Share

บทที่ 15

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-20 16:27:04

ภายในคฤหาสน์พิทักษ์วงศ์

บรรยากาศที่เคยสงบเรียบร้อยในทุกเช้า

วันนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

อลิซ—อดีตตำรวจหญิงผู้เด็ดขาด—กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น

ใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบราวกับกำลังประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา

บีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ นั่งอยู่ไม่ไกล

ทุกคนต่างมีสีหน้ากังวล

เพราะตั้งแต่เมื่อคืน…

อะธีน่าไม่กลับบ้าน

โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้

รถที่เธอขับออกไปก็ยังไม่กลับเข้ามาในโรงจอด

“อะธีน่าไม่เคยหายไปทั้งคืนแบบนี้”

แม็กซ์พูดขึ้นเสียงเครียด

“ต่อให้ไปค้างกับเพื่อน ก็ต้องส่งข้อความบอกก่อนตลอด”

แจสเปอร์พยักหน้าเห็นด้วย

มือยังกำโทรศัพท์แน่น

“ผมลองเช็กโลเคชันมือถือแล้ว แต่เหมือนปิดเครื่องไปตั้งแต่เมื่อคืน”

บีมที่นั่งเงียบมาตลอด ขมวดคิ้ว

ความเป็นพี่ชายคนโตทำให้เขานิ่งกว่าคนอื่น

แต่ความกังวลในแววตาก็ชัดเจนไม่แพ้กัน

“แม่ครับ…”

เขาหันไปหาอลิซ

“เราควรไปแจ้งความไหม”

อลิซกำลังจะตอบ

แต่ทันใดนั้น—

เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น

ทุกคนในห้องหันไปมองพร้อมกันทันที

อลิซหยิบขึ้นมาดู

เป็นข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย

ก่อนจะเปิดอ่าน

ข้อความสั้น ๆ ปรากฏบนหน้าจอ—

[อะธีน่าถูกคนร้ายสองคนจับตัวเมื่อคืน แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง]

เพียงประโยคเดียว

ก็ทำให้ทั้งห้องนิ่งงัน

“แม่… ใครส่งมา”

แม็กซ์ถามทันที

อลิซอ่านซ้ำอีกครั้งอย่างใจเย็น

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลูก ๆ

“มีคนส่งมาบอกว่าอะธีน่าถูกจับตัวเมื่อคืน…”

เธอหยุดหายใจเล็กน้อย

“แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว”

“อะไรนะครับ!?”

บีมลุกขึ้นยืนทันที

“ถูกจับตัว? แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน ใครช่วยไว้”

แจสเปอร์รีบเดินเข้ามาดูหน้าจอ

อ่านข้อความซ้ำด้วยตัวเอง

“ไม่มีรายละเอียดอื่นเลยเหรอครับแม่”

อลิซส่ายหน้า

แต่สีหน้าไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างที่ลูก ๆ เป็น

“คนที่ส่งข้อความมา…”

เธอพูดช้า ๆ อย่างครุ่นคิด

“น่าจะเป็นคนที่ช่วยอะธีน่าไว้”

“แล้วทำไมไม่บอกชื่อและที่อยู่”

แม็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“จะให้เราใจเย็นได้ยังไง!”

อลิซหลับตาลงชั่วครู่

ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง

“อย่างน้อยเรารู้แล้วอย่างหนึ่ง”

“อะธีน่ายังปลอดภัย”

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง

บีมถอนหายใจยาว

มือยังสั่นเล็กน้อย

“แต่ผมไม่โอเคเลยนะครับแม่”

“น้องหายไปทั้งคืน แถมโดนจับตัวอีก…”

อลิซลุกขึ้นยืน

สายตากลับมาแน่วแน่เหมือนสมัยตอนเป็นตำรวจ

“แม่จะตามเรื่องนี้เอง”

น้ำเสียงหนักแน่น

“ไม่ว่าใครทำกับอะธีน่า… จะต้องรับผิดชอบ”

เธอหันไปมองลูกชายทั้งสาม

“ตอนนี้เราทำได้อย่างเดียว”

“รอให้อะธีน่าติดต่อกลับมา”

ในขณะที่ความกังวลยังคงลอยอบอวลอยู่ในบ้านพิทักษ์วงศ์

ไม่มีใครรู้เลยว่า—

อะธีน่าในตอนนี้

กำลังนอนพักฟื้นอยู่ในคฤหาสน์อีกหลังหนึ่ง

ภายใต้การดูแลของใครบางคน

ที่เลือกปกป้องเธอ

และเรื่องราวทั้งหมด

กำลังจะพาทุกคนเข้าสู่เส้นทางใหม่

ที่ไม่มีใครคาดคิด

แสงแดดเที่ยงวันส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์

ทำให้บรรยากาศภายในบ้านของโซลดูกว้างขวางและอบอุ่นกว่าที่เคย

อะธีน่าค่อย ๆ ลืมตาตื่นอีกครั้ง

อาการเวียนหัวลดลงมากกว่าช่วงเช้า

แต่ร่างกายก็ยังรู้สึกอ่อนล้าอยู่เล็กน้อย

เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างระมัดระวัง

ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู

ก๊อก ก๊อก

ไม่นานประตูก็เปิดออก

โซลเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

“ดีขึ้นไหม”

เขาถามพลางมองสำรวจเธออย่างเป็นห่วง

อะธีน่าพยักหน้าเบา ๆ

“ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ แค่ยังรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย”

“งั้นลงไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า พี่สั่งโจ๊กมาให้ น้องน่าจะกินอะไรอ่อน ๆ ได้แล้ว”

เธอชะงักเล็กน้อย

“ให้หนูลงไปเหรอคะ”

โซลหัวเราะเบา ๆ

“บ้านพี่เอง ไม่ต้องเกรงใจหรอก”

เขายื่นมือมาให้พยุง

อะธีน่าลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะจับมือเขาไว้

แล้วค่อย ๆ เดินตามลงไปชั้นล่าง

ห้องทานอาหารของบ้านโซลเรียบหรู

แต่ให้ความรู้สึกสบายมากกว่าที่เธอคิด

บนโต๊ะมีโจ๊กใส่ถ้วยเรียบร้อย

พร้อมน้ำเปล่าและยา

“พี่ไม่รู้ว่าหนูชอบแบบไหน เลยสั่งแบบธรรมดามาให้ก่อน”

โซลพูดพลางเลื่อนถ้วยมาตรงหน้าเธอ

“แค่นี้ก็กินได้แล้วค่ะ”

อะธีน่านั่งลงอย่างเกรงใจ

ก่อนจะเริ่มตักโจ๊กกินช้า ๆ

รสชาติอุ่น ๆ ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นทันที

ระหว่างที่กำลังนั่งกินกันอยู่

จู่ ๆ เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น

โซลขมวดคิ้วเล็กน้อย

“วันนี้ไม่ได้มีนัดใครนี่นา…”

เขาลุกขึ้นไปเปิดประตู

ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้

พร้อมเสียงผู้หญิงที่คุ้นหู

“โซล! พี่เอาตารางงานใหม่มาให้—”

ประโยคหยุดกลางคัน

เมื่อมิ้นต์—ผู้จัดการส่วนตัวของโซล—ก้าวเข้ามาในห้องทานอาหาร

และเห็นภาพตรงหน้า

อะธีน่านั่งอยู่ที่โต๊ะ

ในชุดลำลอง

มีผ้าพันแผลที่มือและขมับ

ดวงตาของมิ้นต์เบิกกว้างทันที

“เดี๋ยวนะ…”

เธอมองสลับไปมาระหว่างสองคน

“นี่มันอะไรกัน โซล”

“ทำไม… น้องอะธีน่าถึงมาอยู่ที่นี่ได้!”

บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่

อะธีน่าวางช้อนลงอย่างเกรงใจ

ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง

โซลถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พี่มิ้นต์ ใจเย็นก่อนนะครับ”

“จะให้ใจเย็นได้ยังไง!”

มิ้นต์เดินเข้ามาใกล้อย่างตกใจ

เขาหันไปมองอะธีน่าแวบหนึ่ง

เหมือนจะขออนุญาตด้วยสายตา

ก่อนจะพามิ้นต์เดินออกมาคุยกันอีกมุมหนึ่งของห้อง แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด

ตั้งแต่คืนที่เขาขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์

ตามรถต้องสงสัยไป

จนช่วยอะธีน่าออกมาจากโกดังร้าง

ยิ่งฟัง

มิ้นต์ก็ยิ่งทำหน้าเหลือเชื่อ

“นี่นาย… เข้าไปช่วยน้องมาคนเดียวเนี่ยนะ!?”

เธอขึ้นเสียงเบา ๆ ด้วยความตกใจ

“แล้วไม่คิดจะแจ้งตำรวจเลยเหรอ!”

“ตอนนั้นมันฉุกเฉินมากพี่”

โซลตอบนิ่ง ๆ

“ผมคิดแค่ว่าต้องช่วยน้องให้เร็วที่สุด”

มิ้นต์หันไปมองอะธีน่าที่นั่งอยู่

แววตาอ่อนลงทันที

“แล้วน้องเป็นยังไงบ้าง”

“หมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แค่แผลฟกช้ำกับอาการกระทบกระเทือนเล็กน้อย”

มิ้นต์ถอนหายใจยาว

ก่อนจะพูดเสียงจริงจัง

“เรื่องนี้ใหญ่กว่าที่คิดนะโซล

ถ้าข่าวหลุดออกไป วุ่นวายแน่”

โซลพยักหน้า

“ผมรู้ครับ

แต่ตอนนี้ผมห่วงความปลอดภัยของน้องมากกว่าอย่างอื่น”

คำพูดนั้นทำให้มิ้นต์หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง

สายตาเริ่มอ่านสถานการณ์บางอย่างออก

“นาย… ดูเป็นห่วงน้องเขามากเลยนะ”

โซลนิ่งไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะตอบเบา ๆ

“ก็… เป็นห่วงสิพี่

ใครเจอเรื่องแบบนั้นก็ต้องเป็นห่วงทั้งนั้นแหละ”

มิ้นต์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

เหมือนจะไม่เชื่อทั้งหมด

“อืม… งั้นพี่จะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เงียบที่สุดแล้วกัน”

ระหว่างที่โซลกับมิ้นต์กำลังคุยกันอยู่

เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

อะธีน่าค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้

มือข้างหนึ่งยังพันผ้าพันแผลสีขาว

“เอ่อ… พี่โซล พี่มิ้นต์”

ทั้งสองหันมาพร้อมกัน

“มีอะไรหรือเปล่า น้องอะธีน่า”

โซลถามอย่างอ่อนโยน

อะธีน่าลังเลเล็กน้อย

ก่อนจะพูดสิ่งที่คิดมาตั้งแต่ตื่น

“หนู… อยากกลับไปเอาของที่รถเมื่อคืนค่ะ”

มิ้นต์ขมวดคิ้วทันที

“ของอะไรเหรอ”

“โทรศัพท์กับกระเป๋าค่ะ

เมื่อคืนหนูโดนจับตัวไป ทุกอย่างยังอยู่ในรถหมดเลย

ตอนนี้ที่บ้านคงติดต่อหนูไม่ได้แน่ ๆ”

โซลนิ่งไปครู่หนึ่ง

ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“จริงด้วย… พี่ลืมนึกถึงเรื่องนั้นเลย”

อะธีน่าพูดต่อเสียงเบา

“หนูเป็นห่วงพ่อแม่กับพี่ ๆ ด้วยค่ะ

พวกเขาน่าจะกำลังเป็นห่วงมาก

ถ้าได้โทรศัพท์คืน หนูจะได้ติดต่อกลับไปบอกว่าปลอดภัยแล้ว”

มิ้นต์ทำท่าคิดหนัก

“แต่การกลับไปที่เกิดเหตุอาจจะอันตรายนะ

เราไม่รู้เลยว่าพวกคนร้ายมีพรรคพวกอีกหรือเปล่า”

อะธีน่าก้มหน้าลงเล็กน้อย

รู้ดีว่าคำขอนี้ค่อนข้างเสี่ยง

“หนูรู้ค่ะ…

แต่ของสำคัญของหนูอยู่ในนั้นทั้งหมด

ทั้งบัตรนักศึกษา เอกสารส่วนตัว ทุกอย่างเลย”

โซลมองท่าทางเธอ

ความกังวลฉายชัดในแววตา

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเด็ดขาด

“งั้นเดี๋ยวพี่พาไปเอง”

อะธีน่าเงยหน้าขึ้นทันที

“พี่โซล…”

มิ้นต์หันขวับ

“เดี๋ยวสิ! นายจะไปเองอีกแล้วเหรอ

เมื่อคืนนี่ก็เสี่ยงชีวิตไปทีหนึ่งแล้วนะ!”

โซลยิ้มบาง ๆ

“คราวนี้ไม่เหมือนเมื่อคืนครับ

เราจะไปตอนกลางวัน และไปพร้อมคนของบ้านผม

ไม่ได้ไปลุยเดี่ยวแบบเมื่อวาน”

เขาหันไปมองอะธีน่า

“พี่ไม่ปล่อยให้น้องไปคนเดียวหรอก

ถ้าจะไปเอาของ ก็ต้องไปกับพี่เท่านั้น”

อะธีน่ามองเขา

ความเกรงใจและความซาบซึ้งปนกันไปหมด

“หนูไม่อยากรบกวนพี่เลยนะคะ…”

“ไม่รบกวนหรอก”

โซลตอบทันที

“เรื่องนี้เกี่ยวกับความปลอดภัยของน้อง พี่ถือว่าเป็นหน้าที่”

มิ้นต์ถอนหายใจแรง ๆ

รู้ดีว่าเถียงโซลตอนนี้คงไม่ชนะ

“ก็ได้… แต่พี่จะไปด้วย

แล้วต้องมีคนขับรถกับการ์ดไปอีกอย่างน้อยสี่ห้าคน เข้าใจไหม”

โซลพยักหน้า

“ครับพี่”

อะธีน่าก้มศีรษะเล็กน้อย

“ขอบคุณมากเลยนะคะ”

โซลยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น

“งั้นไปเตรียมตัวกันเถอะ

เดี๋ยวพี่พาไปเอาของของหนูกลับมาให้ครบ”

อะธีน่าพยักหน้า

หัวใจที่หนักอึ้งตั้งแต่ตื่นเช้าเริ่มเบาลงเล็กน้อย

อย่างน้อย…

เธอก็ไม่ได้เผชิญเรื่องนี้เพียงลำพังอีกต่อไป

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 24

    เกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 23

    สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 22

    เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 21

    งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 20

    อะธีน่าเดินกลับมาที่โต๊ะ สีหน้าพยายามนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาของเพื่อน ๆ ที่รู้จักเธอดี… ไม่มีทางมองไม่ออก “อะธีน่า” ริวกิเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น “เป็นอะไรปะ หน้าแกดูซีด ๆ” ซัมเมอร์วางตะเกียบลงทันที “ใครมาทำอะไรแกหรือเปล่า” อะธีน่านั่งลง วางมือบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง—แค่บางส่วน “เจอคนรู้จักเก่า” น้ำเสียงเธอเรียบ แต่สั้น “ไม่มีอะไรแล้ว” เพนนีขมวดคิ้ว “รู้จักเก่าแบบไหน” พอร์ชกับเควินสบตากันทันที ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน คชาเป็นคนพูดออกมา เสียงต่ำลงกว่าปกติ “…ตั้ม?” อะธีน่าเงยหน้ามอง ไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่นั้นก็พอแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ เสียงฉ่าของหมูกระทะยังดัง แต่ไม่มีใครสนใจจะคีบต่อ พอร์ชกำมือแน่น “มันมาทำอะไรแกป่าว” “แค่พูด” อะธีน่าตอบทันที “แล้วก็ไป มีคนช่วยกันไว้” เควินถอนหายใจแรง “แม่ง… ยังไม่เลิกอีกเหรอวะ” ซัมเมอร์เอื้อมมือไปจับแขนอะธีน่า บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” อะธีน่าพยักหน้า คราวนี้ยิ้มได้จริงขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคแล้ว” เธอพูดชัด “ไม่เหมือนเมื่อ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 19

    เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 9

    ยามค่ำคืนคลี่คลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ของ ตระกูลพิทักษ์วงศ์ แสงไฟสีอุ่นจากเสาโคมหน้าบ้านส่องสว่างเป็นแนว บรรยากาศสงบ แตกต่างจากความคึกคักของเมืองที่เพิ่งจากมา เวลา 20:30 น. อะธีน่าเดินเท้าเข้ามาทางประตูรั้ว กระเป๋าสะพายข้างหนึ่ง ถุงใส่วัสดุสำหรับ Final Project อีกข้าง การเดินทุกก้าวของเธอนั้นมั่น

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 8

    อะธีน่ากำลังหยิบเนื้อผ้าที่เลือกไว้ แต่ทันใดนั้นก็พบว่าไม่ได้เตรียมเงินพกมาเพียงพอ โซลซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ยื่นมือเข้ามา “เดี๋ยวครับ ผมช่วยจ่ายเองครับ” ก่อนที่อะธีน่าจะทันปฏิเสธ เขากดจ่ายเงินด้วยรอยยิ้มสุภาพ อะธีน่าหยุดชะงักเล็กน้อย “ขะ… ขอบคุณค่ะ พี่โซล” น้ำเสียงของเธอเรียบ แต่แฝงความประหลาดใจ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 7

    ชีวิตในมหาวิทยาลัยของอะธีน่า ยังคงเดินไปตามปกติ เช้า—เรียน บ่าย—ทำโปรเจกต์ เย็น—ประชุมงานกลุ่มหรือใช้เวลาอยู่กับเพื่อน ชื่อของเธอไม่ได้หายไปจากบทสนทนาในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่ได้ถูกขยายจนเกินจริง บางคนจำได้ว่าเธอคือ น้องสาวของแม็กซ์ Maxine Gamer บางคนจำได้ว่าเธอคือ ผู้หญิงที่โซ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 6

    เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านม่านหนาหนักของคฤหาสน์ เสียงรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านอย่างเงียบขรึม โซลที่เพิ่งลงมาชั้นล่าง หยุดฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น ร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้ม ท่วงท่าสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยอำนาจ “กลับมาแล้วเหรอครับพ่อ” โซลเอ่ยทัก น้ำเสียง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status