Mag-log inค่ำคืนเดียวกัน ณ คฤหาสน์ของโซล
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายตลอดทั้งวัน โซลได้จัดห้องนอนอีกห้องหนึ่งให้เธอพัก เป็นห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องของเขาพอดี เรียบง่าย สะอาด และปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตอนนี้ หลังอาบน้ำเสร็จ อะธีน่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนแขนกุดสีอ่อน ที่เพิ่งแวะซื้อจากร้านเสื้อผ้าเล็ก ๆ ใกล้บ้านโซลเมื่อตอนเย็น ผมยาวถูกปล่อยสบาย ๆ พาดบ่าบางส่วน ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางดูอ่อนโยนกว่าปกติ เธอนั่งอยู่บนเตียง กำลังจัดของเล็กน้อย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบา ๆ ก๊อก ก๊อก “พี่เข้าไปได้ไหม” “ค่ะ” ประตูถูกเปิดออก โซลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “แค่จะมาดูว่า ห้องนี้โอเคไหม นอนได้หรือเปล่า” อะธีน่าพยักหน้า “โอเคมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่จัดการให้ทุกอย่าง” โซลมองไปรอบห้องอย่างพอใจ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เตียงเพื่อดูผ้าม่านและไฟหัวเตียง “ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกพี่ได้เลยนะ—” ยังไม่ทันพูดจบ ปลายเท้าของเขากลับสะดุดผ้าที่ห้อยลงมาจากปลายเตียง ร่างสูงเซถลาไปข้างหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว “เฮ้ย—!” โซลเสียหลักเต็มแรง พุ่งตรงไปทางอะธีน่าที่กำลังนั่งอยู่ เธอเบิกตากว้าง ยังไม่ทันได้ขยับหนี ร่างของเธอก็หงายหลังลงบนเตียง พร้อมกับโซลที่ล้มตามลงมาอย่างไม่ทันตั้งใจ ตุบ! ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก โซลใช้ข้อศอกข้างหนึ่งยันเตียงไว้โดยสัญชาตญาณ อีกข้างจับแขนอะธีน่าไว้เพื่อไม่ให้เธอกระแทกแรงเกินไป ภาพตรงหน้าหยุดนิ่งในเสี้ยววินาทีนั้น ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย อะธีน่าเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยิน มือของเธอเผลอกำชายเสื้อของโซลไว้โดยไม่รู้ตัว ส่วนโซล… เหมือนเวลาทั้งโลกหยุดเดิน กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ จากเส้นผมของเธอ ดวงตาที่ใสและตื่นตกใจ ริมฝีปากที่อยู่ใกล้เกินกว่าจะมองข้าม เขานิ่งไปชั่วขณะ ราวกับต้องมนต์บางอย่าง โดยไม่รู้ตัว โซลค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ขึ้นอีกนิด ใกล้ขึ้น… ใกล้ขึ้น… จนระยะห่างแทบไม่เหลือ หัวใจของอะธีน่าเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ เธอไม่รู้ว่าควรผลักเขาออก หรือปล่อยให้ช่วงเวลานี้ดำเนินต่อไป ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของอะธีน่าดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศทั้งหมดในพริบตา ทั้งคู่สะดุ้งพร้อมกัน โซลรีบดึงสติกลับมา ลุกขึ้นจากเตียงแทบจะทันที “ขะ… ขอโทษนะ! พี่ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ” อะธีน่าลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว แก้มแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว “มะ… ไม่เป็นไรค่ะ หนูก็ไม่ได้เป็นอะไร” บรรยากาศในห้องกลายเป็นความเงียบปนความเขินอาย ไม่มีใครกล้าสบตาใครตรง ๆ โซลยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อ “งั้น… พี่ไม่กวนแล้ว พักผ่อนเถอะนะ ถ้ามีอะไรเรียกพี่ได้ตลอด” อะธีน่าพยักหน้า “ค่ะ… ขอบคุณนะคะ” โซลรีบเดินออกจากห้องไป ปิดประตูเบา ๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบ เธอหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความ แต่สมาธิกลับไม่อยู่กับหน้าจอเลยสักนิด ภาพเมื่อครู่ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมจางหาย อะธีน่าหลับตาลงเบา ๆ หัวใจยังเต้นแรงกว่าปกติ “เกือบไปแล้ว…” และในอีกห้องหนึ่ง โซลยืนพิงประตูห้องตัวเอง ยกมือกุมหน้าผากอย่างสับสน “เมื่อกี้… เราทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย” คืนนี้อาจเป็นคืนที่ยาวนาน สำหรับหัวใจของทั้งสองคน มากกว่าคืนไหน ๆ ที่เคยผ่านมา —————————— เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ถี่รัวติดกันไม่หยุด อะธีน่าลืมตาขึ้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาดูหน้าจอ กลุ่ม : Fashion Space ข้อความเด้งขึ้นมาเรียงยาว เหมือนทุกคนพร้อมใจในเวลาเดียวกัน ซัมเมอร์: แกหายไปไหนอะธีน่า เมื่อคืนทักไปไม่ตอบเลย 😐 ริวกิ: ใช่ ปกติแกไม่เงียบขนาดนี้นะ เพนนี: ฉันเริ่มคิดละว่าแกหลับตั้งแต่หัวค่ำ แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ ลดา: บอกหน่อยว่าโอเค แค่นั้นก็ยังดี เควิน: ถ้าเห็นข้อความแล้ว ตอบหน่อยนะ พวกเรารออยู่ พอร์ช: แบตหมด… หรือยุ่งอยู่? คชา: อะธีน่า แกโอเคปะวะ เมื่อคืนแกไม่ได้กลับบ้านด้วยใช่ไหม อะธีน่ามองข้อความทั้งหมดเงียบ ๆ นิ้วมือชะงักอยู่เหนือแป้นพิมพ์ หัวใจยังเต้นไม่ปกติ ภาพโกดัง เสียงฝน และแรงกระแทก ยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างระมัดระวัง อะธีน่า: ขอโทษนะทุกคน เมื่อคืนหลับยาวมาก วันนี้โอเคแล้ว ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวเล่าให้ฟังทีหลังนะ 🤍 ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความก็เด้งกลับมาแทบจะพร้อมกัน ซัมเมอร์: เฮ้อ โล่งอก 😭 แกนี่ทำใจหายเก่งจริง ริวกิ: โอเคก็พอแล้ว ไว้เจอกันค่อยซัก เพนนี: พักผ่อนเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน ลดา: ดีแล้วที่ตอบ 💛 คชา: ถ้ามีอะไร บอกพวกเรานะเว้ย จริงจัง อะธีน่าเผลอยิ้มบาง ๆ ความอุ่นบางอย่างแทรกเข้ามาในอก แม้เธอจะยังไม่พร้อมเล่าเรื่องทั้งหมด เธอกดล็อกหน้าจอ วางโทรศัพท์ลงข้างหมอน ในห้องยังคงเงียบ แต่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกแล้ว _______ เช้าวันถัดมา อากาศหน้า คฤหาสน์ของโซล เงียบสงบกว่าทุกวัน รถยนต์สีดำคันหรูค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดหน้าประตูรั้ว เครื่องยนต์ดับลงอย่างนุ่มนวล บีมก้าวลงจากรถในชุดสูทเรียบเนี้ยบ แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวังตามนิสัยพี่ชายคนโต ก่อนสายตาจะหยุดลงที่ตัวบ้าน “คฤหาสน์จริง ๆ แฮะ…” เขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง บีมไม่คิดมาก่อนว่า ไอดอลระดับประเทศ—ลูกชายของนักการเมืองระดับสูง จะยอมพาน้องสาวของเขามาอยู่ที่บ้าน แถมดูแลข้ามคืนอย่างจริงจังขนาดนี้ ประตูรั้วเปิดออก ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีเรียบก้าวออกมา โซล เขาหยุดยืนเมื่อเห็นรถ ก่อนจะเดินเข้ามาอย่างสุภาพ สีหน้าเรียบ แต่แววตาจริงใจ “สวัสดีครับ” โซลยกมือไหว้อย่างนอบน้อม “คุณบีมใช่ไหมครับ” บีมชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าและยกมือไหว้ตอบ “ครับ ผมบีมเองครับ” เขามองโซลตรง ๆ ประเมินอีกฝ่ายในฐานะทั้งผู้ชาย… และคนที่เพิ่งช่วยชีวิตน้องสาว โซลพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขอบคุณที่มารับนะครับ อะธีน่าอยู่ข้างใน เธออาการดีขึ้นมากแล้ว” คำว่า อาการดีขึ้น ทำให้บีมถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว “ขอบคุณมากนะครับ” น้ำเสียงเขาจริงจังกว่าที่เคยใช้ในการประชุมใด ๆ “ผมไม่คิดว่า… คุณจะช่วยน้องสาวผมขนาดนี้” โซลส่ายหัวเบา ๆ “ผมไม่ได้ช่วยเพราะชื่อเสียงหรืออะไรแบบนั้นครับ” สายตาเขานิ่งและตรงไปตรงมา “ผมช่วย… เพราะเธออยู่ตรงนั้น และผมเลือกไม่เดินหนี” บีมสบตาเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ ในแววตาของบีม ไม่ใช่ความระแวงอีกต่อไป แต่คือการยอมรับ “งั้นผมขอเข้าไปหาน้องสาวผมนะครับ” โซลยิ้มบาง ๆ “เชิญครับ” ก่อนจะเปิดทางให้บีมเดินเข้าไปในบ้าน และในเช้าวันนั้น การพบกันของผู้ชายสองคน ที่ต่างเติบโตในโลกคนละแบบ กลับเริ่มต้นขึ้น ด้วยความเคารพที่ไม่ต้องเอ่ยคำใดเพิ่มเติม _____________ บีมก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่น สายตาคมกริบที่เคยนิ่งเฉียบอ่อนลงทันที เมื่อเห็นร่างของน้องสาวนั่งอยู่บนโซฟา อะธีน่า เธออยู่ในชุดสบาย ๆ มีผ้าพันแผลที่ขมับและมือ สีหน้าดูซีดกว่าปกติ แต่ดวงตายังใสและมั่นคงเหมือนเดิม บีมเดินเข้าไปหาเธอโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะยกมือขึ้น… ปึ้ก หมัดเบา ๆ กระทบเข้าที่ต้นแขนของอะธีน่า “โอ๊ย—พี่บีม!” เธอร้องออกมาทันที ทั้งตกใจทั้งขำ “พี่ต่อยหนูทำไมเนี่ย!” บีมถอนมือกลับ กรามเขาขบแน่นเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ “จะได้รู้ว่ายังอยู่จริง” เขามองเธอจากหัวจรดเท้า “ทำเอาพี่ ๆ กับพ่อแม่ใจหายหมด” อะธีน่าหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ยังเจ็บแปลบตรงแขน ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะแขนพี่ชาย “หนูขอโทษนะ…” เสียงเธออ่อนลง “แต่ตอนนี้หนูโอเคแล้วจริง ๆ” บีมถอนหายใจยาว ก่อนจะยื่นมือไปขยี้หัวน้องสาวอย่างแรงกว่าปกติเล็กน้อย “คราวหลัง ถ้าจะหายตัวไปแบบนี้ โทรหาพี่ก่อน เข้าใจไหม” “เข้าใจค่า~” อะธีน่ารับคำทันที เธอเงยหน้าขึ้นเหมือนนึกอะไรได้ ก่อนจะพูดต่ออย่างเป็นเรื่องเป็นราว “อ้อ พี่บีม” “พี่ช่วยโทรเรียกรถลากให้หนูหน่อยได้ไหม” บีมเลิกคิ้ว “รถเป็นอะไร” “แบตหมดอายุการใช้งานค่ะ แต่หนูดันไม่เช็กก่อนออกจากบ้านเอง” อะธีน่าพูดเรียบ ๆ บีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที “โอเค เดี๋ยวพี่จัดการให้” เขาหยุดมือเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองโซลที่ยืนอยู่ไม่ไกล “เรื่องเมื่อคืนนั้น…” บีมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมเป็นหนี้คุณจริง ๆ” โซลพยักหน้าเล็กน้อย “ขอแค่อะธีน่าปลอดภัยก็พอครับ” อะธีน่ามองภาพตรงหน้า พี่ชายคนโตที่เป็นเหมือนกำแพงของครอบครัว กับผู้ชายอีกคนที่เลือกเสี่ยงเข้ามาในชีวิตเธอโดยไม่ลังเล หัวใจของเธออุ่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว และในวินาทีนั้น เธอรู้สึกชัดเจนว่า การกลับบ้านครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การกลับสู่ที่เดิม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่าง ที่กำลังค่อย ๆ เติบโต โดยที่ไม่มีใครตั้งใจจะหยุดมันได้อีกแล้วเกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท
สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั
เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ
งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล
อะธีน่าเดินกลับมาที่โต๊ะ สีหน้าพยายามนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาของเพื่อน ๆ ที่รู้จักเธอดี… ไม่มีทางมองไม่ออก “อะธีน่า” ริวกิเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น “เป็นอะไรปะ หน้าแกดูซีด ๆ” ซัมเมอร์วางตะเกียบลงทันที “ใครมาทำอะไรแกหรือเปล่า” อะธีน่านั่งลง วางมือบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง—แค่บางส่วน “เจอคนรู้จักเก่า” น้ำเสียงเธอเรียบ แต่สั้น “ไม่มีอะไรแล้ว” เพนนีขมวดคิ้ว “รู้จักเก่าแบบไหน” พอร์ชกับเควินสบตากันทันที ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน คชาเป็นคนพูดออกมา เสียงต่ำลงกว่าปกติ “…ตั้ม?” อะธีน่าเงยหน้ามอง ไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่นั้นก็พอแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ เสียงฉ่าของหมูกระทะยังดัง แต่ไม่มีใครสนใจจะคีบต่อ พอร์ชกำมือแน่น “มันมาทำอะไรแกป่าว” “แค่พูด” อะธีน่าตอบทันที “แล้วก็ไป มีคนช่วยกันไว้” เควินถอนหายใจแรง “แม่ง… ยังไม่เลิกอีกเหรอวะ” ซัมเมอร์เอื้อมมือไปจับแขนอะธีน่า บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” อะธีน่าพยักหน้า คราวนี้ยิ้มได้จริงขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคแล้ว” เธอพูดชัด “ไม่เหมือนเมื่อ
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ
ยามสาย ณ คฤหาสน์ของโซล แสงแดดส่องลงบนสนามหญ้ากว้างหน้าคฤหาสน์ บรรยากาศเงียบสงบเกินกว่าจะคาดคิด ว่าที่นี่เพิ่งผ่านคืนอันตรายมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง รถของบีมสตาร์ตเครื่องรออยู่แล้ว อะธีน่าหันไปพยักหน้าให้พี่ชาย ก่อนจะขยับก้าวตามไป “อะธีน่า” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอหยุดเท้า หันกลับมา โซลยืนอยู่
เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างอะธีน่าลืมตาตื่นขึ้นก่อนใครในบ้าน บรรยากาศเงียบสงบผิดกับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงหัวเราะเมื่อวานเธอลุกจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว อาบน้ำ แต่งตัวเรียบง่ายในสไตล์ที่คุ้นเคย ก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าวันนี้เธอมีนัดกับเพื่อน ๆ ตั้งแต่เช้าทั้งเรื่อง ง
อิสระในช่วงเวลาสั้น ๆเวลาล่วงเลยจนถึง 19:00 น.ทั้งสี่พี่น้องเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เรียบง่าย และเป็นกันเองแตกต่างจากความหรูหราอลังการของงานปาร์ตี้ที่บ้านอย่างสิ้นเชิงแม็กซ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิด ไลฟ์สดผ่าน TikTok ทันที“โย่ว ๆ ทุกคน~ วันนี้อยู่กับครอบคร
บรื้นนนนน!!!เสียงมอเตอร์ไซค์คำรามดังขึ้น เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งพุ่งออกไปยังมหาวิทยาลัยด้วยความคล่องแคล่วเธอคือ อะธีน่า — ชื่อที่ฟังดูราวกับเทพเจ้ากรีก และเธอก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆแข็งแกร่ง กล้าหาญ และไม่ยอมแพ้ต่อใครง่าย ๆอะธีน่าเติบโตมาในครอบครัวไฮโซแม่ของเธอเคยเป็นตำรวจ ก่อนจะลาออกเพื่อมาดูแลลูกทั







