Masuk“อืม”
ฉันพยักหน้าให้เมื่อเขารีบตัดบทและเดินกลับไปหาเพื่อนของเขาที่รออยู่ที่โต๊ะอาหารอีกฟาก ในกลุ่มของเขาก็มีทั้งพี่นินจาและพี่จ๋ายเป็นหนุ่มหล่อด้วยกันทั้งกลุ่ม
“เราก็ไปหาโต๊ะนั่งเหอะ” หลังจากเจออัศวินเล่นใหญ่ยืนรอเอาของให้ฉันหล่อ ๆ ฉันก็รู้แล้วทำไมคนมองแปลก ๆ
พวกเรานั่งกินข้าวกันจนถึงเวลาเข้าเรียนช่วงบ่าย ทุกอย่างถูกดำเนินไปตามปกติเหมือนทุกวัน เลิกเรียนก็แยกย้ายกันกลับบ้านเพราะฉันเหนื่อยเกินกว่าที่จะไปเดินช็อปปิงกับเพื่อน
“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงนิ่งสงบของผู้หญิงวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าเอ่ยขึ้นมาเมื่อฉันเดินเข้าไปในห้องโถงของบ้าน
“ป้าดวง...สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้แม่ของพี่วิน
“จ้ะ...เข้ามานั่งก่อนสิ ป้ามีเรื่องจะคุยกับหนู”
ฉันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเพียงชั่ววูบ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าและรีบเดินไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามป้าดวง ถึงแม้ท่านจะดูใจดีแต่ฉันรู้ดีว่าท่านไม่ได้ยินดีกับการมีตัวตนของฉันในบ้านหลังนี้
“ป้าดวงมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“หนูคงได้ยินจากคุณพ่อมาแล้ว ว่าอัศวินไปพูดไร้สาระอะไรกับท่าน”
“ค่ะ...คุณตาบอกแฟแล้ว”
“ป้าไม่รู้หรอกนะว่าหนูคิดยังไง แต่เรื่องนี้ป้ายอมรับไม่ได้จริง ๆ อัศวินเป็นลูกคนเดียวของป้าจะให้หมั้นกับหนูมันคงจะไม่ได้...” ท้ายประโยคท่านพูดเสียงแผ่วแต่ฉันรู้ดีว่าท่านคิดยังไง ก็นะ...ฉันมันเด็กกำพร้านี่ ใครจะอยากได้มาเป็นสะใภ้ แต่ก็ดีฉันก็ไม่ได้อยากหมั้นกับเขา
“แฟเข้าใจค่ะ...แฟรักพี่วินแบบพี่ชาย คุณป้าสบายใจได้ว่าแฟไม่มีทางหมั้นกับพี่วินแน่นอน” ฉันตอบอย่างมั่นใจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าตัวฉันเองไม่ได้จะมาปอกลอกลูกชายท่านแน่นอน
“ถ้าหนูพูดอย่างนั้นป้าก็สบายใจ แต่เรื่องนี้ถ้าป้าออกปากวินต้องโกรธป้าแน่...”
“ไม่เป็นไรค่ะแฟจะจัดการเอง”
“ก็ดีจ้ะ...ป้า”
“แฟขอตัวก่อนนะคะพอดีมีงานต้องทำ” ฉันเอ่ยตัดบทป้าดวงทันที ไม่อยากนั่งดูคนแสดงละครทำเป็นน้ำตาตกในต่อหน้า เลยทำตัวไม่น่ารักตัดบทผู้ใหญ่
เพียงพ้นหลังร่างบางหญิงสาววัยกลางคนก็กัดฟันจ้องเขม็ง ภายในใจไม่เคยยินดีที่เด็กคนนี้อยู่ที่นี่เลย ถึงจะเกลียดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้!
เพราะทั้งพ่อและลูกชายเอ็นดูนังเด็กนี่เหลือเกิน
“นี่ของโปรดตัวเล็ก”
“ขอบคุณค่ะ...กินไปเลยไม่ต้องตักให้แฟหรอก ต่อไปมีแฟนจะมาเอาใจแฟแบบนี้ไม่ได้นะ” ร่างบางพูดติดตลก วันนี้วันหยุดและอัศวินอยู่บ้านเขาเลยชวนออกมากินอาหารข้างนอก ตอนแรกฉันก็ว่าจะไม่มาแต่เขากลับซักไซ้ไม่เลิกและบอกว่าถ้าไม่ว่างจะมานั่งเฝ้าทั้งวัน ฉันเลยต้องมา ถ้าเป็นแต่ก่อนมันคงดี แต่พอรู้ความรู้สึกของเขามันทำให้ฉันไม่ชอบ
“แฟนพี่ก็ตัวเล็กไง” อัศวินตีมึนตอบแต่กลับทำให้อีกคนวางช้อนส้อมลงอย่างแรง
“พี่วิน แฟไม่ตลก” ฉันว่าฉันควรพูดให้มันชัดเจนไปเลยดีกว่า
“พี่ก็ไม่ตลกนะ พี่ออกจะจริงจัง”
“แฟไม่ชอบพี่น่าจะรู้” ฉันมองสบตาเขานิ่งไม่มีแววล้อเล่น
“เดี๋ยวก็ชอบเองพี่รอได้” เขาทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ม้วนเส้นสปาเกตตีในจานไปเรื่อย ๆ แต่บรรยากาศระหว่างเรามันไม่เหมือนเดิม
“ไม่ต้องรอหรอกค่ะ...แฟพูดตามตรงนะคะ แฟไม่เคยคิดอะไรกับพี่เลยนะ”
“พี่ก็บอกว่าพี่รอได้” อัศวินเสียงแข็งขึ้นมาก่อนจะเลื่อนสายตามาสบกับสายตาของเธอ ตั้งแต่เด็กเขาคอยตามดูแลเธอตลอด เปรียบเธอดั่งสมบัติของเขา แต่พอโตขึ้นความรู้สึกมันเปลี่ยนไป เขารักกาแฟเกินกว่าน้อง มันจะผิดอะไรในเมื่อเขารักเธอ
“แฟบอกว่าไม่ต้องรอ”
“ทำไม…ขอเหตุผลหน่อย”
“เพราะว่าแฟมีคนที่ชอบแล้วค่ะ” ฉันกลั้นใจตอบออกไปพร้อมกับใบหน้าเรียบนิ่งเพื่อไม่ให้เขาจับสังเกตได้
“ฮ่า ๆ ...แฟนงั้นเหรอ เธอโกหก เธอจะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน ไหนลองบอกมาสิ ในคิงเวลล์พี่จัดการคนที่ชอบเธอหมดแล้ว ใครมันกล้าเข้าหาเธออีก”
ปึก!
ร่างสูงหัวเราะก่อนจะเอ่ยประโยคนิ่ม ๆ ที่ทิ่มแทงจิตใจของร่างบาง และแสดงอารมณ์ฉุนเฉี่ยวในตอนท้ายก่อนจะวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะอาหารอย่างแรง จนพนักงานและโต๊ะอื่น ๆ หันมามอง
นี่แหละที่เธอเกลียดเขา...เจ้าอารมณ์และเขาไม่ได้รักเธอสักนิด นอกจากเห็นเธอเป็นสมบัติส่วนตัวของเขา แล้วจะได้เห็นดีกันว่าเธอนั้นจะหลบเลี่ยงเขาได้ยังไง
ริมฝีปากบางฉีกยิ้มพร้อมกับพูดถึงบุคคลที่สามตาพราวระยับ การโกหกไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป
“หึ พี่คงไม่รู้”
“...”
“ว่าคนที่แฟชอบไม่ได้เรียนที่คิงเวลล์” ริมฝีปากบางเอ่ยตอบก่อนจะยกยิ้มมุมปากให้กับผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชาย
“หมายความว่ายังไง”
“ก็...ตามที่พูดไปค่ะ คนที่ชอบไม่ใช่คนในมหา’ลัยเรา” กาแฟพูดจบก็ฉีกยิ้มตบท้ายอย่างกวน ๆ ตามปกติที่คุยกัน แต่กลับทำให้ฝ่ายตรงข้ามกัดฟันจ้องหน้าเธอเขม็ง
“ใคร...”
“อะไรเหรอคะ”
“มันเป็นใคร...คนที่เธอชอบน่ะ”
“อื้มมมม ใครน้า”
“อย่ามาเล่นลิ้น”
“แฟไม่บอกแต่มีแน่นอนค่ะ เดี๋ยวจะพามาเปิดตัวกับพี่วินนะคะ”
“ไม่มีทาง เธอจะไม่มีโอกาสนั้นแน่นอน”
“พี่วินจะทำอะไร”
“ทำแบบที่เคยทำ”
“พี่จะไม่ยอมรับการตัดสินใจของแฟเหรอ” เธอถามหยั่งเชิงเขาอีกครั้ง ความสัมพันธ์แบบพี่น้องเขาก็จะตัดง่าย ๆ เลยอย่างนั้นเหรอ
“ใช่” อัศวินตอบอย่างไม่ลังเล เขาไม่อาจทนเห็นเธอไปเป็นของใครได้
“โอเคค่ะ...แฟเข้าใจแล้ว ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาเกรงใจอะไรอีก” ร่างบางพูดจบก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกจากร้านอาหารไปเลยด้วยอารมณ์โกรธ โดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับอัศวินต่อ เหมือนกับว่าเธอและเขาได้ตัดขาดความเป็นพี่น้องไปแล้ว
ร่างสูงนั่งนิ่งอยู่กับที่ นัยน์ตาคมมองตามแผ่นหลังบางไม่ละสายตา ภายในใจของเขารู้สึกวูบโหวงเหมือนเขากำลังจะเสียเธอไป แต่อีกใจก็บอกตัวเองว่ายังไงกาแฟก็หนีเขาไม่พ้น เธอถูกกำหนดมาให้เขาแล้ว ถึงวันนี้เธอจะพูดว่ามีคนที่ชอบแต่เขาก็จะกีดกันทุกวิถีทางอยู่ดี
อัศวิน ภัทรเมธาสกุลนั่นคือชื่อของผม ตั้งแต่เด็กจนโตแม่สอนเสมอว่าผมอยากได้อะไรก็ต้องได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านคือของของผม รวมถึงน้องสาวตัวน้อยที่คุณตาพามาแนะนำว่าเธอคือน้องสาวน้องสาวที่ต้องดูแลให้ดี...เราเติบโตมาด้วยกันมีอะไรก็แบ่งปันกัน น้องสาวคนนี้เป็นคนน่ารักแต่บางครั้งก็ดูบอบบางจนเกินไป ผมเลยต้องประคบประหงมเธออย่างดี จนกระทั่งเราทั้งคู่โตขึ้นมีช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เพราะน้องสาวต้องไปเรียนที่ต่างประเทศและกลับมาอีกครั้งตอนเข้ามหา’ลัย เราก็มีความรู้สึกที่ห่างไกลกันออกไป แม้ผมจะปฏิบัติตัวกับเธอเหมือนเดิมแต่ภายในใจไม่ใช่เลย น้องสาวที่กำลังโตขึ้นและต้องมีแฟนมีสังคม ผมห่างกับเธอในช่วงมัธยมแล้ว มหา’ลัยก็ยังต้องห่างอีกเหรอแค่เข้ามหา’ลัยปีแรกเธอก็โดดเด่นจนคนทั้งมหา’ลัยพูดถึง เพียงแต่ว่าความรู้สึกที่ผมมีมันเริ่มเปลี่ยนไป ผมเฝ้ามองเธอมาตลอดจนคิดได้ว่าความรู้สึกที่มีมันไม่เหมือนเดิมจนลืมฉุกคิดไปว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง ผมลงทุนทำทุกวิถีทางไม่ให้ใครมายุ่งกับเธอ โดยเฉพาะผู้ชายใครก็ห้ามแตะต้องเธอ แม้ยังปฏิบัติกับเธอเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้อึดอัด แต่มันคงยากที่อีกฝ่ายจะไม่อึดอัดผมใช้เวลาทุกชั่วลมหา
“ผิดทั้งคู่เลยค่ะไม่ต้องทะเลาะกัน” ทั้งกอดทั้งปลอบและลูบหัวเบา ๆ นำทัพร้องไห้ง่ายแต่จริง ๆ คงเสียใจที่พี่ชายพูดไม่ดีด้วย ส่วนศึกก็ค่อนข้างเอาแต่ใจจนเกินไป ไหนจะปากที่เอ่อ...ปากจัดแหละ“ศึกลูกใจดีกับน้องหน่อย น้องก็อยากเล่นด้วย ส่วนทัพการใช้กำลังไม่ใช่ทางออกของปัญหานะคะ อย่าไปฟังลุงคีนมาก” “ครับ” นำศึกตอบหงอย ๆ “ทัพไม่เคยเชื่อลุงคีนอยู่แล้ว ทัพเชื่อพ่อ” “หืม” ฉันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เกี่ยวอะไรกับพี่นักรบ รายนั้นพูดแทบนับคำได้“ก็…เอ่อ...” นำทัพมีท่าทางอึกอักทันที“ว่าไงคะเกี่ยวอะไรกับคุณพ่อ” ฉันเพ่งสายตามองอย่างจับผิด และเห็นว่าลูกชายคนเล็กกำลังมองไปที่พี่ชายของตัวเอง“เอ๋...หรือศึกก็รู้แต่ไม่บอกแม่เหรอ”“ก็คุณพ่อบอกว่าถ้าไม่อยากอดทนก็ต่อยเลย” ฮ้า...เขาพูดจริงเหรอ“คุณพ่อน่ะเหรอพูดแบบนี้”“ใช่ครับ/ครับ” เด็ก ๆ ตอบเสียงเดียวกันทำให้ฉันกัดฟันโมโหทันที คอยดูนะกลับมาโดนแน่ มาสอนอะไรลูกไม่เข้าเรื่อง“ทำอะไรกัน” พูดถึงโจโฉ...โจโฉก็มาเลย ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเรียบแต่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสีหน้าของฉัน“เอ่อ ศึกกำลังจะออกไปเล่นข้างนอกกับ...เอ่อ ก
7 ปีผ่านไปทุกอย่างผ่านไปไวมาก อย่างคนเขาว่ากันว่าความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวฉันและพี่นักรบก็แต่งงานกันแล้ว ที่สำคัญยังมีพยานรักด้วยกันถึงสองคนอีก“ทำอะไรกันลูก” ฉันในวัยยี่สิบเจ็ดปีเป็นคุณแม่ลูกสองที่ยังสวยยังแซ่บ! เอ่อ เหมือนกับบรรดาภรรยาคนอื่น ๆ ของเพื่อนพี่นักรบนั่นแหละ แต่ละคนสวยกันมาก ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งสวยและมีเสน่ห์หลังจากเราตกลงหมั้นกัน แลกแหวนเรียบร้อยพี่เขาก็โทรบอกพ่อกับแม่ของเขาที่อยู่ฮ่องกง ส่วนฉันก็บอกคุณตาไว้ซึ่งท่านก็ดีใจมากที่มีคนมาคอยดูแลฉันแล้ว อย่างที่บอกท่านอายุมากเลยค่อนข้างกังวลกับอนาคตของฉันส่วนเฮียคีน หรือวาคีนก็ยังเป็นพี่ชายที่สม่ำเสมอ รวมถึงความปากหมาปากจัดด้วย และยังเผื่อแผ่มาถึงหลานสองคนหรือลูกของฉันนั่นเอง“แข่งรถกันครับ” ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักแบบฉบับเด็กลูกครึ่ง ทั้งที่มีสายเลือดยุโรปน้อยมากเพราะฉันและพี่รบได้สายเลือดมาแค่เสี้ยวเดียว คนที่หันมาตอบฉันผมสีอ่อน ตากลม แต่หางตาเฉี่ยวชื่อ นำศึก อายุห้าขวบเป็นพี่ ส่วนอีกคนที่นั่งเล่นข้างกัน ผมสีอ่อน หน้าตาคมกว่าคนพี่เล็กน้อยแต่ก็น่ารัก ชื่อ นำทัพ อายุสี่ขวบ ทั้งสองห่างกันแค่ปีเดียว“มีแต่ศึ
“โซนนี้เป็นหาดส่วนบุคคล” เสียงทุ้มตอบกลับมาเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาเกี่ยวเส้นผมสีดำขึ้นทัดหูให้เธอ“อ๋อถึงว่าเงียบผิดปกติ” ร่างบางหันมาก่อนจะชะงักค้างเมื่อเห็นร่างสูงกำลังยิ้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่เจอกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมา ทำเอาเธอไปต่อไม่เป็นเพราะมัวแต่ตะลึงกับรอยยิ้มของเขาอยู่“กาแฟ…” นักรบเอ่ยเสียงทุ้ม“หืม...เอ่อคะ?” ร่างบางเจ้าของชื่อตอบกลับตะกุกตะกักไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อโดนรอยยิ้มของเขาตกจนถอนตัวไม่ขึ้น“ขอมือหน่อย” เขายังคงยิ้มส่วนเธอที่ยังมึนเบลอก็ทำตัวเงอะงะ จนเขาจับมือเธอไปกุมไว้ตรงหน้า คลี่มือให้แบออกก่อนจะวางบางสิ่งที่พอโดนแสงแล้วแวววาวจนแสบตา“อ๊ะ...” ยังไม่ทันได้พิจารณาว่าเขาเอาอะไรมาวางบนฝ่ามือ เขาก็เชยคางของเธอขึ้นก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาทาบทับอีกครั้ง ลิ้นร้อนสอดเข้ามาเกี่ยวพันลิ้นเล็กตวัดไปมาอย่างอ่อนโยนนุ่มละมุน สร้างความแปลกใจให้กับเธอมาก แต่เพียงชั่วครู่เธอก็สลัดมันทิ้งไปแล้วเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขา“แต่งงานกันไหม” ร่างบางเบิกตากว้างก่อนจะจ้องไปที่ของในมือที่เขาวางไว้ในตอนแรก มันคือแหวนเพชรพระแม่แซงคิวให้ลูกเหรอ นอกจากได้แฟนแล้วยังได้ว
“เสียวอื้อ” ร่างเล็กเงยหน้าตอบ หลับตารับสัมผัสวาบหวามจากร่างสูง เธอเสียวแทบขาดใจบดสะโพกใส่เขาไม่หยุดเช่นกัน“งั้นจะกระแทกแรง ๆ นะเด็กแสบ” ร่างสูงถามพลางเดินกระแทกเธอไปจนถึงเคาน์เตอร์บาร์ ทุกครั้งที่ก้าวเดินสะโพกสอบกระทุ้งแก่นกายเข้าไปเน้น ๆ จนเธอเผลอขมิบถี่ ครางกระเส่าเรียกชื่อเขาไม่หยุด“อ๊ะพี่รบ...มันจุก” แม้ปากจะบอกจุกแต่กลับขยับเอวร่อนสะโพกใส่ท่อนลำจนเขากัดฟันจนเลือดซิบยัยเด็กขี้ยั่ว!“ร่อนใส่ไม่หยุดเลยนะ” เขายกยิ้มเอ่ยอย่างเย้าแหย่จนเธอตัวแดงไปหมด แต่ก็ยังกัดฟันพูดต่อได้“ก็แฟนเสียว...อื้อจะเสร็จ” เธอสะบัดหน้าไปมาเมื่อภายในหดรัดแน่น ปลายเท้าจิกเกร็ง“พร้อมกันนะ...”เขาเร่ง วางเธอลงบนเคาน์เตอร์บาร์ จับขาเรียวแหวกออกกว้างก่อนจะแทรกตัวเข้ามาตรงกลาง นัยน์ตาคมจ้องมองท่อนลำของตัวเองกระแทกเข้าออกร่องสวาทของเธอไม่หยุดตับ ตับ ตับคนตัวเล็กเอนไปด้านหลังเล็กน้อย พลางยันมือกับเคาน์เตอร์เพื่อทรงตัว เมื่อเขาจับยึดเอวเธอไว้แน่น เร่งสะโพกซอยถี่ยิบจนน้ำหวานฉ่ำแฉะกระเซ็นพร้อมเสียงดังหยาบโลน“อ่า~ พี่รบแรง ๆ เลยค่ะ”เพียงเท่านั้นเขาก็พยักหน้าตอบรับก่อนจะเร่งจังหวะกระแทกแบบหนักหน่วงและแรงตามอารมณ์
คนตัวเล็กตกใจก่อนจะยกแขนขึ้นไปคล้องคอเขาเอาไว้เพราะกลัวตก ไหนจะขาเรียวทั้งสองข้างที่เกี่ยวเข้ากับเอวสอบอีก“ชมวิวไปด้วย กินกาแฟไปด้วย” ร่างสูงตอบเสียงแหบพร่าก่อนจะอุ้มร่างบางในชุดนอนบางเบาเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้น โดยที่คนตัวเล็กทำหน้าตาเลิ่กลั่กไปมา“อื้อ ทำแบบนี้มัน...” คนตัวเล็กแนบหน้าลงกับบ่าเมื่อร่องรักของเธอที่ไร้แพนตี้กำลังถูไถกับหน้าท้องแข็งแกร่งของเขา“หึ เสียวเหรอ” “รู้ได้ยังไงคะ?” “ก็แฉะขนาดนี้จะไม่รู้ได้ยังไง” ร่างสูงตอบหน้าตายก่อนจะอุ้มเธอมายืนตรงหน้าต่างกระจกสีใส ภายนอกมีเพียงธรรมชาติสีเขียวขจี ถึงอย่างนั้นก็อดจะรู้สึกเขินอายไม่ได้เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าคมที่กำลังทอดสายตามองออกไปไกล แสงสีทองในยามเช้าสาดกระทบลงบนผิวของทะเลเกิดเป็นภาพระยิบระยับสวยงาม“ให้มองวิวไม่ใช่มองคน”“เอ๊ะ...แฟก็มองวิวนะ”“แน่ใจ?” ร่างสูงหันมามองแฟนสาวในอ้อมแขน เธอตัวเล็กกว่าเขามากเวลายืนด้วยกันสูงแค่ไหล่เอง แต่พออยู่ในท่าอุ้มแบบนี้แล้วทำให้เราสบตากันได้ง่ายขึ้น“แน่ใจค่ะ” เมื่อร่างบางตอบเสร็จเขาก็พยักหน้ายกยิ้ม ก่อนจะวางเธอลงบนพื้นและจับไหล่บางให้พลิกตัวหันหน้าออกไปทางกระจกใสเพื่อมองวิว โดยที่เธอ
Elite Pub21.00 น.ฉันก้าวเท้าเข้ามาในผับหรูที่เป็นถิ่นของเขา วันนี้ตั้งใจมาเพื่ออ่อยเขาเต็มที่เลยจัดเต็มนิดหน่อย ด้วยชุดเสื้อแขนยาวสีดำปาดไหล่โชว์ไหปลาร้าได้รูปสวย และกระโปรงสีขาวพร้อมกับรองเท้าส้นสูง ผมดัดลอนเหมือนอย่างเคย“นั่งไหนดีอะ...ได้จองโต๊ะไหม” จิงจิงในชุดเดรสสั้นเว้าเนินอกหันมาถามเพราะเธ
ฉันเดินออกมาจากร้านอาหารด้วยความโมโห ไม่คิดเลยว่าเขาจะยอมรับมาตรง ๆ แบบนี้ ไม่ได้การฉันต้องรีบเดินตามแผนให้เร็วที่สุด“ถ้าอยากได้ก็ต้องเข้าหาเขาสินะ” ไวเท่าความคิดฉันล้วงหยิบมือถือในกระเป๋าแบรนด์หรูออกมา ก่อนจะกดโทรหาเพื่อนสาวคนสนิท“นิด้าคืนนี้ว่างไหม” [ทำไมเหรอ ก็ว่างอยู่นะ]“คืนนี้ไปผับกัน” [
หาววววฉันยกมือปิดปากหาวอย่างหมดสภาพเพราะเมื่อคืนอ่านประวัติพี่นักรบทั้งคืน ทำการบ้านเรื่องเขาหนักยิ่งกว่าเรื่องเรียนอีกพ่อแม่ที่อยู่บนสวรรค์คงภูมิใจมากแหละ...“โอ๊ยใต้ตาแกดำมาก” เสียงแหลมดังขึ้นข้างหูจนฉันสะดุ้ง นี่บอกหลายครั้งแล้วว่าให้พูดเบา ๆ“อารายยย” ริมฝีปากบางตอบยานคางก่อนจะแนบหน้าลงกับโต๊
Elite Clubนักรบ Talkร่างสูงเดินกลับขึ้นมานั่งบนโซนวีวีไอพีชั้นสามที่มีเพียงเจ้าของผับเท่านั้นที่สามารถขึ้นมาได้ ภายในห้องประกอบด้วยผู้ชายทั้งหมด 7 คนที่เป็นกลุ่มเพื่อนกัน และใช่พวกเขาคือเจ้าของผับร่วมกันโดยมีเสือที่ถือหุ้นมากกว่าใครเพื่อนคนแรกที่นั่งเล่นเกมในมือถือเรือนผมสีแดงเพลิงท่าทางหัวร้อนง







