MasukElite Club
นักรบ Talk
ร่างสูงเดินกลับขึ้นมานั่งบนโซนวีวีไอพีชั้นสามที่มีเพียงเจ้าของผับเท่านั้นที่สามารถขึ้นมาได้ ภายในห้องประกอบด้วยผู้ชายทั้งหมด 7 คนที่เป็นกลุ่มเพื่อนกัน และใช่พวกเขาคือเจ้าของผับร่วมกันโดยมีเสือที่ถือหุ้นมากกว่าใครเพื่อน
คนแรกที่นั่งเล่นเกมในมือถือเรือนผมสีแดงเพลิงท่าทางหัวร้อนง่ายคือต้าร์ ถัดไปคือผู้ชายเย็นชาและไม่สนโลกชื่อโซ่ ทั้งสองคนนี้เป็นทั้งเพื่อนและลูกพี่ลูกน้องของผมเอง พวกเราเกิดในครอบครัวที่มีเชื้อสายจีนฮ่องกง มีแต่ผมเป็นลูกเสี้ยวเยอรมันเพราะแม่เป็นลูกครึ่งไทยเยอรมัน
“อ้าวไอ้ห่ามาเงียบ ๆ นะมึง หายไปไหนมาตั้งนาน” เสียงแหบเอ่ยทักผมพลางทำสีหน้าเบิกบานใจ มันชื่อเพทายเป็นเพื่อนอีกคนที่พูดมากและน่ารำคาญ แต่ก็ดูปกติที่สุดแล้วในกลุ่มของเรา
อีกคนที่นั่งข้างเพทายผมสีน้ำตาลทอง เจาะหูข้างขวาคนนี้ชื่อไฟ มันเรียนเครื่องกลคนละสาขากับผมแต่ก็ยังนัดเจอกัน
บ่อย ๆ พูดถึงมันแล้วมันเป็นคนที่แทงสนุกเกอร์เก่งที่สุดในกลุ่ม แล้วที่สำคัญมีเมียก่อนเพื่อนด้วย เมียแบบเมียจริง ๆ จดทะเบียนกันแล้วน่ะและอีกสองคนที่นั่งข้างกัน ไอ้หน้าดุตาคมผมสีดำสนิท หน้าหล่อจัดมันชื่อเสือ เรียนเครื่องกลเหมือนไอ้ไฟ ส่วนอีกคนที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จามีลายสักเต็มแขนขวามันชื่อไนต์ เรียนโยธาเหมือนผม
“มึงไปไหนมา...” ต้าร์ละสายตาจากเกมแล้วหันมาถามผม สายตาของมันไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าและเท้าจรดหัวพร้อมกับขมวดคิ้วไปด้วย
“ดูดหรี่” ผมตอบนิ่ง ๆ ขี้เกียจพูดเยอะ อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กแค่นี้มันตรัสรู้ได้
“เออ” เห็นไหมมันรู้โดยไม่ต้องขยายความ ผมเลยเดินไปนั่งโซฟาที่ยังว่าง
“แล้วเสื้อมึงไปไหน” ไม่สามารถหลุดรอดสายตามันไปได้สินะ ผมนิ่งไปสักพักเพราะกำลังหาคำตอบที่สั้นที่สุด
“ทิ้ง” ใช่ถึงจะหวงแต่คงไม่ได้คืนและไม่คิดจะเอาคืน
“เสื้อตัวนั้นมึงรักมากไม่ใช่เหรอ กูเห็นมึงใส่ตลอดจนคิดว่าถ้าหมาคาบไปทำรังมึงคงจะตามไปเก็บกลับมาใส่” ไอ้ต้าร์ร่ายยาวเหยียดก่อนจะวางมือถือลงบนโต๊ะ ผมไม่คิดว่าตัวเองในสายตาของมันจะเป็นแบบนี้
“เออทิ้งไปก็ดี ใส่แต่ตัวเดิม รำคาญ” เพทายเอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับวางแก้วเหล้าลงตรงหน้าผม บางทีก็สงสัยนะพวกมันมีปัญหาอะไรกับเสื้อของผม และอีกอย่างผมมีสีและลายแบบนั้นอีก 7 ตัว
“มึงข้อง?” ผมถามกลับอย่างไม่เข้าใจ แค่เสื้อพวกมันก็จะมีปัญหาเหรอ
“เออกูข้อง เสื้อมีเยอะแยะใส่แต่ตัวเดิม กูถามจริงมึงชอบอะไรนักหนาลายไส้เดือนดินน่ะ” เพทายเดินมานั่งลงตรงขอบโซฟาข้างผม ก่อนจะกอดอกและแสดงความคิดเห็นเรื่องเสื้อต่อ
“ไร้สาระ”
“มึงว่าไงนะ” เพทายขมวดคิ้ว
“มันบอกมึงไร้สาระพูดไปก็เปลืองน้ำลาย” คำตอบที่ทำให้เพทายฉุน แน่นอนว่าไม่ใช่ผมเพราะผมไม่ตอบยาวขนาดนี้เปลืองพลังงาน
“ไอ้เชี่ยต้าร์มึงด่ากู” เพทายโวยวายเมื่อรู้สึกว่าโดนเพื่อนด่า
“กูด่าที่ไหนกูขยายความไอ้รบให้มึงเลยนะ”
“ไอ้สัสมึงนั่นแหละพูดเอง”
ผมหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบแล้วหันหน้าหนี แต่ไม่วายได้ยินเสียงไอ้ต้าร์กับเพทายพ่นน้ำลายใส่กันไม่หยุด
น่ารำคาญ!
นัยน์ตาคมเอื่อยเฉื่อยมองบรรยากาศภายนอกที่กำลังครึกครื้น แต่คนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาเห็นว่าคนภายในห้องทำอะไรอยู่ เพราะห้องนี้ทำกระจกทึบแบบพิเศษ
ร่างสูงใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา ก่อนที่ความนิ่งเฉยจะถูกทำลายลงเมื่อเห็นเสื้อที่ตกเป็นประเด็นในโต๊ะผ่านหน้าไป แม้คนข้างล่างจะเดินอยู่ชั้นหนึ่งแต่เพราะชั้นสามสามารถเห็นได้ทุกมุม ทำให้ผมเห็นได้ชัดว่าเป็นเสื้อของตัวเอง โดยที่เธอสวมทับชุดเดรสสั้นเอาไว้
ก็ยังดีที่รู้จักใส่….
กับคนอื่นผมก็คงจะเดินผ่านไป แต่ไม่รู้ทำไมต้องยื่นมือไปช่วยเหลือเธอให้เสียเวลาด้วย และยังทิ้งเสื้อแจ็กเก็ตคลุมให้อีก แต่พอคิดย้อนกลับไปผมก็คงยังจะทำเหมือนเดิมคือ ช่วยเธอ
ผมพูดกับตัวเองในใจก่อนจะหันกลับมาที่โต๊ะเพื่อเติมเหล้า แต่สายตาของผมดันสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบของไอ้เสือพอดี มันมองผมนิ่งก่อนจะเหลือบตามองไปยังชั้นล่างที่มีร่างบางเดินอยู่จนลับสายตาไป มุมปากของมันยกยิ้มให้ผมก่อนจะเมินหน้าหนี
ไม่ใช่ว่ามันเห็นผมมองเธอหรอกนะ…
End
กาแฟ Talk
13.00 น.
“อื้อ...ปวดหัว”
ฉันพลิกตัวอยู่บนเตียงมาครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ไม่ยอมลุกเพราะอาการปวด ผลพวงมาจากเมื่อคืนที่ดื่มหนักจนหาทางกลับแทบไม่ได้ จนต้องให้คนขับรถที่บ้านมารับซึ่งเป็นปกติของฉันอยู่แล้ว
“ไปอาบน้ำสระผมหน่อยละกัน เผื่อจะดีขึ้น”
ปกติเวลาไม่สดชื่นก็ต้องอาบน้ำสระผม เมื่อโดนน้ำเย็นชโลมร่างมันก็ช่วยได้มาก โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดได้นอนพักอยู่ที่บ้านอีกวัน แต่พูดตามตรงฉันเบื่อมากบ้านเงียบสุด ๆ
ลืมเล่าว่าที่บ้านหลังนี้มีคุณตาบุญธรรมเป็นเจ้าของและท่านมีลูกสาวสองคน ภายในรั้วบ้านเดียวกันนอกจากบ้านหลังที่ฉันอยู่ก็ยังมีบ้านอีกหลังคือบ้านของอัศวินหรือพี่วินนั่นแหละเพราะป้าดวงแม่ของพี่วินเป็นลูกสาวคนโตของท่าน ส่วนวาโยเป็นลูกของลูกสาวคนเล็กท่านแต่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่นะ รายนั้นอยู่บ้านกับพ่อเขา
นี่คือเหตุผลที่ฉันไม่ชอบใจมากกับการเปลี่ยนแปลงปุ๊บปั๊บของเขา ตั้งแต่เด็กจนโตเพราะอายุห่างกันปีเดียวฉันแทบจะตบหัวเขาได้ อยู่ดี ๆ ทำไมหันมาทำตัวประหลาดและบอกความรู้สึกที่มันไม่สมควรแบบนี้กัน แล้วแทนที่ตาจะห้ามปรามเขากลับเห็นดีเห็นงามด้วย!
ติ๊ด
หลังจากที่อาบน้ำเรียบร้อย ระหว่างที่นอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงนอนก็มีแชตแจ้งเตือนขึ้นมา
นิด้าส่งอะไรมานะ….
อย่าลืมคิดเรื่องแฟนนะ
ฉันขมวดคิ้วทันทีแต่ก็เข้าใจได้ เพื่อนอาจจะรีบเพราะเป็นห่วง ไหน ๆ ฉันก็ว่างแล้วลองเฟ้นหาว่าที่แฟนดูก็แล้วกัน แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรเพื่อนก็ส่งลิงก์เพจมาให้พร้อมข้อความกำกับอีกว่า
นิด้า : โพรไฟล์ดี
กาแฟ : ขอบใจมากแก
นิด้า : รีบคิดรีบเลือก
กาแฟ : แป๊บ
ฉันตอบกลับไปแค่นั้นก่อนจะเปิดดูที่เพื่อนส่งมา เป็นเพจของมหา’ลัยแอลพร้อมระบุข้อมูลของหนุ่มฮอตสิบอันดับ ฉันเลื่อนผ่านไปเรื่อย ๆ โดยที่คนไหนมีแฟนฉันก็เลื่อนผ่านหมดจนมาสะดุดที่คนนี้
หนุ่มฮอตอันดับ 9
ออสการ์ ชวัลกร ชื่อเล่น นักรบ
อายุ 22 ปี เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์
“หล่อขนาดนั้นทำไมอันดับไกลจัง”
ฉันพึมพำในใจพลางนึกถึงใบหน้าเรียบนิ่งของคนซึนเมื่อคืน แม้ในที่มืดมีไฟสลัวเขากลับโดดเด่นขึ้นมาจนฉันเผลอจ้องจนลมหายใจสะดุด
เอ๊ะ! ซึนและโสดงั้นเหรอ
ไวเท่าความคิดฉันก็หยิบไอแพดขึ้นมาเพื่อเซิร์ชหานามสกุลของเขา เพียงไม่นานข้อมูลจากเว็บต่าง ๆ ก็ขึ้นมาให้พรึ่บ นามสกุลดังจริงด้วยเพราะรู้สึกคุ้นมาก แน่นอนว่าเป็นลูกหลานในวงนักธุรกิจหรือไฮโซไฮซ้อจำเป็นต้องรู้จักนามสกุลดัง ๆ
และตระกูลชวัลกรก็เป็นหนึ่งในนั้น ปกติลูกหลานบ้านนี้เหมือนจะเรียนที่มหา’ลัยแอลกันหมด ฉันก็ไม่รู้จักใครหรอกได้ยินป้าดวงพูดกับคุณตาเพราะตอนพี่วินจะเข้ามหา’ลัย ป้าดวงอยากให้ไปเรียนที่มหา’ลัยแอลเผื่อจะได้เป็นเพื่อนกับลูกหลานไฮโซคนอื่น แต่คุณตาตามใจพี่วินและเขาเลือกจะเรียนที่คิงเวลล์
“ไม่ใช่ว่าเขาเป็นตัวเลือกที่ดีงั้นเหรอ หล่อ เรียนต่างมหา’ลัยไม่จำเป็นต้องวุ่นวายกันมาก ที่สำคัญที่บ้านมีอำนาจมากกว่าบ้านเราด้วย…กรี๊ด คิดออกแล้วเขานี่แหละ”
ร่างบางกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างดีใจ ในที่สุดแฟนปลอม ๆ ก็ไม่ได้หายาก เลือกพี่นักรบนี่แหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุด เสี่ยงน้อยสุดและไม่มีพิษมีภัยเท่าคนอื่นด้วย ข่าวเสียหายก็ไม่มี คนแบบนี้ไม่มีแฟนได้ยังไง!
อัศวิน ภัทรเมธาสกุลนั่นคือชื่อของผม ตั้งแต่เด็กจนโตแม่สอนเสมอว่าผมอยากได้อะไรก็ต้องได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านคือของของผม รวมถึงน้องสาวตัวน้อยที่คุณตาพามาแนะนำว่าเธอคือน้องสาวน้องสาวที่ต้องดูแลให้ดี...เราเติบโตมาด้วยกันมีอะไรก็แบ่งปันกัน น้องสาวคนนี้เป็นคนน่ารักแต่บางครั้งก็ดูบอบบางจนเกินไป ผมเลยต้องประคบประหงมเธออย่างดี จนกระทั่งเราทั้งคู่โตขึ้นมีช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เพราะน้องสาวต้องไปเรียนที่ต่างประเทศและกลับมาอีกครั้งตอนเข้ามหา’ลัย เราก็มีความรู้สึกที่ห่างไกลกันออกไป แม้ผมจะปฏิบัติตัวกับเธอเหมือนเดิมแต่ภายในใจไม่ใช่เลย น้องสาวที่กำลังโตขึ้นและต้องมีแฟนมีสังคม ผมห่างกับเธอในช่วงมัธยมแล้ว มหา’ลัยก็ยังต้องห่างอีกเหรอแค่เข้ามหา’ลัยปีแรกเธอก็โดดเด่นจนคนทั้งมหา’ลัยพูดถึง เพียงแต่ว่าความรู้สึกที่ผมมีมันเริ่มเปลี่ยนไป ผมเฝ้ามองเธอมาตลอดจนคิดได้ว่าความรู้สึกที่มีมันไม่เหมือนเดิมจนลืมฉุกคิดไปว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง ผมลงทุนทำทุกวิถีทางไม่ให้ใครมายุ่งกับเธอ โดยเฉพาะผู้ชายใครก็ห้ามแตะต้องเธอ แม้ยังปฏิบัติกับเธอเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้อึดอัด แต่มันคงยากที่อีกฝ่ายจะไม่อึดอัดผมใช้เวลาทุกชั่วลมหา
“ผิดทั้งคู่เลยค่ะไม่ต้องทะเลาะกัน” ทั้งกอดทั้งปลอบและลูบหัวเบา ๆ นำทัพร้องไห้ง่ายแต่จริง ๆ คงเสียใจที่พี่ชายพูดไม่ดีด้วย ส่วนศึกก็ค่อนข้างเอาแต่ใจจนเกินไป ไหนจะปากที่เอ่อ...ปากจัดแหละ“ศึกลูกใจดีกับน้องหน่อย น้องก็อยากเล่นด้วย ส่วนทัพการใช้กำลังไม่ใช่ทางออกของปัญหานะคะ อย่าไปฟังลุงคีนมาก” “ครับ” นำศึกตอบหงอย ๆ “ทัพไม่เคยเชื่อลุงคีนอยู่แล้ว ทัพเชื่อพ่อ” “หืม” ฉันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เกี่ยวอะไรกับพี่นักรบ รายนั้นพูดแทบนับคำได้“ก็…เอ่อ...” นำทัพมีท่าทางอึกอักทันที“ว่าไงคะเกี่ยวอะไรกับคุณพ่อ” ฉันเพ่งสายตามองอย่างจับผิด และเห็นว่าลูกชายคนเล็กกำลังมองไปที่พี่ชายของตัวเอง“เอ๋...หรือศึกก็รู้แต่ไม่บอกแม่เหรอ”“ก็คุณพ่อบอกว่าถ้าไม่อยากอดทนก็ต่อยเลย” ฮ้า...เขาพูดจริงเหรอ“คุณพ่อน่ะเหรอพูดแบบนี้”“ใช่ครับ/ครับ” เด็ก ๆ ตอบเสียงเดียวกันทำให้ฉันกัดฟันโมโหทันที คอยดูนะกลับมาโดนแน่ มาสอนอะไรลูกไม่เข้าเรื่อง“ทำอะไรกัน” พูดถึงโจโฉ...โจโฉก็มาเลย ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเรียบแต่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสีหน้าของฉัน“เอ่อ ศึกกำลังจะออกไปเล่นข้างนอกกับ...เอ่อ ก
7 ปีผ่านไปทุกอย่างผ่านไปไวมาก อย่างคนเขาว่ากันว่าความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวฉันและพี่นักรบก็แต่งงานกันแล้ว ที่สำคัญยังมีพยานรักด้วยกันถึงสองคนอีก“ทำอะไรกันลูก” ฉันในวัยยี่สิบเจ็ดปีเป็นคุณแม่ลูกสองที่ยังสวยยังแซ่บ! เอ่อ เหมือนกับบรรดาภรรยาคนอื่น ๆ ของเพื่อนพี่นักรบนั่นแหละ แต่ละคนสวยกันมาก ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งสวยและมีเสน่ห์หลังจากเราตกลงหมั้นกัน แลกแหวนเรียบร้อยพี่เขาก็โทรบอกพ่อกับแม่ของเขาที่อยู่ฮ่องกง ส่วนฉันก็บอกคุณตาไว้ซึ่งท่านก็ดีใจมากที่มีคนมาคอยดูแลฉันแล้ว อย่างที่บอกท่านอายุมากเลยค่อนข้างกังวลกับอนาคตของฉันส่วนเฮียคีน หรือวาคีนก็ยังเป็นพี่ชายที่สม่ำเสมอ รวมถึงความปากหมาปากจัดด้วย และยังเผื่อแผ่มาถึงหลานสองคนหรือลูกของฉันนั่นเอง“แข่งรถกันครับ” ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักแบบฉบับเด็กลูกครึ่ง ทั้งที่มีสายเลือดยุโรปน้อยมากเพราะฉันและพี่รบได้สายเลือดมาแค่เสี้ยวเดียว คนที่หันมาตอบฉันผมสีอ่อน ตากลม แต่หางตาเฉี่ยวชื่อ นำศึก อายุห้าขวบเป็นพี่ ส่วนอีกคนที่นั่งเล่นข้างกัน ผมสีอ่อน หน้าตาคมกว่าคนพี่เล็กน้อยแต่ก็น่ารัก ชื่อ นำทัพ อายุสี่ขวบ ทั้งสองห่างกันแค่ปีเดียว“มีแต่ศึ
“โซนนี้เป็นหาดส่วนบุคคล” เสียงทุ้มตอบกลับมาเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาเกี่ยวเส้นผมสีดำขึ้นทัดหูให้เธอ“อ๋อถึงว่าเงียบผิดปกติ” ร่างบางหันมาก่อนจะชะงักค้างเมื่อเห็นร่างสูงกำลังยิ้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่เจอกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมา ทำเอาเธอไปต่อไม่เป็นเพราะมัวแต่ตะลึงกับรอยยิ้มของเขาอยู่“กาแฟ…” นักรบเอ่ยเสียงทุ้ม“หืม...เอ่อคะ?” ร่างบางเจ้าของชื่อตอบกลับตะกุกตะกักไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อโดนรอยยิ้มของเขาตกจนถอนตัวไม่ขึ้น“ขอมือหน่อย” เขายังคงยิ้มส่วนเธอที่ยังมึนเบลอก็ทำตัวเงอะงะ จนเขาจับมือเธอไปกุมไว้ตรงหน้า คลี่มือให้แบออกก่อนจะวางบางสิ่งที่พอโดนแสงแล้วแวววาวจนแสบตา“อ๊ะ...” ยังไม่ทันได้พิจารณาว่าเขาเอาอะไรมาวางบนฝ่ามือ เขาก็เชยคางของเธอขึ้นก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาทาบทับอีกครั้ง ลิ้นร้อนสอดเข้ามาเกี่ยวพันลิ้นเล็กตวัดไปมาอย่างอ่อนโยนนุ่มละมุน สร้างความแปลกใจให้กับเธอมาก แต่เพียงชั่วครู่เธอก็สลัดมันทิ้งไปแล้วเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขา“แต่งงานกันไหม” ร่างบางเบิกตากว้างก่อนจะจ้องไปที่ของในมือที่เขาวางไว้ในตอนแรก มันคือแหวนเพชรพระแม่แซงคิวให้ลูกเหรอ นอกจากได้แฟนแล้วยังได้ว
“เสียวอื้อ” ร่างเล็กเงยหน้าตอบ หลับตารับสัมผัสวาบหวามจากร่างสูง เธอเสียวแทบขาดใจบดสะโพกใส่เขาไม่หยุดเช่นกัน“งั้นจะกระแทกแรง ๆ นะเด็กแสบ” ร่างสูงถามพลางเดินกระแทกเธอไปจนถึงเคาน์เตอร์บาร์ ทุกครั้งที่ก้าวเดินสะโพกสอบกระทุ้งแก่นกายเข้าไปเน้น ๆ จนเธอเผลอขมิบถี่ ครางกระเส่าเรียกชื่อเขาไม่หยุด“อ๊ะพี่รบ...มันจุก” แม้ปากจะบอกจุกแต่กลับขยับเอวร่อนสะโพกใส่ท่อนลำจนเขากัดฟันจนเลือดซิบยัยเด็กขี้ยั่ว!“ร่อนใส่ไม่หยุดเลยนะ” เขายกยิ้มเอ่ยอย่างเย้าแหย่จนเธอตัวแดงไปหมด แต่ก็ยังกัดฟันพูดต่อได้“ก็แฟนเสียว...อื้อจะเสร็จ” เธอสะบัดหน้าไปมาเมื่อภายในหดรัดแน่น ปลายเท้าจิกเกร็ง“พร้อมกันนะ...”เขาเร่ง วางเธอลงบนเคาน์เตอร์บาร์ จับขาเรียวแหวกออกกว้างก่อนจะแทรกตัวเข้ามาตรงกลาง นัยน์ตาคมจ้องมองท่อนลำของตัวเองกระแทกเข้าออกร่องสวาทของเธอไม่หยุดตับ ตับ ตับคนตัวเล็กเอนไปด้านหลังเล็กน้อย พลางยันมือกับเคาน์เตอร์เพื่อทรงตัว เมื่อเขาจับยึดเอวเธอไว้แน่น เร่งสะโพกซอยถี่ยิบจนน้ำหวานฉ่ำแฉะกระเซ็นพร้อมเสียงดังหยาบโลน“อ่า~ พี่รบแรง ๆ เลยค่ะ”เพียงเท่านั้นเขาก็พยักหน้าตอบรับก่อนจะเร่งจังหวะกระแทกแบบหนักหน่วงและแรงตามอารมณ์
คนตัวเล็กตกใจก่อนจะยกแขนขึ้นไปคล้องคอเขาเอาไว้เพราะกลัวตก ไหนจะขาเรียวทั้งสองข้างที่เกี่ยวเข้ากับเอวสอบอีก“ชมวิวไปด้วย กินกาแฟไปด้วย” ร่างสูงตอบเสียงแหบพร่าก่อนจะอุ้มร่างบางในชุดนอนบางเบาเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้น โดยที่คนตัวเล็กทำหน้าตาเลิ่กลั่กไปมา“อื้อ ทำแบบนี้มัน...” คนตัวเล็กแนบหน้าลงกับบ่าเมื่อร่องรักของเธอที่ไร้แพนตี้กำลังถูไถกับหน้าท้องแข็งแกร่งของเขา“หึ เสียวเหรอ” “รู้ได้ยังไงคะ?” “ก็แฉะขนาดนี้จะไม่รู้ได้ยังไง” ร่างสูงตอบหน้าตายก่อนจะอุ้มเธอมายืนตรงหน้าต่างกระจกสีใส ภายนอกมีเพียงธรรมชาติสีเขียวขจี ถึงอย่างนั้นก็อดจะรู้สึกเขินอายไม่ได้เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าคมที่กำลังทอดสายตามองออกไปไกล แสงสีทองในยามเช้าสาดกระทบลงบนผิวของทะเลเกิดเป็นภาพระยิบระยับสวยงาม“ให้มองวิวไม่ใช่มองคน”“เอ๊ะ...แฟก็มองวิวนะ”“แน่ใจ?” ร่างสูงหันมามองแฟนสาวในอ้อมแขน เธอตัวเล็กกว่าเขามากเวลายืนด้วยกันสูงแค่ไหล่เอง แต่พออยู่ในท่าอุ้มแบบนี้แล้วทำให้เราสบตากันได้ง่ายขึ้น“แน่ใจค่ะ” เมื่อร่างบางตอบเสร็จเขาก็พยักหน้ายกยิ้ม ก่อนจะวางเธอลงบนพื้นและจับไหล่บางให้พลิกตัวหันหน้าออกไปทางกระจกใสเพื่อมองวิว โดยที่เธอ
Elite Pub21.00 น.ฉันก้าวเท้าเข้ามาในผับหรูที่เป็นถิ่นของเขา วันนี้ตั้งใจมาเพื่ออ่อยเขาเต็มที่เลยจัดเต็มนิดหน่อย ด้วยชุดเสื้อแขนยาวสีดำปาดไหล่โชว์ไหปลาร้าได้รูปสวย และกระโปรงสีขาวพร้อมกับรองเท้าส้นสูง ผมดัดลอนเหมือนอย่างเคย“นั่งไหนดีอะ...ได้จองโต๊ะไหม” จิงจิงในชุดเดรสสั้นเว้าเนินอกหันมาถามเพราะเธ
ฉันเดินออกมาจากร้านอาหารด้วยความโมโห ไม่คิดเลยว่าเขาจะยอมรับมาตรง ๆ แบบนี้ ไม่ได้การฉันต้องรีบเดินตามแผนให้เร็วที่สุด“ถ้าอยากได้ก็ต้องเข้าหาเขาสินะ” ไวเท่าความคิดฉันล้วงหยิบมือถือในกระเป๋าแบรนด์หรูออกมา ก่อนจะกดโทรหาเพื่อนสาวคนสนิท“นิด้าคืนนี้ว่างไหม” [ทำไมเหรอ ก็ว่างอยู่นะ]“คืนนี้ไปผับกัน” [
“อืม”ฉันพยักหน้าให้เมื่อเขารีบตัดบทและเดินกลับไปหาเพื่อนของเขาที่รออยู่ที่โต๊ะอาหารอีกฟาก ในกลุ่มของเขาก็มีทั้งพี่นินจาและพี่จ๋ายเป็นหนุ่มหล่อด้วยกันทั้งกลุ่ม“เราก็ไปหาโต๊ะนั่งเหอะ” หลังจากเจออัศวินเล่นใหญ่ยืนรอเอาของให้ฉันหล่อ ๆ ฉันก็รู้แล้วทำไมคนมองแปลก ๆพวกเรานั่งกินข้าวกันจนถึงเวลาเข้าเรียนช
หาววววฉันยกมือปิดปากหาวอย่างหมดสภาพเพราะเมื่อคืนอ่านประวัติพี่นักรบทั้งคืน ทำการบ้านเรื่องเขาหนักยิ่งกว่าเรื่องเรียนอีกพ่อแม่ที่อยู่บนสวรรค์คงภูมิใจมากแหละ...“โอ๊ยใต้ตาแกดำมาก” เสียงแหลมดังขึ้นข้างหูจนฉันสะดุ้ง นี่บอกหลายครั้งแล้วว่าให้พูดเบา ๆ“อารายยย” ริมฝีปากบางตอบยานคางก่อนจะแนบหน้าลงกับโต๊







