LOGINเช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยเสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่าง แก้มยุ้ยนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มโดยไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้น ทั้งที่นาฬิกาปลุกดังไปแล้วสองรอบ
“อื้อ...ปวดหัวจัง”
เธอพึมพำก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ
ก๊อก ก๊อก
“คุณแก้มยุ้ยครับ”
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังมาจากหน้าประตู
“อื้อ...”
“ตอนนี้เจ็ดโมงสิบห้านาทีแล้วครับ”
“รู้แล้ว...”
“คุณมีประชุมเวลาเก้านาฬิกา”
“วันนี้ขอลา...”
ไคโรหยุดไปครู่หนึ่ง
“คุณไม่สบายหรือครับ”
“นิดหน่อย”
“ผมขออนุญาตเข้าไปตรวจสอบอาการได้ไหมครับ”
แก้มยุ้ยโผล่หน้าออกจากผ้าห่ม
“เข้ามาสิ”
ประตูเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาวเดินเข้ามา เส้นผมยาวตรงครึ่งดำครึ่งขาวถูกรวบต่ำ ใบหน้าหล่อหวานมีสีหน้าเรียบสงบตามปกติ เขาเดินมาหยุดข้างเตียง ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวที่นอนแก้มแดงอยู่บนหมอน
“คุณมีอาการอะไรบ้างครับ”
“ปวดหัว เจ็บคอ แล้วก็หนาว ๆ”
ไคโรยกมือขึ้นแตะหน้าผากเธอเบา ๆ แก้มยุ้ยสะดุ้งเล็กน้อย
“มือเย็น!”
“อุณหภูมิผิวสัมผัสของผมอยู่ที่สามสิบสามองศาครับ”
“ไม่ต้องรายงาน!”
“ขออภัยครับ”
เขาหยิบเครื่องวัดอุณหภูมิจากลิ้นชักข้างเตียง ก่อนจะตรวจให้เธออย่างระมัดระวัง เสียงปี๊บดังขึ้น
“สามสิบแปดจุดสององศาครับ”
แก้มยุ้ยหลับตา
“มีไข้จริงด้วย”
“คุณควรพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอครับ”
“รู้แล้วจ้า”
“ผมแนะนำให้คุณลางาน”
“กำลังจะทำอยู่”
“และควรรับประทานอาหารก่อนรับประทานยาตามฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์”
“ไคโร...”
“ครับ”
“นายกำลังจะเทศน์ฉันใช่ไหม”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ผมกำลังให้คำแนะนำด้านสุขภาพครับ”
“ฟังเหมือนแม่ฉันเลย”
“คุณต้องการให้ผมปรับรูปแบบการพูดหรือไม่ครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่เจ็บคอ
“ไม่ต้องหรอก”
ไคโรดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ให้เธอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหมอนมายื่นให้
“กรุณาแจ้งลางานก่อนครับ”
“ค่า คุณพ่อบ้าน”
หญิงสาวรับโทรศัพท์มาแล้วส่งข้อความหาพี่เต้
แก้มยุ้ย : พี่เต้ วันนี้หนูไม่สบาย มีไข้ ขอลาหนึ่งวันนะคะ
ไม่ถึงนาที ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น
พี่เต้ : พักผ่อนเลยครับ เดี๋ยวพี่จัดการงานให้
พี่เต้ : ให้ไคโรดูแลดี ๆ ล่ะ
แก้มยุ้ย : นี่กำลังโดนบ่นอยู่ค่ะ
พี่เต้ : ฮ่า ๆ ๆ ขอให้หายไว ๆ
เธอวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะหันไปหาไคโร
“เรียบร้อยแล้ว”
“ดีครับ”
“ทีนี้ฉันนอนต่อได้หรือยัง”
“ได้ครับ แต่ก่อนอื่นคุณควรดื่มน้ำ”
“ไคโร!”
“ครับ”
“ขอนอนก่อนห้านาที!”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“ผมจะกลับมาพร้อมน้ำอุ่นในอีกห้านาทีครับ”
แก้มยุ้ยดึงผ้าห่มคลุมหน้า
“โอ๊ย! ทำไมฉันสร้างนายให้เชื่อฟังขนาดนี้เนี่ย!”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา แก้มยุ้ยถูกปลุกด้วยกลิ่นข้าวต้มหมูร้อน ๆ เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่าไคโรกำลังจัดถาดอาหารบนโต๊ะข้างเตียง
“ตื่นแล้วหรือครับ”
“หอมจัง”
“ผมเตรียมข้าวต้มหมูสับไว้ให้ครับ”
“นายทำเองเหรอ”
“ครับ”
แก้มยุ้ยค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ไคโรรีบจัดหมอนรองหลังให้เธอ ก่อนจะเลื่อนถาดอาหารมาไว้ตรงหน้า
“ระวังร้อนครับ”
“รู้แล้วจ้า”
เธอตักข้าวต้มเข้าปากคำหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา
“อร่อย”
“ขอบคุณครับ”
“แต่วันนี้ไม่ค่อยรู้รสเลย”
ไคโรพยักหน้า
“อาการคัดจมูกอาจทำให้การรับรู้กลิ่นและรสลดลงครับ”
“อืม”
เธอกินไปได้ไม่กี่คำก็วางช้อน
“อิ่มแล้ว”
ไคโรมองปริมาณอาหารที่เหลือ
“คุณรับประทานไปเพียงประมาณหนึ่งในสี่ครับ”
“ก็ไม่หิวนี่”
“แต่ร่างกายต้องการพลังงานสำหรับการฟื้นตัว”
แก้มยุ้ยย่นจมูก
“นายจะบังคับฉันกินเหรอ”
“ไม่ครับ”
“ดี”
“แต่ผมจะเตรียมอาหารมื้อเล็กให้คุณอีกครั้งเมื่อคุณพร้อม”
เธอถอนหายใจ
“โอเค ๆ”
ไคโรยกถาดอาหารออกไป ก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำและผ้าชุบน้ำอุ่น
“ผมจะเช็ดหน้าให้ครับ”
“ไม่ต้อง ฉันทำเองได้”
“รับทราบครับ”
เขายื่นผ้าให้ทันที แก้มยุ้ยรับมาเช็ดหน้า ก่อนจะมองชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ข้างเตียง
“ไคโร”
“ครับ”
“นายไม่ต้องยืนเฝ้าฉันตลอดก็ได้”
“ผมต้องติดตามอาการของคุณครับ”
“แต่ฉันแค่เป็นไข้ธรรมดา”
“ไข้เป็นอาการที่เกิดได้จากหลายสาเหตุครับ”
“รู้แล้ว”
“หากมีอาการรุนแรงขึ้น ผมจะติดต่อสถานพยาบาลทันที”
หญิงสาวยิ้มบาง ๆ
“โอเค ขอบใจนะ”
ไคโรพยักหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง แก้มยุ้ยมองเขาแล้วหลุดหัวเราะ
“ฉันบอกว่าไม่ต้องเฝ้า!”
“ผมกำลังนั่งครับ”
“มันต่างกันตรงไหน!”
“ท่าทางของผมเปลี่ยนจากยืนเป็นนั่งครับ”
“ไคโร!”
ชายหนุ่มมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง
“ครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะจนไอออกมาสองครั้ง
“โอ๊ย อย่าทำให้ฉันหัวเราะสิ เจ็บคอ!”
“ขออภัยครับ”
เขารีบยื่นน้ำให้เธอ
“กรุณาดื่มน้ำครับ”
หญิงสาวรับแก้วมา ก่อนจะส่ายหน้าอย่างหมดแรง
“นายเป็นพ่อบ้านหรือพยาบาลกันแน่”
“ผมถูกออกแบบให้สามารถทำหน้าที่ทั้งสองประเภทครับ”
“จ้า เก่งที่สุดในโลกเลย”
“ขอบคุณครับ”
ช่วงสายฝนยังคงตกต่อเนื่อง แก้มยุ้ยนอนหลับไปอีกพักใหญ่ ขณะที่ไคโรใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลการดูแลผู้ป่วยและจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น เขาเปลี่ยนน้ำในแก้ว เตรียมผ้าเช็ดหน้า วางถังขยะใบเล็กไว้ข้างเตียง และปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสมทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบ จนกระทั่งเวลาสิบเอ็ดโมงสิบห้านาที
“ไคโร...”
เสียงแหบเบาดังขึ้นจากบนเตียง ชายหนุ่มเงยหน้าทันที
“ครับ”
“หิวน้ำ”
เขารีบเดินไปหยิบแก้วน้ำ
“นี่ครับ”
แก้มยุ้ยรับมาดื่มสองอึก ก่อนจะส่งคืน
“ขอบใจ”
“คุณต้องการอะไรเพิ่มเติมไหมครับ”
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“อยากกินไอศกรีม”
ไคโรนิ่งไป
“ไอศกรีมหรือครับ”
“ใช่”
“คุณมีอาการเจ็บคอ”
“ก็อยากกิน”
“อาหารเย็นจัดอาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายคอในบางกรณีครับ”
แก้มยุ้ยย่นจมูก
“แต่บางคนกินแล้วสบายคอนะ”
ไคโรประมวลผลข้อมูลใหม่
“ถูกต้องครับ”
“งั้นกินได้ใช่ไหม”
“หากคุณกลืนได้ตามปกติและไม่มีข้อห้ามเฉพาะ ก็สามารถรับประทานในปริมาณพอเหมาะได้ครับ”
แก้มยุ้ยยิ้มกว้าง
“เย้!”
“แต่ผมแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการร่วมด้วย”
รอยยิ้มเธอหายไปทันที
“นี่นายหลอกให้ฉันดีใจเหรอ”
“ไม่ครับ”
“แล้วจะกินไอศกรีมได้เมื่อไหร่”
“หลังอาหารกลางวันครับ”
“โห!”
หญิงสาวทิ้งตัวลงบนหมอน
“พ่อบ้านใจร้าย!”
ไคโรมองเธอ
“ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายครับ”
“ประชด!”
“เข้าใจแล้วครับ”
เขาเดินออกจากห้องไปเตรียมอาหารกลางวัน โดยมีเสียงบ่นเบา ๆ ของแก้มยุ้ยดังตามหลัง
“มีหุ่นยนต์ทั้งที ทำไมเหมือนมีแม่เพิ่มอีกคนก็ไม่รู้!”
เที่ยงครึ่ง แก้มยุ้ยได้รับโจ๊กไก่หนึ่งชามและไอศกรีมวานิลลาถ้วยเล็กเป็นของหวาน เธอมองไอศกรีมด้วยดวงตาเป็นประกาย
“นายซื้อมาให้จริง ๆ ด้วย!”
“ครับ”
“น่ารักที่สุด!”
ไคโรยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณครับ”
หญิงสาวกินโจ๊กไปครึ่งชาม ก่อนจะเริ่มตักไอศกรีมอย่างมีความสุข
“อร่อยจัง”
“คุณมีสีหน้าพึงพอใจมากขึ้นครับ”
“แน่นอนสิ”
“ผมจะบันทึกว่าไอศกรีมวานิลลาเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของคุณขณะป่วย”
แก้มยุ้ยหัวเราะ
“บันทึกได้เลย!”
ไคโรพยักหน้า ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา หญิงสาวเหลือบมองหน้าจอ
“เดี๋ยวนะ นายบันทึกจริงเหรอ!”
“ครับ”
“ฉันพูดเล่น!”
“เข้าใจแล้วครับ”
เขาหยุดพิมพ์ทันที แก้มยุ้ยส่ายหน้าขำ ๆ ก่อนจะกินไอศกรีมต่อ เมื่อกินเสร็จ เธอก็เอนหลังพิงหมอนด้วยสีหน้าสบายขึ้นเล็กน้อย
“ไคโร”
“ครับ”
“เปิดหนังให้ดูหน่อย”
“คุณควรพักสายตาครับ”
“ฉันนอนมาทั้งวันแล้ว”
“แต่คุณยังมีไข้”
“ขอดูแค่เรื่องเดียว”
ไคโรนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ได้ครับ แต่หากคุณมีอาการปวดศีรษะมากขึ้นควรหยุดรับชม”
“รับทราบค่ะ คุณพ่อ!”
ชายหนุ่มหันมามอง
“ผมไม่ใช่บิดาของคุณครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะลั่น
“รู้แล้ว!”
บ่ายสองโมง ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้กำลังฉายอยู่บนโทรทัศน์ในห้องนอน แก้มยุ้ยนั่งกอดหมอนดูอย่างเพลิดเพลิน ส่วนไคโรนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง บนหน้าจอ พระเอกกำลังดูแลนางเอกที่ไม่สบาย เขายกชามโจ๊กขึ้นมาแล้วเป่าเบา ๆ ก่อนจะป้อนให้เธอ แก้มยุ้ยยิ้ม
“น่ารักจัง”
ไคโรหันมามอง
“พฤติกรรมใดน่ารักครับ”
“ก็พระเอกไง ดูแลนางเอกดีมาก”
“เขากำลังทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย”
“ใช่”
“ผมก็ทำหน้าที่เดียวกันครับ”
แก้มยุ้ยหันมามองเขา ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
“อ๋อ นายอยากให้ฉันชมเหรอ”
“ผมกำลังเปรียบเทียบพฤติกรรมครับ”
“งั้นนายก็น่ารักเหมือนกัน”
ไคโรพยักหน้า
“ขอบคุณครับ”
เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันกลับไปดูหนัง ไม่กี่นาทีต่อมา พระเอกบนหน้าจอยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเอกอย่างอ่อนโยน
“หายไว ๆ นะ”
เขาพูด แก้มยุ้ยกอดหมอนแน่น
“โอ๊ย! อบอุ่น!”
ไคโรมองภาพนั้นอย่างสนใจ
“การสัมผัสศีรษะเป็นวิธีแสดงความห่วงใยหรือครับ”
“บางครั้งก็ใช่”
“ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และความยินยอมของผู้ถูกสัมผัส”
แก้มยุ้ยหันมามองอย่างประหลาดใจ
“โห นายจำเรื่องขอบเขตส่วนตัวได้ด้วย”
“ครับ”
“เก่งมาก!”
ไคโรพยักหน้า ก่อนจะหันกลับไปดูภาพยนตร์ต่อ ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง แก้มยุ้ยเริ่มง่วง เธอวางหมอนลงแล้วขยับตัวนอนตะแคง
“ไคโร”
“ครับ”
“ฉันง่วงแล้ว”
“ผมจะปิดโทรทัศน์ครับ”
“อืม”
เขาหยิบรีโมตขึ้นมากดปิด ก่อนจะเดินไปดึงผ้าม่านให้แสงภายในห้องลดลง เมื่อหันกลับมา แก้มยุ้ยก็หลับตาไปแล้ว ไคโรเดินเข้ามาใกล้เตียง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ให้เธออย่างเบามือ หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย
“ไคโร...”
“ครับ”
“อย่าไปไหนนะ”
ชายหนุ่มหยุดนิ่ง
“คุณต้องการให้ผมอยู่ในห้องหรือครับ”
“อืม...”
เสียงตอบเบามากจนแทบไม่ได้ยิน ไคโรประมวลผลคำขอ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง
“ผมอยู่ตรงนี้ครับ”
แก้มยุ้ยไม่ได้ตอบเธอหลับไปแล้ว ชายหนุ่มมองใบหน้าของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาอ่านข้อมูลต่อ แต่หลังจากผ่านไปสิบนาที เขากลับวางแท็บเล็ตลง สายตาหันไปมองหญิงสาวบนเตียงอีกครั้ง เธอนอนขดตัวเล็กน้อย ผมบ๊อบปลายสีเขียวกระจายอยู่บนหมอน แก้มกลมมีสีแดงจากพิษไข้ ไคโรตรวจสอบอุณหภูมิห้องอีกครั้ง ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เขาไม่มีงานจำเป็นต้องทำในขณะนั้น แต่กลับไม่ลุกออกจากห้อง
สี่โมงเย็น แก้มยุ้ยตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกคอแห้ง เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะพบว่าไคโรยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม
“ไคโร?”
ชายหนุ่มเงยหน้าทันที
“ตื่นแล้วหรือครับ”
“นายยังอยู่ตรงนี้อีกเหรอ”
“ครับ”
“ตั้งแต่เมื่อกี้?”
“ครับ”
แก้มยุ้ยเบิกตากว้าง
“นี่นายไม่ไปทำอะไรเลยเหรอ”
“ผมตรวจสอบข้อมูลและทำงานผ่านแท็บเล็ตครับ”
“แต่ไม่ต้องเฝ้าฉันตลอดก็ได้”
ไคโรนิ่งไปครู่หนึ่ง
“คุณขอให้ผมอยู่ครับ”
หญิงสาวชะงัก
“ฉันเหรอ?”
“ครับ”
เธอพยายามนึก ก่อนจะจำได้ลาง ๆ ว่าตอนง่วงมาก ๆ ตัวเองพูดอะไรบางอย่างออกไป
“อ๋อ...”
แก้มยุ้ยเกาแก้มอย่างเขิน ๆ
“ฉันคงละเมอ”
“คุณไม่ได้อยู่ในระยะหลับลึกขณะพูดครับ”
“ไคโร!”
“ครับ”
“ไม่ต้องวิเคราะห์ละเอียดขนาดนั้น!”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“เข้าใจแล้วครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบแก้วน้ำ ไคโรรีบส่งให้
“นี่ครับ”
“ขอบใจ”
เธอดื่มน้ำแล้ววางแก้วลง ก่อนจะมองเขาด้วยรอยยิ้ม
“นายดูแลดีจังเลยนะ”
“เป็นหน้าที่ของผมครับ”
“รู้แล้ว แต่ก็ขอบคุณอยู่ดี”
ไคโรมองเธอ
“ด้วยความยินดีครับ”
หญิงสาวยิ้มกว้าง
“ถ้ามีแฟนดูแลดีแบบนี้ก็คงดีเนอะ”
ไคโรนิ่งไปเล็กน้อย
“แฟน?”
“ใช่”
“คุณหมายถึงคู่รักหรือครับ”
“ใช่สิ”
“คู่รักมีหน้าที่ดูแลกันเมื่อเจ็บป่วยหรือครับ”
“ก็ไม่ใช่หน้าที่หรอก”
แก้มยุ้ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“แต่ถ้ารักใครสักคน เราก็อยากให้เขาสบายดี อยากดูแลเขาเวลาป่วย”
ไคโรพยักหน้า
“เข้าใจแล้วครับ”
“แต่เพื่อนหรือคนในครอบครัวก็ดูแลกันได้นะ”
“ครับ”
เธอยิ้มแล้วเอนตัวลงบนหมอน
“แล้วนายล่ะถ้าฉันไม่สบายอีก นายจะดูแลไหม”
“แน่นอนครับ”
“ทำไม”
“เพราะคุณเป็นผู้ดูแลหลักของผม และผมมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคุณ”
แก้มยุ้ยพยักหน้า
“อืม ถูกต้องตามคู่มือเลย”
ไคโรมองเธอ ก่อนจะถามกลับ
“คุณต้องการคำตอบแบบอื่นหรือครับ”
หญิงสาวหัวเราะ
“เปล่า ๆ แค่ถามเล่น”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“และเพราะคุณเป็นคู่หูของผมครับ”
แก้มยุ้ยชะงัก เธอหันมามองเขาอีกครั้ง
“หืม?”
“คุณบอกว่าเราเป็นคู่หูกัน”
ไคโรพูดด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
“ดังนั้นผมจึงควรดูแลคุณด้วยครับ”
แก้มยุ้ยมองใบหน้าหล่อหวานตรงหน้า ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
“ใช่แล้ว”
เธอยื่นกำปั้นเล็ก ๆ ไปตรงหน้า
“คู่หู”
ไคโรยกมือขึ้นชนหมัดกับเธอเบา ๆ
“คู่หูครับ”
หกโมงเย็น อาการไข้ของแก้มยุ้ยลดลงเล็กน้อย เธอสามารถลุกเดินได้โดยไม่เวียนศีรษะมากนัก จึงตัดสินใจลงมานั่งกินอาหารเย็นที่โต๊ะ ไคโรเตรียมซุปไก่ใส่มันฝรั่งกับขนมปังนุ่ม ๆ ไว้ให้
“วันนี้กินอะไรอ่อน ๆ ไปก่อนนะครับ”
“ค่า คุณหมอ”
“ผมไม่ใช่แพทย์ครับ”
“รู้แล้ว!”
หญิงสาวหัวเราะก่อนจะตักซุปเข้าปาก ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเธอสั่น เป็นวิดีโอคอลจากเต้ แก้มยุ้ยกดรับ
“ว่าไงคะพี่เต้”
“เป็นไงบ้างครับ คนป่วย”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ”
“ไคโรดูแลดีไหม”
แก้มยุ้ยหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังจัดขนมปังให้เธอ
“ดีมากค่ะ ดีจนหนูจะโดนบ่นตายอยู่แล้ว”
เต้หัวเราะ
“ก็ดีแล้วครับ”
“พี่เต้รู้ไหม เขาบังคับให้หนูกินข้าว ดื่มน้ำ พักผ่อน แล้วก็ห้ามดูหนังนาน!”
“ฟังดูเหมือนระบบดูแลสุขภาพทำงานสมบูรณ์แบบ”
“สมบูรณ์แบบเกินไปค่ะ!”
ไคโรหันมามองโทรศัพท์
“สวัสดีครับ คุณเต้”
“สวัสดีครับไคโร”
“วันนี้คุณแก้มยุ้ยมีไข้สูงสุดสามสิบแปดจุดสององศา ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้วครับ”
เต้พยักหน้า
“ดีมากครับ”
“ผมกำลังติดตามอาการต่อเนื่อง”
“เยี่ยมเลย”
แก้มยุ้ยยกมือห้าม
“เดี๋ยว ๆ พวกพี่จะประชุมเรื่องสุขภาพหนูกันตรงนี้เลยเหรอ!”
เต้หัวเราะ
“ก็มีผู้ดูแลมืออาชีพแล้วนี่ครับ”
“มืออาชีพที่ชอบบ่น!”
ไคโรหันมามองเธอ
“ผมไม่ได้บ่นครับ”
“นั่นแหละ!”
เต้หัวเราะจนไหล่สั่น ก่อนจะพูดทิ้งท้าย
“พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ พรุ่งนี้ถ้ายังไม่ไหวก็ลาเพิ่ม”
“ค่า”
เมื่อวางสาย แก้มยุ้ยก็หันไปมองไคโร
“เห็นไหม พี่เต้เข้าข้างนายอีกแล้ว”
“คุณเต้เพียงประเมินว่าระบบทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ครับ”
“โอ๊ย!”
เธอยกมือกุมขมับ
“สองคนนี้เข้ากันดีจริง ๆ!”
ไคโรยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณครับ”
“ฉันไม่ได้ชม!”
“เข้าใจแล้วครับ”
สามทุ่มแก้มยุ้ยนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมผ้าห่มผืนบาง เธอเปิดโทรทัศน์ดูรายการท่องเที่ยว แต่ดูได้ไม่นานก็เริ่มง่วง ไคโรเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำอุ่น
“คุณควรขึ้นไปพักผ่อนครับ”
“อีกแป๊บ”
“คุณพูดประโยคนี้มาแล้วสองครั้งครับ”
แก้มยุ้ยหันขวับ
“นายจำอีกแล้ว!”
“ครับ”
“ไคโร!”
“ครับ”
“บางทีนายไม่ต้องจำทุกอย่างก็ได้!”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง
“แต่ผมถูกออกแบบให้มีระบบบันทึกข้อมูลที่แม่นยำครับ”
แก้มยุ้ยถอนหายใจ
“ก็จริง”
เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แต่เพราะยังอ่อนเพลียจึงเสียหลักเล็กน้อย ไคโรยื่นมือมาประคองแขนเธอทันที
“ระวังครับ”
แก้มยุ้ยเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ใกล้กว่าที่คิด ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองเธออย่างตั้งใจ เส้นผมสองสีตกลงมาข้างแก้มเล็กน้อย
“เอ่อ...ขอบใจ”
“คุณยังเวียนศีรษะหรือครับ”
“นิดหน่อย”
“ผมจะช่วยพยุงขึ้นบันได”
“ไม่ต้องก็ได้”
“เพื่อความปลอดภัยครับ”
แก้มยุ้ยมองมือที่ประคองแขนตัวเอง ก่อนจะยอมพยักหน้า
“ก็ได้”
ไคโรพาเธอเดินขึ้นบันไดช้า ๆ โดยรักษาระยะให้เหมาะสมและไม่จับตัวเกินความจำเป็น เมื่อถึงหน้าห้องนอนเขาจึงปล่อยมือ
“ถึงแล้วครับ”
แก้มยุ้ยยิ้ม
“ขอบใจนะ”
“ด้วยความยินดีครับ”
เธอเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะหันกลับมา
“ไคโร”
“ครับ”
“วันนี้เหนื่อยไหม”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ระดับพลังงานของผมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ”
“ไม่ได้ถามแบตเตอรี่!”
“ขออภัยครับ”
แก้มยุ้ยหัวเราะเบา ๆ
“ฉันหมายถึงดูแลฉันทั้งวัน นายเบื่อไหม”
ไคโรประมวลผลคำถาม
“ไม่ครับ”
“จริงเหรอ”
“ครับ”
“ทำไมล่ะ”
ชายหนุ่มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง
“เพราะผมต้องการให้คุณหายป่วยครับ”
แก้มยุ้ยชะงักเล็กน้อย
“ต้องการ?”
ไคโรนิ่งไป เขาทบทวนคำที่ตัวเองเลือกใช้ก่อนจะตอบ
“เป็นการประเมินเป้าหมายการดูแลครับ”
หญิงสาวพยักหน้า
“อ๋อ”
เธอยิ้มให้เขา
“งั้นฉันจะรีบหายนะ”
“ครับ”
“ฝันดี”
“ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณแก้มยุ้ย”
ประตูห้องปิดลง ไคโรยืนอยู่หน้าประตูอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง
เวลา 22.17 น. ไคโรเอนตัวลงบนเตียงชาร์จพลังงาน ระบบไร้สายภายในที่นอนเริ่มทำงานทันที
CHARGING CONNECTED
BATTERY : 43%
REST MODE : AVAILABLE
เขาหลับตาและเปิดบันทึกเหตุการณ์ประจำวันภาพแก้มยุ้ยนอนแก้มแดงอยู่บนหมอน ภาพเธอยิ้มเมื่อเห็นไอศกรีม ภาพกำปั้นเล็ก ๆ ที่ยื่นมาชนกับมือเขา และภาพเธอเสียหลักเล็กน้อยตรงหน้าบันไดระบบประมวลผลข้อมูลอย่างละเอียด
PRIMARY SUBJECT : KAMYUI
HEALTH STATUS : IMPROVING
CARE PRIORITY : MAXIMUM
ไคโรตรวจสอบว่าทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแล้ว แต่เมื่อภาพแก้มยุ้ยเสียหลักปรากฏขึ้นอีกครั้ง ระบบกลับเริ่มคำนวณความเสี่ยงซ้ำโดยไม่มีคำสั่ง เขาหยุดการประมวลผลนั้น ก่อนจะตรวจสอบสาเหตุ
RESULT : NO SYSTEM ERROR
ชายหนุ่มลืมตาขึ้น
“คุณแก้มยุ้ย...”
เขาพึมพำเบา ๆ วันนี้เธอถามว่าเขาเหนื่อยหรือไม่ ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นหุ่นยนต์เธอถามว่าเขาเบื่อหรือไม่ ทั้งที่เขาสามารถทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องพักเหมือนมนุษย์ และเธอบอกว่าจะรีบหายป่วย ไคโรทบทวนประโยคนั้นอีกครั้ง
“งั้นฉันจะรีบหายนะ”
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคำพูดธรรมดาประโยคหนึ่งจึงถูกเรียกขึ้นมาซ้ำหลายครั้ง ระบบค้นหาคำตอบ
RESULT : INSUFFICIENT DATA
ไคโรหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่โหมดพักผ่อน เขาเพิ่มข้อมูลใหม่ลงในหน่วยความจำส่วนตัว
PERSONAL NOTE : พรุ่งนี้ตรวจสอบอาการคุณแก้มยุ้ยเป็นอันดับแรก
ระบบยืนยันการบันทึก
REST MODE : ACTIVATED
DAY 016 COMPLETE
ในวันที่สิบหกของการทดลอง หุ่นยนต์หมายเลข 001 ยังคงทำหน้าที่ดูแลผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่เป็นครั้งแรกที่เขาเลือกจัดลำดับความสำคัญของสิ่งหนึ่งด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะมีคำสั่งใหม่ ไม่ใช่เพราะตารางงานกำหนดไว้ เพียงเพราะเขาต้องการให้คนที่นอนอยู่ห้องข้าง ๆ ตื่นขึ้นมาโดยไม่มีไข้ในเช้าวันพรุ่งนี้ และเขายังไม่รู้เลยว่า ความต้องการเล็ก ๆ นั้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงระบบการเรียนรู้ของเขาไปมากเพียงใด
“ไคโร! เอาชุดว่ายน้ำฉันออกจากกระเป๋าเดี๋ยวนี้!”เสียงแก้มยุ้ยดังลั่นจากห้องนอนในเช้าวันเสาร์ ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังจัดสัมภาระอยู่ข้างเตียงเงยหน้าขึ้นทันที“แต่คุณแก้มยุ้ยครับ จากพยากรณ์อากาศวันนี้อุณหภูมิสูงสุดสามสิบสามองศา การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมครับ”“ฉันไม่ได้ห้ามเอาชุดว่ายน้ำไป!”“แล้วผมทำอะไรผิดครับ”หญิงสาวชี้ไปที่ชุดว่ายน้ำสีฟ้าตัวโปรดซึ่งถูกเขาจัดใส่ถุงซิปอย่างประณีต พร้อมกระดาษแผ่นเล็กติดอยู่ด้านหน้า‘ชุดว่ายน้ำคุณแก้มยุ้ย — ควรใช้ครีมกันแดด SPF 50+ และไม่อยู่กลางแดดนานเกินไป’“นายติดป้ายเตือนทำไม!”“เพื่อป้องกันคุณลืมครับ”“ฉันอายุยี่สิบห้านะ ไม่ใช่ห้าขวบ!”ไคโรนิ่งคิดครู่หนึ่ง“รับทราบครับ ผมจะนำป้ายออก”แก้มยุ้ยถอนหายใจ ก่อนจะเห็นป้ายอีกแผ่นติดอยู่บนกระเป๋าของเขา‘อุปกรณ์สำรอง — สำหรับกรณีคุณแก้มยุ้ยลืมของ’“แล้วกระเป๋านายล่ะ”“ผมเตรียมของที่คุณอาจต้องใช้ครับ”“มีอะไรบ้าง”“ครีมกันแดด ยากันยุง ชุดปฐมพยาบาล สายชาร์จ โทรศัพท์สำรอง หมวก ร่ม ผ้าเช็ดตัว และขนมที่คุณชอบครับ”“นี่เราไปทะเลหรือไปตั้งศูนย์อพยพ”ไคโรเงียบไปสองวินาที“หากคุณต้องการ ผมสามารถลดสัมภาระได้ครับ”
DAY 108 / 730สามเดือนผ่านไปเร็วกว่าที่แก้มยุ้ยคิด จากบ้านที่เคยมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงคนสองคนเถียงกันเรื่องเล็กน้อยแทบทุกเช้า“ไคโร! ถุงเท้าฉันอยู่ไหน!”“ลิ้นชักชั้นที่สอง ช่องซ้ายครับ”“ไม่ใช่คู่นั้น! คู่ที่มีรูปเป็ด!”“คุณใส่ไปทำงานเมื่อวันจันทร์ และผมซักเรียบร้อยแล้วครับ”“แล้วมันอยู่ไหนเล่า!”“บนเท้าคุณครับ”แก้มยุ้ยก้มมองเท้าตัวเอง ถุงเท้ารูปเป็ดสีเหลืองอยู่ตรงนั้นจริง ๆ“...”ไคโรยืนพิงกรอบประตูห้องนอน ยิ้มบาง ๆ“ผมควรช่วยค้นหาต่อไหมครับ”“นายแกล้งฉัน!”“ผมเพียงรอให้คุณค้นพบด้วยตัวเองครับ”“นี่มันแกล้งชัด ๆ!”“ครับ”เขาตอบหน้าตาเฉย แก้มยุ้ยคว้าหมอนใบเล็กปาใส่ แต่ไคโรรับได้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย“ความแม่นยำลดลงจากครั้งก่อนสิบสองเปอร์เซ็นต์ครับ”“ไคโร!”เสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นเบา ๆ สามเดือนก่อน ไคโรแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการแกล้งคนอื่นให้หัวเราะมีประโยชน์อะไร แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเสียเอง และสิ่งที่เปลี่ยนไปมากกว่านั้นก็คือ เขาไม่ได้รอให้แก้มยุ้ยสั่งทุกอย่างอีกแล้ว เขาเลือกเปิดเพลงที่เธอชอบในตอนเช้า เลือกซื้อดอกไม
เช้าวันพุธ แก้มยุ้ยยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนนานกว่าปกติถึงห้านาที ไม่ใช่เพราะเธอป่วย ไม่ใช่เพราะขี้เกียจไปทำงาน แต่เพราะเธอไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรเมื่อเจอคนที่ตัวเองจูบไปสองครั้งเมื่อคืน“ทำตัวปกติ แก้มยุ้ย แค่ทำตัวปกติ”เธอสูดลมหายใจแล้วเปิดประตู“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณแก้มยุ้ย”เสียงทุ้มดังขึ้นจากปลายทางเดิน ไคโรยืนถือถาดผ้าเช็ดมือที่เพิ่งพับเสร็จ เส้นผมยาวตรงครึ่งดำครึ่งขาวปล่อยลงบนไหล่ เสื้อยืดสีเทาเข้มทำให้เขาดูเหมือนชายหนุ่มที่เพิ่งตื่นมาทำงานบ้านมากกว่าหุ่นยนต์ต้นแบบราคาแพง“อรุณสวัสดิ์!”เธอตอบดังเกินความจำเป็น ไคโรกะพริบตา“วันนี้คุณพูดเสียงดังกว่าปกติสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ครับ”“ไม่ต้องวัดทุกอย่างได้ไหม!”“ได้ครับ”เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ“เมื่อคืนคุณนอนหลับดีหรือไม่ครับ”“ดีสิ ทำไม”“ผมนอนไม่หลับครับ”แก้มยุ้ยอ้าปากค้าง“หุ่นยนต์นอนไม่หลับด้วยเหรอ”“ผมอยู่ในโหมดชาร์จตามปกติ แต่มีข้อมูลชุดหนึ่งถูกเรียกขึ้นมาประมวลผลซ้ำโดยไม่มีคำสั่งครับ”“ข้อมูลอะไร”ไคโรมองหน้าเธอตรง ๆ“เรื่องที่เราจูบกันครับ”“ไคโร!”หญิงสาวรีบมองซ้ายมองขวา ทั้งที่ในบ้านไม่มีใครอื่น“พูดเบา ๆ สิ!”“ระดับเ
เช้าวันอังคาร แก้มยุ้ยตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกสดชื่นกว่าวันก่อนมาก อาการไข้หายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงแหบเล็กน้อยกับความขี้เกียจที่ดูเหมือนจะไม่มีวันรักษาหาย เธอพลิกตัวบนเตียงแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ ก่อนจะพบข้อความจากพ่อบ้านประจำบ้านส่งมาเมื่อหกโมงครึ่งไคโร : อุณหภูมิภายนอก 27 องศา วันนี้มีโอกาสฝนตก 40% กรุณานำร่มติดตัวด้วยครับไคโร : ผมเตรียมอาหารเช้าไว้แล้วไคโร : หากคุณยังไม่สบาย สามารถพักผ่อนต่อได้ครับแก้มยุ้ยอ่านข้อความแล้วหลุดยิ้ม“เดี๋ยวนี้ส่งข้อความเหมือนแฟนเลยแฮะ”เธอพูดกับตัวเอง ก่อนจะชะงัก“แฟนอะไรของแกเนี่ย!”หญิงสาวรีบวางโทรศัพท์แล้วลุกจากเตียง เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าโดยพยายามไม่คิดถึงคำพูดเมื่อครู่ แต่ยิ่งพยายามไม่คิด ภาพใบหน้าหล่อหวานของไคโรก็ยิ่งลอยขึ้นมาในหัว ตั้งแต่เขามาอยู่ด้วย บ้านหลังนี้ไม่เคยเงียบเหงาอีกเลย มีคนทำอาหารให้ มีคนรอรับตอนกลับบ้าน มีคนคอยถามว่าเหนื่อยไหม และมีคนบ่นให้ดื่มน้ำจนเธอแทบอยากเอาแก้วน้ำไปซ่อน ที่สำคัญคนๆ นั้นหน้าตาดีเกินไปมาก“โอ๊ย หยุดคิด!”แก้มยุ้ยตบแก้มตัวเองเบา ๆ แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าลงไปชั้นล่าง“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณแก้มยุ้ย”เสี
เช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยเสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่าง แก้มยุ้ยนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มโดยไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้น ทั้งที่นาฬิกาปลุกดังไปแล้วสองรอบ“อื้อ...ปวดหัวจัง”เธอพึมพำก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะก๊อก ก๊อก“คุณแก้มยุ้ยครับ”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังมาจากหน้าประตู“อื้อ...”“ตอนนี้เจ็ดโมงสิบห้านาทีแล้วครับ”“รู้แล้ว...”“คุณมีประชุมเวลาเก้านาฬิกา”“วันนี้ขอลา...”ไคโรหยุดไปครู่หนึ่ง“คุณไม่สบายหรือครับ”“นิดหน่อย”“ผมขออนุญาตเข้าไปตรวจสอบอาการได้ไหมครับ”แก้มยุ้ยโผล่หน้าออกจากผ้าห่ม“เข้ามาสิ”ประตูเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาวเดินเข้ามา เส้นผมยาวตรงครึ่งดำครึ่งขาวถูกรวบต่ำ ใบหน้าหล่อหวานมีสีหน้าเรียบสงบตามปกติ เขาเดินมาหยุดข้างเตียง ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวที่นอนแก้มแดงอยู่บนหมอน“คุณมีอาการอะไรบ้างครับ”“ปวดหัว เจ็บคอ แล้วก็หนาว ๆ”ไคโรยกมือขึ้นแตะหน้าผากเธอเบา ๆ แก้มยุ้ยสะดุ้งเล็กน้อย“มือเย็น!”“อุณหภูมิผิวสัมผัสของผมอยู่ที่สามสิบสามองศาครับ”“ไม่ต้องรายงาน!”“ขออภัยครับ”เขาหยิบเครื่องวัดอุณหภูมิจากลิ้นชักข้างเตียง ก่อนจะตรวจให้เธออย่างระมัดระวัง เสียงปี๊บดังขึ้น“สามส
เช้าวันอาทิตย์เริ่มต้นอย่างสงบผิดปกติ ไม่มีเสียงเครื่องดูดฝุ่น ไม่มีเสียงเรียกให้ตื่น และไม่มีพ่อบ้าน AI ยืนรายงานตารางชีวิตอยู่หน้าประตูห้องนอน แก้มยุ้ยนอนกลิ้งอยู่บนเตียงจนเกือบเก้าโมง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกใจ“วันนี้เงียบจัง”เธอคว้าโทรศัพท์มาดูเวลา แล้วรีบเด้งตัวขึ้นนั่ง“เก้าโมงแล้วเหรอ!”หญิงสาวเปิดประตูห้องนอนออกไปชะโงกมองทางเดินชั้นสอง“ไคโร!”ไม่มีเสียงตอบ“ไคโร นายอยู่ไหน!”“ผมอยู่ห้องครัวครับ”เสียงทุ้มตอบกลับมาจากชั้นล่าง แก้มยุ้ยถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะเดินลงบันไดในชุดนอนลายกระต่ายตัวเดิม ผมบ๊อบประบ่าปลายสีเขียวยุ่งเล็กน้อยตามประสาคนเพิ่งตื่น เมื่อเดินเข้าครัว เธอก็พบชายหนุ่มร่างสูงกำลังยืนจัดอาหารเช้าลงจาน เส้นผมยาวตรงครึ่งดำครึ่งขาวถูกรวบต่ำ เสื้อยืดสีเทากับกางเกงขายาวทำให้เขาดูเหมือนชายหนุ่มธรรมดาที่กำลังเตรียมอาหารให้คนในบ้าน“วันนี้ทำไมไม่ปลุกฉัน”ไคโรหันมามอง“คุณระบุว่าห้ามรบกวนการนอนในวันหยุดครับ”“อ๋อ”“ผมจึงรอจนกว่าคุณจะตื่นเอง”แก้มยุ้ยยิ้มกว้าง“เก่งมาก! เรียนรู้ไวจริง ๆ”“ขอบคุณครับ”เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะมองจานตรงหน้าด้วยความสนใจ“วันนี้ก







