LOGINแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอสว่างวาบอยู่ในห้องปฏิบัติการชั้นบนสุดของตึกวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ ธันวาคม ได้รับอนุญาตจากคณบดีให้ใช้เป็นห้องวิจัยระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ แต่วันนี้มันกลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมะลิและแป้งเด็กเข้ามาเจือปน
“พี่ธัน... ทำไมต้องให้ฉันมาที่นี่ตอนสามทุ่มด้วยคะ? พรุ่งนี้ฉันมีสอบควิซวิชาบัญชีเบื้องต้นนะ!”
ข้าวหอม บ่นอุบพลางวางถุงใส่น้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยสายไฟและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เธออยู่ในชุดลำลองกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อยืดตัวโคร่ง ดูขัดกับบรรยากาศไฮเทคของห้องนี้อย่างสิ้นเชิง
ธันวาคมไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอที่โค้ดนับพันบรรทัดกำลังรันอย่างบ้าคลั่ง เขาถอดแว่นสายตาออกมาวางพาดไว้บนโต๊ะ เผยให้เห็นนัยน์ตาคมที่ดูเหนื่อยล้าแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
“ก็เพราะเธอกำลังจะสอบไง... ผมถึงให้มาที่นี่” เขาหมุนเก้าอี้กลับมามองหน้าเธอ “ผมสร้างโปรแกรมจำลองงบการเงินและกระแสเงินสดมาให้เธอฝึกทำ จะได้ไม่ต้องไปนั่งท่องจำสูตรโง่ๆ ในตำรา”
“พี่เขียนโปรแกรมติวบัญชีให้ฉันเหรอ?” ข้าวหอมเลิกคิ้ว เดินเข้าไปชะโงกหน้ามองจอ “นี่มัน... ระบบ Dashboard ที่เหมือนของธนาคารเลยนี่นา!”
“ลองกดดูสิ ผมดึงข้อมูลจากร้านแม่มะลิย้อนหลังสามปีมาทำเป็นโจทย์ให้เธอ ถ้าเธอทำงบดุลชุดนี้ไม่ลงตัว... คืนนี้ไม่ต้องกลับหอ”
“เผด็จการ!” ข้าวหอมแยกเขี้ยวใส่ แต่เธอก็ยอมนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เขา มือเล็กเริ่มแตะคีย์บอร์ดและเมาส์เพื่อสำรวจระบบที่เขาตั้งใจทำมาให้
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ความเงียบปกคลุมห้องแล็บ มีเพียงเสียงพิมพ์สัมผัสและเสียงพัดลมของเซิร์ฟเวอร์ ธันวาคมลอบมองใบหน้าด้านข้างของข้าวหอมที่กำลังขมวดคิ้วใช้ความคิด แสงสีฟ้าจากหน้าจอตกกระทบผิวแก้มใสของเธอ ทำให้เขาเผลอจ้องมองอยู่นาน
“พี่ธัน... ตรงนี้มัน Error อะ พี/อี เรโช มันไม่คำนวณให้” ข้าวหอมหันมาถาม แต่กลับพบว่าใบหน้าของธันวาคมอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ
ลมหายใจของทั้งคู่ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบของธันวาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาใสซื่อของคนตรงหน้า จนข้าวหอมรู้สึกเหมือนระบบภายในร่างกายของเธอเองกำลังจะพังทลาย
“ไหน... ดูสิ” ธันวาคมไม่ได้ถอยออกไป แต่เขากลับเอื้อมมือข้ามไหล่เธอไปกุมเมาส์ไว้ ทำให้เหมือนเขากำลังโอบเธอจากทางด้านหลัง
“คะ... คือ พี่แค่บอกมาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันกดเอง” ข้าวหอมพูดตะกุกตะกัก พยายามหดตัวให้เล็กลง
“เธอกดผิดบรรทัด... บัญชีต้องละเอียดกว่านี้ เหมือนกับหัวใจคน... ถ้าวางผิดที่ ข้อมูลมันก็รวนไปหมด” เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบข้างใบหูทำให้ข้าวหอมขนลุกซู่
ปิ๊ป!
เสียงรหัสผ่านประตูห้องแล็บดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิง เธอคือ แพรวา ลูกสาวนักการเมืองใหญ่คู่ค้าของพ่อธันวาคม
“ธันคะ! แพรมาหา... อ๊ะ!” แพรวาชะงักเมื่อเห็นภาพธันวาคมที่แทบจะสวมกอดข้าวหอมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
ธันวาคมผละออกช้าๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที “คุณเข้ามาได้ยังไงแพร? ผมบอกแล้วไงว่านี่คือพื้นที่ส่วนตัว”
“ก็คุณหญิงป้าให้คีย์การ์ดสำรองแพรมานี่คะ แพรเป็นห่วงเห็นว่าคุณทำงานดึก... แล้วนั่นใครคะ?” แพรวากวาดสายตามองข้าวหอมด้วยความเหยียดหยาม “เด็กส่งข้าวแกงคนนั้นนี่นา? มาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้คะธัน?”
ข้าวหอมรีบลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “ฉันมาเรียนพิเศษค่ะคุณคนสวย... พอดี ‘พี่ธัน’ เขาใจดี กลัวว่าคนไอคิวต่ำแบบฉันจะสอบตก เลยต้องติวเข้มแบบตัวต่อตัวน่ะค่ะ”
“เรียนพิเศษ?” แพรวาแค่นยิ้ม “สถานที่แบบนี้มีไว้สำหรับคนระดับเทียร์เอสเขาทำงานสำคัญกันค่ะเด็กน้อย ไม่ใช่ที่สำหรับให้ใครมานั่งเล่นขายของ”
“แพร... กลับไปซะ” ธันวาคมพูดเสียงเข้ม “ข้าวหอมไม่ได้มาเล่นขายของ เธอมาช่วยผมตรวจสอบ Logic ของระบบบัญชีที่ผมกำลังจะเสนอขายให้บริษัทแม่ของผม”
แพรวาหน้าเสีย “แต่วันนี้มีงานเลี้ยงเปิดตัวแคนดิเดตพรรคใหม่นะคะ คุณพ่อคุณรออยู่ที่งาน...”
“บอกคุณพ่อด้วยว่าผมไม่ไป ผมติด ‘บั๊ก’ สำคัญที่ต้องรีบแก้ไข... และบั๊กตัวนี้ก็น่ารักจนผมทิ้งไปไหนไม่ได้ด้วย” ธันวาคมพูดพลางหันไปขยิบตาให้ข้าวหอม
ข้าวหอมหน้าร้อนฉ่า ส่วนแพรวากำหมัดแน่นด้วยความริษยา “ธัน! คุณจะเลือกยัยเด็กนี่จริงๆ เหรอคะ? คุณก็รู้ว่าผลลัพธ์ของการทำแบบนี้คืออะไร พ่อคุณไม่มีทางยอมแน่!”
“ผลลัพธ์จะเป็นยังไง ผมเป็นคนเขียนโค้ดเอง ผมยอมรับความเสี่ยงได้... เชิญครับแพร ก่อนที่ผมจะแจ้งรปภ. ว่ามีคนบุกรุก”
เมื่อแพรวาสะบัดหน้าออกไปจากห้องด้วยความแค้น ข้าวหอมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“พี่ธัน... พี่พูดแรงไปไหมคะ? นั่นลูกรัฐมนตรีเชียวนะ เดี๋ยวเขาก็เอาไปฟ้องพ่อพี่หรอก”
“ฟ้องก็ฟ้องไปสิ ผมชินแล้ว” ธันวาคมหันกลับมามองเธอ “แล้วเธอล่ะ... เมื่อกี้ที่เขาว่าเธอเป็นเด็กส่งข้าวแกง ทำไมไม่เถียง?”
“ก็มันเรื่องจริงนี่คะ ฉันไม่ได้อายหรอกที่บ้านขายข้าวแกง แต่อายที่พี่พูดว่าฉันน่ารักต่อหน้าเขามากกว่า... พี่กินน้ำเต้าหู้บูดเข้าไปหรือเปล่าเนี่ย?”
ธันวาคมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวใจที่ข้าวหอมไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาเดินเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้เขาคว้ามือเล็กๆ ของเธอขึ้นมาดูรอยพลาสเตอร์ที่มือจากการหั่นผักเมื่อเช้า
“ข้าวหอม... โลกของผมมันไม่ได้สวยงามเหมือนหน้าจอ Dashboard พวกนี้หรอกนะ มันมีทั้งอำนาจมืด การหักหลัง และความคาดหวังที่หนักอึ้ง...” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง “การที่เธอเข้ามาอยู่ในชีวิตผม มันอาจจะทำให้ชีวิตเรียบง่ายของเธอพังลง... เธอกลัวไหม?”
ข้าวหอมมองลึกลงไปในดวงตาที่แฝงไปด้วยความโดดเดี่ยวของลูกชายผู้มีอิทธิพล เธอค่อยๆ กระชับมือเขาแน่นขึ้น
“ในสมุดบัญชี... ถ้าเรากลัวขาดทุนจนไม่กล้าลงทุน เราก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ากำไรมันหอมหวานแค่ไหน” เธอยิ้มกว้าง “ฉันอาจจะเป็นแค่ตัวเลขหลักหน่วยในชีวิตพี่ แต่ฉันเป็นหลักหน่วยที่หารไม่ลงตัวนะคะ บอกไว้ก่อน!”
ธันวาคมยิ้มกว้างออกมาจริงๆ คราวนี้เขาก้มลงจนหน้าผากแตะกับหน้าผากของเธอ
“งั้นก็เตรียมตัวไว้เลยยัยเด็กบัญชี... เพราะหลังจากนี้ ผมจะ ‘Add’ เธอเข้าไปในระบบชีวิตของผมแบบถาวร และไม่มีคำสั่ง ‘Delete’ สำหรับเธอเด็ดขาด”
ท่ามกลางแสงไฟสลัวของตึกคอมพิวเตอร์และความเงียบสงัดของยามค่ำคืน สองหัวใจที่ต่างชั้นกันอย่างสุดขั้วกำลังเริ่มเขียนรหัสรักบทใหม่ที่แม้แต่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่แรงที่สุดก็ไม่อาจประมวลผลได้
บทที่ 6 หกเดือนหลังการลบข้อมูลหกเดือนต่อมา...ณ ตึกสำนักงานใหญ่ของ Akaradech Logistics อาคารกระจกสูงระฟ้าใจกลางสุขุมวิท บรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นสูงสุดเคร่งเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ บรรดาบอร์ดบริหารนั่งตัวลีบเมื่อเผชิญหน้ากับประธานบริหารคนใหม่ที่ขึ้นมารับตำแหน่งแทนคุณหญิงดารินชั่วคราวธันวาคม ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มตัดเย็บประณีต ใบหน้าของเขาดูโตขึ้นและเย็นชาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แว่นสายตากรอบบางสีเงินไม่ได้ช่วยให้ดวงตาคมกริบคู่นั้นดูอ่อนโยนลงเลยแม้แต่น้อย"รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สอง... ทำไมตัวเลขกำไรสุทธิถึงติดลบ 5%?" เสียงทุ้มต่ำของธันวาคมดังขึ้น เรียบแต่ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าสบตา"คือ... ระบบการกระจายสินค้าใหม่ที่เราซื้อมาจากต่างประเทศมันมีปัญหาเรื่องการจัดเส้นทางครับคุณธันวา" หนุ่มใหญ่หัวหน้าแผนกไอทีตอบเสียงสั่นธันวาคมแสยะยิ้ม หมุนไอแพดในมือไปทางที่ประชุม "ระบบราคา 50 ล้านที่พวกคุณอนุมัติซื้อมา มันฉลาดน้อยกว่าโปรแกรมที่เด็กปี 1 เขียนในวิชาแล็บเสียอีก... ผมสั่งให้ยกเลิกสัญญาเจ้านั้นซะ แล้วใช้ระบบ 'Mali-Node' ที่ผมเขียนขึ้นมาแทน""แต่คุณธันวาครับ... ระบบนั้นมันเป็นของบริษัทโนเนมที่เร
บทที่ 5 แขกไม่ได้รับเชิญบรรยากาศยามบ่ายที่ร้าน “แม่มะลิข้าวแกง” วันนี้ดูเงียบเหงากว่าปกติ ไม่ใช่เพราะไม่มีลูกค้า แต่เป็นเพราะรถตู้ Alphard สีดำสนิทที่ติดฟิล์มมืดทึบจอดขวางหน้าร้าน พร้อมชายชุดสูทสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ราวกับจะประกาศอาณาเขต ข้าวหอมที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ถึงกับมือสั่นเมื่อเห็นสตรีวัยกลางคนก้าวลงจากรถคุณหญิงดาริน อัครเดชโภคิน ปรากฏตัวในชุดผ้าไหมสีแชมเปญหรูหรา เครื่องเพชรที่ลำคอและข้อมือล้อแสงแดดจนดูแสบตา เธอเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีเหยียดๆ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ปิดจมูกราวกับรังเกียจกลิ่นควันไฟ“แม่มะลิวรรณ วรโชติเมธี อยู่ไหม?” น้ำเสียงที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจดังก้องร้านแม่มะลิที่กำลังยกหม้อแกงอยู่หลังร้านรีบวางมือแล้วเดินออกมา ใบหน้าของแม่ซีดเผือดทันทีที่เห็นแขกผู้มาเยือน “คุณหญิง... คุณหญิงดาริน”“ดีที่ยังจำฉันได้ มะลิวรรณ” คุณหญิงดารินนั่งลงบนม้านั่งไม้เก่าๆ โดยใช้ผ้าเช็ดหน้าปูรองก่อน “ฉันมาที่นี่เพื่อจัดการเรื่อง ‘บั๊ก’ ที่ลูกชายฉันสร้างขึ้น... ซึ่งฉันหมายถึงลูกสาวของเธอ”ข้าวหอมก้าวออกมายืนข้างแม่ทันที ดวงตากลมโตจ้องมองคุณหญิงดารินอย่างไม่ลดละ “คุณหญิงมีธุระอะไร
บทที่ 4 ความลับใต้แสงไฟตึกคอมฯแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอสว่างวาบอยู่ในห้องปฏิบัติการชั้นบนสุดของตึกวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ ธันวาคม ได้รับอนุญาตจากคณบดีให้ใช้เป็นห้องวิจัยระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ แต่วันนี้มันกลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมะลิและแป้งเด็กเข้ามาเจือปน“พี่ธัน... ทำไมต้องให้ฉันมาที่นี่ตอนสามทุ่มด้วยคะ? พรุ่งนี้ฉันมีสอบควิซวิชาบัญชีเบื้องต้นนะ!”ข้าวหอม บ่นอุบพลางวางถุงใส่น้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยสายไฟและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เธออยู่ในชุดลำลองกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อยืดตัวโคร่ง ดูขัดกับบรรยากาศไฮเทคของห้องนี้อย่างสิ้นเชิงธันวาคมไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอที่โค้ดนับพันบรรทัดกำลังรันอย่างบ้าคลั่ง เขาถอดแว่นสายตาออกมาวางพาดไว้บนโต๊ะ เผยให้เห็นนัยน์ตาคมที่ดูเหนื่อยล้าแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น“ก็เพราะเธอกำลังจะสอบไง... ผมถึงให้มาที่นี่” เขาหมุนเก้าอี้กลับมามองหน้าเธอ “ผมสร้างโปรแกรมจำลองงบการเงินและกระแสเงินสดมาให้เธอฝึกทำ จะได้ไม่ต้องไปนั่งท่องจำสูตรโง่ๆ ในตำรา”“พี่เขียนโปรแกรมติวบัญชีให้ฉันเหรอ?” ข้าวหอมเลิกคิ้ว เดินเข้าไปชะโงกหน้ามองจ
บทที่ 3 เจ้าหญิงแห่งร้านข้าวแกงกับนายโลจิสติกส์เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ร้าน “แม่มะลิข้าวแกง” กลิ่นหอมของพะโล้และผัดเผ็ดปลาดุกโชยไปทั่วบริเวณ ข้าวหอมอยู่ในชุดนักศึกษาเตรียมไปเรียนคาบเช้า แต่ยังคงทำหน้าที่ช่วยแม่ตักแกงใส่ถุงด้วยความขะมักเขม้นบรึ๋น!เสียงเครื่องยนต์ทรงพลังที่คุ้นหูหยุดกึกที่หน้าร้าน ไม่ใช่รถสปอร์ตคันเมื่อคืน แต่เป็นบิ๊กไบค์คันโตสีดำดุดัน ร่างสูงในเสื้อช็อปวิศวะสีน้ำเงินเข้มก้าวลงจากรถ ถอดหมวกกันน็อกออกเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่วันนี้สวมแว่นสายตาดูละมุนกว่าปกติเล็กน้อย... ถ้าไม่นับพลาสเตอร์ยาที่แปะอยู่บนโหนกแก้มและมุมปาก“พี่ธัน!” ข้าวหอมอุทานเบาๆ จนแม่มะลิที่อยู่หลังร้านชะเง้อหน้าออกมาดู“ใครน่ะลูก? เพื่อนเหรอ?” แม่มะลิถามพลางยิ้มใจดี“เอ่อ... ลูกค้าค่ะแม่” ข้าวหอมตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะหันไปสบตากับคนตัวสูงที่เดินดุ่มๆ เข้ามาหยุดหน้าเคาน์เตอร์ “มาทำไมคะ? ติดใจคั่วกลิ้งหรือติดใจโดนรุมซ้อม?”ธันวาคมไม่ตอบ แต่เขากลับวาง iPad Pro รุ่นล่าสุดลงบนโต๊ะไม้ แล้วหันไปยกมือไหว้แม่มะลิอย่างนอบน้อมจนข้าวหอมอ้าปากค้าง ‘บทจะสุภาพก็ทำได้นี่นา!’“สวัสดีครับแม่ ผมธันวาคม เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของข
บทที่ 2 รอยเลือดบนเสื้อช็อปแสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังจะลับขอบฟ้า เปลี่ยนสีท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นสีส้มอมม่วง ข้าวหอมเดินทอดน่องเข้าไปในซอยลัดหลังมหาวิทยาลัย ในมือหิ้วถุงพลาสติกที่บรรจุกล่องขนมไทยที่เหลือจากการขายวันนี้ เธอตั้งใจจะเอาไปให้ป้าแม่บ้านที่หอพัก แต่ลึกๆ ในใจกลับนึกถึงใบหน้ากวนประสาทของ 'นายวิศวะคอมฯ' คนเมื่อกลางวัน‘T. AKARADECHPHOKIN... ปากกาบ้าอะไรด้ามละเกือบหมื่น ขี้เก๊กชะมัด’ เธอคิดพลางลูบปากกาสีดำในกระเป๋ากระโปรงพลันหูของเธอก็แว่วได้ยินเสียงตะโกนห้วนๆ และเสียงดังโครมครามมาจากทางตันข้างโกดังเก่าท้ายซอย ข้าวหอมชะงักเท้า หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด“ผมบอกว่าไม่เซ็น... ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?”เสียงนั้น! ข้าวหอมจำได้แม่น ทุ้ม ต่ำ และนิ่งสนิทเหมือนน้ำแข็งที่กำลังจะเชือดเฉือนทุกอย่าง เธอค่อยๆ ย่องไปแอบหลังกองลังไม้เก่าๆ หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอกภาพที่เห็นทำให้เธอแทบลืมหายใจ ธันวาคม ในชุดเสื้อช็อปตัวเดิม แต่คราวนี้เขาไม่ได้อยู่กับนิก รอบตัวเขามีชายชุดสูทสีดำห้าคนยืนล้อมหน้าล้อมหลัง หนึ่งในนั้นถือเอกสารบางอย่างไว้ ส่วนธันวาคมยืนพิงรถส
บทที่ 1 อัลกอริทึมที่ผิดพลาดกลิ่นเครื่องแกงใต้คั่วจนได้ที่โชยฟุ้งไปตามลม ปะทะกับจมูกของเหล่าบรรดานิสิตที่เดินผ่านไปมาในซอยข้างมหาวิทยาลัย ร้าน “แม่มะลิข้าวแกง” เป็นตึกแถวไม้เก่าสองคูหาที่ดูธรรมดาแต่กลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะในช่วงพักเที่ยงแบบนี้“คั่วกลิ้งหมูราดข้าว เพิ่มไข่ดาวไม่สุกได้แล้วค่ะ! ถุงละ 50 บาทค่ะพี่”กลิ่นประทุม หรือ ข้าวหอม ในชุดนักศึกษาปี 1 ที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมง สวมผ้ากันเปื้อนสีหวานทับกระโปรงพลีท มือหนึ่งถือจาน อีกมือตักแกงด้วยความคล่องแคล่ว ใบหน้าจิ้มลิ้มมีหยดเหงื่อซึมตามไรผม แต่ดวงตากลมโตนั้นยังคงทอประกายสดใสตึก... ตึก... ตึก...เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะหนักแน่นที่หน้าร้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มชายในชุดเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มขบวนใหญ่ นำโดยชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่แผ่รังสีความกดดันออกมาจนนิสิตคนอื่นๆ รอบข้างต้องรีบขยับที่ให้เขาสูงโดดเด่น ใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสีดำดูเย็นชาและอ่านยาก ธันวาคม อัครเดชโภคิน หรือ ธัน เฮดว้ากคณะวิศวะคอมฯ ปี 2 ผู้เป็นความหวังและขั้วอำนาจใหม่ของตระกูลอัครเดชโภคิน“ไอ้







