Masukฉันเดินออกมาจากร้านอาหารด้วยความโมโห ไม่คิดเลยว่าเขาจะยอมรับมาตรง ๆ แบบนี้ ไม่ได้การฉันต้องรีบเดินตามแผนให้เร็วที่สุด
“ถ้าอยากได้ก็ต้องเข้าหาเขาสินะ”
ไวเท่าความคิดฉันล้วงหยิบมือถือในกระเป๋าแบรนด์หรูออกมา ก่อนจะกดโทรหาเพื่อนสาวคนสนิท
“นิด้าคืนนี้ว่างไหม”
[ทำไมเหรอ ก็ว่างอยู่นะ]
“คืนนี้ไปผับกัน”
[อืม เอาสิ...ที่ไหนเหรอ]
“อีลิทผับ”
[ฮะ...อย่าบอกนะ]
“อืม ฉันจะไปตกเหยื่อ”
[ตกเหยื่อ]
“ไว้เจอกันนะ”
[เดี๋ยว ๆ ว่าแต่ใคร]
“ลุ้นเอาแค่นี้แหละ”
ฉันกดตัดสายก่อนจะพุ่งตัวไปยังร้านเสื้อผ้าแบรนด์หรู เพราะคืนนี้ต้องสวยเป็นพิเศษเผื่อเขาจะประทับใจ แต่พอนึกถึงใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์แล้วรู้สึกท้อใจมาก จะทำยังไงให้เขาสนใจดีนะ แต่ก่อนจะเข้าไปดูเสื้อผ้าฉันเลยแวะร้านกระเป๋าที่อยู่ข้างกันแทน
“เอ๋...”
ระหว่างกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดเป็นอันต้องพังทลายลงเมื่อเห็นคนหน้าด้านตรงหน้า ตอนแรกเหมือนผู้หญิงสองคนหน้าตาสวยกำลังยืนคุยและชี้ไปที่กระเป๋าใบสีดำที่เป็นรุ่นแบบลิมิเต็ด มีแบบจำกัดวางอยู่ แต่ไม่นานก็มีมือดีมาฉกไปอย่างหน้าด้าน ๆ ทำเอาฉันขมวดคิ้วทันที
และทั้งสองฝ่ายก็กำลังถกเถียงกันไปมาโดยที่พนักงานในร้านไม่กล้าเข้าไปยุ่ง
“ขอโทษนะคะมีอะไรให้ช่วยไหม เหมือนกับว่าทุกคนกำลังมีปัญหากันนะคะ” จะว่าสะเหล่อก็ได้แต่รำคาญพวกสันดานทรามอะ อีกอย่างยัยคนที่ทำตัวทราม เธอคือรุ่นพี่คณะฉันเองชื่อ ปราง เห็นแล้วรำคาญตามาก
“กาแฟ...”
“สวัสดีค่ะ” ฉันยกยิ้มทักทายแต่ว่าเธอกลับทำหน้าตาแปลกใจ ระหว่างนั้นฉันเลยหันมามองสองสาวที่มีปัญหากับปราง
“ไม่มีอะไรเธอไปเถอะ...นี่ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เพราะรู้สึกไม่ถูกชะตา รุ่นพี่สาวเลยออกปากไล่รุ่นน้องในคณะอย่างกาแฟทันที
“ฉันถามสองคนนี้ค่ะ...ไม่ทราบว่าต้องการให้ช่วยไหม พอดีแฟเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ค่ะ” ฉันเมินหน้าหนีรุ่นพี่อย่างปรางและฉีกยิ้มหวานให้กับสองสาวแทน แต่แอบรู้สึกคุ้นหน้าทั้งสองคนอย่างไรไม่รู้ ก่อนจะสลัดความคิดออกไปเพราะนึกยังไงก็นึกไม่ออก สองสาวนี้ก็หน้าตาโดดเด่นมากถ้าเคยเจอคงไม่มีทางลืม
“ค่ะ...พวกเรากำลังต้องการพยานพอดีว่ากระเป๋าใบนี้ควรเป็นของใคร เพราะเพื่อนก็ชี้แล้วว่าจะเอาใบนี้ แต่คุณคนนี้กลับหน้าด้านมาหยิบไปต่อหน้าต่อตา” สาวสวยผมสีดำขลับถลึงตามองปรางอย่างโมโห
“แล้วยังไง ใครเร็วใครได้”
“โทษนะคะไม่คิดว่าอยากจนลืมเอามารยาทมาด้วยเหรอ” ตามด้วยสาวสวยผมสีบลอนด์เอ่ยจิกกัดอย่างตรงไปตรงมาทำให้ปรางโมโหจนตัวสั่น
“จะมากไปแล้วนะ”
“แล้วไงทีตัวเองทำตัวทรามล่ะ ไม่เคยส่องกระจกดูบ้างเลยเหรอ”
“อีนี่!” ปรางจะพุ่งตัวเข้าใส่สาวผมบลอนด์แต่ฉันไวกว่าเลยผลักเธอออกไป
พลั่ก!
“อีกาแฟ หลายทีแล้วนะ ยุ่งอะไรด้วย”
“แล้วไง ก็ไม่ได้อยากยุ่งนะแต่เธอทำตัวเอง เป็นใครก็รับไม่ได้ อยากแค่ไหนก็ต้องอดทนนะรู้ไหม เพราะไม่ใช่ของเรา” มีโอกาสได้เอาคืนฉันต้องดับความมั่นของนางลงให้ได้
“พี่พนักงานคะ กระเป๋าใบนี้ถ้าลูกค้าเขาแจ้งแล้วก็ต้องเป็นของเขานะคะ แค่นี้ตัดสินใจไม่ได้เหรอ ในเมื่อคนที่มาฉกของคนอื่นคือคนหน้าด้านที่มาทีหลัง” ฉันหันไปบอกพนักงานก่อนจะเน้นหนักทุกคำพูด คนมีมารยาทที่ไหนจะมาฉกชิงของคนอื่นไปต่อหน้าแบบนี้
“จริงค่ะ พวกเราชี้แล้วและตกลงแล้วว่าจะเอาก็ควรเป็นของพวกเรานะคะ” สาวสวยผมดำพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะมองพนักงานตาเขม็ง จนพนักงานรีบหยิบกระเป๋าเตรียมจะไปที่เคาน์เตอร์
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” สาวสวยคนผมสีบลอนด์ผิวขาวเอ่ยรั้งพนักงานไว้ ทำให้ฉันและสาวสวยผมดำขลับหันไปมอง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” พนักงานเอ่ยตอบหน้าซีดปากสั่นเพราะพึ่งมาทำงานวันแรก เลยกลัวโดนตำหนิ
“ฉันไม่เอาแล้วค่ะ”
“ฮะ/ซิน” ทั้งฉันและสาวสวยผมดำร้องออกมาพร้อมกันอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมล่ะ...แกอยากได้ไม่ใช่เหรอ” นี่ฉันก็สงสัยเหมือนเธอนะในเมื่ออยากได้ทำไมตอนนี้ถึงไม่เอาแล้ว
“อยาก...แต่ของที่มีตำหนิหรือสกปรกไปแล้วฉันไม่อยากได้ เอาไว้ให้เฮียซันซื้อจากช็อปอิตาลีมาให้ก็ได้” เธอพูดเรียบนิ่งก่อนจะหันมายิ้มให้สาวสวยผมดำ พอฉันฟังจนจบก็เข้าใจก่อนจะเบิกตากว้าง ผู้หญิงคนนี้ร้ายและเก่งในการใช้คำพูดมากจริง ๆ
“เออ เอางั้นก็ได้ งั้นเรากลับเลยไหม”
“อือ...ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่อุตส่าห์เข้ามาช่วยเป็นพยานให้” เธอตอบสาวสวยผมสีดำแล้วหันมายิ้มพร้อมกับเอ่ยขอบคุณฉัน
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ขอบคุณเช่นกันนะคะทั้งที่ไม่มีพนักงานคนไหนกล้ามาช่วยเลย” เมื่อพูดจบพนักงานในร้านต่างทำหน้าเลิ่กลั่กกันไปหมด
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ” จะว่าไงดี ฉันช่วยเป็นพยานนิดหน่อยอีกใจก็อยากจัดการยัยปรางด้วย
“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ”
“ค่าาา”
ทั้งสองคนกอดแขนกันเดินออกจากช็อปไป ส่วนฉันก็หันไปมองยัยปรางที่ทำหน้าแค้นใจและเดินออกไปเช่นกัน พนักงานแบบนี้ใครจะอยากเข้ากันล่ะ
กาแฟยกยิ้มก่อนจะเดินออกจากร้านไปอย่างสวย ๆ และเดินไปหาซื้อเสื้อต่อที่ร้านข้างกัน โดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังจ้องเธออยู่ ร่างสูงใบหน้าเรียบเฉยไม่ยินดียินร้ายกับผู้คนกำลังรอน้องสาวสองคนเลือกซื้อของ ด้วยความที่เป็นผู้ชายเขาไม่ชอบสถานการณ์ที่คนเยอะและวุ่นวายอยู่แล้วเลยทำเพียงยืนรอข้างนอก แต่ละสายตาเพียงชั่วครู่เหมือนพวกเธอจะมีปัญหาเขาเลยเดินหลบมุมไปโทรหาไอ้ต้าร์มาจัดการ แต่ไม่ทันเพราะเหมือนว่าจะมีคนมาช่วยน้องสาวซะก่อน
เขาจำเธอได้ดี...ผู้หญิงชุดสีแดงที่ทำเขาไม่เป็นตัวของตัวเองตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน
อัศวิน ภัทรเมธาสกุลนั่นคือชื่อของผม ตั้งแต่เด็กจนโตแม่สอนเสมอว่าผมอยากได้อะไรก็ต้องได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านคือของของผม รวมถึงน้องสาวตัวน้อยที่คุณตาพามาแนะนำว่าเธอคือน้องสาวน้องสาวที่ต้องดูแลให้ดี...เราเติบโตมาด้วยกันมีอะไรก็แบ่งปันกัน น้องสาวคนนี้เป็นคนน่ารักแต่บางครั้งก็ดูบอบบางจนเกินไป ผมเลยต้องประคบประหงมเธออย่างดี จนกระทั่งเราทั้งคู่โตขึ้นมีช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เพราะน้องสาวต้องไปเรียนที่ต่างประเทศและกลับมาอีกครั้งตอนเข้ามหา’ลัย เราก็มีความรู้สึกที่ห่างไกลกันออกไป แม้ผมจะปฏิบัติตัวกับเธอเหมือนเดิมแต่ภายในใจไม่ใช่เลย น้องสาวที่กำลังโตขึ้นและต้องมีแฟนมีสังคม ผมห่างกับเธอในช่วงมัธยมแล้ว มหา’ลัยก็ยังต้องห่างอีกเหรอแค่เข้ามหา’ลัยปีแรกเธอก็โดดเด่นจนคนทั้งมหา’ลัยพูดถึง เพียงแต่ว่าความรู้สึกที่ผมมีมันเริ่มเปลี่ยนไป ผมเฝ้ามองเธอมาตลอดจนคิดได้ว่าความรู้สึกที่มีมันไม่เหมือนเดิมจนลืมฉุกคิดไปว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง ผมลงทุนทำทุกวิถีทางไม่ให้ใครมายุ่งกับเธอ โดยเฉพาะผู้ชายใครก็ห้ามแตะต้องเธอ แม้ยังปฏิบัติกับเธอเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้อึดอัด แต่มันคงยากที่อีกฝ่ายจะไม่อึดอัดผมใช้เวลาทุกชั่วลมหา
“ผิดทั้งคู่เลยค่ะไม่ต้องทะเลาะกัน” ทั้งกอดทั้งปลอบและลูบหัวเบา ๆ นำทัพร้องไห้ง่ายแต่จริง ๆ คงเสียใจที่พี่ชายพูดไม่ดีด้วย ส่วนศึกก็ค่อนข้างเอาแต่ใจจนเกินไป ไหนจะปากที่เอ่อ...ปากจัดแหละ“ศึกลูกใจดีกับน้องหน่อย น้องก็อยากเล่นด้วย ส่วนทัพการใช้กำลังไม่ใช่ทางออกของปัญหานะคะ อย่าไปฟังลุงคีนมาก” “ครับ” นำศึกตอบหงอย ๆ “ทัพไม่เคยเชื่อลุงคีนอยู่แล้ว ทัพเชื่อพ่อ” “หืม” ฉันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เกี่ยวอะไรกับพี่นักรบ รายนั้นพูดแทบนับคำได้“ก็…เอ่อ...” นำทัพมีท่าทางอึกอักทันที“ว่าไงคะเกี่ยวอะไรกับคุณพ่อ” ฉันเพ่งสายตามองอย่างจับผิด และเห็นว่าลูกชายคนเล็กกำลังมองไปที่พี่ชายของตัวเอง“เอ๋...หรือศึกก็รู้แต่ไม่บอกแม่เหรอ”“ก็คุณพ่อบอกว่าถ้าไม่อยากอดทนก็ต่อยเลย” ฮ้า...เขาพูดจริงเหรอ“คุณพ่อน่ะเหรอพูดแบบนี้”“ใช่ครับ/ครับ” เด็ก ๆ ตอบเสียงเดียวกันทำให้ฉันกัดฟันโมโหทันที คอยดูนะกลับมาโดนแน่ มาสอนอะไรลูกไม่เข้าเรื่อง“ทำอะไรกัน” พูดถึงโจโฉ...โจโฉก็มาเลย ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเรียบแต่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสีหน้าของฉัน“เอ่อ ศึกกำลังจะออกไปเล่นข้างนอกกับ...เอ่อ ก
7 ปีผ่านไปทุกอย่างผ่านไปไวมาก อย่างคนเขาว่ากันว่าความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวฉันและพี่นักรบก็แต่งงานกันแล้ว ที่สำคัญยังมีพยานรักด้วยกันถึงสองคนอีก“ทำอะไรกันลูก” ฉันในวัยยี่สิบเจ็ดปีเป็นคุณแม่ลูกสองที่ยังสวยยังแซ่บ! เอ่อ เหมือนกับบรรดาภรรยาคนอื่น ๆ ของเพื่อนพี่นักรบนั่นแหละ แต่ละคนสวยกันมาก ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งสวยและมีเสน่ห์หลังจากเราตกลงหมั้นกัน แลกแหวนเรียบร้อยพี่เขาก็โทรบอกพ่อกับแม่ของเขาที่อยู่ฮ่องกง ส่วนฉันก็บอกคุณตาไว้ซึ่งท่านก็ดีใจมากที่มีคนมาคอยดูแลฉันแล้ว อย่างที่บอกท่านอายุมากเลยค่อนข้างกังวลกับอนาคตของฉันส่วนเฮียคีน หรือวาคีนก็ยังเป็นพี่ชายที่สม่ำเสมอ รวมถึงความปากหมาปากจัดด้วย และยังเผื่อแผ่มาถึงหลานสองคนหรือลูกของฉันนั่นเอง“แข่งรถกันครับ” ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักแบบฉบับเด็กลูกครึ่ง ทั้งที่มีสายเลือดยุโรปน้อยมากเพราะฉันและพี่รบได้สายเลือดมาแค่เสี้ยวเดียว คนที่หันมาตอบฉันผมสีอ่อน ตากลม แต่หางตาเฉี่ยวชื่อ นำศึก อายุห้าขวบเป็นพี่ ส่วนอีกคนที่นั่งเล่นข้างกัน ผมสีอ่อน หน้าตาคมกว่าคนพี่เล็กน้อยแต่ก็น่ารัก ชื่อ นำทัพ อายุสี่ขวบ ทั้งสองห่างกันแค่ปีเดียว“มีแต่ศึ
“โซนนี้เป็นหาดส่วนบุคคล” เสียงทุ้มตอบกลับมาเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาเกี่ยวเส้นผมสีดำขึ้นทัดหูให้เธอ“อ๋อถึงว่าเงียบผิดปกติ” ร่างบางหันมาก่อนจะชะงักค้างเมื่อเห็นร่างสูงกำลังยิ้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่เจอกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมา ทำเอาเธอไปต่อไม่เป็นเพราะมัวแต่ตะลึงกับรอยยิ้มของเขาอยู่“กาแฟ…” นักรบเอ่ยเสียงทุ้ม“หืม...เอ่อคะ?” ร่างบางเจ้าของชื่อตอบกลับตะกุกตะกักไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อโดนรอยยิ้มของเขาตกจนถอนตัวไม่ขึ้น“ขอมือหน่อย” เขายังคงยิ้มส่วนเธอที่ยังมึนเบลอก็ทำตัวเงอะงะ จนเขาจับมือเธอไปกุมไว้ตรงหน้า คลี่มือให้แบออกก่อนจะวางบางสิ่งที่พอโดนแสงแล้วแวววาวจนแสบตา“อ๊ะ...” ยังไม่ทันได้พิจารณาว่าเขาเอาอะไรมาวางบนฝ่ามือ เขาก็เชยคางของเธอขึ้นก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาทาบทับอีกครั้ง ลิ้นร้อนสอดเข้ามาเกี่ยวพันลิ้นเล็กตวัดไปมาอย่างอ่อนโยนนุ่มละมุน สร้างความแปลกใจให้กับเธอมาก แต่เพียงชั่วครู่เธอก็สลัดมันทิ้งไปแล้วเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขา“แต่งงานกันไหม” ร่างบางเบิกตากว้างก่อนจะจ้องไปที่ของในมือที่เขาวางไว้ในตอนแรก มันคือแหวนเพชรพระแม่แซงคิวให้ลูกเหรอ นอกจากได้แฟนแล้วยังได้ว
“เสียวอื้อ” ร่างเล็กเงยหน้าตอบ หลับตารับสัมผัสวาบหวามจากร่างสูง เธอเสียวแทบขาดใจบดสะโพกใส่เขาไม่หยุดเช่นกัน“งั้นจะกระแทกแรง ๆ นะเด็กแสบ” ร่างสูงถามพลางเดินกระแทกเธอไปจนถึงเคาน์เตอร์บาร์ ทุกครั้งที่ก้าวเดินสะโพกสอบกระทุ้งแก่นกายเข้าไปเน้น ๆ จนเธอเผลอขมิบถี่ ครางกระเส่าเรียกชื่อเขาไม่หยุด“อ๊ะพี่รบ...มันจุก” แม้ปากจะบอกจุกแต่กลับขยับเอวร่อนสะโพกใส่ท่อนลำจนเขากัดฟันจนเลือดซิบยัยเด็กขี้ยั่ว!“ร่อนใส่ไม่หยุดเลยนะ” เขายกยิ้มเอ่ยอย่างเย้าแหย่จนเธอตัวแดงไปหมด แต่ก็ยังกัดฟันพูดต่อได้“ก็แฟนเสียว...อื้อจะเสร็จ” เธอสะบัดหน้าไปมาเมื่อภายในหดรัดแน่น ปลายเท้าจิกเกร็ง“พร้อมกันนะ...”เขาเร่ง วางเธอลงบนเคาน์เตอร์บาร์ จับขาเรียวแหวกออกกว้างก่อนจะแทรกตัวเข้ามาตรงกลาง นัยน์ตาคมจ้องมองท่อนลำของตัวเองกระแทกเข้าออกร่องสวาทของเธอไม่หยุดตับ ตับ ตับคนตัวเล็กเอนไปด้านหลังเล็กน้อย พลางยันมือกับเคาน์เตอร์เพื่อทรงตัว เมื่อเขาจับยึดเอวเธอไว้แน่น เร่งสะโพกซอยถี่ยิบจนน้ำหวานฉ่ำแฉะกระเซ็นพร้อมเสียงดังหยาบโลน“อ่า~ พี่รบแรง ๆ เลยค่ะ”เพียงเท่านั้นเขาก็พยักหน้าตอบรับก่อนจะเร่งจังหวะกระแทกแบบหนักหน่วงและแรงตามอารมณ์
คนตัวเล็กตกใจก่อนจะยกแขนขึ้นไปคล้องคอเขาเอาไว้เพราะกลัวตก ไหนจะขาเรียวทั้งสองข้างที่เกี่ยวเข้ากับเอวสอบอีก“ชมวิวไปด้วย กินกาแฟไปด้วย” ร่างสูงตอบเสียงแหบพร่าก่อนจะอุ้มร่างบางในชุดนอนบางเบาเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้น โดยที่คนตัวเล็กทำหน้าตาเลิ่กลั่กไปมา“อื้อ ทำแบบนี้มัน...” คนตัวเล็กแนบหน้าลงกับบ่าเมื่อร่องรักของเธอที่ไร้แพนตี้กำลังถูไถกับหน้าท้องแข็งแกร่งของเขา“หึ เสียวเหรอ” “รู้ได้ยังไงคะ?” “ก็แฉะขนาดนี้จะไม่รู้ได้ยังไง” ร่างสูงตอบหน้าตายก่อนจะอุ้มเธอมายืนตรงหน้าต่างกระจกสีใส ภายนอกมีเพียงธรรมชาติสีเขียวขจี ถึงอย่างนั้นก็อดจะรู้สึกเขินอายไม่ได้เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าคมที่กำลังทอดสายตามองออกไปไกล แสงสีทองในยามเช้าสาดกระทบลงบนผิวของทะเลเกิดเป็นภาพระยิบระยับสวยงาม“ให้มองวิวไม่ใช่มองคน”“เอ๊ะ...แฟก็มองวิวนะ”“แน่ใจ?” ร่างสูงหันมามองแฟนสาวในอ้อมแขน เธอตัวเล็กกว่าเขามากเวลายืนด้วยกันสูงแค่ไหล่เอง แต่พออยู่ในท่าอุ้มแบบนี้แล้วทำให้เราสบตากันได้ง่ายขึ้น“แน่ใจค่ะ” เมื่อร่างบางตอบเสร็จเขาก็พยักหน้ายกยิ้ม ก่อนจะวางเธอลงบนพื้นและจับไหล่บางให้พลิกตัวหันหน้าออกไปทางกระจกใสเพื่อมองวิว โดยที่เธอ
“อืม”ฉันพยักหน้าให้เมื่อเขารีบตัดบทและเดินกลับไปหาเพื่อนของเขาที่รออยู่ที่โต๊ะอาหารอีกฟาก ในกลุ่มของเขาก็มีทั้งพี่นินจาและพี่จ๋ายเป็นหนุ่มหล่อด้วยกันทั้งกลุ่ม“เราก็ไปหาโต๊ะนั่งเหอะ” หลังจากเจออัศวินเล่นใหญ่ยืนรอเอาของให้ฉันหล่อ ๆ ฉันก็รู้แล้วทำไมคนมองแปลก ๆพวกเรานั่งกินข้าวกันจนถึงเวลาเข้าเรียนช
หาววววฉันยกมือปิดปากหาวอย่างหมดสภาพเพราะเมื่อคืนอ่านประวัติพี่นักรบทั้งคืน ทำการบ้านเรื่องเขาหนักยิ่งกว่าเรื่องเรียนอีกพ่อแม่ที่อยู่บนสวรรค์คงภูมิใจมากแหละ...“โอ๊ยใต้ตาแกดำมาก” เสียงแหลมดังขึ้นข้างหูจนฉันสะดุ้ง นี่บอกหลายครั้งแล้วว่าให้พูดเบา ๆ“อารายยย” ริมฝีปากบางตอบยานคางก่อนจะแนบหน้าลงกับโต๊
Elite Clubนักรบ Talkร่างสูงเดินกลับขึ้นมานั่งบนโซนวีวีไอพีชั้นสามที่มีเพียงเจ้าของผับเท่านั้นที่สามารถขึ้นมาได้ ภายในห้องประกอบด้วยผู้ชายทั้งหมด 7 คนที่เป็นกลุ่มเพื่อนกัน และใช่พวกเขาคือเจ้าของผับร่วมกันโดยมีเสือที่ถือหุ้นมากกว่าใครเพื่อนคนแรกที่นั่งเล่นเกมในมือถือเรือนผมสีแดงเพลิงท่าทางหัวร้อนง
ฉันก็ไม่แปลกใจเท่าไรที่รู้ว่าเขาเป็นถึงหนุ่มฮอตของมหา’ลัยแอลเพราะถึงเขาจะนิ่งแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพี่เขาหล่อมาก ๆ หล่อแบบหาตัวจับยากมาก ที่แปลกใจว่าอันดับ 9 ยังหล่อขนาดนี้ไม่อยากจะคิดถึงอันดับต้น ๆ เลยว่าจะหล่อขนาดไหน“เป็นไงหนุ่มฮอตอันดับ 9 ของมอแอลพอจะเทียบความหล่อของพี่อัศวินได้ไหม” นิด้ากระแซะไหล่







