Share

บทที่ 14

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-13 14:57:26

แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน

กระทบเปลือกตาที่ปิดสนิทของอะธีน่าอย่างแผ่วเบา

ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามา

คือ ความหนัก ที่ศีรษะ

และความตึงรั้งที่มือขวา

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

เพดานสีขาวสะอาดตา

กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ

และความเงียบที่ไม่คุ้นเคย

อะธีน่ากระพริบตาช้า ๆ

พยายามเรียบเรียงภาพในหัว

โกดัง…

ฝน…

แรงกระแทก…

ความมืด

เธอขยับตัวเล็กน้อย

ความเจ็บแล่นแปลบที่ขมับจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

มือของเธอถูกยกขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ

นิ้วสัมผัสกับผ้าปิดแผลที่ขมับ

และผ้าพันแผลที่ฝ่ามือ—แน่น แต่ถูกพันอย่างประณีต

มีคนดูแล…

อะธีน่าพยายามลุกขึ้นนั่ง

แต่แรงในร่างกายยังไม่กลับมาเต็มที่

เธอจึงเอนตัวพิงหัวเตียงแทน

สายตากวาดมองไปรอบห้อง

ห้องกว้าง สะอาด เงียบ

เฟอร์นิเจอร์เรียบหรูแต่ไม่โอ่อ่าเกินไป

เป็นสไตล์ที่ดูเป็นระเบียบ

และ… ไม่ใช่ห้องของเธอ

หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

“นี่ที่ไหน…”

เสียงของเธอแหบพร่า

เบาจนแทบเป็นเพียงลมหายใจ

ทันใดนั้น

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

ร่างสูงในเสื้อยืดสีเข้มก้าวเข้ามา

ถือถาดยากับแก้วน้ำในมือ

อะธีน่าชะงัก

“…พี่โซล?”

โซลหยุดเดินทันทีเมื่อเห็นว่าเธอลืมตาแล้ว

ดวงตาที่ดูอิดโรยตลอดคืน

ฉายแววโล่งใจอย่างชัดเจน

“ตื่นแล้วเหรอ”

น้ำเสียงเขานุ่มลงโดยไม่รู้ตัว

“อย่าพึ่งขยับมาก เดี๋ยวเวียนหัว”

เขาวางถาดลงบนโต๊ะข้างเตียง

ก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ อย่างระมัดระวัง

อะธีน่ามองเขานิ่ง

ภาพสุดท้ายที่เธอจำได้

คือใบหน้าของเขาท่ามกลางแสงไฟโกดังและสายฝน

“พี่…”

เธอกลืนน้ำลาย

“เมื่อคืน… พี่ช่วยหนูไว้ใช่ไหม”

โซลพยักหน้าเบา ๆ

“พี่มาทัน… แค่นิดเดียวเอง”

อะธีน่าหลับตาลงชั่วครู่

ความทรงจำค่อย ๆ ไหลกลับมาเป็นช่วง ๆ

ทั้งความกลัว ความเจ็บ และการดิ้นรน

มือที่พันผ้าอยู่กำแน่นโดยไม่รู้ตัว

โซลเห็นท่าทางนั้นก็รีบพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรแล้วนะ”

น้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอ่อนโยน

“ที่นี่ปลอดภัย พี่พามาที่บ้านพี่ หมอมาเช็กให้เรียบร้อยแล้ว”

อะธีน่าลืมตาขึ้นอีกครั้ง

สายตาสบกับเขาโดยตรง

“ขอบคุณนะคะ…”

เสียงเธอสั่นนิด ๆ

“ถ้าพี่ไม่มา…”

โซลส่ายหัวทันที

“อย่าพูดแบบนั้น”

น้ำเสียงหนักแน่นกว่าที่คิด

“พี่ตามหนูไปเอง พี่เลือกเอง”

คำว่า เลือกเอง

ทำให้อะธีน่าลืมตาขึ้นอีกครั้ง

เธอมองเขา

มองผู้ชายที่ควรจะอยู่บนเวที

ควรจะอยู่ภายใต้ไฟสปอร์ตไลต์

แต่กลับยืนอยู่ตรงนี้—เฝ้าข้างเตียงเธอ—ด้วยสายตาที่จริงใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้

“ที่นี่… บ้านพี่เหรอคะ”

“อืม”

โซลพยักหน้า

“พ่อไม่อยู่ช่วงนี้ มีแค่คนในบ้านที่ไว้ใจได้ พี่ไม่อยากเสี่ยงพาหนูกลับไปไกลกว่านี้”

บรรยากาศในห้องเงียบลง

แต่ไม่อึดอัด

แสงแดดยามเช้ายังคงส่องผ่านม่าน

ตกกระทบผ้าพันแผลสีขาว

และใบหน้าของทั้งสองคน

อะธีน่ารู้สึกได้ชัดเจนว่า

แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรง

แต่หัวใจของเธอ… ปลอดภัยกว่าที่เคยเป็นมา

และเช้าวันนี้

ไม่ใช่แค่การตื่นจากอาการหมดสติ

แต่คือจุดเริ่มต้นของความผูกพัน

ที่ไม่มีใครในห้องนี้

สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป

———————————————

โซลขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้อีกนิด

ไม่ล้ำเส้น แต่ใกล้พอให้เธอรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

“อะธีน่า…”

เขาเอ่ยเสียงเบา

“พี่อยากรู้ว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น”

น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“ไม่ต้องเล่าละเอียดก็ได้ แค่พอให้พี่เข้าใจ”

อะธีน่าชะงัก

นิ้วมือที่พันผ้าอยู่ขยับเล็กน้อย

เธอหลบสายตาไปมองแสงแดดที่ตกกระทบพื้นห้อง

เงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะค่อย ๆ พูด

“หนู… แค่อยากออกไปขับรถเล่นค่ะ”

เสียงเธอเรียบ แต่แฝงความเหนื่อยล้า

“วันนั้นเรียนทั้งวัน รู้สึกอึดอัด เลยคิดว่าออกไปขับรถสักหน่อยคงจะดีขึ้น”

โซลไม่พูดแทรก

เพียงพยักหน้าเบา ๆ ให้เธอเล่าต่อ

“แต่รถดันเสียกลางทาง”

เธอหัวเราะแผ่ว ๆ อย่างขมขื่น

“หนูคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวซ่อมเองได้ มันไม่ใช่ครั้งแรก”

โซลขมวดคิ้วเล็กน้อย

แต่ยังคงเงียบ

“แต่แล้วฝนก็ตกลงมา”

อะธีน่าหยุดไปนิดหนึ่ง

สูดลมหายใจเข้าลึก

“ตกแรงมาก หนูเลยตัดสินใจนั่งรออยู่ในรถก่อน คิดว่าฝนซาเมื่อไหร่ค่อยออกไปดู”

เธอกำผ้าห่มแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“จากนั้น… ก็มีรถอีกคันเข้ามาจอด”

เสียงเธอเบาลง

“ตอนแรกคิดว่าเขาจะช่วย แต่… ไม่ใช่”

โซลเม้มริมฝีปากแน่น

มือที่วางอยู่บนเข่ากำเข้าหากัน

“มีผู้ชายสองคน เข้ามา… แล้วก็จับตัวหนูไป”

อะธีน่าพูดต่อ

“ทุกอย่างมันเร็วมาก รู้ตัวอีกทีก็… ถูกพาไปที่นั่นแล้ว”

เธอไม่พูดถึงโกดัง

ไม่พูดถึงการถูกมัด

ไม่พูดถึงความกลัวที่กัดกินหัวใจ

เหมือนตั้งใจจะหยุดไว้แค่นั้น

โซลมองเธอเงียบ ๆ

เขาเห็น—ไม่ใช่แค่บาดแผลภายนอก

แต่รอยร้าวบางอย่างที่เธอเลือกจะไม่เอ่ย

“ไม่ต้องเล่าละเอียดกว่านี้ก็ได้”

เขาพูดขึ้นในที่สุด

เสียงนุ่ม แต่หนักแน่น

“แค่นี้ก็พอแล้ว”

อะธีน่าหันกลับมามองเขาอย่างแปลกใจ

“พี่ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง”

โซลพูดต่อ

“แค่รู้ว่าน้องปลอดภัยตอนนี้… ก็พอ”

ความเงียบแผ่คลุมอีกครั้ง

แต่คราวนี้ มันอ่อนโยนกว่าเดิม

อะธีน่ารู้สึกเหมือนมีบางอย่างคลายออกจากอก

เธอไม่ต้องอธิบาย

ไม่ต้องเข้มแข็ง

ไม่ต้องพิสูจน์ว่าเธอรับมือได้แค่ไหน

แค่มีใครสักคนที่ยอมรับในสิ่งที่เธอเลือกจะไม่พูด

“พี่ขอโทษนะ”

โซลพูดเบา ๆ

“ถ้าพี่มาช้ากว่านั้น…”

อะธีน่าส่ายหัวช้า ๆ

“ไม่ค่ะ”

เธอเงยหน้าขึ้น สบตาเขา

“พี่มาทัน… แค่นั้นก็พอแล้ว”

โซลนิ่งไป

ดวงตาเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

เขาเอื้อมมือไปเลื่อนแก้วน้ำเข้ามาใกล้

“กินยาก่อนนะ เดี๋ยวพี่เรียกแม่บ้านมาเตรียมอาหารอ่อน ๆ ให้”

อะธีน่าพยักหน้า

“ค่ะ”

ขณะที่เธอรับแก้วน้ำจากมือเขา

ปลายนิ้วทั้งสองสัมผัสกันเพียงเสี้ยววินาที

เป็นสัมผัสเบา ๆ

แต่ชัดเจนพอจะทำให้ทั้งคู่รู้สึกได้

จากนั้น โซลก็ลุกขึ้นเล็กน้อย เอื้อมมือไปปรับหมอนให้เธอ

ท่าทางนั้นระมัดระวัง ราวกับกลัวเธอจะแตกสลาย

“พักก่อนนะ”

เขาพูดเบา ๆ

“เรื่องที่เหลือ พี่จัดการเอง”

อะธีน่าพยักหน้า

เปลือกตาหนักอึ้งอีกครั้ง

ก่อนจะหลับตาลง

เธอพูดเสียงแผ่วราวกับลมหายใจ

“พี่โซล…”

“ครับ”

“…ขอบคุณนะคะ ที่เลือกตามมา”

โซลมองใบหน้าที่หลับลงอีกครั้งของเธอ

แสงแดดอ่อนสะท้อนผ่านม่าน

ตกกระทบเส้นผมและผ้าพันแผลสีขาว

เขานั่งอยู่อย่างนั้น

เฝ้าอยู่เงียบ ๆ

ในใจรู้ดีว่า

ตั้งแต่วินาทีที่เขา “เลือก” ตามรถคันนั้นไป

ชีวิตของเขา… และของเธอ

ก็ไม่อาจย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 19

    เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 18

    ยามสาย ณ คฤหาสน์ของโซล แสงแดดส่องลงบนสนามหญ้ากว้างหน้าคฤหาสน์ บรรยากาศเงียบสงบเกินกว่าจะคาดคิด ว่าที่นี่เพิ่งผ่านคืนอันตรายมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง รถของบีมสตาร์ตเครื่องรออยู่แล้ว อะธีน่าหันไปพยักหน้าให้พี่ชาย ก่อนจะขยับก้าวตามไป “อะธีน่า” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอหยุดเท้า หันกลับมา โซลยืนอยู่ไม่ไกล มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าดูนิ่งกว่าปกติเล็กน้อย ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ “ก่อนกลับ…” เขาเว้นจังหวะ “ขอคุยด้วยแป๊บหนึ่งได้ไหม” บีมมองทั้งสองคนสลับกัน ก่อนจะยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้ “พี่จะรอในรถนะ” อะธีน่าพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับมาหาโซล ทั้งสองหยุดยืนใต้เงาต้นไม้ใหญ่ สายลมพัดผ่านเบา ๆ พาเอากลิ่นหญ้าและดินชื้นจาง ๆ มาแตะปลายจมูก โซลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอสว่างวาบ “พี่คิดว่า… หลังจากนี้ เราควรติดต่อกันได้โดยตรง” เขาพูดตรงไปตรงมา “เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน หรือถ้า—” เขาหยุดคำพูดของตัวเองเล็กน้อย “ถ้าหนูไม่สบายใจ” อะธีน่ามองเขานิ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “หนูเองก็คิดแบบนั้นค่ะ” เธอยิ้มบาง “หลังจากเรื่องเมื่อคืน… หนูไม่อยากแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้จักพี่อีกแล้ว” โซลหัวเ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 17

    ค่ำคืนเดียวกัน ณ คฤหาสน์ของโซล หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายตลอดทั้งวัน โซลได้จัดห้องนอนอีกห้องหนึ่งให้เธอพัก เป็นห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องของเขาพอดี เรียบง่าย สะอาด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตอนนี้ หลังอาบน้ำเสร็จ อะธีน่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนแขนกุดสีอ่อน ที่เพิ่งแวะซื้อจากร้านเสื้อผ้าเล็ก ๆ ใกล้บ้านโซลเมื่อตอนเย็น ผมยาวถูกปล่อยสบาย ๆ พาดบ่าบางส่วน ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางดูอ่อนโยนกว่าปกติ เธอนั่งอยู่บนเตียง กำลังจัดของเล็กน้อย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ ก๊อก ก๊อก “พี่เข้าไปได้ไหม” “ค่ะ” ประตูถูกเปิดออก โซลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “แค่จะมาดูว่า ห้องนี้โอเคไหม นอนได้หรือเปล่า” อะธีน่าพยักหน้า “โอเคมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่จัดการให้ทุกอย่าง” โซลมองไปรอบห้องอย่างพอใจ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เตียงเพื่อดูผ้าม่านและไฟหัวเตียง “ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกพี่ได้เลยนะ—” ยังไม่ทันพูดจบ ปลายเท้าของเขากลับสะดุดผ้าที่ห้อยลงมาจากปลายเตียง ร่างสูงเซถลาไปข้างหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว “เฮ้ย—!” โซลเสียหลักเต็มแรง พุ่งตรงไปทางอะธีน่าที่กำลังนั่งอยู่ เธอเบิกตากว้

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 16

    รถตู้สีดำค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณข้างถนนสายเดิมสถานที่ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงเงียบสงบเหมือนไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้นคนขับดับเครื่องยนต์การ์ดสี่คนลงจากรถก่อนเป็นอันดับแรกสายตาทุกคู่กวาดมองรอบบริเวณอย่างระมัดระวังโซลก้าวลงมาจากรถตามก่อนจะหันไปหาอะธีน่าที่นั่งอยู่ด้านใน“ลงมาได้ แต่ค่อย ๆ นะ”อะธีน่าพยักหน้าเปิดประตูลงมาอย่างระมัดระวังแม้ร่างกายจะยังระบมอยู่บ้าง แต่วันนี้เธอดูดีขึ้นกว่าตอนเช้ามากรถของเธอยังคงจอดอยู่ตำแหน่งเดิมเหมือนถูกทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนทันทีที่เห็นรถคันคุ้นตาหัวใจของอะธีน่าก็โล่งขึ้นเล็กน้อย“ยังอยู่ครบจริง ๆ ด้วย…”เธอรีบเดินไปเปิดประตูรถหยิบกระเป๋า โทรศัพท์ และของใช้ส่วนตัวออกมาอย่างรวดเร็วโซลยืนรออยู่ไม่ไกลสายตายังคงคอยสังเกตรอบข้างตลอดเวลา“ของครบไหม” เขาถาม“ครบค่ะ”อะธีน่าตอบพร้อมถอนหายใจโล่งอก“ดีนะที่พวกนั้นไม่ได้สนใจของพวกนี้เลย”เธอปิดประตูรถดัง “ปัง”แต่จังหวะนั้นเอง สายตาของอะธีน่ากลับหยุดอยู่ที่รถของตัวเองแทนที่จะเดินกลับไปขึ้นรถตู้ทันทีเธอกลับยืนนิ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างโซลมองอย่างสงสัย“มีอะไรหรือเปล่า”อะ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 15

    ภายในคฤหาสน์พิทักษ์วงศ์บรรยากาศที่เคยสงบเรียบร้อยในทุกเช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนอลิซ—อดีตตำรวจหญิงผู้เด็ดขาด—กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบราวกับกำลังประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาบีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ นั่งอยู่ไม่ไกลทุกคนต่างมีสีหน้ากังวลเพราะตั้งแต่เมื่อคืน…อะธีน่าไม่กลับบ้านโทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้รถที่เธอขับออกไปก็ยังไม่กลับเข้ามาในโรงจอด“อะธีน่าไม่เคยหายไปทั้งคืนแบบนี้”แม็กซ์พูดขึ้นเสียงเครียด“ต่อให้ไปค้างกับเพื่อน ก็ต้องส่งข้อความบอกก่อนตลอด”แจสเปอร์พยักหน้าเห็นด้วยมือยังกำโทรศัพท์แน่น“ผมลองเช็กโลเคชันมือถือแล้ว แต่เหมือนปิดเครื่องไปตั้งแต่เมื่อคืน”บีมที่นั่งเงียบมาตลอด ขมวดคิ้วความเป็นพี่ชายคนโตทำให้เขานิ่งกว่าคนอื่นแต่ความกังวลในแววตาก็ชัดเจนไม่แพ้กัน“แม่ครับ…”เขาหันไปหาอลิซ“เราควรไปแจ้งความไหม”อลิซกำลังจะตอบแต่ทันใดนั้น—เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทุกคนในห้องหันไปมองพร้อมกันทันทีอลิซหยิบขึ้นมาดูเป็นข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคยเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเปิดอ่านข้อความสั้น ๆ ปรากฏบนหน้าจอ—[อะธ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 14

    แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน กระทบเปลือกตาที่ปิดสนิทของอะธีน่าอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามา คือ ความหนัก ที่ศีรษะ และความตึงรั้งที่มือขวา เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เพดานสีขาวสะอาดตา กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ และความเงียบที่ไม่คุ้นเคย อะธีน่ากระพริบตาช้า ๆ พยายามเรียบเรียงภาพในหัว โกดัง… ฝน… แรงกระแทก… ความมืด เธอขยับตัวเล็กน้อย ความเจ็บแล่นแปลบที่ขมับจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ มือของเธอถูกยกขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ นิ้วสัมผัสกับผ้าปิดแผลที่ขมับ และผ้าพันแผลที่ฝ่ามือ—แน่น แต่ถูกพันอย่างประณีต มีคนดูแล… อะธีน่าพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่แรงในร่างกายยังไม่กลับมาเต็มที่ เธอจึงเอนตัวพิงหัวเตียงแทน สายตากวาดมองไปรอบห้อง ห้องกว้าง สะอาด เงียบ เฟอร์นิเจอร์เรียบหรูแต่ไม่โอ่อ่าเกินไป เป็นสไตล์ที่ดูเป็นระเบียบ และ… ไม่ใช่ห้องของเธอ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย “นี่ที่ไหน…” เสียงของเธอแหบพร่า เบาจนแทบเป็นเพียงลมหายใจ ทันใดนั้น เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ร่างสูงในเสื้อยืดสีเข้มก้าวเข้ามา ถือถาดยากับแก้วน้ำในมือ อะธีน่าชะงัก “…พี่โซล?”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status