LOGIN“... พี่ขวด”
เราสบตากัน ในความเงียบหนูรู้สึกได้ว่าพี่ขวดเริ่มไต่มือไปที่เอวบางๆ ของหนู ขยับให้ชิดกัน หนูเม้มริมฝีปากแน่น กลั้นความเขินอายไว้ แล้วไล่มือไปตามแผงอกของเขา ระลงไปที่หน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
พี่ขวดเบ้หน้าเหมือนเขาเสียดวูบที่ช่วงท้อง หนูสะดุ้ง รู้สึกได้เลยว่าตัวเองสั่นและตื่นเต้นมากๆ
เมื่อก่อนเขาจะเป็นคนรุกและรังแกหนูทุกครั้ง แต่ครั้งนี้... หนูจะกลายเป็นคนรุกเขาเองงั้นเหรอ
นะ หนูทำไม่ได้หรอก
“พี่ขวดบ้า” หนูคว้าหมอนมาปิดหน้าเขาไว้ทันที แล้วรีบผละไปอยู่ข้างตัวเขา เห็นว่าพี่ขวดคว้าหมอนออก เขามีสีหน้าเหมือนแสนเสียดาย “ไม่ต้องมองหนูแบบนั้นเลยค่ะ”
“ผมนึกว่าผมจะโดนเปิดซิงแล้ว” เขาเอาหมอนมาวางไว้ที่หน้าตัก ท้าวศอกกับหมอนแล้วมองหน้าหนู “อย่างว่า น้องมนต์มันคนป๊อด”
“จะให้หนูทำได้ยังไงล่ะคะ” หนูรีบแย้งเขาทันที ก่อนที่จะพูดเสียงอ้อมแอ้ม “... หนูก็ไม่เคยเหมือนกันนะ”
เขาฉีกยิ้มหวาน “นั่นดิ”
คราวนี้หนูหันไปทำหน้ามุ่ยใส่เขา จริงๆ หน้าที่แบบนี้ต้องเป็นหน้าที่ผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนูจะอยากให้เขาทำหรอกนะ
“พี่ขวดขอหนูเป็นแฟน ก็ต้องทำตามขั้นตอนสิคะ”
“ยังไง?” เขาเลิกคิ้วถาม หนูเองก็ชะงักไปบ้างเพราะก็ไม่รู้เหมือนกัน... ก็เขาเป็นแฟนคนแรกของหนูนี่นา
“... หนูไม่รู้หรอกค่ะ”
“เอ้า”
“พี่ขวดเป็นคนขอหนูเป็นแฟน พี่ขวดก็ต้องคิดสิคะ” หนูหันไปพูดกับเขา แล้วก็รู้สึกได้ว่าข้างล่างมีคนกลับมา เดาได้ทันทีเลยว่าต้องเป็นคุณลุงและพี่อดิสร ทั้งพี่ขวดทั้งหนูเองที่ได้ยินเสียงจากข้างล่างพร้อมกันต่างทำหน้าตาตื่นกันทั้งคู่
พี่ขวดหันมาเป็นสัญญาณว่าเอาเสื้อพี่อดิสรที่จะให้เขาเปลี่ยนไปไว้ที่ไหน หนูพยักเพยิดหน้าไปทางพื้นหน้าประตู เขารีบเดินไปคว้าเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มมาใส่ทันที แล้วเอาเสื้อที่เปียกน้ำพาดบ่าและทำท่าจะเดินออกไป
แกรก
“เชี่ย! สวัสดีครับ” แต่ทันทีที่เปิดประตูออกไป ก็ปะทะเข้ากับพี่อดิสรที่ยืนอยู่หน้าห้อง ดูเหมือนว่าคุณลุงจะให้ขึ้นมาดูหนูอีกแล้ว คราวนี้หนูหน้าซีดเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะแก้ตัวยังไงที่พี่ขวดเข้ามาอยู่ในห้องของหนู
“แกมาทำอะไรในนี้” พี่อดิสรที่โกนผมจนเกลี้ยงจ้องหน้าพี่ขวดเขม็ง
“ผม...”
“นะ หนูเป็นคนเรียกพี่ขวดให้เข้ามาเองค่ะพี่อดิสร” หนูออกปากปกป้องเขาทันที ทั้งร่างสูงและพี่อดิสรต่างจ้องมองมาที่หนูที่นั่งพับเพียบอยู่บนเตียง หนูเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน เพราะพี่ขวดเป็นแฟน... หนูก็เลย “หนูจะให้เขาเอาของมาให้น่ะค่ะ”
“ยังไงก็ตาม ลูกน้องของท่านก็เป็นผู้ชาย ไม่สมควรอยู่ร่วมห้องกันสองต่อสองนะครับคุณหนู” หนูชะงักไป ก่อนที่จะเม้มริมฝีปากตอนที่พี่อดิสรผลักอกพี่ขวดให้ออกไปจากห้องของหนู “แกไปเรียนคนเดียวได้มั้ย ดูเหมือนคุณมนต์จะไปไม่ได้แล้ว”
พี่ขวดจ้องหน้าเขา แล้วตอบสั้นๆ เหมือนไม่พอใจที่พี่อดิสรดูเหมือนจะเข้ามาคุยกับหนูตามลำพัง
“เสื้อผมเปียก ผมคงไม่ไปเรียนแล้ว” แล้วเขาก็ทิ้งท้ายไว้ก่อนจะไปด้วย “พี่พูดเองไม่ใช่เหรอครับว่าลูกน้องผู้ชายอย่าอยู่ห้องกับน้องมนต์สองต่อสอง งั้นพี่ก็ควรเปิดประตูคุยนะ”
“...”
“ผมจะไม่กลับ จนกว่าพี่จะคุยกับน้องเสร็จ” แววตาของพี่ขวดดูหึงหวงหนูอย่างชัดเจนเลยล่ะค่ะ นะ... นั่นก็เพราะเราเป็นแฟนกันแล้วสินะคะ
พี่อดิสรหันมาส่งสายตาให้หนูไล่พี่ขวดให้กลับไปเพราะคงมีเรื่องจะคุย และหนูก็คิดว่าคงไม่พ้นเรื่องของเจ้าตัวที่ยืนจังก้าทำหน้าเหมือนจะตีพี่อดิสรได้ทุกเมื่อถ้ามาแตะตัวหนู และเขาคงจะฟังหนูมากกว่า
“พี่ขวดคะ กลับไปก่อนนะคะ” หนูกลั้นใจพูดออกไป แล้วก็เห็นว่าพี่ขวดทำหน้าตึงออกมาทันที “หนูอยากคุยกับพี่อดิสรก่อนค่ะ”
“ครับ” เขาตอบรับแค่นั้น แล้วเดินหนีไปเลย หนูได้ยินเสียงเขากระแทกเท้าลงตามขั้นบันไดด้วย
“คบกับมันเหรอครับ?”
ทันทีที่เสียงฝีเท้าของพี่ขวดหายไป พี่อดิสรตัวใหญ่โตก็หันมายิงคำถามใส่หนูตรงๆ แล้วมันก็ตรงมากซะจนหนูชะงักไปเลยค่ะ
“มะ...” ถ้าตอบไปว่าใช่ เขาคงจะไปบอกคุณลุงแน่ๆ เลย “ไม่ใช่หรอกค่ะ”
“งั้นก็ดีแล้วครับ” เขาฉีกยิ้มคาดเดายาก “แต่คงปล่อยให้เข้าออกห้องคุณหนูแบบนี้ไม่ได้แล้ว คุณหนูเองก็ควรจะระมัดระวังตัวมากกว่านี้ ยังไงไอ้ขวดมันก็คือผู้ชายนะครับ”
“ค่ะ ขอบคุณพี่อดิสรมากเลยนะคะ” เขาเปิดประตูคุยกับหนูตามที่พี่ขวดพูดด้วย หนูเองก็ไม่รู้ว่าพี่อดิสรจะรู้อะไรมั้ยกับท่าทางของหนูกับพี่ขวด แต่พอเห็นว่าพี่อดิสรพูดแบบนั้นก็โล่งใจ... คงคิดว่าหนูเป็นเด็กไม่ระวังตัวเฉยๆ นั่นล่ะ
“แล้วทำไมคุณหนูยังไม่ไปเรียนอีก?”
“นะ... หนูรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ แสบคอนิดหน่อย” หนูปั้นเรื่องโกหกพี่อดิสรออกไปตอนเขาหันมาถามถึงเรื่องมหาลัย พี่อดิสรจ้องหน้าหนูนิ่ง
“งั้นก็พักผ่อนเถอะครับคุณมนต์” เขาพูดด้วยอาการสงบ
ทันทีที่พี่อดิสรณ์เดินออกไปจากห้องแล้วปิดประตูให้ หนูก็รีบคว้าโทรศัพท์มา แต่ก็ลืมไปว่าไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของพี่ขวด
เฮ้อ
จะโกรธหนูมั้ยนะ ที่หนูไล่เขาไปแบบนั้น
ติ๊ง
หนูสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความของเฟสบุ้ค พอเปิดดูก็เห็นว่าเป็นเฟสของคนไม่รู้จักส่งคำขอข้อความเข้ามา
เป็นข้อความแบบว่า
ศักรินทร์ ดาวร้าย : ผมคงไม่ไปรับสักระยะนะ
... งอนจริงๆ ด้วยค่ะ แถมดูจะงอนหนักด้วย
[พาร์ท : ตะขวด]
“มึงไม่มาทำงานนานเลยนะขวด” พี่กิ๊กทักทายกูตอนที่เห็นกูเดินเข้ามาในผับเล้าจน์นอกเวลางานในสภาพเชิ้ตเทาเข้มของพี่อดิ
ไม่อยากพูดถึงว่ะ มีน้ำโห
“เฮียเส็งพูดว่าไงมั่ง” ทันทีที่ถึงหน้าบาร์กูก็ถามถึงเจ้าของกิจการก่อน เพราะกลัวถูกไล่ออกจากการที่หายหน้าไปหลายวัน พี่กิ๊กเป็นแฟนเฮีย อยู่ด้วยกันบางวัน คงรู้อะไรบ้าง
“เส็งจะไล่มึงออก” กูกลั้นหายใจไปนิดนึง พี่กิ๊กขายขำทันที “ล้อเล่น”
“เหอะๆ ตลกมากพี่” กูแค่นหัวเราะ แล้วฟุบหน้าลงกับบาร์ “ขอวิสกี้ เข้มๆ เลยนะพี่”
“อกหักล่ะสิ” ขายขำอีกสักรอบ คิ้วกูเริ่มกระตุกนิดๆ “คงจะเรื่องผู้หญิงเนอะ หวานจนอกร้าวเลยเหรอ”
“ผมแค่ไม่สบอารมณ์” กูเงยหน้าขึ้นมา ล้วงกระเป๋ากางเกงกระแทกมือถือลงบนเคาน์เตอร์บาร์ “คนทำงานร่วมกัน”
“มันคงจะมีแต่มึงแหละที่คิด คนอื่นเขาโตพอแล้วไม่มาคิดอะไรกับเด็กแบบนั้นหรอก”
“พูดเหมือนรู้” กูหรี่ตาจับผิดเพราะดูเรื่องที่เราคุยแม่งจะไม่ค่อยตรงกัน พี่กิ๊กหัวเราะคิกคัก
“ก็นิดหน่อย เส็งก็มีสายตามลูกน้องอยู่นะ” กูพ่นลมหายใจหนัก “ยังไงก็ตาม กับเด็กผู้หญิงระดับนั้น กับคนกลางคืนอย่างมึง จะไหวเหรอ”
“ไหวไม่ไหวผมก็ทำงานให้เค้าแล้ว” กูพูดสั้นๆ พี่กิ๊กส่งแก้ววิสกี้เพียวๆ ที่มีแค่ก้นแก้วมาให้ กูคว้ามาแล้วกระดกลงคอเงียบ “และเพราะน้องเป็นคนระดับนั้น ผมเองก็ได้แค่โคจรรอบตัวเธอ”
“แอบคบมันไม่ดีนะ นั่นเท่ากับว่านอกเหนือจากสายตาของมึง เขาจะมองใครยังไงก็ได้” ไม่รู้ว่าเฮียเส็งกับพี่กิ๊กตามสืบเรื่องกูจนรู้แค่ไหน กูกำแก้วเหล้าแน่น คิดว่าไม่รู้รึไงว่าน้องมนต์กับกูอยู่ในสังคมที่ต่างกันมากแค่ไหน แล้วสถานะกูตอนนี้ก็เป็นแค่ลูกน้องของลุงเธอ ทำหน้าที่แค่จับตาดูไม่ให้ใครมาทำอะไรเธอแค่นั้น
ทำใจไว้แล้ว แต่ไม่ว่ากับใคร ถ้าเธอจะเข้าไปยุ่ง กูก็ไม่ชอบทั้งนั้น
“ผมรู้ แต่ถ้ามันเกิดขึ้น” กูกลืนน้ำเมาลงคอ “ผมก็คงต้องยอมเป็นควาย ให้เค้าสวมเขาซ้ำๆ”
“น้ำเน่าจัง คิดไปถึงไหน” พี่กิ๊กทำหน้าเบ้ “แต่คงไม่มีเรื่องนั้นหรอก เด็กคนนั้นก็คงมีมึงเป็นแฟนคนแรกนั่นล่ะ”
“...”
“พยายามอย่าผูกมัดไว้จะดีกว่า”
กูรู้ดีว่ามันหมายความว่าอะไร
วนแก้วเหล้าทั้งๆ ที่ไม่มีเหล้าในนั้น กูถอนหายใจหนัก กูแอบชอบน้องมนต์มานานเหมือนกัน พยายามปรับตัวเป็นคนที่เธอพอจะชอบได้ จนเธอตกลงเป็นแฟน แต่ความห่างชั้นกันของเรา ทำให้กูเริ่มขี้ขลาด
มันก็แค่วันแรกน่าไอ้ขวด วันแรกที่คบกัน
เขาจะไล่มึง ถึงจะไปถึงขั้นด่า ถึงขั้นจะตบจะตีมึง มึงก็ต้องเข้าใจว่ามึงทำเขาไปก่อนเมื่อครั้งอดีต
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะน้อยใจว่ะ มันก็แค่
ครืด ครืด
สายโทรเข้าฟรีจากในเฟสดังขึ้น เป็นรอบที่สามตั้งแต่หลังจากกูสะบัดหน้ากลับห้องตัวเอง พิมพ์แชทส่งให้น้องมนต์ในเฟสโดยที่ยังไม่คิดจะแอดก่อน เอาหมอนปิดหัวไม่ฟังเสียงโทรเข้าจากเฟส เพราะเธอไม่มีเบอร์ของกู จนตกดึกก็มาเยือนผับเล้าจน์หาเหล้าแดก จนสายที่สามได้ของวันนี้ที่น้องโทรมา
กูแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเธอเลือกที่จะไม่ตอบแล้วโทรเฟสมาง้อแทน รู้สึกแปลกๆ เลยว่ะ ทำไมรู้สึกกูมันงี่เง่าจัง
แต่น้องไล่กู ทั้งๆ ที่กูหวงเธอจะตายห่า
ปล่อยตัวนักนะน้องมนต์ เห็นพี่อดิดีกว่าแฟนตัวเองใช่ปะ
งั้นก็โทรจนเมื่อยไปเลยครับ
[พาร์ท : ตะขวด]ท่ามกลางความเมา แววตาของน้องแม่งชัดที่สุดในหัวกูแววตาที่บ่งบอกถึงความอยาก อยากจะอม อยากจะดูด อยากจะเลียไม่เด็ดขาด กูจะไม่...“อึก!” แต่ก็ห้ามไม่ทัน อุ้งปากเล็กๆ ของน้องครองปลายหัวองคชาตของกูอย่างพอเหมาะพอเจาะ เธอห่อปากอย่างไม่ประสา ให้ตายเหอะ ให้ใครมาทำมันก็ต้องทำได้ทั้งนั้น แท่งมันเหมือนไอศครีมซะขนาดนั้นกูเสียวจนแทบใจขาดดิ้น แทบจะดิ้นตายตรงหน้าเธอ แต่ทำไม่ได้เพราะกลัวเสียเชิงที่ทำมาทั้งหมด“อื้มมม” เสียงหวานครางล้ำออกมาเหมือนกระตุกความต้องการของกูที่อดทนมาทั้งหมดทั้งชาติหน้าและชาตินี้ เธอเหมือนจงใจครางออกมาเพื่อสั่นประสาทกู แต่พอก้มลงมอง ก็เห็นว่ายัยตัวเล็กมีสีหน้าเหยเกก็นะ ยังไม่ได้ล้างทรงเวลามันพองก็แสนจะคับปากเล็กๆ นั่นเหลือเกิน กูพยายามไม่เสียซิงเพราะสุดท้ายกลัวจะไปทำใครเจ็บเข้าเพราะความใหญ่ของขนาด แต่ไม่น่าเชื่อว่าน้องมนต์จะพยายามดูดมันเข้าปากให้มิด เธอคงเสียการควบคุมไปแล้ว จากสิ่งที่กูทำกูเมาก็จริง แต่พอโดนเธอโม๊คให้ก็สร่างทันที หัวใจเต้นแรงหนุบหนับในอกจนแทบกระแทกออกมาเต้นข้างนอก สัญชาตญาตคนอยากโดนรุกกลับมาอีกครั้ง“น้อง...” กูเรียกชื่อน้องไม่จบ เพราะเธอปล
ซ่า... ซ่า...ฝนตกล่ะหนูมองออกไปนอกกระจก ก่อนที่จะแอบเหลียวหลังไปมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งเอาศีรษะทรงสกินเฮดนั่นถูไถไปมากับเบาะรถด้านหลัง แอบยิ้มขำเมื่อเห็นว่าเขากรนออกมานิดหน่อยด้วยแฟนใครนะ เวลาเมาแล้วตลกจังเลยค่ะ“ผู้ชายคนนี้ดีแล้วเหรอครับ” แต่อยู่ๆ พี่อดิสรที่เฝ้ามอหนูเงียบๆ ก็โพล่งขึ้นมาจนหนูชะงักไป ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเขา “มันไม่มีหัวนอนปลายเท้าในตอนนี้แล้ว พ่อก็เคยติดคุกเพราะขายยามาก่อน ถึงตอนนี้ครอบครัวจะค่อนข้างอยู่ดี แต่สมัยวัยรุ่นก็วีรกรรมเข้าออกโรงพักเอาเรื่องเหมือนกัน”“...”“มันทำงานกลางคืน เป็นผู้ชายที่ทำงานจัดหาเมียรองมาให้สามีลูกสาวท่านณรงค์” หนูนิ่งไป หันกลับไปมองพี่ขวดที่นั่งอ้าขาศีรษะโงนเงนไปมาด้วยความเมามาย “และมันก็เคยรังแกคุณหนูเมื่อตอนคุณหนูเรียนมัธยม”“...”“คุณหนูโอเคกับมันเหรอครับ”“นะ... หนูก็ไม่รู้ความรู้สึกของตัวเองมากนักหรอกนะคะพี่อดิสร” หนูโพล่งขึ้นมาเสียงเครือ เพราะตัวเองก็รู้สึกกลัวในสถานะของพี่ขวดว่าคุณลุงจะไม่ยอมรับ และอีกอย่าง... หนูก็ไม่รู้ว่าเขาจริงจังกับหนูมากแค่ไหน หนูไม่รู้ว่าหนูชอบเขามากพอขนาดที่จะคบแต่กับเขาตลอดไปเรื่อยๆ มั้ยหนูไม่รู้...
กูนอนกระดิกนิ้วชี้บนบาร์เล่น วิสกี้แก้วที่สิบหลังจากที่เพียวมาตลอดสายคอลเฟสของน้องมนต์ที่โทรเข้ามาเป็นสายที่ห้า ก่อนที่หน้าจอจะดับไป ในขณะที่กูถูหัวโล้นๆ ไปมากับเคาน์เตอร์ แล้วแค่นหัวเราะออกมาเบาๆเล่นตัวเนอะกู รับไปก็จบแล้วไม่รู้ดิ กูแค่อยากเป็นที่สนใจหนึ่งเดียวของน้องมนต์ พอได้เป็นแฟนกัน จากที่เจียมตัวชิบหายไม่ค่อยอยากได้อะไร แม่งเหมือนระเบิดออกมา ความรู้สึกแม่งแปรปรวนเหมือนผู้หญิงวัยทอง ถึงจะรู้ว่านี่มันก็แค่สถานะแอบคบกูไม่ได้หวังให้เธอต้องเดินไปบอกลุงนายกของเธอโต้งๆ ว่าเป็นแฟนกับลูกน้องที่ลุงให้ตามปกป้อง ผู้ชายที่เคยรังแกเธอแรงๆ จนติดคุกมาก่อนกูอยากให้น้องมองกูว่าเป็นผู้ชายที่สำคัญกับชีวิตเธอคนที่เธอจะขาดไม่ได้พอไม่ได้อยู่ด้วย คนที่เธออยากจะโทรหาทันทีที่กูหายหัวไปแค่ชั่วโมงเดียวคนที่เธอจะตามจิกจนกว่าจะมาคุยกับเธอกูแค่อยากเป็นผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่น้องมนต์รู้สึกเหมือนจะตายให้ได้พอไม่ได้คุยเหมือนที่กูกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ไงติ๊งเสียงข้อความเข้าดังขึ้นในระหว่างที่นั่งกระดิกนิ้วคิดไปเรื่อย เพราะคิดถึงจนแทบขาดใจแต่ต้องเต๊ะท่าทำเป็นเก่งเลยกระดกเหล้ารัวจนหมดสภาพขนาดนี้ กูกดเปิดหน้
“... พี่ขวด”เราสบตากัน ในความเงียบหนูรู้สึกได้ว่าพี่ขวดเริ่มไต่มือไปที่เอวบางๆ ของหนู ขยับให้ชิดกัน หนูเม้มริมฝีปากแน่น กลั้นความเขินอายไว้ แล้วไล่มือไปตามแผงอกของเขา ระลงไปที่หน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อพี่ขวดเบ้หน้าเหมือนเขาเสียดวูบที่ช่วงท้อง หนูสะดุ้ง รู้สึกได้เลยว่าตัวเองสั่นและตื่นเต้นมากๆเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนรุกและรังแกหนูทุกครั้ง แต่ครั้งนี้... หนูจะกลายเป็นคนรุกเขาเองงั้นเหรอนะ หนูทำไม่ได้หรอก“พี่ขวดบ้า” หนูคว้าหมอนมาปิดหน้าเขาไว้ทันที แล้วรีบผละไปอยู่ข้างตัวเขา เห็นว่าพี่ขวดคว้าหมอนออก เขามีสีหน้าเหมือนแสนเสียดาย “ไม่ต้องมองหนูแบบนั้นเลยค่ะ”“ผมนึกว่าผมจะโดนเปิดซิงแล้ว” เขาเอาหมอนมาวางไว้ที่หน้าตัก ท้าวศอกกับหมอนแล้วมองหน้าหนู “อย่างว่า น้องมนต์มันคนป๊อด”“จะให้หนูทำได้ยังไงล่ะคะ” หนูรีบแย้งเขาทันที ก่อนที่จะพูดเสียงอ้อมแอ้ม “... หนูก็ไม่เคยเหมือนกันนะ”เขาฉีกยิ้มหวาน “นั่นดิ”คราวนี้หนูหันไปทำหน้ามุ่ยใส่เขา จริงๆ หน้าที่แบบนี้ต้องเป็นหน้าที่ผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนูจะอยากให้เขาทำหรอกนะ“พี่ขวดขอหนูเป็นแฟน ก็ต้องทำตามขั้นตอนสิคะ”“ยังไง?” เขาเลิกคิ้วถาม หนู
หนูไม่รู้ว่าพี่ขวดทำไมถึงมีท่าทีแปลกไป แววตาของเขาแพรวพราวไปหมด“มะ... มาเอาที่หนูเองดีกว่านะคะ” และเพราะหนูไม่อยากตกหลุมพรางอีกแล้ว หนูจะไม่ยอมให้เขาจูบแล้วทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหวมากๆ แบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้อีกแล้ว หนูเลยเลือกที่จะบอกให้เขาเดินมาหาหนูเองดีกว่า“ตามนั้นครับ แต่ว่า” เขาฉีกยิ้ม ในขณะที่จะสาวเท้ายาวๆ แปปเดียวก็ประชิดตัวหนู หนูสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อ แผงอกที่ชื้นเล็กๆ จนเห็นว่าเหมือนจะเป็นเหงื่อแต่ไม่ใช่ จริงๆ ก็คือน้ำสะอาดจากสายยางที่หนูเผลอฉีดใส่หน้าเขาจนเปียกซ่กไปทั้งตัว “ไม่ต่างกันเท่าไหร่”“อะ” หนูห่อไหล่เมื่อรู้สึกได้ว่าเขายื่นมือข้างหนึ่งไปด้านหลังจนเราใกล้กันกว่าเดิม แล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเขาใช้มือข้างนั้นคว้าลูกบิดแล้วปิดประตูห้องดังปึง“เวลาเปลี่ยนเสื้อไม่ชอบให้ใครดู” เขาให้เหตุผล แล้วหนูก็ยิ่งหน้าแดงก่ำ“งะ งั้นหนูก็ไม่ควรอยู่ดูด้วยนะคะ”“สำหรับน้องมนต์ ยกเว้นได้ครับ” หนูเบะปากทันที คนอะไรกันนะ ชอบทำให้หนูทำตัวไม่ถูกอยู่เรื่อยเลย“แต่หนูไม่อยากดูค่ะ” หนูเมินหน้าไปทางอื่นเมื่อเขาเลื่อนตัวใหญ่ๆ นั่นเข้ามาใกล้อีกจนแทบชิดกัน หัวใจหนูเ
ใจหนูเต้นแรง แรงมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยเต้นมา หนูไม่ได้กลัว แต่เพราะฤทธิ์เมาของเจ้าแก้วน้ำใบนั้น ทำให้หนูหลับตาแน่น แล้วสัมผัสได้ถึงกลีบปากที่แห้งขาดการดูแลของผู้ชายที่แนบลงมาตัวหนูชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเมื่อพี่ขวดพยายามเลียรอบริมฝีปากหนูเพื่อเปิดปากหนูออก หนูพยายามอ้าปากออกน้อยๆ ด้วยความมึนงง ร่างสูงแทรกลิ้นร้อนๆ เข้ามาแล้วแลกลมหายใจกับหนูเหมือนเคยทำมาก่อนลมหายใจที่แทรกมาด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของเราทั้งคู่สอดประสานกัน หนูรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแรงจนต้องคว้าเสื้อของพี่ขวดเอาไว้ เขารั้งเอวบางๆ ของหนูเข้ามาจนชิดกันทุกสัดส่วน พี่ขวดตักตวงความหอมหวานจากปากของหนูจนเขาผละออกมา มีน้ำลายสองเส้นจางๆ ยืดออกมาระหว่างริมฝีปากของเราทั้งคู่หนูเห็นเขาเลียริมฝีปากรับน้ำลายของหนูเข้าไป หนูหน้าแดงก่ำกว่าเดิมอีก ซุกหน้าลงกับอกเขา ใบหูแนบลงกับอกข้างซ้ายของเขา ได้กลิ่นบุหรี่จางๆ และเสียงหัวใจที่เต้นแรงของพี่ขวดพี่ขวดกอดหนูแน่น เขาคงเมามากแล้วล่ะ หนูเองก็เมาเหมือนกัน“... ขอโทษจริงๆ” เขากระซิบข้างหูเสียงหนัก ในหัวหนูเบาโหวง ขาวโพลน อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ แต่ขาสั่นจนเหมือนจะล้มแล้วจริงๆ“ยะ อย่าให้คุณลุงรู







