Share

บทที่ 17

last update Last Updated: 2026-01-23 17:56:30

ค่ำคืนเดียวกัน ณ คฤหาสน์ของโซล

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายตลอดทั้งวัน

โซลได้จัดห้องนอนอีกห้องหนึ่งให้เธอพัก

เป็นห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องของเขาพอดี

เรียบง่าย สะอาด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตอนนี้

หลังอาบน้ำเสร็จ

อะธีน่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนแขนกุดสีอ่อน

ที่เพิ่งแวะซื้อจากร้านเสื้อผ้าเล็ก ๆ ใกล้บ้านโซลเมื่อตอนเย็น

ผมยาวถูกปล่อยสบาย ๆ พาดบ่าบางส่วน

ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางดูอ่อนโยนกว่าปกติ

เธอนั่งอยู่บนเตียง กำลังจัดของเล็กน้อย

เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ

ก๊อก ก๊อก

“พี่เข้าไปได้ไหม”

“ค่ะ”

ประตูถูกเปิดออก

โซลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

“แค่จะมาดูว่า ห้องนี้โอเคไหม นอนได้หรือเปล่า”

อะธีน่าพยักหน้า

“โอเคมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่จัดการให้ทุกอย่าง”

โซลมองไปรอบห้องอย่างพอใจ

ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เตียงเพื่อดูผ้าม่านและไฟหัวเตียง

“ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกพี่ได้เลยนะ—”

ยังไม่ทันพูดจบ

ปลายเท้าของเขากลับสะดุดผ้าที่ห้อยลงมาจากปลายเตียง

ร่างสูงเซถลาไปข้างหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว

“เฮ้ย—!”

โซลเสียหลักเต็มแรง

พุ่งตรงไปทางอะธีน่าที่กำลังนั่งอยู่

เธอเบิกตากว้าง

ยังไม่ทันได้ขยับหนี

ร่างของเธอก็หงายหลังลงบนเตียง

พร้อมกับโซลที่ล้มตามลงมาอย่างไม่ทันตั้งใจ

ตุบ!

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

โซลใช้ข้อศอกข้างหนึ่งยันเตียงไว้โดยสัญชาตญาณ

อีกข้างจับแขนอะธีน่าไว้เพื่อไม่ให้เธอกระแทกแรงเกินไป

ภาพตรงหน้าหยุดนิ่งในเสี้ยววินาทีนั้น

ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร

ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย

อะธีน่าเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยิน

มือของเธอเผลอกำชายเสื้อของโซลไว้โดยไม่รู้ตัว

ส่วนโซล…

เหมือนเวลาทั้งโลกหยุดเดิน

กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ จากเส้นผมของเธอ

ดวงตาที่ใสและตื่นตกใจ

ริมฝีปากที่อยู่ใกล้เกินกว่าจะมองข้าม

เขานิ่งไปชั่วขณะ

ราวกับต้องมนต์บางอย่าง

โดยไม่รู้ตัว

โซลค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ขึ้นอีกนิด

ใกล้ขึ้น…

ใกล้ขึ้น…

จนระยะห่างแทบไม่เหลือ

หัวใจของอะธีน่าเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่

เธอไม่รู้ว่าควรผลักเขาออก

หรือปล่อยให้ช่วงเวลานี้ดำเนินต่อไป

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของอะธีน่าดังขึ้นอย่างกะทันหัน

ทำลายบรรยากาศทั้งหมดในพริบตา

ทั้งคู่สะดุ้งพร้อมกัน

โซลรีบดึงสติกลับมา

ลุกขึ้นจากเตียงแทบจะทันที

“ขะ… ขอโทษนะ! พี่ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”

อะธีน่าลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว

แก้มแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว

“มะ… ไม่เป็นไรค่ะ หนูก็ไม่ได้เป็นอะไร”

บรรยากาศในห้องกลายเป็นความเงียบปนความเขินอาย

ไม่มีใครกล้าสบตาใครตรง ๆ

โซลยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อ

“งั้น… พี่ไม่กวนแล้ว

พักผ่อนเถอะนะ ถ้ามีอะไรเรียกพี่ได้ตลอด”

อะธีน่าพยักหน้า

“ค่ะ… ขอบคุณนะคะ”

โซลรีบเดินออกจากห้องไป

ปิดประตูเบา ๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบ

เธอหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความ

แต่สมาธิกลับไม่อยู่กับหน้าจอเลยสักนิด

ภาพเมื่อครู่

ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมจางหาย

อะธีน่าหลับตาลงเบา ๆ

หัวใจยังเต้นแรงกว่าปกติ

“เกือบไปแล้ว…”

และในอีกห้องหนึ่ง

โซลยืนพิงประตูห้องตัวเอง

ยกมือกุมหน้าผากอย่างสับสน

“เมื่อกี้… เราทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย”

คืนนี้อาจเป็นคืนที่ยาวนาน

สำหรับหัวใจของทั้งสองคน

มากกว่าคืนไหน ๆ ที่เคยผ่านมา

——————————

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้ถี่รัวติดกันไม่หยุด

อะธีน่าลืมตาขึ้น

ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาดูหน้าจอ

กลุ่ม : Fashion Space

ข้อความเด้งขึ้นมาเรียงยาว

เหมือนทุกคนพร้อมใจในเวลาเดียวกัน

ซัมเมอร์:

แกหายไปไหนอะธีน่า เมื่อคืนทักไปไม่ตอบเลย 😐

ริวกิ:

ใช่ ปกติแกไม่เงียบขนาดนี้นะ

เพนนี:

ฉันเริ่มคิดละว่าแกหลับตั้งแต่หัวค่ำ

แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้

ลดา:

บอกหน่อยว่าโอเค แค่นั้นก็ยังดี

เควิน:

ถ้าเห็นข้อความแล้ว ตอบหน่อยนะ

พวกเรารออยู่

พอร์ช:

แบตหมด… หรือยุ่งอยู่?

คชา:

อะธีน่า แกโอเคปะวะ

เมื่อคืนแกไม่ได้กลับบ้านด้วยใช่ไหม

อะธีน่ามองข้อความทั้งหมดเงียบ ๆ

นิ้วมือชะงักอยู่เหนือแป้นพิมพ์

หัวใจยังเต้นไม่ปกติ

ภาพโกดัง เสียงฝน และแรงกระแทก

ยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างระมัดระวัง

อะธีน่า:

ขอโทษนะทุกคน เมื่อคืนหลับยาวมาก

วันนี้โอเคแล้ว ไม่เป็นอะไร

เดี๋ยวเล่าให้ฟังทีหลังนะ 🤍

ไม่กี่วินาทีต่อมา

ข้อความก็เด้งกลับมาแทบจะพร้อมกัน

ซัมเมอร์:

เฮ้อ โล่งอก 😭

แกนี่ทำใจหายเก่งจริง

ริวกิ:

โอเคก็พอแล้ว ไว้เจอกันค่อยซัก

เพนนี:

พักผ่อนเยอะ ๆ นะ

เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน

ลดา:

ดีแล้วที่ตอบ 💛

คชา:

ถ้ามีอะไร บอกพวกเรานะเว้ย

จริงจัง

อะธีน่าเผลอยิ้มบาง ๆ

ความอุ่นบางอย่างแทรกเข้ามาในอก

แม้เธอจะยังไม่พร้อมเล่าเรื่องทั้งหมด

เธอกดล็อกหน้าจอ

วางโทรศัพท์ลงข้างหมอน

ในห้องยังคงเงียบ

แต่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกแล้ว

_______

เช้าวันถัดมา

อากาศหน้า คฤหาสน์ของโซล เงียบสงบกว่าทุกวัน

รถยนต์สีดำคันหรูค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดหน้าประตูรั้ว

เครื่องยนต์ดับลงอย่างนุ่มนวล

บีมก้าวลงจากรถในชุดสูทเรียบเนี้ยบ

แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวังตามนิสัยพี่ชายคนโต

ก่อนสายตาจะหยุดลงที่ตัวบ้าน

“คฤหาสน์จริง ๆ แฮะ…”

เขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง

บีมไม่คิดมาก่อนว่า

ไอดอลระดับประเทศ—ลูกชายของนักการเมืองระดับสูง

จะยอมพาน้องสาวของเขามาอยู่ที่บ้าน

แถมดูแลข้ามคืนอย่างจริงจังขนาดนี้

ประตูรั้วเปิดออก

ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีเรียบก้าวออกมา

โซล

เขาหยุดยืนเมื่อเห็นรถ

ก่อนจะเดินเข้ามาอย่างสุภาพ

สีหน้าเรียบ แต่แววตาจริงใจ

“สวัสดีครับ”

โซลยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“คุณบีมใช่ไหมครับ”

บีมชะงักเล็กน้อย

ก่อนจะพยักหน้าและยกมือไหว้ตอบ

“ครับ ผมบีมเองครับ”

เขามองโซลตรง ๆ

ประเมินอีกฝ่ายในฐานะทั้งผู้ชาย… และคนที่เพิ่งช่วยชีวิตน้องสาว

โซลพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ขอบคุณที่มารับนะครับ

อะธีน่าอยู่ข้างใน เธออาการดีขึ้นมากแล้ว”

คำว่า อาการดีขึ้น

ทำให้บีมถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ขอบคุณมากนะครับ”

น้ำเสียงเขาจริงจังกว่าที่เคยใช้ในการประชุมใด ๆ

“ผมไม่คิดว่า… คุณจะช่วยน้องสาวผมขนาดนี้”

โซลส่ายหัวเบา ๆ

“ผมไม่ได้ช่วยเพราะชื่อเสียงหรืออะไรแบบนั้นครับ”

สายตาเขานิ่งและตรงไปตรงมา

“ผมช่วย… เพราะเธออยู่ตรงนั้น และผมเลือกไม่เดินหนี”

บีมสบตาเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

ในแววตาของบีม

ไม่ใช่ความระแวงอีกต่อไป

แต่คือการยอมรับ

“งั้นผมขอเข้าไปหาน้องสาวผมนะครับ”

โซลยิ้มบาง ๆ

“เชิญครับ”

ก่อนจะเปิดทางให้บีมเดินเข้าไปในบ้าน

และในเช้าวันนั้น

การพบกันของผู้ชายสองคน

ที่ต่างเติบโตในโลกคนละแบบ

กลับเริ่มต้นขึ้น

ด้วยความเคารพที่ไม่ต้องเอ่ยคำใดเพิ่มเติม

_____________

บีมก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น

สายตาคมกริบที่เคยนิ่งเฉียบอ่อนลงทันที เมื่อเห็นร่างของน้องสาวนั่งอยู่บนโซฟา

อะธีน่า

เธออยู่ในชุดสบาย ๆ

มีผ้าพันแผลที่ขมับและมือ

สีหน้าดูซีดกว่าปกติ แต่ดวงตายังใสและมั่นคงเหมือนเดิม

บีมเดินเข้าไปหาเธอโดยไม่พูดอะไร

ก่อนจะยกมือขึ้น…

ปึ้ก

หมัดเบา ๆ กระทบเข้าที่ต้นแขนของอะธีน่า

“โอ๊ย—พี่บีม!”

เธอร้องออกมาทันที ทั้งตกใจทั้งขำ

“พี่ต่อยหนูทำไมเนี่ย!”

บีมถอนมือกลับ

กรามเขาขบแน่นเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ

“จะได้รู้ว่ายังอยู่จริง”

เขามองเธอจากหัวจรดเท้า

“ทำเอาพี่ ๆ กับพ่อแม่ใจหายหมด”

อะธีน่าหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ยังเจ็บแปลบตรงแขน

ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะแขนพี่ชาย

“หนูขอโทษนะ…”

เสียงเธออ่อนลง

“แต่ตอนนี้หนูโอเคแล้วจริง ๆ”

บีมถอนหายใจยาว

ก่อนจะยื่นมือไปขยี้หัวน้องสาวอย่างแรงกว่าปกติเล็กน้อย

“คราวหลัง ถ้าจะหายตัวไปแบบนี้ โทรหาพี่ก่อน เข้าใจไหม”

“เข้าใจค่า~”

อะธีน่ารับคำทันที

เธอเงยหน้าขึ้นเหมือนนึกอะไรได้

ก่อนจะพูดต่ออย่างเป็นเรื่องเป็นราว

“อ้อ พี่บีม”

“พี่ช่วยโทรเรียกรถลากให้หนูหน่อยได้ไหม”

บีมเลิกคิ้ว

“รถเป็นอะไร”

“แบตหมดอายุการใช้งานค่ะ แต่หนูดันไม่เช็กก่อนออกจากบ้านเอง” อะธีน่าพูดเรียบ ๆ

บีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที

“โอเค เดี๋ยวพี่จัดการให้”

เขาหยุดมือเล็กน้อย

ก่อนจะหันไปมองโซลที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“เรื่องเมื่อคืนนั้น…”

บีมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ผมเป็นหนี้คุณจริง ๆ”

โซลพยักหน้าเล็กน้อย

“ขอแค่อะธีน่าปลอดภัยก็พอครับ”

อะธีน่ามองภาพตรงหน้า

พี่ชายคนโตที่เป็นเหมือนกำแพงของครอบครัว

กับผู้ชายอีกคนที่เลือกเสี่ยงเข้ามาในชีวิตเธอโดยไม่ลังเล

หัวใจของเธออุ่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

และในวินาทีนั้น

เธอรู้สึกชัดเจนว่า

การกลับบ้านครั้งนี้

ไม่ใช่แค่การกลับสู่ที่เดิม

แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่าง

ที่กำลังค่อย ๆ เติบโต

โดยที่ไม่มีใครตั้งใจจะหยุดมันได้อีกแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 19

    เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 18

    ยามสาย ณ คฤหาสน์ของโซล แสงแดดส่องลงบนสนามหญ้ากว้างหน้าคฤหาสน์ บรรยากาศเงียบสงบเกินกว่าจะคาดคิด ว่าที่นี่เพิ่งผ่านคืนอันตรายมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง รถของบีมสตาร์ตเครื่องรออยู่แล้ว อะธีน่าหันไปพยักหน้าให้พี่ชาย ก่อนจะขยับก้าวตามไป “อะธีน่า” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอหยุดเท้า หันกลับมา โซลยืนอยู่ไม่ไกล มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าดูนิ่งกว่าปกติเล็กน้อย ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ “ก่อนกลับ…” เขาเว้นจังหวะ “ขอคุยด้วยแป๊บหนึ่งได้ไหม” บีมมองทั้งสองคนสลับกัน ก่อนจะยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้ “พี่จะรอในรถนะ” อะธีน่าพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับมาหาโซล ทั้งสองหยุดยืนใต้เงาต้นไม้ใหญ่ สายลมพัดผ่านเบา ๆ พาเอากลิ่นหญ้าและดินชื้นจาง ๆ มาแตะปลายจมูก โซลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอสว่างวาบ “พี่คิดว่า… หลังจากนี้ เราควรติดต่อกันได้โดยตรง” เขาพูดตรงไปตรงมา “เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน หรือถ้า—” เขาหยุดคำพูดของตัวเองเล็กน้อย “ถ้าหนูไม่สบายใจ” อะธีน่ามองเขานิ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “หนูเองก็คิดแบบนั้นค่ะ” เธอยิ้มบาง “หลังจากเรื่องเมื่อคืน… หนูไม่อยากแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้จักพี่อีกแล้ว” โซลหัวเ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 17

    ค่ำคืนเดียวกัน ณ คฤหาสน์ของโซล หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายตลอดทั้งวัน โซลได้จัดห้องนอนอีกห้องหนึ่งให้เธอพัก เป็นห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องของเขาพอดี เรียบง่าย สะอาด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตอนนี้ หลังอาบน้ำเสร็จ อะธีน่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนแขนกุดสีอ่อน ที่เพิ่งแวะซื้อจากร้านเสื้อผ้าเล็ก ๆ ใกล้บ้านโซลเมื่อตอนเย็น ผมยาวถูกปล่อยสบาย ๆ พาดบ่าบางส่วน ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางดูอ่อนโยนกว่าปกติ เธอนั่งอยู่บนเตียง กำลังจัดของเล็กน้อย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ ก๊อก ก๊อก “พี่เข้าไปได้ไหม” “ค่ะ” ประตูถูกเปิดออก โซลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “แค่จะมาดูว่า ห้องนี้โอเคไหม นอนได้หรือเปล่า” อะธีน่าพยักหน้า “โอเคมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่จัดการให้ทุกอย่าง” โซลมองไปรอบห้องอย่างพอใจ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เตียงเพื่อดูผ้าม่านและไฟหัวเตียง “ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกพี่ได้เลยนะ—” ยังไม่ทันพูดจบ ปลายเท้าของเขากลับสะดุดผ้าที่ห้อยลงมาจากปลายเตียง ร่างสูงเซถลาไปข้างหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว “เฮ้ย—!” โซลเสียหลักเต็มแรง พุ่งตรงไปทางอะธีน่าที่กำลังนั่งอยู่ เธอเบิกตากว้

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 16

    รถตู้สีดำค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอดบริเวณข้างถนนสายเดิมสถานที่ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงเงียบสงบเหมือนไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้นคนขับดับเครื่องยนต์การ์ดสี่คนลงจากรถก่อนเป็นอันดับแรกสายตาทุกคู่กวาดมองรอบบริเวณอย่างระมัดระวังโซลก้าวลงมาจากรถตามก่อนจะหันไปหาอะธีน่าที่นั่งอยู่ด้านใน“ลงมาได้ แต่ค่อย ๆ นะ”อะธีน่าพยักหน้าเปิดประตูลงมาอย่างระมัดระวังแม้ร่างกายจะยังระบมอยู่บ้าง แต่วันนี้เธอดูดีขึ้นกว่าตอนเช้ามากรถของเธอยังคงจอดอยู่ตำแหน่งเดิมเหมือนถูกทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนทันทีที่เห็นรถคันคุ้นตาหัวใจของอะธีน่าก็โล่งขึ้นเล็กน้อย“ยังอยู่ครบจริง ๆ ด้วย…”เธอรีบเดินไปเปิดประตูรถหยิบกระเป๋า โทรศัพท์ และของใช้ส่วนตัวออกมาอย่างรวดเร็วโซลยืนรออยู่ไม่ไกลสายตายังคงคอยสังเกตรอบข้างตลอดเวลา“ของครบไหม” เขาถาม“ครบค่ะ”อะธีน่าตอบพร้อมถอนหายใจโล่งอก“ดีนะที่พวกนั้นไม่ได้สนใจของพวกนี้เลย”เธอปิดประตูรถดัง “ปัง”แต่จังหวะนั้นเอง สายตาของอะธีน่ากลับหยุดอยู่ที่รถของตัวเองแทนที่จะเดินกลับไปขึ้นรถตู้ทันทีเธอกลับยืนนิ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างโซลมองอย่างสงสัย“มีอะไรหรือเปล่า”อะ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 15

    ภายในคฤหาสน์พิทักษ์วงศ์บรรยากาศที่เคยสงบเรียบร้อยในทุกเช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนอลิซ—อดีตตำรวจหญิงผู้เด็ดขาด—กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นใบหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบราวกับกำลังประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาบีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ นั่งอยู่ไม่ไกลทุกคนต่างมีสีหน้ากังวลเพราะตั้งแต่เมื่อคืน…อะธีน่าไม่กลับบ้านโทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้รถที่เธอขับออกไปก็ยังไม่กลับเข้ามาในโรงจอด“อะธีน่าไม่เคยหายไปทั้งคืนแบบนี้”แม็กซ์พูดขึ้นเสียงเครียด“ต่อให้ไปค้างกับเพื่อน ก็ต้องส่งข้อความบอกก่อนตลอด”แจสเปอร์พยักหน้าเห็นด้วยมือยังกำโทรศัพท์แน่น“ผมลองเช็กโลเคชันมือถือแล้ว แต่เหมือนปิดเครื่องไปตั้งแต่เมื่อคืน”บีมที่นั่งเงียบมาตลอด ขมวดคิ้วความเป็นพี่ชายคนโตทำให้เขานิ่งกว่าคนอื่นแต่ความกังวลในแววตาก็ชัดเจนไม่แพ้กัน“แม่ครับ…”เขาหันไปหาอลิซ“เราควรไปแจ้งความไหม”อลิซกำลังจะตอบแต่ทันใดนั้น—เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทุกคนในห้องหันไปมองพร้อมกันทันทีอลิซหยิบขึ้นมาดูเป็นข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคยเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเปิดอ่านข้อความสั้น ๆ ปรากฏบนหน้าจอ—[อะธ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 14

    แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน กระทบเปลือกตาที่ปิดสนิทของอะธีน่าอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามา คือ ความหนัก ที่ศีรษะ และความตึงรั้งที่มือขวา เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เพดานสีขาวสะอาดตา กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ และความเงียบที่ไม่คุ้นเคย อะธีน่ากระพริบตาช้า ๆ พยายามเรียบเรียงภาพในหัว โกดัง… ฝน… แรงกระแทก… ความมืด เธอขยับตัวเล็กน้อย ความเจ็บแล่นแปลบที่ขมับจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ มือของเธอถูกยกขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ นิ้วสัมผัสกับผ้าปิดแผลที่ขมับ และผ้าพันแผลที่ฝ่ามือ—แน่น แต่ถูกพันอย่างประณีต มีคนดูแล… อะธีน่าพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่แรงในร่างกายยังไม่กลับมาเต็มที่ เธอจึงเอนตัวพิงหัวเตียงแทน สายตากวาดมองไปรอบห้อง ห้องกว้าง สะอาด เงียบ เฟอร์นิเจอร์เรียบหรูแต่ไม่โอ่อ่าเกินไป เป็นสไตล์ที่ดูเป็นระเบียบ และ… ไม่ใช่ห้องของเธอ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย “นี่ที่ไหน…” เสียงของเธอแหบพร่า เบาจนแทบเป็นเพียงลมหายใจ ทันใดนั้น เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ร่างสูงในเสื้อยืดสีเข้มก้าวเข้ามา ถือถาดยากับแก้วน้ำในมือ อะธีน่าชะงัก “…พี่โซล?”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status