LOGINบรรยากาศยามบ่ายที่ร้าน “แม่มะลิข้าวแกง” วันนี้ดูเงียบเหงากว่าปกติ ไม่ใช่เพราะไม่มีลูกค้า แต่เป็นเพราะรถตู้ Alphard สีดำสนิทที่ติดฟิล์มมืดทึบจอดขวางหน้าร้าน พร้อมชายชุดสูทสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ราวกับจะประกาศอาณาเขต ข้าวหอมที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ถึงกับมือสั่นเมื่อเห็นสตรีวัยกลางคนก้าวลงจากรถ
คุณหญิงดาริน อัครเดชโภคิน ปรากฏตัวในชุดผ้าไหมสีแชมเปญหรูหรา เครื่องเพชรที่ลำคอและข้อมือล้อแสงแดดจนดูแสบตา เธอเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีเหยียดๆ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ปิดจมูกราวกับรังเกียจกลิ่นควันไฟ
“แม่มะลิวรรณ วรโชติเมธี อยู่ไหม?” น้ำเสียงที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจดังก้องร้าน
แม่มะลิที่กำลังยกหม้อแกงอยู่หลังร้านรีบวางมือแล้วเดินออกมา ใบหน้าของแม่ซีดเผือดทันทีที่เห็นแขกผู้มาเยือน “คุณหญิง... คุณหญิงดาริน”
“ดีที่ยังจำฉันได้ มะลิวรรณ” คุณหญิงดารินนั่งลงบนม้านั่งไม้เก่าๆ โดยใช้ผ้าเช็ดหน้าปูรองก่อน “ฉันมาที่นี่เพื่อจัดการเรื่อง ‘บั๊ก’ ที่ลูกชายฉันสร้างขึ้น... ซึ่งฉันหมายถึงลูกสาวของเธอ”
ข้าวหอมก้าวออกมายืนข้างแม่ทันที ดวงตากลมโตจ้องมองคุณหญิงดารินอย่างไม่ลดละ “คุณหญิงมีธุระอะไรกับฉัน ก็พูดกับฉันโดยตรงค่ะ อย่ามาข่มขู่แม่ของฉัน”
คุณหญิงดารินปรายตามองข้าวหอมตั้งแต่หัวจรดเท้า “กล้าดีนี่... สมกับที่เป็นลูกสาวของคนขับรถที่ตายไปเพราะความประมาท”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจข้าวหอม “คุณหญิงหมายความว่ายังไงคะ? พ่อของฉันไม่ได้ประมาท!”
“เรื่องเก่าๆ อย่าไปขุดคุ้ยเลย” คุณหญิงดารินหยิบเช็คเงินสดออกมาวางบนโต๊ะ “นี่คือเงิน 5 ล้านบาท มากพอที่จะให้เธอไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือย้ายร้านข้าวแกงซอมซ่อนี่ไปอยู่ที่อื่น... เงื่อนไขเดียวคือ เลิกยุ่งกับธันวาคมซะ”
“เงินของคุณหญิง ซื้อศักดิ์ศรีของพวกเราไม่ได้หรอกค่ะ” ข้าวหอมตอบเสียงสั่นด้วยความโกรธ “และที่สำคัญ ฉันกับพี่ธัน... เราไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ผิดสิ... ผิดที่เธอไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” คุณหญิงดารินแค่นยิ้ม “ธันวาคมถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดอาณาจักรหมื่นล้าน เขาต้องแต่งงานกับคนที่ส่งเสริมบารมีกันได้ ไม่ใช่เด็กขายข้าวแกงที่มีประวัติครอบครัวมัวหมองแบบนี้”
“หยุดเถอะครับคุณแม่!”
เสียงทุ้มอันทรงพลังดังกขึ้นหน้าร้าน ธันวาคมก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดกว่าครั้งไหนๆ เขาเดินตรงมาคว้ามือข้าวหอมไว้แน่นต่อหน้าแม่ของเขา
“ธัน! นี่ลูกกล้าเดินเข้ามาร้านสกปรกๆ นี่เพื่อยัยเด็กนี่เหรอ?” คุณหญิงดารินลุกขึ้นยืน ตัวสั่นด้วยความโกรธ
“ร้านนี้ไม่สกปรกครับแม่... ใจคนที่ชอบเอาเงินฟาดหัวคนอื่นต่างหากที่สกปรก” ธันวาคมจ้องหน้าแม่ตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้ “ผมบอกแม่แล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของผม”
“ชีวิตส่วนตัวของลูกคือสมบัติของตระกูลอัครเดชโภคิน!” คุณหญิงดารินตวาด “ถ้าลูกยังดื้อดึงจะเอาแม่นี่มาเป็นเมีย ลูกเตรียมตัวถูกตัดออกจากกองมรดก และระบบทั้งหมดที่ลูกสร้างมา แม่จะสั่งปิดมันให้หมด!”
ธันวาคมหัวเราะเย็นๆ “แม่ลืมไปหรือเปล่าว่า ‘ระบบ’ ที่แม่พูดถึง ผมเป็นคนเขียน Code มันขึ้นมาเองทั้งหมด ถ้าแม่สั่งปิด... ผมก็แค่กดปุ่ม Delete ครั้งเดียว ทุกอย่างที่เป็นดิจิทัลของอัครเดชโภคินจะกลายเป็นขยะทันที แม่กล้าแลกไหมล่ะครับ?”
บรรยากาศในร้านกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก แพรวาที่เดินตามเข้ามาทีหลังรีบเข้าไปเกาะแขนคุณหญิงดาริน “ธันคะ! ทำไมพูดกับคุณแม่แบบนี้ล่ะคะ แพรว่าเราคุยกันดีๆ...”
“ไม่มีอะไรต้องคุย แพรวา” ธันวาคมสะบัดมือออก “ข้าวหอม... เราไปจากที่นี่กันเถอะ”
“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ธัน” ข้าวหอมดึงมือเขาไว้ เธอหันไปมองแม่มะลิที่ยืนน้ำตาคลออยู่ด้านหลัง “คุณหญิงคะ... เงิน 5 ล้านนี่ ฉันไม่รับค่ะ แต่ฉันขอถามคำเดียว... ความลับเรื่องอุบัติเหตุของพ่อฉันที่คุณหญิงพูดถึง มันคืออะไรกันแน่?”
คุณหญิงดารินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้ม “อยากรู้เหรอ? ไปถามแม่ของเธอสิ ว่าคืนนั้นพ่อของเธอแอบส่ง ‘ข้อมูล’ อะไรให้ตำรวจ ก่อนที่รถจะคว่ำน่ะ!”
แม่มะลิถึงกับทรุดลงกับพื้น ข้าวหอมรีบเข้าไปประคองแม่ “แม่จ๊ะ! มันเรื่องอะไรกัน?”
ธันวาคมมองภาพนั้นด้วยความสับสนและปวดใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าตระกูลของเขามีความแค้นฝังลึกกับครอบครัวของข้าวหอมขนาดนี้
“ธัน... ถ้าลูกไม่กลับไปกับแม่ตอนนี้ ลูกจะไม่มีวันได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีก แม่รับรองว่าร้านนี้จะถูกรื้อทิ้งภายใน 24 ชั่วโมง!” คุณหญิงดารินยื่นคำขาด
ธันวาคมหันไปมองข้าวหอมที่กำลังกอดแม่ร้องไห้ หัวใจของเขาเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เขารู้ดีว่าถ้าเขาไม่ยอมถอยตอนนี้ ข้าวหอมและแม่จะเดือดร้อนยิ่งกว่าเดิม
“พี่ธัน...” ข้าวหอมเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่บอบช้ำ “พี่กลับไปเถอะค่ะ... กลับไปหาโลกของพี่”
“ข้าวหอม... ผมไม่...”
“ไปเถอะค่ะ! ก่อนที่ทุกอย่างจะพังไปมากกว่านี้” ข้าวหอมตะโกนทั้งน้ำตา “ความรักของเรา... มันอาจจะเป็นอัลกอริทึมที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นจริงๆ อย่างที่พี่เคยบอก”
ธันวาคมกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้น เขาจ้องมองข้าวหอมเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและคำสัญญาที่ไม่อาจพูดออกไปได้
“อืม... ผมเข้าใจแล้ว” เขาพูดเสียงแหบพร่า ก่อนจะหันไปหาคุณหญิงดาริน “ผมจะกลับไป... แต่มีข้อแม้เดียว ห้ามใครแตะต้องร้านนี้หรือคนในครอบครัวนี้แม้แต่ปลายก้อย ไม่งั้นผมจะทำลายอัครเดชโภคินด้วยมือของผมเอง”
ธันวาคมเดินออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย รถ Alphard เคลื่อนตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและเสียงสะอื้นของสองแม่ลูก
ข้าวหอมก้มลงเก็บเช็คเงินสดที่พื้น เธอฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ แล้วโปรยลงบนพื้นปูน
“อัลกอริทึมอาจจะผิดพลาด...” ข้าวหอมพึมพำกับตัวเอง “แต่ฉันจะ Debug เรื่องนี้ด้วยตัวเอง... ฉันจะรู้ให้ได้ว่าใครฆ่าพ่อ!”
ตัดกลับไปที่ห้องแล็บตึกคอมพิวเตอร์ ยามดึกสงัด
ธันวาคมนั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์เพียงลำพัง แสงสีฟ้าสะท้อนในดวงตาที่เย็นชาและมืดมนกว่าที่เคย บนหน้าจอไม่ได้มีเพียงโค้ดโปรแกรม แต่มีภาพกล้องวงจรปิดลึกลับที่เขาแอบแฮ็กมาจากแฟ้มคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อน
เขากดปุ่ม Enter ช้าๆ บนหน้าจอปรากฏข้อความสีแดงว่า: [DECRYPTING FILE: THE ACCIDENT_REPORT_2014]
“ถ้าโลกของผมมันโสโครกนกจนทำร้ายเธอ...” ธันวาคมกระซิบกับความมืด “ผมก็จะล้างโลกใบนี้ทิ้ง... เพื่อสร้างโลกใหม่ที่มีแค่เรา”
รอยยิ้มสุดท้ายของเขาช่างดูน่ากลัวและทรงพลัง เกมการล้างแค้นและการพิสูจน์รักแท้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!
บทที่ 6 หกเดือนหลังการลบข้อมูลหกเดือนต่อมา...ณ ตึกสำนักงานใหญ่ของ Akaradech Logistics อาคารกระจกสูงระฟ้าใจกลางสุขุมวิท บรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นสูงสุดเคร่งเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ บรรดาบอร์ดบริหารนั่งตัวลีบเมื่อเผชิญหน้ากับประธานบริหารคนใหม่ที่ขึ้นมารับตำแหน่งแทนคุณหญิงดารินชั่วคราวธันวาคม ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มตัดเย็บประณีต ใบหน้าของเขาดูโตขึ้นและเย็นชาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แว่นสายตากรอบบางสีเงินไม่ได้ช่วยให้ดวงตาคมกริบคู่นั้นดูอ่อนโยนลงเลยแม้แต่น้อย"รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สอง... ทำไมตัวเลขกำไรสุทธิถึงติดลบ 5%?" เสียงทุ้มต่ำของธันวาคมดังขึ้น เรียบแต่ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าสบตา"คือ... ระบบการกระจายสินค้าใหม่ที่เราซื้อมาจากต่างประเทศมันมีปัญหาเรื่องการจัดเส้นทางครับคุณธันวา" หนุ่มใหญ่หัวหน้าแผนกไอทีตอบเสียงสั่นธันวาคมแสยะยิ้ม หมุนไอแพดในมือไปทางที่ประชุม "ระบบราคา 50 ล้านที่พวกคุณอนุมัติซื้อมา มันฉลาดน้อยกว่าโปรแกรมที่เด็กปี 1 เขียนในวิชาแล็บเสียอีก... ผมสั่งให้ยกเลิกสัญญาเจ้านั้นซะ แล้วใช้ระบบ 'Mali-Node' ที่ผมเขียนขึ้นมาแทน""แต่คุณธันวาครับ... ระบบนั้นมันเป็นของบริษัทโนเนมที่เร
บทที่ 5 แขกไม่ได้รับเชิญบรรยากาศยามบ่ายที่ร้าน “แม่มะลิข้าวแกง” วันนี้ดูเงียบเหงากว่าปกติ ไม่ใช่เพราะไม่มีลูกค้า แต่เป็นเพราะรถตู้ Alphard สีดำสนิทที่ติดฟิล์มมืดทึบจอดขวางหน้าร้าน พร้อมชายชุดสูทสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ราวกับจะประกาศอาณาเขต ข้าวหอมที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ถึงกับมือสั่นเมื่อเห็นสตรีวัยกลางคนก้าวลงจากรถคุณหญิงดาริน อัครเดชโภคิน ปรากฏตัวในชุดผ้าไหมสีแชมเปญหรูหรา เครื่องเพชรที่ลำคอและข้อมือล้อแสงแดดจนดูแสบตา เธอเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีเหยียดๆ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ปิดจมูกราวกับรังเกียจกลิ่นควันไฟ“แม่มะลิวรรณ วรโชติเมธี อยู่ไหม?” น้ำเสียงที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจดังก้องร้านแม่มะลิที่กำลังยกหม้อแกงอยู่หลังร้านรีบวางมือแล้วเดินออกมา ใบหน้าของแม่ซีดเผือดทันทีที่เห็นแขกผู้มาเยือน “คุณหญิง... คุณหญิงดาริน”“ดีที่ยังจำฉันได้ มะลิวรรณ” คุณหญิงดารินนั่งลงบนม้านั่งไม้เก่าๆ โดยใช้ผ้าเช็ดหน้าปูรองก่อน “ฉันมาที่นี่เพื่อจัดการเรื่อง ‘บั๊ก’ ที่ลูกชายฉันสร้างขึ้น... ซึ่งฉันหมายถึงลูกสาวของเธอ”ข้าวหอมก้าวออกมายืนข้างแม่ทันที ดวงตากลมโตจ้องมองคุณหญิงดารินอย่างไม่ลดละ “คุณหญิงมีธุระอะไร
บทที่ 4 ความลับใต้แสงไฟตึกคอมฯแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอสว่างวาบอยู่ในห้องปฏิบัติการชั้นบนสุดของตึกวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ ธันวาคม ได้รับอนุญาตจากคณบดีให้ใช้เป็นห้องวิจัยระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ แต่วันนี้มันกลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมะลิและแป้งเด็กเข้ามาเจือปน“พี่ธัน... ทำไมต้องให้ฉันมาที่นี่ตอนสามทุ่มด้วยคะ? พรุ่งนี้ฉันมีสอบควิซวิชาบัญชีเบื้องต้นนะ!”ข้าวหอม บ่นอุบพลางวางถุงใส่น้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยสายไฟและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เธออยู่ในชุดลำลองกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อยืดตัวโคร่ง ดูขัดกับบรรยากาศไฮเทคของห้องนี้อย่างสิ้นเชิงธันวาคมไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอที่โค้ดนับพันบรรทัดกำลังรันอย่างบ้าคลั่ง เขาถอดแว่นสายตาออกมาวางพาดไว้บนโต๊ะ เผยให้เห็นนัยน์ตาคมที่ดูเหนื่อยล้าแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น“ก็เพราะเธอกำลังจะสอบไง... ผมถึงให้มาที่นี่” เขาหมุนเก้าอี้กลับมามองหน้าเธอ “ผมสร้างโปรแกรมจำลองงบการเงินและกระแสเงินสดมาให้เธอฝึกทำ จะได้ไม่ต้องไปนั่งท่องจำสูตรโง่ๆ ในตำรา”“พี่เขียนโปรแกรมติวบัญชีให้ฉันเหรอ?” ข้าวหอมเลิกคิ้ว เดินเข้าไปชะโงกหน้ามองจ
บทที่ 3 เจ้าหญิงแห่งร้านข้าวแกงกับนายโลจิสติกส์เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ร้าน “แม่มะลิข้าวแกง” กลิ่นหอมของพะโล้และผัดเผ็ดปลาดุกโชยไปทั่วบริเวณ ข้าวหอมอยู่ในชุดนักศึกษาเตรียมไปเรียนคาบเช้า แต่ยังคงทำหน้าที่ช่วยแม่ตักแกงใส่ถุงด้วยความขะมักเขม้นบรึ๋น!เสียงเครื่องยนต์ทรงพลังที่คุ้นหูหยุดกึกที่หน้าร้าน ไม่ใช่รถสปอร์ตคันเมื่อคืน แต่เป็นบิ๊กไบค์คันโตสีดำดุดัน ร่างสูงในเสื้อช็อปวิศวะสีน้ำเงินเข้มก้าวลงจากรถ ถอดหมวกกันน็อกออกเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่วันนี้สวมแว่นสายตาดูละมุนกว่าปกติเล็กน้อย... ถ้าไม่นับพลาสเตอร์ยาที่แปะอยู่บนโหนกแก้มและมุมปาก“พี่ธัน!” ข้าวหอมอุทานเบาๆ จนแม่มะลิที่อยู่หลังร้านชะเง้อหน้าออกมาดู“ใครน่ะลูก? เพื่อนเหรอ?” แม่มะลิถามพลางยิ้มใจดี“เอ่อ... ลูกค้าค่ะแม่” ข้าวหอมตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะหันไปสบตากับคนตัวสูงที่เดินดุ่มๆ เข้ามาหยุดหน้าเคาน์เตอร์ “มาทำไมคะ? ติดใจคั่วกลิ้งหรือติดใจโดนรุมซ้อม?”ธันวาคมไม่ตอบ แต่เขากลับวาง iPad Pro รุ่นล่าสุดลงบนโต๊ะไม้ แล้วหันไปยกมือไหว้แม่มะลิอย่างนอบน้อมจนข้าวหอมอ้าปากค้าง ‘บทจะสุภาพก็ทำได้นี่นา!’“สวัสดีครับแม่ ผมธันวาคม เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของข
บทที่ 2 รอยเลือดบนเสื้อช็อปแสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังจะลับขอบฟ้า เปลี่ยนสีท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นสีส้มอมม่วง ข้าวหอมเดินทอดน่องเข้าไปในซอยลัดหลังมหาวิทยาลัย ในมือหิ้วถุงพลาสติกที่บรรจุกล่องขนมไทยที่เหลือจากการขายวันนี้ เธอตั้งใจจะเอาไปให้ป้าแม่บ้านที่หอพัก แต่ลึกๆ ในใจกลับนึกถึงใบหน้ากวนประสาทของ 'นายวิศวะคอมฯ' คนเมื่อกลางวัน‘T. AKARADECHPHOKIN... ปากกาบ้าอะไรด้ามละเกือบหมื่น ขี้เก๊กชะมัด’ เธอคิดพลางลูบปากกาสีดำในกระเป๋ากระโปรงพลันหูของเธอก็แว่วได้ยินเสียงตะโกนห้วนๆ และเสียงดังโครมครามมาจากทางตันข้างโกดังเก่าท้ายซอย ข้าวหอมชะงักเท้า หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด“ผมบอกว่าไม่เซ็น... ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?”เสียงนั้น! ข้าวหอมจำได้แม่น ทุ้ม ต่ำ และนิ่งสนิทเหมือนน้ำแข็งที่กำลังจะเชือดเฉือนทุกอย่าง เธอค่อยๆ ย่องไปแอบหลังกองลังไม้เก่าๆ หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอกภาพที่เห็นทำให้เธอแทบลืมหายใจ ธันวาคม ในชุดเสื้อช็อปตัวเดิม แต่คราวนี้เขาไม่ได้อยู่กับนิก รอบตัวเขามีชายชุดสูทสีดำห้าคนยืนล้อมหน้าล้อมหลัง หนึ่งในนั้นถือเอกสารบางอย่างไว้ ส่วนธันวาคมยืนพิงรถส
บทที่ 1 อัลกอริทึมที่ผิดพลาดกลิ่นเครื่องแกงใต้คั่วจนได้ที่โชยฟุ้งไปตามลม ปะทะกับจมูกของเหล่าบรรดานิสิตที่เดินผ่านไปมาในซอยข้างมหาวิทยาลัย ร้าน “แม่มะลิข้าวแกง” เป็นตึกแถวไม้เก่าสองคูหาที่ดูธรรมดาแต่กลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะในช่วงพักเที่ยงแบบนี้“คั่วกลิ้งหมูราดข้าว เพิ่มไข่ดาวไม่สุกได้แล้วค่ะ! ถุงละ 50 บาทค่ะพี่”กลิ่นประทุม หรือ ข้าวหอม ในชุดนักศึกษาปี 1 ที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมง สวมผ้ากันเปื้อนสีหวานทับกระโปรงพลีท มือหนึ่งถือจาน อีกมือตักแกงด้วยความคล่องแคล่ว ใบหน้าจิ้มลิ้มมีหยดเหงื่อซึมตามไรผม แต่ดวงตากลมโตนั้นยังคงทอประกายสดใสตึก... ตึก... ตึก...เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะหนักแน่นที่หน้าร้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มชายในชุดเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มขบวนใหญ่ นำโดยชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่แผ่รังสีความกดดันออกมาจนนิสิตคนอื่นๆ รอบข้างต้องรีบขยับที่ให้เขาสูงโดดเด่น ใบหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสีดำดูเย็นชาและอ่านยาก ธันวาคม อัครเดชโภคิน หรือ ธัน เฮดว้ากคณะวิศวะคอมฯ ปี 2 ผู้เป็นความหวังและขั้วอำนาจใหม่ของตระกูลอัครเดชโภคิน“ไอ้







