ログインรถตู้สีดำค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณข้างถนนสายเดิม
สถานที่ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงเงียบสงบ เหมือนไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้น คนขับดับเครื่องยนต์ การ์ดสี่คนลงจากรถก่อนเป็นอันดับแรก สายตาทุกคู่กวาดมองรอบบริเวณอย่างระมัดระวัง โซลก้าวลงมาจากรถตาม ก่อนจะหันไปหาอะธีน่าที่นั่งอยู่ด้านใน “ลงมาได้ แต่ค่อย ๆ นะ” อะธีน่าพยักหน้า เปิดประตูลงมาอย่างระมัดระวัง แม้ร่างกายจะยังระบมอยู่บ้าง แต่วันนี้เธอดูดีขึ้นกว่าตอนเช้ามาก รถของเธอยังคงจอดอยู่ตำแหน่งเดิม เหมือนถูกทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ทันทีที่เห็นรถคันคุ้นตา หัวใจของอะธีน่าก็โล่งขึ้นเล็กน้อย “ยังอยู่ครบจริง ๆ ด้วย…” เธอรีบเดินไปเปิดประตูรถ หยิบกระเป๋า โทรศัพท์ และของใช้ส่วนตัวออกมาอย่างรวดเร็ว โซลยืนรออยู่ไม่ไกล สายตายังคงคอยสังเกตรอบข้างตลอดเวลา “ของครบไหม” เขาถาม “ครบค่ะ” อะธีน่าตอบพร้อมถอนหายใจโล่งอก “ดีนะที่พวกนั้นไม่ได้สนใจของพวกนี้เลย” เธอปิดประตูรถดัง “ปัง” แต่จังหวะนั้นเอง สายตาของอะธีน่ากลับหยุดอยู่ที่รถของตัวเอง แทนที่จะเดินกลับไปขึ้นรถตู้ทันที เธอกลับยืนนิ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง โซลมองอย่างสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า” อะธีน่าหันมาหาเขาเล็กน้อย “หนูขอดูรถแป๊บนึงได้ไหมคะ อยากรู้ว่าเมื่อคืนมันเสียเพราะอะไร” มิ้นต์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทำหน้าตกใจทันที “เดี๋ยวก่อนนะ นี่เพิ่งผ่านเรื่องร้ายมา ยังจะคิดเรื่องรถอีกเหรอ!” อะธีน่ายิ้มจาง ๆ “มันเป็นนิสัยค่ะ ปู่เคยสอนว่า… ถ้ารถมีปัญหา ต้องหาสาเหตุให้ได้ ไม่งั้นก็จะเกิดขึ้นซ้ำอีก” โซลเลิกคิ้วเล็กน้อย เหมือนเพิ่งได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเธอ “งั้นพี่ช่วยดูเป็นเพื่อน” อะธีน่าพยักหน้า ก่อนจะเปิดฝากระโปรงหน้ารถขึ้นอย่างคล่องแคล่ว เธอมองสภาพเครื่องยนต์ ตรวจสายไฟ แบตเตอรี่ และส่วนต่าง ๆ อย่างตั้งใจ ท่าทางเหมือนคนที่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้มาพอสมควร โซลยืนมองอย่างทึ่ง ๆ “น้องดูเป็นด้วยเหรอ” อะธีน่าหัวเราะเบา ๆ “พอเป็นพื้นฐานค่ะ ปู่หนูชอบสอนเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็ก บอกว่าผู้หญิงก็ต้องดูแลตัวเองได้” เธอลองหมุนขั้วแบตเตอรี่ สังเกตสภาพภายนอกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา “เจอสาเหตุแล้วค่ะ” “อะไรเหรอ” โซลถาม อะธีน่าชี้ไปที่แบตเตอรี่ “แบตเตอรี่หมดอายุการใช้งาน ดูจากสภาพแล้วคงเสื่อมมาสักพัก แต่หนูไม่ได้เช็กก่อนออกจากบ้านเอง” เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงออกจะตำหนิตัวเอง “ปู่เคยสอนไว้แท้ ๆ ว่าต้องคอยดูวันหมดอายุแบต แต่ช่วงนี้ยุ่งกับโปรเจกต์มาก เลยไม่ได้สนใจเลย” โซลมองเธออย่างเข้าใจ “ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็รู้สาเหตุแล้ว” อะธีน่าปิดฝากระโปรงรถเบา ๆ “ค่ะ… เดี๋ยวหนูจะให้ที่บ้านมาลากรถไปเปลี่ยนแบตใหม่” มิ้นต์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “โอเค ได้ของคืนแล้ว รู้สาเหตุรถเสียแล้ว งั้นภารกิจวันนี้ถือว่าจบ!” โซลหันมามองอะธีน่า “งั้นกลับกันเถอะ น้องยังต้องพักอีกเยอะ” อะธีน่าพยักหน้า ก่อนจะมองรถของตัวเองอีกครั้ง เหตุการณ์เมื่อคืนอาจจะเลวร้าย แต่วันนี้เธอก็ได้บทเรียนเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง ทั้งเรื่องความปลอดภัย และการดูแลตัวเอง เธอหันไปยิ้มให้โซลเบา ๆ “ขอบคุณที่พามานะคะพี่โซล” โซลยิ้มตอบ “ไม่เป็นไร… พี่บอกแล้ว พี่จะดูแลหนูเอง” รถตู้ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากจุดนั้น ทิ้งไว้เพียงรถของอะธีน่าที่จอดรอการซ่อมแซม และทิ้งไว้ด้วย ความสัมพันธ์ที่เริ่มชัดเจนขึ้นทีละน้อย ระหว่างคนสองคนที่โชคชะตาพาให้มาเจอกัน ————————— ภายในห้องทำงานกว้างบนชั้นสูงสุดของตึกสำนักงานใหญ่ บีมนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ท่ามกลางเอกสารกองโตและหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดประชุมออนไลน์ค้างไว้ ตั้งแต่เช้าเขาแทบไม่มีสมาธิเลย แม้จะพยายามทำงานตามปกติ แต่ใจของพี่ชายคนโตยังคงวนเวียนอยู่กับข่าวของน้องสาวคนเล็ก เรื่องที่ได้รับแจ้งตั้งแต่เมื่อคืน ว่าอะธีน่าถูกจับตัวไป แต่ปลอดภัยแล้ว ทำให้เขาแทบอยากทิ้งทุกอย่างแล้วรีบกลับบ้านทันที แต่เพราะข้อมูลที่ได้รับยังไม่ชัด และมีข้อความยืนยันจากคนที่ช่วยเหลือว่าเธอปลอดภัย บีมจึงเลือกควบคุมตัวเอง ทำหน้าที่ต่อไป แม้ในใจจะเป็นห่วงแทบขาด ระหว่างที่กำลังเซ็นเอกสารชุดสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ตรึ้ง— บีมหยุดมือทันที หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติ หน้าจอขึ้นชื่อที่ทำให้เขาโล่งใจที่สุดในวันนี้ Athena 🕊️ เขารีบกดเปิดอ่านข้อความทันที “พี่บีมคะ ตอนนี้หนูปลอดภัยดีแล้วนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง หนูขอพักอีกคืนหนึ่ง แล้วพรุ่งนี้จะกลับบ้านค่ะ 😊” บีมอ่านซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก ความตึงเครียดที่เกาะอยู่ในอกตั้งแต่เมื่อคืน ค่อย ๆ คลายลงอย่างช้า ๆ เขาหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “โอเค ดีแล้วที่ปลอดภัย ไม่ต้องรีบกลับก็ได้ พักให้เต็มที่ก่อน พรุ่งนี้พี่จะไปรับเอง” ส่งข้อความไปแล้ว บีมก็วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างอ่อนแรง เลขาหน้าห้องเคาะประตูเข้ามาพอดี “ท่านประธานคะ เอกสารชุดสุดท้ายเรียบร้อยแล้วค่ะ” บีมพยักหน้า “ขอบใจ พรุ่งนี้ผมคงเลิกงานเร็วหน่อย ถ้ามีอะไรด่วนให้โทรหาได้ทันที” เลขารับคำแล้วเดินออกไป บีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เลื่อนดูรูปน้องสาวในแกลเลอรีโดยไม่รู้ตัว ภาพอะธีน่ายิ้มสดใส ภาพที่ถ่ายพร้อมพี่น้อง ภาพตอนเธอทำหน้าเบื่อเวลาโดนแม็กซ์แกล้ง เขาส่ายหัวเบา ๆ “ยัยตัวเล็กเอ๊ย… ทำเอาพี่หัวใจจะวายแหนะ” ในฐานะพี่ชายคนโต บีมไม่เคยอยากเห็นน้องคนไหนต้องเจอเรื่องอันตราย โดยเฉพาะอะธีน่า น้องสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่เล็ก ผู้หญิงที่ภายนอกดูแข็งแกร่ง แต่จริง ๆ ก็ยังเป็นน้องคนเล็กของบ้านเสมอ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง พิมพ์ข้อความสั้น ๆ เพิ่มเติมไปให้เธอ “พี่ดีใจนะที่น้องปลอดภัย พรุ่งนี้กลับมาให้พี่เห็นหน้าด้วยตัวเอง ถึงจะวางใจจริง ๆ” หลังส่งข้อความเสร็จ บีมก็มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ แสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้า คืนนี้เขาคงนอนหลับได้ง่ายขึ้น เพราะอย่างน้อยที่สุด… น้องสาวของเขา ยังปลอดภัยดีเกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท
สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั
เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ
งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล
อะธีน่าเดินกลับมาที่โต๊ะ สีหน้าพยายามนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาของเพื่อน ๆ ที่รู้จักเธอดี… ไม่มีทางมองไม่ออก “อะธีน่า” ริวกิเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น “เป็นอะไรปะ หน้าแกดูซีด ๆ” ซัมเมอร์วางตะเกียบลงทันที “ใครมาทำอะไรแกหรือเปล่า” อะธีน่านั่งลง วางมือบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง—แค่บางส่วน “เจอคนรู้จักเก่า” น้ำเสียงเธอเรียบ แต่สั้น “ไม่มีอะไรแล้ว” เพนนีขมวดคิ้ว “รู้จักเก่าแบบไหน” พอร์ชกับเควินสบตากันทันที ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน คชาเป็นคนพูดออกมา เสียงต่ำลงกว่าปกติ “…ตั้ม?” อะธีน่าเงยหน้ามอง ไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่นั้นก็พอแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ เสียงฉ่าของหมูกระทะยังดัง แต่ไม่มีใครสนใจจะคีบต่อ พอร์ชกำมือแน่น “มันมาทำอะไรแกป่าว” “แค่พูด” อะธีน่าตอบทันที “แล้วก็ไป มีคนช่วยกันไว้” เควินถอนหายใจแรง “แม่ง… ยังไม่เลิกอีกเหรอวะ” ซัมเมอร์เอื้อมมือไปจับแขนอะธีน่า บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” อะธีน่าพยักหน้า คราวนี้ยิ้มได้จริงขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคแล้ว” เธอพูดชัด “ไม่เหมือนเมื่อ
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน กระทบเปลือกตาที่ปิดสนิทของอะธีน่าอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามา คือ ความหนัก ที่ศีรษะ และความตึงรั้งที่มือขวา เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เพดานสีขาวสะอาดตา กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ และความเงียบที่ไม่คุ้นเคย อะธีน่ากระพริบตาช้า ๆ
ภายในโกดัง เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับนาฬิกาที่นับถอยหลังให้กับทุกชีวิตในนั้น ชายทั้งสองยืนถกเถียงกันอยู่ไม่ไกล น้ำเสียงต่ำ เครียด และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่สงบ “เอายังไงต่อดีวะ” คนหนึ่งถาม พลางเดินไปเดินมา “แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเลย” อีกคนสบถเบา ๆ “ใจเย็น
สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุดเสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆอะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่านในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลากและในจังหวะนั้นเอง—ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธออะธีน่า
สองวันหลังจากที่ชุดทั้งสามถูกเก็บเข้าห้องลับ เช้าวันนี้อะธีน่าตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เธออาบน้ำ แต่งตัวเรียบเท่ตามสไตล์เดิม ก่อนจะเปิดห้องลับ และนำหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามออกมาอย่างระมัดระวัง ตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ตะเข็บ ผิวผ้า รายละเอียดเล็กที่สุด—ไม่มีสิ่งใดหลุดสายตา เมื่อท







