เข้าสู่ระบบเกรียวฝาจุกหลุดร่วงลงกระทบพื้น เปรมยื่นฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้าเล็งให้ตรงกับลุงขอทาน ทันใดนั้นกลุ่มก๊าซปริมาณมหาศาลสีแดงเหมือนเลือดก็พ่นออกมาจากฝ่ามือ
.
“ฟู่!!!”
.
โอ้แม่เจ้า! สสารดังกล่าวย้อมทุกสรรพสิ่งรอบบริเวณให้คละคลุ้งฟุ้งกระจาย คุณหมอผมสีดอกเลาถึงกับต้องรีบเผ่นหนี ระหว่างหนีก็ยังใช้มือถือตวัดหันกลับมาถ่ายคลิปเก็บข้อมูลหลักฐานเอาไว้ แม้จะไม่ชัดมากแต่ก็เห็นพอลาง ๆ ว่าเปรมยังคงยืนเด่นเป็นสง่า เขาไม่มีทีท่าจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย มิหนำซ้ำยังใช้อุปกรณ์ที่เพิ่งได้รับมาได้อย่างคล่องแคล่ว
.
“ได้ผลจริงด้วยพวกเราทำสำเร็จแล้ว! การผ่าตัดฝังจักรกลลงอวัยวะบรรลุผล! การที่ร่างทดลองสามารถใช้อุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์เป็นเพราะจิตใต้สำนึกของเขา ชิ้นส่วนเหล็กกล้าเข้าไปแทนที่กระดูกกับเส้นเลือดได้อย่างหมดจด หมดความกังวล”
“จบการบันทึก..”
.
จับโทรศัพท์ยัดใส่ในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะโผทะยานเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ที่ตอนนี้มีแต่ใบกับกิ่งก้านที่แห้งผาก ทว่าก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรปกป้อง นายแพทย์สูงวัยถอนหายใจโล่งอก เขาแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว นี่สินะที่เขาเรียกว่าความภาคภูมิใจในอาชีพ หลังจากที่ได้เห็นเปรมกำลังทำในสิ่งที่หมอทุกคนในโลกต้องการ
.
“อย่าวิ่งลุง! , หยุด! , แล้วนั่งลงที่เดิม!”
เสียงเปรมตะโกนสั่ง
.
พลันหันฝ่ามือเบี่ยงไปทางซ้ายและทางขวา เขามองเห็นกลุ่มก๊าซพุ่งเป็นหมอกฉาบเคลือบเข้ากับพื้นอิฐปูถนน จากที่ก่อนหน้านี้พวกมันทั้งแตกทั้งตะไคร่ขึ้น ทว่าทันทีที่โดนหมอกก๊าซกระแสโลหิตเข้า ไม่ถึงชั่วพริบตาอิฐเหล่านั้นก็สั่นอย่างมีนัยยะ พลันกะเทาะรอยร้าวออกได้เองราวกับลูกเจี๊ยบที่ฟักออกจากไข่ สุดแสนจะแฟนตาซีถ้าไม่ใช่คุณหมอกับเทคโนโลยีของบริษัท AP เรื่องราวสุดน่าอัศจรรย์นี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ อิฐนับร้อยก้อนเหมือนได้เกิดใหม่ พวกมันกลายเป็นก้อนอิฐที่ใหม่เอี่ยมปราศจากเชื้อโรค และยังคงทำหน้าที่ปูถนนได้ต่อไปตราบนานเท่านาน
.
“เห็นไหมลุงมันได้ผล! ลุงเชื่อใจผมสิ ลองดูแล้วลุงจะหาย!”
.
โดยไม่ต้องรอให้คนแก่ตอบเปรมจัดแจงย้ายฝ่ามือทั้งสองข้างมาชิดกันในทันที ด้วยท่วงท่าเช่นนี้ลางสังหรณ์บอกกับเขาว่าน่าจะเป็นการรวมพลังหลุมเกลียวบนฝ่ามือเข้าด้วยกัน และก๊าซก็น่าจะพุ่งออกมาแบบแรงโคตร ๆ
.
“ไม่เป็นไรพ่อหนุ่ม แค๊ก..แค๊ก..แค๊ก..ก..ก..ก ลุงไม่ต้องการ..ร..ร..ร~!”
.
“หึ่ย! นี่น่ะของฟรีนะลุงไม่เสียตังค์สักบาท”
.
“อย่าเลย~!”
.
“ฟู่!!! , ฟู่!!! , ฟู่!!!”
.
เดชะบุญไม่ใช่แค่เสื้อขาดแต่ลามไปถึงกางเกง ไวรัสโควิดแฝงลึกลงไปถึงเส้นใยผ้า ทันทีที่โดนก๊าชอนุภาคระดับไมค่อนแทรกซึมเข้าไปมีหรือพวกมันจะรอด ยิ่งดิ้นหนียิ่งกระชากเส้นใยตามไปเป็นพรวน ภาพก็เลยออกมาอย่างที่เห็น เมื่อเสื้อผ้าของลุงค่อย ๆ ขาดวิ่นริดรอนเนื้อที่เข้าไปเรื่อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เผยให้เห็นหนังเนื้ออันแห้งเหี่ยวมากขึ้นทุกที จนสุดท้ายลุงก็กลายเป็นชายขอทานล่อนจ้อน หนังกำพร้าเริ่มสั่น รูขุมขนตามเนื้อตัวคล้ายจะมีการส่องแสง ลุงไม่ได้มีศักย์ไฟฟ้าในตัวเองแต่สิ่งที่ทำให้เป็นเช่นนี้คือไวรัสโคโรน่าที่กำลังหนีตาย พวกมันอาศัยอยู่ในร่างต้นร่างนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
.
“เป็นไงบ้างลุงพอไหวไหม?”
เปรมป้องปากถามทะลุกลุ่มหมอกก๊าซเข้าไป
.
ผ่านไปสักพักก๊าซก็เริ่มจางลง เผยให้เห็นคุณลุงคนเดิมเพิ่มเติมคือผิวพรรณหน้าตาที่แลดูเปล่งปลั่งเนียนกระชับ จากเนื้อเหี่ยว ๆ ย่น ๆ กลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง เนื้อตัวแกสว่างไสวราวกับพระอริยสงฆ์อาบน้ำฝนเดือนห้า ความขมุกขมัวมัวหมองหายไปหมดสิ้น เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมาอีกครั้ง
.
อุปกรณ์ของเปรมช่างสมบูรณ์แบบ มันใช้ได้จริง ๆ ฝ่ามือของเขากำลังจะกลายเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติ แต่นี้ต่อไป covid-19 คงถึงกัลปาวสาน ด้วยเลือดกระเทยในตัวและเทคโนโลยีหลอมรวมคนเข้ากับจักรกลของ AP ศึกครั้งนี้เห็นทีจะรู้ผลกันแล้ว
.
ต้นไม้กลับมามีชีวิต ไม้กระถางตรงริมฟุตบาทดีดตัวเขียวสดชื่น ไม้ใหญ่ตรงเกาะกลางแทงยอดขึ้นอีกครั้ง พวกมันต่างผลัดเอาเปลือกภายนอกออกราวกับถอดเสื้อผ้า เผยให้เห็นแก่นกลางพฤกษากับท่อน้ำเลี้ยงที่ฟื้นคืนกลับ ข้อเสียก็เห็นจะมีแค่เกล็ดเคมีสีแดงที่ปนเปื้อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง กล่าวคือที่ไหนก็ตามที่หมอกก๊าซพุ่งไปโดนเข้า บริเวณนั้นก็จะกลายเป็นสีแดงขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง หากเอามือไปลูบคลึงสีคล้ายฝุ่นนี่ก็จะติดมือมา
.
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกคุณเปรม”
เสียงคุณหมอดังแว่วมาจากด้านหลัง เปรมจึงรีบหันกลับไปมองพร้อมกับหมุนปิดจุกก๊อกตรงฝ่ามือตัวเอง
.
“มันคืออะไรครับหมอ ฝุ่นแดงพวกนี้?”
.
“จะพูดไงดีล่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้โฟกัสแค่ว่าตัวคุณเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ก็น่าจะพอ~!”
หมอรีบตัดบทประหนึ่งว่าแกมีความลับที่ปกปิดเอาไว้
.
“ได้ไงล่ะหมอผมเองก็มีสิทธิจะรู้นะ! ถ้าเป็นฝุ่นที่ทำร้ายผู้คนอีกล่ะจะทำยังไง?”
เปรมขึ้นเสียงใส่
.
ตรงข้ามกับหมอที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจดบันทึก ภาพจากวีดีโอที่ถ่ายไว้บวกกับการวิเคราะห์ด้วยสายตาตัวเอง ทำให้นายแพทย์ผู้ทรงภูมิได้ข้อสรุปแล้วว่าวิธีการที่ทำมาล้วนได้ผล หากแต่เป็นผลข้างเคียงจากการใช้งานต่างหากที่ไม่คิดว่าจะมากมายขนาดนี้
.
“ว่าไงล่ะหมอ? อย่าเงียบสิพูดอะไรหน่อย!”
.
“สบายใจได้คุณเปรม เมื่อกี้ผมโทรสั่งให้เขาทำเอกสารส่งตัวคุณแล้ว มติในที่ประชุมแจ้งว่าให้เราส่งตัวคุณไปยังแนวหน้าทันที คุณจะได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมสืบสวนโรคของเรา”
.
“ห๊ะ!?”
ทำเอาคนฟังถึงกับหุบปาก แม้จะอยู่ใต้หน้ากากครอบแก้วแต่เปรมก็ดูออกอยู่ดีว่าสีหน้าหมอไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เจ้าตัวก็เลยรีบยิงคำถามใส่
.
“แล้วฝุ่นพวกนี้ล่ะครับ? จะปล่อยให้แดงเถือกแบบนี้ต่อไปเหรอ?”
.
“เอิ่ม..ม..ม~!”
หมอไม่ตอบเพราะแกรู้อยู่แก่ใจว่านั่นก็แค่เลือด ใช้แค่น้ำประปาธรรมดาล้างก็ออกแล้ว แต่แกก็ยังดื้อแพ่งเลี่ยงในการตอบคำถามเปรมอยู่
.
“ไปเถอะกลับกันได้แล้วการทดลองยุติแล้ว คุณผ่าน! และเจ้าหน้าที่ภาคสนามต้องการตัวคุณเป็นที่สุด เราต้องทำงานแข่งกับเวลานะคุณเปรม อย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาถามโน่นถามนี่นักเลย”
.
เปรมเดินตามหลังหมอกลับมาที่โรงพยาบาล ตลอดระยะทางเขาคิดไม่ตกเลยว่าในใจหมอคิดอะไรอยู่ มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังผงฝุ่นสีแดงเหล่านั้นแน่ ๆ แต่แกไม่ยอมบอก มันจะหนักหนาจนถึงขั้นทำให้เขาเจ็บเจียนตายอีกรึเปล่า คำตอบคงต้องรอดูหน้างานในคาราวานของหน่วยคัดกรองโรคเคลื่อนที่ ที่มีเขาเป็นผู้นำ
"ด็อกเตอร์ไฟเริ่มมอดแล้ว!"แพรวตะโกนพลางใช้เสื้อคลุมตะปบลงบนตัวของเฟิงฉินด้วยความรุนแรง.สอดคล้องกันกับมิวท์ที่เริ่มมองเห็นช่องว่่างระหว่างแนวไฟสีม่วง ที่โหว่เป็นรอยเว้าพอที่จะวิ่งแทรกตัวออกไปได้ ไม่รอช้าเธอรีบลากตัวเฟิงฉินที่สลบเหมือดออกไปทันที ร่างกายของเขาไถลไปกับพื้นครูดไปกับดิน มิวท์ลากขาส่วนแพรวยกแขนสภาพดูทุลักทุเลมาก ร้อนก็ร้อนแต่ก็ต้องทำในเมื่อมีจังหวะและโอกาสพอที่จะเป็นไปได้ ถ้าไม่โดนด็อกเตอร์หัวฟูฉุดรั้งเอาไว้ก่อน แกเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของแพรวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น."จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ต้องเสียแรงทำอะไรแบบนั้นหรอกพวกเธอ ฉันขอแค่ 10 วินาที แค่เสี้ยวอึดใจที่นี่ก็จะกลับมาเป็นปกติ""แล้วก็เลิกพยายามได้แล้ว พ่อหนุ่มนั่นไม่รอดหรอกไม่สังเกตเลยรึไงว่าเขาหยุดหายใจไปตั้งนานแล้ว!".แพรวมองตามเป็นพัลวัน น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้."บ้า! ไม่จริงน่ะด็อกเตอร์~!".10 , 9 , 8 , 7 , 6 นับถอยหลังยังไม่ถึงศูนย์ดี กำแพงเพลิงสีม่วงอเมทิสต์ก็เริ่มลดระดับความรุนแรงลงตามที่ด็อกเตอร์บอก พวกมันด้อยพิษสงลงประหนึ่งงูเห่าที่ถอดใจยอมแพ้ต่อพญาพังพอน แสงสว่างเริ่มจางลงความร้อนเริ่มส่างซา เปิดช่องให้ลม
ประหนึ่งดาวตกที่หลงทิศ กระสุนบ้านม่วงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าแต่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน วิถีความรุนแรงกับไอพ่นเรียกได้ว่าลอยผ่านที่ไหนก็วอดวายที่นั่น สะเก็ดละอองไฟปลิวว่อนร่วงไปตามทาง มองผ่าน ๆ เหมือนกากเพชรแสนสวย แต่หารู้ไม่ว่าร่วงโรยโดนสิ่งใดการลุกไหม้แบบไวโอเลตก็จะเกิดขึ้นในทันที!.ยอดตึกสูงระหว่างทางล้มระเนระนาด! บางหลังแหว่งเว้าไปทั้งด้านทั้งที่กระสุนบ้านแค่พุ่งเฉียดไปแบบเฉี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายถ้าเปรมโดนเจ้านี่เข้า หนำซ้ำเขาที่เป็นถึงจักรพรรดิแห่งเชื้อก็ไม่ได้รู้ตัวถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นเลย เครดิตคงต้องยกให้สองหัวหน้าหน่วยผู้เสียสละชีพ แนวปะทะที่ชานเมืองทำให้โฟกัสของเปรมเบี่ยงเบนไป เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงในการควบคุมกองทัพนับล้านที่เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองผ่านการเซ็กส์หมู่ จึงเป็นอะไรที่ยากมากในการกำกับดูแล.ประกอบกับความประมาทอันไม่คาดคิด ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าโลกใบนี้จะมีมนุษย์บ้าคนหนึ่งที่ยิงบ้านทั้งหลังเข้ามาใส่เขาได้! ประมุขแห่งองค์กรก็เลยไม่ได้เตรียมการใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ไว้เลย.แสงสีม่วงสว่างวาบย้อมท้องฟ้า กระสุนบ้านลอยแหวกผ่านน่านฟ้าที่เคยเป็นสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองมาอย่างทรนง
บ้านไม้ชั้นเดียวหมุนเชื่องช้าอยู่บนเนินดิน พลันย้ายส่วนของหน้าบ้านที่เคยอยู่ในทิศใต้ให้หมุนหันมาทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มองเห็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท AP ได้จากระยะไกล ความรโหฐานระฟ้าของมันกำลังเป็นภัยให้แก่ตัวเอง ก่อนที่ต่อมาไม่นานตัวหลังคาของบ้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่าแผ่นกระเบื้องพากันสั่นระงมรวดไปทั้งแผง เศษผงฝุ่นมูลดินที่เคยเกาะกรังร่วงกราวลงมากองอย่างน่าสงสาร."ฟึมมม~! , ฟู่~!"ลมตีกระพือฝุ่นฟุ้งกระจาย ตามติดมาด้วยการตะโกนสวนออกมาของด็อกเตอร์."ฉันมีโอกาสแค่ครั้งเดียวถ้าหากพลาดแรงระเบิดจะเฉียกเราเป็นชิ้น ๆ ! พวกเธอรีบไปหาที่หลบซะ! ถ้าจะมีคนตายก็ขอให้เป็นฉันเพียงคนเดียว! , ไป!"ถ้อยสำเนียงสะท้อนก้องกังวานราวกับข้างในมีไมโครโฟน นั่นเหมือนคำพูดเสียสละของคนที่พร้อมจะพลีชีพ ซึ่งก็อาจจะจริงเพราะชั่วยามนี้คนอย่างด็อกเตอร์ก็ไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว.แพรว , มิวท์ , เฟิงฉิน เร่งทำตามคำสั่งเสีย เสี้ยวหายใจที่ทั้งสามวิ่งกุลีกุจอหนีห่างออกมา หางตาด้านหลังก็ได้เห็นว่าหลังคาบ้านที่เคยชนกันเป็นหน้าจั่วนั้นได้ทิ้งตัวครือลงมาทั้งแผง บทบาทการกันแดดกันฝนได้จบลงทันที พวกมันสั่นกระเพื่
มองที่ด้านหลังเห็นปลั๊กไฟเสียบใส่เต้ารับไว้แน่นหนา เอามืออังแถวด้านข้างยังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่แทรกซึมออกมาจากตัวตู้ได้เล็กน้อย ไม่ผิดแน่แพรวค่อนข้างมั่นใจ ว่าในตู้ใบนี้จะต้องมีเบียร์แช่ไว้เป็นลัง ๆ เธอพยายามมองภาพหลาย ๆ มุม พยายามคิดแทนคุณพ่ออีพีว่าในชั่วยามแบบนี้ ยังอยากจะแดกแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสโลหิตอยู่อีกเหรอ คิดไปก็ปวดหัวสู้โพร่งถามออกไปตรง ๆ เลยดีกว่า ว่าแล้วสาวผมส้มก็ผละตัวเองออกมาเพื่อเปิดทางให้เฟิงฉินเข้ามาช่วย เธอสะกิดหลังด็อกเตอร์ไปสองสามที."ด็อกเตอร์คะ? , ด็อกเตอร์คะ? , คือ!"."อุ๊ย!".ตกใจสะดุ้งโหยงยังไม่ทันถามได้ศัพท์ดี ทั้งมิวท์และแพรวต่างก็สะบัดตัวหนีออกมาจากระยะ ด้วยความสัตย์จริงว่าเป็นอะไรที่ประหลาดตามาก เพราะทันทีที่เฟิงฉินขูดสติกเกอร์โลโก้ยี่ห้อที่ติดอยู่ตรงกลางออกจนหมด ตัวตู้เย็นที่สูงราว 4 ฟุตครึ่งอันนี้ก็ขยับเขยื้อน มันสะบัดตัวเองราวกับมีชีวิต แถมยังพ่นไอเย็นออกมาจากด้านล่างวูบหนึ่ง."ฟู่~!"."เหอะ.. ฉันอยู่กับไอเย็นมาทั้งชีวิตเถอะ แค่นี้คงไม่ทำให้ต้องกลัว"เฟิงฉินคิดในใจ ตามติดมาด้วยการเอ่ยเสียงถามด็อกเตอร์ว่าจะให้ทำไงต่อ."ตรงนี้เหมือนมีรูให้เสียบอะไ
ปุ่มสวิตซ์ถูกกดไปตั้งแต่อยู่บนรถ ปล่อยเวลาผ่านเลยไปเล็กน้อยบ้านทั้งหลังก็จมหายยุบลงไปใต้ดิน! นี่คือระบบป้องกันตัวเองที่ด็อกเตอร์ออกแบบไว้นานแล้ว เพื่อใช้ป้องกันตัวบ้านไม่ให้โดนไวรัสกัดกร่อน แกมีนวัตกรรมเจ๋ง ๆ แบบนี้หลายอย่างเพียงแต่เป็นพวกเราเองที่ไม่ได้โฟกัสมาที่แกตั้งแต่แรก กลับมัวแต่ตามติดชีวิตของแพรวกับความมะรุมมะตุ้มเละเทะของเนื้อเรื่อง จนหวิดจะออกทะเลอยู่หลายรอบ.ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วเพราะนี่คือศึกสุดท้าย มีแผ่นเหล็กขนาดเท่าบานประตูสองบานวางแผ่หลาอยู่บนสนาม ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวบ้านมาก่อน ลักษณะของมันคล้ายกับประตูบานพับที่แข็งแรงแต่กลับวางนอนอยู่บนพื้น ไม่ได้ตั้งขนานกับพื้นโลกอย่างที่ควรจะเป็น แพรวที่อยู่ใกล้กับด็อกเตอร์เลือกที่จะทอดสายตาต่ำลง พลางเพ่งมองไปยังฝ่ามืออันหยาบกร้านของชายสูงอายุ พอดีกันกับมิวท์และเฟิงฉินที่เร่งเดินตามมาติด ๆ."อะไรอ่ะแพรว.. ไม่เห็นจะมี! , อุ๊บ!".โดนจ่อนิ้วเข้ากับริมฝีปาก ยินเสียงจี่จากแพรวทำให้เฟิงฉินกับมิวท์ต้องเงียบลงในทันใด ทุกคนต่างจ้องมองไปยังกระบวนการในการเปิดประตูอันพิลึกพิลั่นนั่น."เงียบก่อนอย่าเพิ่งพูดอะไร ประตูทางลงอุโมงค์มีเซ็นเ
"ซ่าาาาา , ซ่าาาาา , ครืดดด.. ด.. ด.. ด , ครืดดด.. ด.. ด.. ด"ตามปกติถ้าเปิดวิทยุก็จะได้ยินเสียงประมาณนี้.แต่หนนี้กลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป แพรวถึงกับกระชากตัวเครื่องออกมาจากช่องเสียบหน้าคอนโซลรถ แล้วเอามาแนบหูตัวเองให้ถนัดถนี่ โชคร้ายที่ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย! เพราะเสียงที่ดังกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนจากปลายกระบอกปืน."ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง! , ปัง!"."อ๊ากกกก! , เอื๊อกกกก! , อ๊ากกกก.. ก.. ก.. , อ๊ากกกก!".ถ้อยสำเนียงผนวกรวมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทางฟากโน้น หัวหน้าหน่วยทั้งสองและลูกทีมหลักร้อยคงไม่มีใครรอด แม้แต่ลูกทีมของเฟิงฉินที่พูดแต่คำจีนใส่กันก็ไม่มีการวิทยุตอบกลับมาแต่อย่างใด พวกเขาน่าจะตายคาสมรภูมิเยี่ยงทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ และตอนนี้ก็คงจะเหลือแต่เฟิงฉินผู้เป็นหัวหน้า กับมิวท์ , แพรว , แล้วก็ด็อกเตอร์ ที่เป็นดั่งความหวังสุดท้าย.แพรวลองจูนสัญญาณคลื่นวิทยุไปอีกหลายย่าน แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมคือเงียบสนิท! ไม่ม่วี่แววว่าจะมีเสียงใดลอดเข้ามา เว้นก็แต่เสียงร้องคำรามของพวกผู้ติดเชื้อที่ดังไม่หยุดหย่







