นเล็กๆ จนเห็นว่าเหมือนจะเป็นเหงื่อแต่ไม่ใช่ จริงๆ ก็คือน้ำสะอาดจากสายยางที่หนูเผลอฉีดใส่หน้าเขาจนเปียกซ่กไปทั้งตัว “ไม่ต่างกันเท่าไหร่”“อะ” หนูห่อไหล่เมื่อรู้สึกได้ว่าเขายื่นมือข้างหนึ่งไปด้านหลังจนเราใกล้กันกว่าเดิม แล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเขาใช้มือข้างนั้นคว้าลูกบิดแล้วปิดประตูห้องดังปึง“เวลาเปลี่ยนเสื้อไม่ชอบให้ใครดู” เขาให้เหตุผล แล้วหนูก็ยิ่งหน้าแดงก่ำ“งะ งั้นหนูก็ไม่ควรอยู่ดูด้วยนะคะ”“สำหรับน้องมนต์ ยกเว้นได้ครับ” หนูเบะปากทันที คนอะไรกันนะ ชอบทำให้หนูทำตัวไม่ถูกอยู่เรื่อยเลย“แต่หนูไม่อยากดูค่ะ” หนูเมินหน้าไปทางอื่นเมื่อเขาเลื่อนตัวใหญ่ๆ นั่นเข้ามาใกล้อีกจนแทบชิดกัน หัวใจหนูเ
ใจหนูเต้นแรง แรงมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยเต้นมา หนูไม่ได้กลัว แต่เพราะฤทธิ์เมาของเจ้าแก้วน้ำใบนั้น ทำให้หนูหลับตาแน่น แล้วสัมผัสได้ถึงกลีบปากที่แห้งขาดการดูแลของผู้ชายที่แนบลงมาตัวหนูชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเมื่อพี่ขวดพยายามเลียรอบริมฝีปากหนูเพื่อเปิดปากหนูออก หนูพยายามอ้าปากออกน้อยๆ ด้วยความมึนงง ร่างสูงแทรกลิ้นร้อนๆ เข้ามาแล้วแลกลมหายใจกับหนูเหมือนเคยทำมาก่อนลมหายใจที่แทรกมาด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของเราทั้งคู่สอดประสานกัน หนูรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแรงจนต้องคว้าเสื้อของพี่ขวดเอาไว้ เขารั้งเอวบางๆ ของหนูเข้ามาจนชิดกันทุกสัดส่วน พี่ขวดตักตวงความหอมหวานจากปากของหนูจนเขาผละออกมา มีน้ำลายสองเส้นจางๆ ยืดออกมาระหว่างริมฝีปากของเราทั้งคู่หนูเห็นเขาเลียริมฝีปากรับน้ำลายของหนูเข้าไป หนูหน้าแดงก่ำกว่าเดิมอีก ซุกหน้าลงกับอกเขา ใบหูแนบลงกับอกข้างซ้ายของเขา ได้กลิ่นบุหรี่จางๆ และเสียงหัวใจที่เต้นแรงของพี่ขวดพี่ขวดกอดหนูแน่น เขาคงเมามากแล้วล่ะ หนูเองก็เมาเหมือนกัน“... ขอโทษจริงๆ” เขากระซิบข้างหูเสียงหนัก ในหัวหนูเบาโหวง ขาวโพลน อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ แต่ขาสั่นจนเหมือนจะล้มแล้วจริงๆ“ยะ อย่าให้คุณลุงรู







