LOGINใจหนูเต้นแรง แรงมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยเต้นมา หนูไม่ได้กลัว แต่เพราะฤทธิ์เมาของเจ้าแก้วน้ำใบนั้น ทำให้หนูหลับตาแน่น แล้วสัมผัสได้ถึงกลีบปากที่แห้งขาดการดูแลของผู้ชายที่แนบลงมา
ตัวหนูชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเมื่อพี่ขวดพยายามเลียรอบริมฝีปากหนูเพื่อเปิดปากหนูออก หนูพยายามอ้าปากออกน้อยๆ ด้วยความมึนงง ร่างสูงแทรกลิ้นร้อนๆ เข้ามาแล้วแลกลมหายใจกับหนูเหมือนเคยทำมาก่อน
ลมหายใจที่แทรกมาด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของเราทั้งคู่สอดประสานกัน หนูรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแรงจนต้องคว้าเสื้อของพี่ขวดเอาไว้ เขารั้งเอวบางๆ ของหนูเข้ามาจนชิดกันทุกสัดส่วน พี่ขวดตักตวงความหอมหวานจากปากของหนู
จนเขาผละออกมา มีน้ำลายสองเส้นจางๆ ยืดออกมาระหว่างริมฝีปากของเราทั้งคู่
หนูเห็นเขาเลียริมฝีปากรับน้ำลายของหนูเข้าไป หนูหน้าแดงก่ำกว่าเดิมอีก ซุกหน้าลงกับอกเขา ใบหูแนบลงกับอกข้างซ้ายของเขา ได้กลิ่นบุหรี่จางๆ และเสียงหัวใจที่เต้นแรงของพี่ขวด
พี่ขวดกอดหนูแน่น เขาคงเมามากแล้วล่ะ หนูเองก็เมาเหมือนกัน
“... ขอโทษจริงๆ” เขากระซิบข้างหูเสียงหนัก ในหัวหนูเบาโหวง ขาวโพลน อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ แต่ขาสั่นจนเหมือนจะล้มแล้วจริงๆ
“ยะ อย่าให้คุณลุงรู้นะคะ” หนูกระซิบกลับ เขายิ่งกอดหนูแน่นกว่าเดิม
“ครับ”
[พาร์ท : ตะขวด]
น้องมนต์หลับไปในอ้อมแขนของกูหลังจากนั้น
กูได้แต่แค่นหัวเราะ แค่แก้วเดียวเนี่ยนะ ยัยตัวเล็กนี่มันคออ่อนจริงๆ
วันนี้จำต้องยอมหันเหความสนใจจากไอ้พวกนั้นเพื่อมาดูแลเธอตอนขากลับ น้องมนต์ในชุดไปรเวทดูบอบบางจนใจละลาย กูลูบหางคิ้วตัวเองตอนที่หมุนพวงมาลัย แล้วเหลือบมองไปทางร่างเล็กที่เอียงหัวหลับพิงกับกระจกรถ
กูยิ้ม แล้วก็ลูบหน้าตัวเอง ไล่ลงมาที่ปาก
จูบกันครั้งนี้ รู้สึกดีกว่าทุกที ยอมรับว่าเรื่องจูบพอชำนาญจนทำหญิงเข่าอ่อนมาบ้าง แต่รอบนี้คงเป็นกูเองที่เข่าอ่อน
ขาแกร่งสั่นจนควบคุมไม่ได้จนกูต้องตบมันแรงๆ ให้หยุดสั่น เธอคงไม่รู้ว่าตอนที่ตัดสินใจจูบเธอ กูประหม่ามากแค่ไหน เพราะนี่มันก็นานมากแล้วที่ไม่มีเรื่องพวกนี้เข้ามา
ปากของน้องมนต์แม่งหวาน หวานเหมือนขนม หอมเหมือนกลิ่นดอกไม้ เป็นผู้หญิงที่น่ารักไปทุกสัดส่วนจริงๆ
อยากปกป้อง อยากดูแลว่ะ
อยากเป็นมากกว่าพี่ อยากเป็นมากกว่าการ์ด
อยากทำอย่างนั้นจริงๆ
กูอุ้มน้องมนต์ไปส่งที่บ้านของท่านณรงค์ ส่งต่อให้พี่อดิที่จ้องกูเขม็งให้ไปส่งเธอที่เตียงนอนในห้อง
ใจเต้นแรงเมื่อพี่อดิปิดประตู ลับตาไปแล้ว
กูได้แต่เดินเตะฝุ่นอย่างเขินๆ เชื่อดิว่าจูบเมื่อกี้สำหรับกูมันสั้นเกินกว่าจะเรียกว่าจูบ รู้สึกว่าวันนี้จะหลับฝันดี
กูขับบีเอ็มกลับไปที่บ้าน เพราะได้งานจากท่านณรงค์ให้เข้าไปเรียนใหม่เลยหยุดงานไปสักพักเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง พอจบกิจกรรมค่อยทำเหมือนเดิม แค่ไม่เต็มวัน
กูล้มตัวลงนอนบนเตียงแคบๆ ภายในห้อง หัวใจร้อนรุ่มไปด้วยความต้องการ ลูบปากตัวเองหลายๆ ครั้งเพื่อไม่ให้ลืมว่ากูได้จูบกับน้อง และคราวนี้ไม่ได้เป็นการบังคับ น้องจูบตอบกลับมา และน้องบอกว่าหวั่นไหวกับกู
แบบนี้หมายความว่าไงวะ หมายความว่าเธอมีใจรึเปล่า?
“เวรเอ้ย มีความสุข” กูเอาหมอนมาตบหน้าตัวเองแรงๆ “เค้าหวั่นไหวกับกูแล้วโว้ย”
ใครจะเชื่อ คนที่เคยรังแกเธออย่างกูเนี่ยนะ?
คนแบบกูเนี่ยนะ?
จนรุ่งสาง กูตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น หลับไปแบบฝันดี
ผิวปากอารมณ์ดีเข้าไปใช้เจลเซ็ตทรงหัวที่ไม่มีอยู่จริง อาบน้ำก็ร้องเพลงไปด้วย เด้งหน้าเด้งหลังแบบกวนส้นตีนตัวเองในกระจกห้องน้ำ โคตรฟิลดีๆ ในวันนี้อ่ะ แถมยังจะได้ขับไปรับน้องมนต์อีก
ชีวิตโคตรสุข
กูเปิดเพลงรักรันจังหวะ ส่ายหัวอย่างเปี่ยมสุขในขณะที่ปาดรถคันนู้นคันนี้ด้วยบีเอ็มแต่ไม่ทิ้งสันดานนักเลงข้างถนน พอเข้าถึงรั้วบ้านหลังใหญ่กูก็จอดรถอยู่หน้ารั้วบ้าน เปิดประตูรถออกมาอย่างวางมาดก่อนจะกดกริ่งสั้นๆ
พี่อดิกดเปิดรั้วอัตโนมัติทันทีโดยไม่ได้เอาตัวเองออกมา ในขณะที่กูจะกำชับชายเสื้อนักศึกษาที่ไม่ยัดเข้ากางเกงตามความเคยชิน แล้วสาวเท้าเข้าไปในสวน
น้องมนต์อยู่กลางสวน เธอกำลังโก้งโค้งรดน้ำต้นไม้แบบไม่ระวังตัวเพราะคิดว่าไม่มีใครอยู่ กระโปรงนักศึกษาเลิกสูงจนเห็นขาอ่อน
กูที่เดินไปเห็นภาพนั้นพอดีกลืนน้ำลายเอื้อก ใจมันหวั่น แล้วก็อดไม่ได้ที่จะ
หมับ
“ว้าย” เสียงเล็กๆ ขึ้นจมูกดังขึ้นตอนที่กูเดินไปประชิดข้างหลัง แล้วใช้มือหนาดึงกระโปรงเธอลงมาเพื่อปิดก้นงอนๆ ร่างเล็กดีดตัวออกทันที มือที่ถือสายยางอยู่หันมาฉีดใส่หน้ากูเต็มๆ “พะ พี่ขวด”
“ครับ ผมเอง” กูตอบรับอย่างเซ็งๆ ตอนที่ลูบน้ำที่โชกหน้าทิ้ง น้องมนต์มองลงมาด้านล่าง ก่อนที่เธอจะหน้าแดงซ่าน
“ขอโทษนะคะ หนูไม่ทันระวัง” เธอรีบลนลานยกมือไหว้ขอโทษ แต่ก็รีบเอามือมาปิดตาเหมือนเขินไรสักอย่าง กูเลยหลุบตาลงมองตาม แล้วก็เห็นว่าเสื้อนักศึกษาเปียกโชกจนเห็นกล้ามเนื้อภายในเสื้อ
กูเม้มปากแน่น ในขณะที่ใจหวิวๆ
กูออกกำลังกายเลยพอมีกล้ามเนื้ออยู่บ้าง หรือน้องจะเขินกล้ามเนื้อกู
“ไม่น่าจะไปเรียนได้แล้ว” กูพูดกับเธอ น้องมนต์ไม่กล้าสบตากูเลยว่ะ “พี่อดิอยู่มั้ยครับ”
เธอสะดุ้งเมื่อกูตัดสินใจถามขึ้นมาทันที เพราะรู้ว่าวันนี้ท่านณรงค์จะไปดูงานข้างนอก กลับค่ำหน่อย ในบ้านคงมีแต่แม่บ้านคนสองคน
เมื่อคืนเธอคงลืมมันหมดแล้วใช่ปะ
“ไม่อยู่ค่ะ” ยัยเด็กตัวเล็กสั่นหน้าหวือ กูซ่อนรอยยิ้ม ก่อนที่จะทำเป็นหนาว
“ผมว่าผมต้องเปลี่ยนเสื้อ ยังไงไปสภาพนี้ไม่ได้แน่”
“นะ... หนูจะไปบอกป้าน้อยให้นะคะ” เธอพูดแล้วเผลอจูงมือกูตามไปด้วยเหมือนลืมตัว “พี่อดิสรขนาดตัวคงพอๆ กับพี่ขวด แต่ก็คงจะมีแต่เสื้อเชิ้ตสีเทานะคะ”
“ผมโอเคครับ” กูใจเต้นแรงตอนที่รู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มของมือเธอ ในขณะที่เดินตามแรงจูงเธอไปเหมือนคนไม่มีความคิด
ทันทีที่เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ดูเหมือนว่าพวกแม่บ้านจะยุ่งอยู่ กูก็ไม่รู้เหมือนกัน น้องมนต์จูงมือกูไปเข้าห้องเธอ อีกแล้ว ดูเหมือนว่าน้องไม่อยากให้คนอื่นเห็นสภาพกูมั้ง คงกลัวโดนดุ
ตลกดีว่ะ แต่ในสภาพนี้อยู่ในห้องเธอแม่งไม่ยิ่งกว่าเหรอ
ถ้าท่านณรงค์กลับมาเห็น มีหวัง...
ไม่รู้ดิ รู้สึกเร้าใจแปลกๆ
กูคิดในใจอย่างเร่าร้อนตอนที่มีความรู้สึกตื่นเต้นปนอยู่ในความวิตก กูมันพวกชอบอะไรที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกต้อนซะด้วย หัวใจเต้นแรงชิบหายเลย และก่อนที่จะคิดไปไกลกว่านั้น กูก็ปลดกระดุมออกทีละเม็ดเพราะแม่งร้อนเหลือเกิน
แกรก
“พี่ขวดคะ หนู...” เสียงหวานขาดหายไป เพราะในจังหวะที่เธอเปิดประตูเข้ามา แม่งเป็นจังหวะที่กูเหวี่ยงเสื้อเชิ้ตนักศึกษาลงสู่พื้น
ท่อนบนของกูทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงโคตรๆ
“พอดีผมจะเปลี่ยนเสื้อ” กูตอบไป ความรู้สึกเขินในใจที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นหายไป ตั้งแต่จูบคืนนั้น กูรู้สึกเหมือนมันมอมเมากูไปด้วยไฟแห่งสันดานดิบ กูชอบที่ได้ชอบน้อง ชอบที่ได้จูบ ได้สัมผัสน้อง “แต่น้องยืนห่างขนาดนั้นผมลำบาก”
“...”
“ปิดประตู แล้วเข้ามาส่งเสื้อให้ผมใกล้ๆ หน่อยดิ”
เวลาผ่านไปสามเดือนครึ่ง พี่ขวดมักออกไปเจอกับหลิงหลิงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่เจ้าขาเติบโตขึ้นจนอายุสองขวบกว่าหนูเม้มริมฝีปากแน่น นี่ก็คืออีกวันที่พี่ขวดออกไปข้างนอกกับดาราสาวที่สวยไปหมดทุกมุมแบบนั้นโดยบอกกับหนูว่าเป็นการเจอกันเพราะธุรกิจเท่านั้น ทิ้งให้หนูอยู่กับเจ้าขา นั่งอยู่ในห้องเล่นกับลูก เฝ้ามองดูพัฒนาการของลูกเป็นเวลาสามเดือน จนหนูอุ้มเด็กคล่องขึ้น เพราะวันๆ ต้องขอแม่นมมานั่งเล่นกับลูกของตัวเองระหว่างที่รอสามีกลับมาเจ้าขาติดหนูมาก พูดคำว่าม๊าได้เป็นคำแรก แถมยังชอบนอนซบกับอกหนูเวลาจะกินนมนอนอีกต่างหากเด็กน้อยที่แสนน่ารัก ถ้าแม่ไม่มีหนู แม่จะเป็นยังไงกันนะ“ม้า ม้า”เจ้าขาเรียกหนูล่ะค่ะ หนูคลี่ยิ้มให้ลูกแล้วมองลูกเดินเตาะแตะมาหา หลังจากพยายามฝึกลูกเดินเองโดยมีแม่นมจับตาดูอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ เจ้าขาก็เดินได้ แต่ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ล้มหน้าคะมำอยู่บ่อยๆ แต่เจ้าขาช่างเป็นเด็กน้อยที่เข้มแข็งเหลือเกิน ไม่ว่าจะล้มหน้าคะมำสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาเลย“คุณหนูท่าจะโตเป็นเด็กที่แข็งแรงมากเลยนะคะ ตอนแรกดูพัฒนาการช้า ก็เลยต้องปรึกษาคุณหมอของเด็กอยู่ตั้งนานแหน่ะ” แม่นมคนน
น้องมนต์คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ไม่ว่าสองปีที่ผ่านมาผมจะผ่านอะไรมาบ้าง หรือแม้ว่าเราจะห่างกันขนาดไหน แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อน้องยังเท่าเดิม เหมือนเดิมเสมอมาผมไม่ได้หมายความว่าไม่แคร์น้อง แต่ในคืนนั้น มันมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แม้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเข้ามากีดขวางความรักของผมและความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรา ผมจะขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียวที่บอกว่าไม่แคร์น่ะ คือไม่แคร์ว่าใครจะมองผมว่าเป็นยังไง เป็นคนเลวที่มีเมียหลายคน เป็นผู้ชายสองใจที่พอเป็นใหญ่เป็นโตก็ทิ้งผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาตลอดไปอย่างไมใยดี ผมไม่แคร์ว่าชื่อเสียงผมจะเป็นยังไง หรือใครจะเกลียดผมมากแค่ไหนจากข่าวพวกนั้นผมขอแค่ให้น้องมนต์กับลูกปลอดภัย อยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเต็มไปด้วยขวากหนามแค่ไหนใช่ ที่หมายถึงก็คือ... ผมไม่ได้มีเซ็กซ์กับหลิงหลิงจริงๆนี่คือการจัดฉากด้วยยาปลุกเซ็กซ์ที่คุณหยวนทำพิเศษให้ มอมเมาสติสัมปชัญญะของหลิงหลิงจนคิดว่าพวกเรามีอะไรกันจริงๆ แม้ว่าสุดท้ายหลิงหลิงจะตลบหลังผมด้วยการเอายาไอซ์ที่ปนสารพิษต่อร่างกาย จงใจทำให้ผมดูเหมือนแพ้สารเสพติดในนั้น คนอื่นจะได้ไม่สงสัยและสาว
จนหมอเดินออกไปพร้อมกับคุณลี่ที่ไปพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย ผมก็หลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน ลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เห็นมือเล็กๆ ที่กุมมือผมเอาไว้แน่น เจ้าของผมยาวสลวยที่นอนฟุบอยู่ที่ปลายเตียงทำให้ผมรู้สึกสะท้อนในใจ ผมกัดริมฝีปากแน่น ตอนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพิงกายกับหัวเตียงมือหนาเอื้อมไปสางผมให้เมียตัวเองอย่างอ่อนโยน ผมรู้ว่าที่ผมทำลงไปมันเหี้ยแค่ไหน ผมพูดกับคุณลี่ลงไปว่าผมไม่แคร์ นั่นก็คือผมไม่แคร์สายตาของคนอื่น ในวังวนสุดท้ายนี้ ทุกอย่างจะเฉลยออกมาในตอนท้ายเองติ๊ง ตองเสียงกริ่งหน้าบ้านที่ดังขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังลูบผมของน้องมนต์ มันทำให้ผมผละออกไป พร้อมกับคนตัวเล็กที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนที่น้องมนต์จะคลี่ยิ้มให้ จนผมได้แต่รู้สึกแย่กับรอยยิ้มที่ซื่อใสบริสุทธิ์ของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเคยชอบมันมากผมไม่ได้ยิ้มกลับจนเธอแปลกใจ ได้แต่รู้การมาของผู้หญิงคนนั้นแกรกเสียงประตูนั้นเปิดออกพร้อมๆ กับหลิงหลิงในชุดเดรสปักดอกกุหลาบอย่างดี เธอเดินตรงเข้ามาหาผมต่อหน้าเมียที่ผมรัก คว้าฝ่ามือหนาของผมมากุมไว้อย่างห่วงหา ท่ามกลางสายตาที่สั่นระริกของน้องมนต์ผมดึงมือเธอออก ไม่รู้
หนูเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย พี่ขวดที่ใจดีกับหนูมาตลอด ในตอนนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่งเท่านั้น แววตาหนูสั่นระริก ในขณะที่ข้อมือที่ถูกบีบแน่นจากฝ่ามือแกร่งเริ่มแดงเป็นปื้นและเหมือนพี่ขวดจะรู้ว่าเขากำลังทำให้หนูกลัว ร่างสูงผละมือออกแทบจะทันที ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น“ขอโทษครับ พี่คงใช้อารมณ์มากเกินไป” หนูเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะลูบแขนตัวเองป้อยๆ ตอนที่เขาหันหลังให้ “พี่ขอโทษที่หึงหนูจน...”“นะ... หนูไม่ได้ตั้งใจเลยนะคะ” หนูยกมือขึ้นกอดตัวเองตอนที่โพล่งแทรกขึ้นมาเสียงเบา ก่อนที่จะสะอื้นออกมาเพราะขวัญเสียจากสิ่งที่พี่ขวดทำเมื่อครู่ “หนูแค่อยากช่วยพี่ขวด... แค่เล็กน้อยก็ยังดี หนูไม่อยากอยู่เฉยๆ ให้พี่ขวดเลี้ยงดูแบบนี้นี่คะ”“คนดี” เขาปลอบประโลมพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เหมือนคนกำลังรู้สึกผิด “ไม่ต้องทำอะไรให้พี่ขนาดนี้ก็ได้”“...”“พี่ไม่มีค่าพอให้หนูมาทำอะไรให้พี่หรอกครับ”หนูเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจในคำที่เขาต้องการจะสื่อออกมา จนกระทั่งพี่ขวดใช้หลังมือปิดประตู ราวกับว่าเขาอยากจะขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นหนูก้มลงมองพื้น มองปลายเท้าของตัวเองที
[พาร์ท : ตะขวด]พยายามลบความทรงจำที่ทำกับหลิงหลิงไป พยายามกลับมาเป็นพ่อและผัวที่ดีของเมียและลูกแต่ผมกลับสลัดมันออกไปจากจิตใต้สำนึกไม่ได้หัวใจของผมบอกว่านี่มันผิด มันผิดต่อน้องมนต์ ถ้าน้องมนต์รู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้เพื่อแผนแก้แค้นที่สมบูรณ์ของผม เธอคงเกลียดขี้หน้าผม และไม่คิดจะกลับมารักกันอีก ดีไม่ดีเธออาจจะไม่ทนกับสถานะเมียหลวงและหอบลูกหนีกลับไปที่ไทยก็ได้แต่ผมกลับเลิกคิดเรื่องแก้แค้นไอ้หลิวเฉินไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าตระกูลพวกมันส่งหนอนบ่อนไส้มาเพื่อทำลายครอบครัวที่มีค่าของผม ถ้าช้ากว่านี้มันอาจจะเป็นอันตรายต่อน้องและลูก ความแค้นของผมก็มากพอที่จะหาทางทำลายมันทุกวิถีทางผมสืบรู้มาจากคุณหยวนว่าหลิงหลิงที่พยายามยั่วผมด้วยการส่งบัตรเชิญตลอดมา เธอเป็นคนรักคนแรกในชีวิตของหลิวเฉิน ที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน เพื่อความรักที่เห็นแก่ตัวของมันกับฟ่งเฉินผู้เป็นพ่อ และการยั่วยวนผมอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกมันต้องการ มันตลกดีที่สุดท้ายแผนที่คุณหยวนคิดขึ้นมา ก็ต้องกลับมาทำลายผู้หญิงของศัตรูเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ดีแต่ไม่ ผมยอมมีสัมพันธ์กับหลิงหลิงเพื่อครอบครัวของเราเท่านั้นคืนนั้นหล
ร่างสูงนั่งยกนาฬิกาเรือนสีเงินในแบบที่เขาชอบขึ้นมาดู นาฬิกายี่ห้อหรูที่พ่อมักบอกให้หลิวเฉินใส่มันเสมอยามพบปะกับผู้คนที่เป็นคู่ค้าหรือเป้าหมาย เพราะนั่นมันทำให้เขาดูภูมิฐาน มีระดับ และเตะตาคนอื่นๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ชอบใส่นาฬิกาหรือ accessories อื่นๆ ในตัวนัก เขาชอบความเรียบง่ายมากกว่า แต่เพราะพ่อเขาอยากให้เป็นคนแบบนั้น เขาจึงจำต้องเป็นปลายนิ้วแกร่งเคาะแก้วชาจีนในมือ รอจนกระทั่งเห็นรถคันหรูจากด้านนอก พร้อมกับร่างบอบบางอ้อนแอ้นของสาวเจ้าที่เปิดประตูลงมาจากรถ เธอสะดุดรองเท้าส้นสูงอีกครั้งอย่างน่าขัน หลิวเฉินมองหุ่นบอบบางนั่นผ่านกรอบแว่น ปฏิเสธไม่ลงว่าหุ่นสเลนเดอร์คือแบบที่เขาชอบ แต่หลิงหลิงจะดูมีน้ำมีนวล และมีหน้าอกมากกว่าภรรยาของฝานเหอมากหน่อยน่าเศร้าจริงๆ เธอคนนี้คงไม่รู้ว่าสามีที่เธอมีลูกกับมันกำลังเริงรักกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อแก้แค้นเขาจนประตูร้านอาหารจีนเปิดออกพร้อมกับคนตัวเล็กที่เดินมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเขา หลิวเฉินนึกอยากรังแกถึงปล่อยให้เธอเดินหาเขาทั่วร้าน จนเห็นว่าเธอท่าจะมองไม่เห็นจริงๆ ถึงได้ยกมือขึ้นสูงๆ“... อะ!” ร่างเล็กอุทาน หน้าแดงก่ำอย่างขายหน้าตอนที่ค่อยๆ เดินตรงม







