LOGINอีกวันฉันแห้วที่จะได้พบเจอผู้ชายแก๊งนั้นเพราะพวกเขาไม่มาเรียน ฉันได้ข้อมูลมาจากปันปันที่เจอะเจอกันตอนเช้า
"พี่โอบยังนอนอยู่เลยค่ะ เขาบอกวันนี้ฟรี พี่โรสมีอะไรหรือเปล่า"
"พอดีมีคนฝากมาถามน่ะ ช่างเถอะ ไม่มาก็ไม่มา กลางวันนี้พวกแกว่างไหม ไปกินส้มตำไหม"
"นัดเพื่อนในห้องไปกินชาบูแล้วน่ะสิคะ" ชูครีมทำหน้าเศร้า "เอาไว้วันหลังนะพี่โรส"
"ย่ะ ร้านฉันแกก็ไม่ไป ตั้งแต่ติดผู้ชาย แกกับแกก็ลืมฉัน"
ฉันชี้นิ้วใส่ชูครีมกับปันปัน ก่อนจะลากนิ้วไปหานิริณ
"จะตามเพื่อนไปเมื่อไหร่ยะ"
"ขอเลือกก่อนค่ะ ริณไม่รีบ"
"ดี เลือกเป็นเพื่อนฉัน"
เพราะไม่รีบเหมือนนิริณล่ะมั้งฉันเลยโสดจนทุกวันนี้
วันนี้ทานตะวันกับบัวมานั่งเล่นที่ร้านสักพักก็แยกย้ายกลับ สองคนนั้นอยู่คอนโดมิเนียมคนละฟากฝั่งกันและค่อนข้างไกล แต่ไม่มีใครคิดจะขับรถมาเรียนสักคนเดียว คงมีแค่ฉันที่รักสบายจนเคยตัว แต่พอมาอยู่คนเดียวก็ลำบากนิดหน่อยโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ต้องเริ่มฝึกทำเอง
อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ทอดไข่ดาวได้ ไข่เจียวไม่ไหม้และต้มมาม่าอร่อยที่หนึ่ง ทั้งที่ก็สั่งเดลิเวอรี่ปุ๊บก็ได้กินปั๊บ แต่ฉันไม่สั่ง ฉันทำเค้กออกมาขายได้สำเร็จ ทำกับข้าวก็ต้องสำเร็จเหมือนกัน
ทว่าในขณะที่นั่งกินมาม่าใส่ไข่ต้มอยู่นั้น มือถือก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา สายแรกฉันไม่รับเพราะช่วงนี้มิจฉาชีพเยอะเกลื่อนประเทศ ขี้คร้านจะคุยให้เสียเวลา แต่เบอร์เดิมกลับโทรมาสายที่สอง ฉันหยิบมือถือมาดูใกล้ๆ ครุ่นคิดว่าใครจะมีธุระตอนสามทุ่มแบบนี้
"หรือว่ารักษ์จะเป็นอะไร"
เพราะวันนี้ฉันโทรหาน้องแล้วตั้งแต่ช่วงเย็น แต่น้องกลับไม่รับสายเลยสักครั้งเดียว ฉันจึงตัดสินใจรับสายเบอร์แปลกนี้ดูแล้วรอฟังปลายสายพูด
[ฮัลโหลครับฮัลโหล]
"..."
[พี่สาวรักษ์ใช่ไหมครับ]
"ใช่! นั่นใคร.."
[เพื่อนรักษ์ครับพี่ ผมจะโทรมาส่งข่าวว่ารักษ์ถูกคุมตัวอยู่ที่ผับ K Night ครับ]
"เกิดอะไรขึ้น"
[รักษ์เข้าไปเที่ยวในผับครับ แต่อายุไม่ถึงเลยถูกทางผับกักตัวไว้ครับ]
พูดเท่านี้ปลายสายก็วางไป ฉันยกมือขึ้นแตะหน้าผากพยายามตั้งสติ.. รักษ์ถูกคุมตัวที่ผับ ฉันต้องไปช่วยน้องออกมา
สิบห้านาทีฉันขับรถมาถึงผับ K Night แต่เพราะไม่รู้ว่าน้องชายถูกคุมตัวอยู่ที่ไหนจึงเข้าไปถามกับการ์ดหน้าผับโดยตรง
"พี่สุดหล่อ พวกเด็กอายุไม่ถึงเข้าคุมตัวไว้ที่ไหนกันเหรอคะ"
พี่หน้าเข้มอายุน่าจะเกินสี่สิบปีขมวดคิ้วมองฉันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าสำรวจ
"ถามทำไม คนนอกไม่จำเป็นต้องรู้"
"ก็.."
ฉันชะงักเพราะสะกิดใจกับคำว่าคนนอก..
ถามให้ตายคงไม่บอก เผลอๆ จะไล่ตะเพิดฉันอีกด้วย
ฉันจดจำได้ว่าแฟนๆ ของรุ่นน้องเป็นเจ้าของกับหุ้นส่วนที่นี่ ยัยพวกนั้นเข้านอกออกในได้สบายเพียงเพราะมีคำว่า Vip ติดใบหน้า หัวสมองอันชาญฉลาดครุ่นคิดบางอย่างออก ฉันรีบเปิดกระเป๋าสะพายแล้วหยิบสร้อยเกียร์ออกมาชูให้พี่หน้าเข้มดู
"พี่สุดหล่อรู้จักสร้อยเส้นนี้ไหม"
"ไปเล่นไกลๆ ไปน้องเกะกะคนจะเข้าไปเที่ยว"
เขาทำท่าจะผลักดันฉันออก ฉันเลยยื่นมันไปให้ใกล้ใบหน้าเขามากขึ้นให้เห็นตัวเกียร์ชัดๆ
"อันนี้คือเกียร์วิศวะ เจ้าของที่นี่เรียนวิศวะกันใช่ไหมล่ะคะ"
พี่หน้าเข้มชะงักแล้ว วิธีนี้คงได้ผลมากกว่าจะโทรหายัยชูครีมแน่ๆ เขาจะต้องพาฉันไปถึงจุดที่รักษ์อยู่ได้
"เคยได้ยินไหมว่าเกียร์คือหัวใจ เกียร์อยู่ที่ใคร เท่ากับฝากหัวใจไว้กับคนนั้น สร้อยเกียร์เส้นนี้สลักอักษรภาษาอังกฤษตัว C ซึ่งก็คือโชน โชนให้ฉันมา.. พูดเท่านี้พี่น่าจะรู้แล้วนะว่าฉันเป็นอะไรกับเขา ถ้าพี่ไม่พาฉันไปจุดที่คุมตัวเด็กพวกนั้น ฉันจะให้เขาจัดการพี่"
คนฟังหน้าซีดเผือดสีหน้าลังเล แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็เรียกเพื่อนมายืนแทนแล้วผายมือไปทางประตู
"เชิญครับ"
เยส! ฉันเก็บสร้อยเกียร์ใส่กระเป๋าแล้วเดินตามพี่หน้าเข้มมาด้านในผับ นายโรคจิตคงจะใหญ่ไม่ใช่เล่นถึงทำลูกน้องหวาดกลัวอำนาจขนาดนี้
ฉันเดินตามชายฉกรรจ์ตัวใหญ่มายังด้านหลัง ทางเดินไร้ร้างผู้คนราวกับว่าเป็นพื้นที่เขตหวงห้ามชวนให้หวาดหวั่น ใจของฉันเริ่มไม่อยู่สุขเป็นห่วงรักษ์ขึ้นมากกว่าเดิม หวังว่าคนพวกนั้นจะแค่ควบคุมตัวเด็กเอาไว้
"อยู่ในห้องนี้" เขาพาฉันมาหยุดหน้าห้องหนึ่งประตูสีดำ ด้านหน้าประตูมีคนยืนเฝ้าสองคน เขาพูดกับหนึ่งในสอง..
"เด็กเฮียโชน"
และคนนั้นก็ทำท่าลังเลไม่ต่างจากคนที่พามา
"แต่เด็กพวกเฮียไม่มีใครเคยเข้าไปเลยนะ"
"ก็.."
"เปิดประตูให้ฉันสิ"
"เอ่อ.. คือ"
"ชักช้า!"
อดทนรอไม่ไหวฉันเลยเปิดประตูเข้าไปเองแล้วก้าวขาเข้ามายืนภายในห้องที่ล้อมด้วยผนังสีดำ ความรู้สึกแรกคืออึดอัดราวกับว่าไม่มีอากาศหายใจ
แน่สิ! มันไม่มีหน้าต่างเลยสักบานเดียว แถมยังแน่นขนัดไปด้วยคนที่กำลังจ้องมองฉันเป็นตาเดียว
ตรงกลางห้องมีคนนั่งอยู่หกคน ล้อมรอบด้วยผู้ชายตัวสูงใหญ่ห้าคนยืนตามจุด แต่ที่ฉันสนใจคือผู้ชายเสือสีดำที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุด
"รักษ์!"
"พี่โรส!" รักษ์ตกใจที่เห็นฉัน ก่อนจะรีบก้มหน้างุดหลบซ่อนสายตา
"เข้ามาได้ยังไง"
มีเสียงหนึ่งลอยมา ฉันจำต้องละสายตาจากน้องมองผู้ชายตรงหน้าที่แก่สุดในที่นี้ เขาชื่อสิงห์เป็นแฟนชูครีม ฉันจำได้ตอนเข้าเรียนปีหนึ่ง เขาคนนี้อยู่ปีสี่คณะวิศวะ เป็นผู้ชายที่ฮ็อตปรอทแตกมากในช่วงนั้น
"ฉันเป็นพี่รหัสชูครีม"
เขาขมวดคิ้วทันทีเอ่ยถามด้วยเสียงทรงอำนาจอีกครั้ง
"แล้วใครอนุญาตให้เข้ามา"
"นายครับ เธอบอกว่าเป็นเด็กเฮียโชน"
คนคุมหน้าประตูเฉลยให้ ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะหันไปสบตากับเจ้าของชื่อที่แอบอ้างใช้เข้ามาที่นี่
โชนเค้นยิ้มเดินตรงเข้ามาหาฉัน
"คนสวยครับ จะเป็นเด็กเรา..แค่จับก้นไม่พอนะ"
"ไม่อยากโดนตบอีกก็เงียบซะ"
"ตบได้ แต่เธอต้องโดนจูบ แลกกัน"
ทำเป็นละครน้ำเน่าไปได้ ฉันวางมือบนหน้าอกแกร่งผลักเขาออกห่างแล้วชี้ไปที่รักษ์ "คนนี้น้องฉันและทั้งหมดคือเพื่อนน้องฉัน อย่าทำอะไรพวกเขา ปล่อยพวกเขาไปเถอะ"
"ปัญหาควรแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ ปล่อยน้องให้ออกมาเที่ยวแล้วมาร้องขอให้เราปล่อย ดูง่ายไปหน่อย"
ฉันตวัดสายตามองโชนอีกครั้ง มือกำแน่นอดทนอดกลั้น ในฐานะพี่สาวฉันพยายามทำดีที่สุดทุกอย่าง แต่เด็กมันดื้อ ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย
"ให้โอกาสครั้งสุดท้าย มีครั้งหน้าจะแจ้งตำรวจจับ ไม่มีผ่อนปรนหรือยกเว้น ถ้าไม่อยากให้พ่อแม่ซวย คิดให้ดีๆ"
แฟนชูครีมโพล่งขึ้น พลันก้อนหินหนักๆ ที่ทับหน้าอกก็สลายหายไป อย่างน้อยก็โล่งใจว่ารักษ์ไม่ถูกพวกหน้าโหดทำร้ายจนบาดเจ็บ
โชนไม่ได้ผลีผลามเข้าบ้านของฉันทันทีทันใด อีกสองอาทิตย์ถัดมาก็ตามฉันเข้าไปกินข้าวที่บ้าน ไปทำความรู้จักกับพ่อแม่ นับแต่นั้นโชนก็เข้าไปบ่อยๆ จนมั่นใจว่าพ่อแม่ของฉันน่าจะไฟเขียวเรื่องแต่งงานถึงได้พาผู้ใหญ่มาสู่ขอในวันหนึ่งของเดือนกันยายนส่วนฉันไปเที่ยวเล่นร้านทองทุกอาทิตย์ ปัจจุบันฉันมีทองคำแท่งและรูปพรรณที่ได้จากความเสน่หาของม่ามี๊สองช.นับยี่สิบบาทคบโชนแล้วเดอะเบสต์ทุกสิ่งแบบนี้ รู้แบบนี้ฉันไม่เล่นตัวตั้งหลายอาทิตย์หรอกทว่าฤกษ์งามยามดีของคู่เราดันตรงกับวันวาเลนไทน์ปีหน้า ระหว่างรอถึงวันงานเราก็เตรียมการณ์ทุกอย่าง รวมถึงวางแผนครอบครัวที่ต้องมานั่งคุยกันให้เข้าใจและผลสรุปของการพูดคุยเราจะมีลูกหลังแต่งงานสามปี ในสามปีนี้เราจะสร้างทุกอย่างให้พร้อม รวมถึงใช้ชีวิตสามีภรรยากินเที่ยวเล่นกันให้อิ่ม จากนั้นก็มีเด็กน้อยมาเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ และเรื่องนี้ก็ผ่านความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกระทั่งถึงวันแต่งงานของเรา งานเล็กๆ ถูกจัดขึ้นที่ริมทะเลหัวหินแบบมินิมอล แขกเหรื่อที่เชิญมีเพียงญาติสนิทและเพื่อนรวมถึงยัยพวกรุ่นน้องตัวแสบ ฝั่งของโชนก็ด้วยที่มีแขกมาไม่ถึงยี่สิบคนฉันกับโชนเรา
ผ่านไปสองเดือนฉันก็เรียนจบอย่างสมบูรณ์ เรื่องที่ฉันขออนุญาตพ่อกับแม่ว่าจะขอทำร้านเค้กสองปีถึงจะเข้าไปทำงานที่โรงแรมของครอบครัวได้รับการอนุมัติหลังจากพวกท่านมาเยือนร้านในวันหนึ่งฉันขอยกเครดิตความสำเร็จนี้ให้โชน ก่อนเรียนจบสองอาทิตย์ เขาช่วยเนรมิตร้านของฉันให้พร้อมขาย มีการจองตัวพนักงานร้านเอาไว้หนึ่งคน พอฉันสอบเสร็จวิชาสุดท้าย อีกวันร้านก็เปิดทำการโดยที่ฉันสามารถอยู่รับลูกค้าได้ทั้งวัน นับเงินเอง เก็บเงินเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกยกเค้าซ้ำรอยเดิม คัพเค้กจากห้าสิบก้อนก็ทำจำนวนเพิ่มมากขึ้นเพราะมีลูกค้าเข้าร้านตั้งแต่วันแรกจากการโปรโมทล่วงหน้าโชนทำให้ฉันเห็นข้อดีของการมีแฟน เขาเป็นสายซัพพอร์ตมือวางอันดับหนึ่งของฉัน"ขอบใจนะ พรุ่งนี้เจอกัน"ฉันจ่ายเงินนุ่นพนักงานหนึ่งเดียวที่อายุน้อยกว่าฉันสองปีแล้วบอกลาเหมือนทุกวัน นุ่นเป็นเด็กที่ไม่ชอบเรียนหนังสือ ชอบทำงานหาเงินจึงเลือกเรียนทางไกลอย่างมหาวิทยาลัยเปิด อ่านหนังสือถึงกำหนดก็ไปสอบ ฉันมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับคนที่อยากทำงานควบคู่กับเรียนหนังสือวันนี้คัพเค้กเหลือเพียงห้าก้อนถูกบรรจุใส่กล่องเอาไว้เรียบร้อย หลังจากล็อกประตูร้านฉันก็มา
"ว่างหรือไง" ฉันไม่รีรอเดินมาหาโชน"ไม่ว่างหรอก แต่มันติดเธอ"แทนคุณเป็นคนตอบแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ชายหาดตัวที่อยู่ริมขวาสุด ฉันมองตามแทนคุณ พลันสายตาก็มองไปยังรองเท้าผ้าใบที่เขาสวมใส่ คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ฉันมองนานจนเจ้าตัวรู้ตัวหันมาสบตาเลยต้องรีบหันหน้าหนีกลับคุยกับโชน"บังคับเขามาเหรอ""เปล่า สงสัยพกอารมณ์วัยทองของแม่มันมาด้วยมั้ง"โชนตั้งใจพูดให้แทนคุณได้ยิน รายนั้นหยิบแว่นตามาสวมใส่แล้วหันมายกนิ้วกลางให้ คนนี้ก็ไม่น้อยหน้ายกคืนสองมือ"ช่างเขาเถอะ สรุปว่าที่รัก..""คิดถึงเธอขา แต่เค้าไม่กวนนะ เดี๋ยวอยู่กับมัน""มาแล้วก็เที่ยวด้วยกัน เพื่อนเค้าก็รู้จักที่รักทั้งนั้นแหละ แต่เดี๋ยวไปบอกเพื่อนก่อนว่าจะไปเดินเล่น"ฉันไปบอกเพื่อนแล้วออกมาเดินเล่นกับโชนที่ชายหาด โชนเอาแต่มองชุดว่ายน้ำทูพีชสีดำของฉันใหญ่เลย"ไม่สวยเหรอ" กางแขนออกให้เขามองชัดๆ"สวยมาก""แล้วทำไมมองงั้นอ่า""สวยแล้วเค้าก็หวง แต่เธอขามาเที่ยวทะเล เค้าโอเค"เป็นโอเคที่เสียงสั่นมาก"ให้ที่รักถอดเสื้อดีไหมล่ะ เดินโชว์ซิ๊กแพ็คจะได้เท่าเทียม""เธอขาไม่หวงเค้าเหรอ""หวง แต่อยากอวดว่ามีผู้งานดี""ไม่เอาอ่า เดี๋ยวมีคนถ่าย
โชนไม่ได้พาเชอร์รี่ไปส่งที่บ้าน แต่ไปส่งที่สยามเพื่อเรียนพิเศษ ตลอดทางสาวน้อยเอาแต่ทำหน้าหงอย เดี๋ยวฉันเจอรักษ์จังๆ ก่อนจะสั่งสอนให้หลาบจำ ไม่รักไม่ชอบเขา แต่ก็ไม่น่าจะแสดงท่าทีแบบนั้นกับผู้หญิง"น้องเราคงชอบมัน"หลังจากเชอร์รี่ลงจากรถไป โชนก็เอ่ยด้วยท่าทางเคร่งขรึม"ก็พอจะดูออก ขอโทษแทนไอ้ดื้อด้วยนะ น้องซึมไปเลย""เข้าใจอยู่" โชนจับมือไปดม "แต่บอกเลยนะว่าถ้ามันกลับใจมาชอบรี่ คงยากหน่อย""เพราะนายจะเอาคืนน้องฉันงั้นสิ""ก็ถ้าไม่อยากให้เอาคืนกับมัน เธอขาก็มาชดใช้กรรมแทนดีไหม""ด้วยวิธีไหนเหรอ""วิธีเร่าร้อนแบบรักๆ"ของวิถีคนหื่นกลับมาถึงบ้านของฉัน เราก็ใช้พื้นที่ตรงโซฟากอดรัดนัวเนียกัน อารมณ์สูงดิ่งก็แบกกันขึ้นมาบนห้องนอนโชนบอกว่าต้องทำเวลาเพราะรุ่นพี่กับเพื่อนจะถอดเขาออกจากหุ้นส่วนหลังจากเอาเวลามาง้องอนฉันอยู่หลายวันเราไม่ได้รอช้า ไม่มีเหนียมอาย ต่างคนต่างหลงใหลสัมผัสกันและกัน ไม่ว่าจับจูบลูบคลำก็มีอารมณ์อย่างว่าขึ้นมาง่ายๆ ฉันกับโชนพุ่งเข้าหากันประหนึ่งเสือสองตัวฟาดฟันกันหวังชัยชนะ สลับกันขึ้นและลง ผลัดกันตอกอัดจังหวะรุนแรง และเป็นฉันก่อนเสมอที่ถูกถีบให้ลอยขึ้นสูง ก่อนจะตกลงมารับร
เราสองคนเดินจับมือกันมายังหน้าโรงยิม รถของฉันตอนนี้ถูกเอาไปจอดเข้าที่แล้ว มีบัวกับทานตะวันและรุ่นน้องยืนอยู่ข้างๆ รถเฝ้ารอโชนปล่อยฉันไว้กับเพื่อนแล้วแยกตัวไปคุยกับเพื่อนของเขาที่จอดรถอยู่ถัดไป พอเดินไปถึงก็โดนเพื่อนตบหัวคนละทีเดี๋ยวเถอะ! มาทำแฟนฉัน เดี๋ยวได้เจอดี"เป็นไงบ้างโรส"ทานตะวันเข้ามามองดูแผลตรงหน้าผากใกล้ๆ"เขียวแล้วอ่า แกไม่เจ็บตรงอื่นใช่ไหม""ตอนแรกก็น่าจะหัวใจด้วย ตอนนี้คงหายล่ะ" บัวเบะปากใส่ฉันแล้วชี้ไปยังด้านหน้ารถ "มาโอ๋มันหน่อย หน้ายู่เหมือนเจ้าของเลย"ตายแล้ว! ลูกรักหน้ายู่นิดหน่อย แต่สีถลอกปอกเปิดเยอะเลย"ขอโทษนะลูกรัก" ฉันลูบฝ่ามือไปตรงตำแหน่งถลอกของรถ เป็นครั้งแรกที่ทำมันเจ็บตัว"พี่โอบเคลียร์ให้แล้วค่ะ ทางนั้นไม่เอาเรื่องเพราะเลือกจะเอาเงินหนึ่งหมื่น" ปันปันเข้ามานั่งยองข้างกัน "ขวัญเอยขวัญมานะคะ""ขอบใจนะ ขนาดฉันทิ้งมันไว้ พวกแกยังจัดการให้ เดี๋ยวฉันโอนเงินคืนให้นะ""หวังผลค่ะ ปันอยากกินเค้ก""ใช่ๆ ครีมก็อยาก""ริณก็ด้วยค่าพี่"รุ่นน้องตะโกนกันยกใหญ่"โอเคๆ จะทำมาถวายนะเจ้าคะ""ปัน" เสียงเรียกมาจากอีกฝั่ง ปันปันจึงย้ายไปยืนฝั่งโน้นคุยกับโอบ ส่วนโชนก็เดินกลับมา
@โรงยิมมหาวิทยาลัยสมาธิของผมจดจ่ออยู่แต่บนอัฒจันทร์ที่มีผู้คนมากมายนั่งอยู่แต่กลับไร้เงาของโรส มองกี่ครั้งก็ไม่เจอะเจอ จะเจอก็แต่แก๊งน้องๆ ที่มาเชียร์โอบ"มึงเป็นอะไรวะ" แทนคุณจับบ่าผม "ดูล่กๆ""เปล่าว่ะ""หน้ามึงเครียดสัด"ผมมองหน้ามัน "อย่าว่าแต่กู ช่วงนี้มึงก็ทำตัวแปลกๆ""ก็สบายดี"มันยักไหล่แล้วลุกจากที่นั่งไปวอร์มร่างกาย ความสนใจของผมจึงกลับมาอยู่ที่อัฒจันทร์อีกครั้งเมื่อเช้าผมตื่นแล้วออกมาก่อนโรสจะตื่น ผมย้ำเธออีกครั้งในประโยคเดิม ไม่รู้เลยว่าโรสจะได้ยินหรือไม่ผมเสี่ยงดวงเอา ตอนขับรถเข้ามาในมหาวิทยาลัยผมพนมมือไหว้ขอพรศาลพระภูมิอย่างที่ไม่เคยทำ และไม่กล้าเสี่ยงทายว่ามันจะออกหัวหรือก้อย แค่ภาวนาขอให้โรสมาเชียร์เพราะผมยอมให้เธอเป็นคนลิขิตชีวิตนับจากนี้แล้ว"ไปเว้ย"เจไดตบบ่าผมแล้วพากันวิ่งลงสนามเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ผมพนมมือไหว้ท่วมศีรษะสาธุเสียงดัง ไม่ได้ขอเรื่องงาน แต่ขอให้โรสมาทีเถอะว่ะตลอดการแข่งขันผมมองอัฒจันทร์สลับกับลูกบาส สมาธิคืออะไรไม่รู้จัก ทำไมโรสไม่มาสักทีวะ"ไอ้โชน! เอาหน่อยเว้ย"โอบตะโกนแล้วปรบมือเรียกสติ จากนั้นสมาธิก็กลับมาแค่สามนาทีก็หันไปมองอัฒจันทร์อีกครั้งเฮ







