Share

บทที่ 8

last update Huling Na-update: 2025-12-29 15:35:42

อะธีน่ากำลังหยิบเนื้อผ้าที่เลือกไว้

แต่ทันใดนั้นก็พบว่าไม่ได้เตรียมเงินพกมาเพียงพอ

โซลซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ยื่นมือเข้ามา

“เดี๋ยวครับ ผมช่วยจ่ายเองครับ”

ก่อนที่อะธีน่าจะทันปฏิเสธ

เขากดจ่ายเงินด้วยรอยยิ้มสุภาพ

อะธีน่าหยุดชะงักเล็กน้อย

“ขะ… ขอบคุณค่ะ พี่โซล”

น้ำเสียงของเธอเรียบ แต่แฝงความประหลาดใจ

โซลพยักหน้าเบา ๆ

“ไม่เป็นไร น้องอะธีน่า

ถือว่าพี่ช่วยน้องหน่อยละกัน”

เขากลับใส่หมวกแก๊ปเหมือนเดิม

เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเกินไป

อะธีน่ามองนาฬิกา

“เดี๋ยวหนูต้องรีบไปแล้วค่ะ

เพื่อน ๆ รออยู่ที่คาเฟ่”

โซลพยักหน้า

“งั้นผมขอเดินตามน้องไปด้วยนะ

เผื่อจะช่วยถือของ หรือดูแลอะไรนิดหน่อย”

อะธีน่าหัวเราะเบา ๆ

“ไม่ต้องก็ได้ แต่ก็… ขอบคุณนะคะ”

ระหว่างทาง

โซลพูดขึ้นอย่างสุภาพแต่จริงใจ

“พี่รู้ชื่อน้อง เพราะหลังจากมินิคอนเสิร์ต พี่ไปเห็นแฮชแท็กแฟนคลับ

แล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเติม…

และพ่อพี่ก็พูดถึงครอบครัวน้องด้วย”

อะธีน่าหยุดฟัง

สายตาของเธอสบกับเขา

“ออ… แบบนี้เองสินะคะ”

โซลยิ้มเล็ก ๆ

“ใช่ครับ… พี่อยากรู้จักน้อง แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาอื่น”

อะธีน่าเข้าใจน้ำเสียงสุภาพของเขา

เธอถอนหายใจเบา ๆ

“ค่ะ… งั้นหนูจะรีบไปคาเฟ่แล้วนะคะ”

โซลเดินเคียงข้างเธอ

ระหว่างทางบรรยากาศไม่เงียบเกินไป

แต่ก็ให้ความรู้สึกสบาย

เหมือนคนสองคนกำลังเดินด้วยความเคารพ

และเริ่มทำความรู้จักกันอีกครั้งแบบเป็นกันเอง

—————————————————————————————

อะธีน่ามาถึงคาเฟ่ตามนัด

เพื่อน ๆ ทั้งซัมเมอร์ ริวกิ เพนนี ลดา เควิน พอร์ช และคชา

ต่างยืนโบกมือทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง

อะธีน่ายิ้มตอบ ก่อนจะหันไปมองโซลที่เดินมาส่งถึงหน้าคาเฟ่

เขาถอดหมวกแก๊ปขึ้นเล็กน้อย

“น้องอะธีน่า… เดี๋ยวพี่ขอตัวกลับไปซ้อมต่อแล้วนะครับ”

น้ำเสียงสุภาพและรอยยิ้มอบอุ่น

อะธีน่าพยักหน้า

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ พี่โซล”

โซลยิ้มมุมปากอีกครั้ง

“โชคดีนะครับ… Enjoy กับเพื่อน ๆ ให้เต็มที่”

อะธีน่าหันกลับไปที่เพื่อน ๆ

“ทุกคน ขอโทษที่มาสายไปนะ”

ซัมเมอร์อุทาน

“โอ้โห… นี่แกมีพี่โซลเดินมาส่งด้วยนะเนี่ย”

ริวกิหัวเราะเบา ๆ

“เห็นแล้วก็ใจเต้นแทนเลยอะ”

อะธีน่าหัวเราะ

“ก็แค่เดินมาส่งน่ะ ไม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นหรอก”

แต่ในใจเธอ…

กลับรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก

เหมือนการพบกันสองครั้งนี้

จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบางอย่าง

ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

โซลโบกมือลาจากไป

และอะธีน่าก็เดินเข้าคาเฟ่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ

และรอยยิ้มของเพื่อน ๆ ที่คอยต้อนรับเธอด้วยความอบอุ่น

ซัมเมอร์ยกมือขึ้นกอดอก

“นี่ ที่แกช้าอะ… เพราะเมื่อกี้นี้ใช่มะ?”

ดวงตาเป็นประกายเหมือนจะรู้ความลับบางอย่าง

ริวกิขยับตัวเข้ามา

“บอกมาให้หมดเลยนะ อะธีน่า

อย่ามาเล่นตัวกับพวกเรา”

คชาไม่พูดอะไร แค่เปิดรูปในมือถือให้เพื่อน ๆ ดู

ภาพอะธีน่ากับโซลยืนอยู่ร้านผ้า

สายตาและท่าทางเรียบร้อยแต่ชัดเจน

เพนนี ลดา เควิน และพอร์ช ต่างนั่งรอฟัง

บางคนกัดริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น

อะธีน่าหัวเราะแหะ ๆ

“เอ่อ… คือ ก็ไม่ได้มีอะไรนะเว้ยพวกแก

ก็แค่… บังเอิญเจอ”

เธอพยายามยิ้มและทำตัวสบาย ๆ

“แต่ตอนจะจ่ายเงินเนี่ยสิ…

ฉันพกเงินมาไม่พอ พี่โซลเขาก็เลยช่วย”

ซัมเมอร์แทบกระโดด

“โห… พี่โซลเลยนะ!

อะธีน่า แกนี่มันโชคดีเว่อร์!”

ริวกิหัวเราะเบา ๆ

“เห็นปุ๊บก็รู้แล้วล่ะ ว่าแกเจอพี่เขาแบบสุภาพ… แต่ก็แอบหวานนะเนี่ย”

คชาเอียงคอแล้วยิ้ม

“แล้วนี่แกไม่ได้ถ่ายรูปมาเก็บไว้เองหรือไง?”

เพื่อน ๆ หัวเราะกับความเป็นตัวของอะธีน่า

อะธีน่าถอนหายใจ

“ก็… แค่บังเอิญเจอ แล้วก็รีบมาหาพวกแกต่ออะ เลยไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น”

ซัมเมอร์ยิ้มกว้าง

“แค่แบบนี้ก็สนุกแล้ว

เดี๋ยวคืนนี้จะได้มีเรื่องเล่ากันอีกยาว ๆ เลยนะ”

เพื่อน ๆ ทั้งโต๊ะหัวเราะและกระซิบกระซาบกันเบา ๆ

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกและความเอ็นดู

อะธีน่าก็หลุดยิ้มออกมาอย่างอาย ๆ แต่ก็ชอบใจ

เพราะได้แชร์โมเมนต์พิเศษแบบนี้กับเพื่อน ๆ

—————————————————

โซลกลับมาถึงห้องซ้อมในช่วงเย็น

แสงไฟสีขาวสะท้อนพื้นไม้เรียบ

บรรยากาศเงียบสงบก่อนเริ่มฝึกจริง

เขาวางกระเป๋าลงที่มุมห้อง

ถอดหมวกแก๊ปออก

ก่อนจะเริ่มวอร์มร่างกายตามจังหวะที่คุ้นเคย

ยืดกล้ามเนื้อ

หมุนหัวไหล่

ขยับข้อเท้า

ทุกท่าทางทำด้วยความตั้งใจและมีวินัย

ไม่นานนัก

ครูสอนก็เต้นเปิดประตูเข้ามา

“เริ่มได้เลยนะโซล วันนี้เราจะเน้นอารมณ์กับการเคลื่อนไหวมากขึ้น”

“ครับครู”

เสียงดนตรีดังขึ้น

ร่างของโซลเคลื่อนไหวไปตามจังหวะอย่างแม่นยำ

ไม่ใช่เพราะความหล่อ

ไม่ใช่เพราะชื่อเสียง

แต่เพราะความพยายามที่สะสมมานาน

เวลาผ่านไป

เหงื่อเริ่มซึม

ลมหายใจหนักขึ้น

แต่แววตาของเขายังคงชัดเจน

เมื่อถึงช่วงพัก

โซลนั่งลงข้างผนัง

ยกผ้าขนหนูขึ้นซับเหงื่อ

สายตาจ้องไปยังพื้นห้องซ้อมอย่างครุ่นคิด

ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว

ไม่ใช่เวที

ไม่ใช่แสงไฟ

แต่เป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง

ที่ยืนอยู่ในร้านผ้า

ในลุคเรียบ เท่ และไม่พยายามดึงดูดสายตาใคร

อะธีน่า…

เธอไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ

ไม่ได้พูดมาก

ไม่ได้พยายามให้ใครสนใจ

แต่กลับโดดเด่น

ในแบบที่ตัวเองเป็นอย่างแท้จริง

โซลขยับตัว

หยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า

ปลายปากกาค้างอยู่เหนือหน้ากระดาษ

ก่อนที่เขาจะเริ่มเขียนคำบางคำลงไป

“ไม่ต้องเปล่งแสง

แต่โลกก็ยังมองเห็น

ไม่ต้องฝืนตัวเอง

ก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ได้”

เขาหยุดอ่านสิ่งที่เขียน

หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

มันไม่ใช่เพลงรัก

ไม่ใช่เพลงสำหรับเวทีใหญ่

แต่มันคือ

เพลงของ “ความเป็นตัวเอง”

เพลงของ “อิสระ”

และเพลงของ “ความโดดเด่นโดยไม่ต้องพยายาม”

โซลยิ้มบาง ๆ

พึมพำกับตัวเอง

“บางที… เพลงนี้อาจจะเริ่มจากเธอก็ได้”

เสียงครูเรียกให้กลับไปซ้อมดังขึ้น

โซลเก็บสมุดโน้ต

ลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

คืนนี้

เขาไม่ได้ซ้อมเพื่อแค่เป็นไอดอลที่สมบูรณ์แบบ

แต่ซ้อม

เพื่อถ่ายทอดตัวตน

และอิสระที่เขาเลือกเอง

เหมือนกับผู้หญิงคนนั้น

ที่เขาเพิ่งได้รู้จัก… โดยบังเอิญ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 13

    ภายในโกดัง เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับนาฬิกาที่นับถอยหลังให้กับทุกชีวิตในนั้นชายทั้งสองยืนถกเถียงกันอยู่ไม่ไกลน้ำเสียงต่ำ เครียด และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่สงบ“เอายังไงต่อดีวะ”คนหนึ่งถาม พลางเดินไปเดินมา“แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเลย”อีกคนสบถเบา ๆ“ใจเย็นก่อน กูขอคิดให้รอบคอบหน่อย”ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะไปไกลชายคนแรกก็ทำท่าหงุดหงิดขึ้นมา“ว่ะ… ปวดฉี่ว่ะ เดี๋ยวมา”เขาหันไปมองอีกคน“มึงเฝ้าไว้ก่อน อย่าให้มันหนีได้ล่ะ”“เออ ไม่ต้องห่วง”ชายที่เหลือพยักหน้า พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น“ผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้ จะไปไหนได้”เสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปประตูเหล็กด้านข้างเปิดปิดดัง ครืด—ปังเหลือเพียงชายคนเดียวเฝ้าอยู่หน้าห้องและอะธีน่าที่นั่งนิ่งอยู่กับเสาหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทันทีแต่สีหน้ายังคงนิ่งเธอก้มสายตาลงอย่างแนบเนียนและนั่นเอง—เศษแก้วใสชิ้นเล็กสะท้อนแสงไฟวูบวาบอยู่ไม่ไกลจากปลายมือของเธอโอกาส…อะธีน่าขยับตัวช้า ๆให้เหมือนกับแค่เปลี่ยนอิริยาบถกล้ามเนื้อแขนตึงขึ้นจากเชือกที่รัดแน่นชายที่เฝ้าอยู่ปรายตามองมาเพียงครู่ก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าจอมือถืออีกครั้

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 12

    สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุดเสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆอะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่านในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลากและในจังหวะนั้นเอง—ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธออะธีน่าหันไปมองผ่านกระจกมองหลังหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพยายามไม่ตื่นตระหนกเธอเปิดกระจกลงนิดหนึ่ง เตรียมจะถามว่าอีกฝ่ายมาช่วยหรือไม่ชายสองคนลงจากรถรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางแข็งกระด้างหนึ่งในนั้นมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความหวังดีแม้แต่น้อย“รถเสียเหรอครับ”น้ำเสียงนั้นฟังดูเรียบ แต่แฝงบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณของอะธีน่าร้องเตือนทันทีเธอกำลังจะตอบ—แต่สายตาของชายอีกคนกลับเปลี่ยนไปเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น ใต้แสงไฟถนนที่สลัวรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากเป็นรอยยิ้มของคนที่ “จำได้”“เฮอะ…”เขาหัวเราะเบา ๆ“เหมือนใครสักคนเลยนะ”อะธีน่าขมวดคิ้วยังไม่ทันจะถอยหนี—มือหยาบกระชากประตูรถเปิดออกอย่างแรงอีกมือคว้าข้อมือเธอทันที“ปล่อยนะ!”อะธีน่าตะโกน เสียงถูกกลืนไปกับเสียงฝน“เงียบซะ!”

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 11

    สองวันหลังจากที่ชุดทั้งสามถูกเก็บเข้าห้องลับ เช้าวันนี้อะธีน่าตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เธออาบน้ำ แต่งตัวเรียบเท่ตามสไตล์เดิม ก่อนจะเปิดห้องลับ และนำหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามออกมาอย่างระมัดระวัง ตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ตะเข็บ ผิวผ้า รายละเอียดเล็กที่สุด—ไม่มีสิ่งใดหลุดสายตา เมื่อทุกอย่างพร้อม อะธีน่าขนหุ่นขึ้นรถ ขับมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้านิ่ง แต่หัวใจเต้นแรงกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะนี่คือผลงานที่เธอ “มั่นใจที่สุด” ตั้งแต่เรียนแฟชั่นมา ⸻ ภายในห้องเรียนสตูดิโอแฟชั่น เพื่อน ๆ ทยอยนำงานของตัวเองมาจัดวาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแบบที่คุ้นเคย จนกระทั่งอะธีน่าเข็นหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามเข้ามา เสียงพูดคุยค่อย ๆ เบาลง ก่อนจะกลายเป็นความเงียบชั่วขณะ Modern Greek God : Apollo / Ares / Hermes เส้นสายที่ชัดเจน โครงสร้างที่แข็งแรงแต่ไม่แข็งทื่อ การเลือกผ้าและดีเทลที่สะท้อนตัวตนของแต่ละเทพ โดยไม่หลุดธีม ไม่เยอะเกิน และไม่กลบกันเอง “โห… งานนี้คือเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ” เสียงใครคนหนึ่งหลุดออกมา “ดูแพงมากอะ” “นี่มันระดับโชว์แล้วนะ” เสียง

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 10

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ ภายในห้องนอนของอะธีน่าในวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าเดิมของห้องพักผ่อนอีกต่อไป โต๊ะเขียนหนังสือถูกดันไปชิดผนัง แทนที่ด้วยโต๊ะตัดผ้า หุ่นโชว์ตั้งเรียงอยู่ใกล้หน้าต่าง ผืนผ้าหลากเฉดสีถูกคลี่วางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ เข็มหมุด กรรไกร สายวัด และแพตเทิร์นกระดาษ กระจายอยู่รอบตัวเธอ ห้องนี้ กลายเป็น “พื้นที่สร้างสรรค์” อย่างสมบูรณ์แบบ อะธีน่ายืนอยู่กลางห้อง ในเสื้อยืดตัวหลวมและกางเกงสบาย ๆ ผมถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง สายตาจริงจังจดจ่ออยู่กับแพตเทิร์นตรงหน้า เธอนำไซส์ที่วัดจากพี่ชายทั้งสามคน — บีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ — มาปรับใช้กับแบบเสื้อผ้าในธีม Modern Greek God : Apollo, Ares, Hermes ปลายนิ้วลากดินสอไปตามเส้นโค้งของแพตเทิร์น ทุกสัดส่วนถูกคำนวณอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ให้ใส่ได้ แต่ต้อง “สะท้อนตัวตน” ของแต่ละคนออกมาด้วย อพอลโล — ความสมดุล สง่างาม และแสงสว่าง เอเรส — ความแข็งแรง ดุดัน และมีพลัง เฮอร์มีส — ความคล่องตัว อิสระ และทันสมัย จักรเย็บผ้าดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเข็มแทงลงบนผืนผ้า เหมือนจังหวะหัวใจของการทำงาน อะธีน่าแทบไม่ได้มองนาฬิก

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 9

    ยามค่ำคืนคลี่คลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ของ ตระกูลพิทักษ์วงศ์ แสงไฟสีอุ่นจากเสาโคมหน้าบ้านส่องสว่างเป็นแนว บรรยากาศสงบ แตกต่างจากความคึกคักของเมืองที่เพิ่งจากมา เวลา 20:30 น. อะธีน่าเดินเท้าเข้ามาทางประตูรั้ว กระเป๋าสะพายข้างหนึ่ง ถุงใส่วัสดุสำหรับ Final Project อีกข้าง การเดินทุกก้าวของเธอนั้นมั่นคง แต่ไม่เร่งรีบ ร่างสูงวัยในชุดพ่อบ้านยืนรออยู่หน้าประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มคุ้นเคย “คุณหนูเล็กกลับมาแล้วเหรอครับ” ลุงรงค์ เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อะธีน่าหยุดเดิน ยิ้มให้เขาอย่างเป็นกันเอง “ค่ะลุงรงค์ วันนี้กลับค่ำหน่อยนะคะ” ลุงรงค์รับถุงจากมือเธอไปช่วยถือ “ไม่เป็นไรเลยครับ คุณหนู คุณผู้หญิงกำชับไว้แล้วว่า ถ้าคุณหนูกลับมา ก็ให้ดูแลตามปกติ ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องกดดันอะไร” คำพูดเรียบง่ายนั้น ทำให้อะธีน่ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด “ขอบคุณค่ะลุง” ลุงรงค์พยักหน้า “คุณหนูพักผ่อนเถอะครับ ถ้าต้องการอะไร เรียกลุงได้ตลอดนะครับ” อะธีน่ายิ้ม “ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ” เธอเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างเงียบ ๆ เสียงฝีเท้าก้องเบา ๆ ไปตามโถงสูง ก่อนจะหายลับไปยังชั้นบน คืนนี้ ไม่มีคำถา

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 8

    อะธีน่ากำลังหยิบเนื้อผ้าที่เลือกไว้ แต่ทันใดนั้นก็พบว่าไม่ได้เตรียมเงินพกมาเพียงพอ โซลซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ยื่นมือเข้ามา “เดี๋ยวครับ ผมช่วยจ่ายเองครับ” ก่อนที่อะธีน่าจะทันปฏิเสธ เขากดจ่ายเงินด้วยรอยยิ้มสุภาพ อะธีน่าหยุดชะงักเล็กน้อย “ขะ… ขอบคุณค่ะ พี่โซล” น้ำเสียงของเธอเรียบ แต่แฝงความประหลาดใจ โซลพยักหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไร น้องอะธีน่า ถือว่าพี่ช่วยน้องหน่อยละกัน” เขากลับใส่หมวกแก๊ปเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเกินไป อะธีน่ามองนาฬิกา “เดี๋ยวหนูต้องรีบไปแล้วค่ะ เพื่อน ๆ รออยู่ที่คาเฟ่” โซลพยักหน้า “งั้นผมขอเดินตามน้องไปด้วยนะ เผื่อจะช่วยถือของ หรือดูแลอะไรนิดหน่อย” อะธีน่าหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องก็ได้ แต่ก็… ขอบคุณนะคะ” ระหว่างทาง โซลพูดขึ้นอย่างสุภาพแต่จริงใจ “พี่รู้ชื่อน้อง เพราะหลังจากมินิคอนเสิร์ต พี่ไปเห็นแฮชแท็กแฟนคลับ แล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเติม… และพ่อพี่ก็พูดถึงครอบครัวน้องด้วย” อะธีน่าหยุดฟัง สายตาของเธอสบกับเขา “ออ… แบบนี้เองสินะคะ” โซลยิ้มเล็ก ๆ “ใช่ครับ… พี่อยากรู้จักน้อง แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาอื่น” อะธีน่าเข้าใจน้ำเสียงสุภาพของเขา เธอถอนหายใจเบา ๆ “ค่ะ…

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status