Share

บทที่ 11

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-06 17:10:07

สองวันหลังจากที่ชุดทั้งสามถูกเก็บเข้าห้องลับ

เช้าวันนี้อะธีน่าตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่

เธออาบน้ำ แต่งตัวเรียบเท่ตามสไตล์เดิม

ก่อนจะเปิดห้องลับ

และนำหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามออกมาอย่างระมัดระวัง

ตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย

ตะเข็บ ผิวผ้า รายละเอียดเล็กที่สุด—ไม่มีสิ่งใดหลุดสายตา

เมื่อทุกอย่างพร้อม

อะธีน่าขนหุ่นขึ้นรถ

ขับมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้านิ่ง

แต่หัวใจเต้นแรงกว่าปกติเล็กน้อย

ไม่ใช่เพราะกลัว

แต่เพราะนี่คือผลงานที่เธอ “มั่นใจที่สุด” ตั้งแต่เรียนแฟชั่นมา

ภายในห้องเรียนสตูดิโอแฟชั่น

เพื่อน ๆ ทยอยนำงานของตัวเองมาจัดวาง

บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแบบที่คุ้นเคย

จนกระทั่งอะธีน่าเข็นหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามเข้ามา

เสียงพูดคุยค่อย ๆ เบาลง

ก่อนจะกลายเป็นความเงียบชั่วขณะ

Modern Greek God : Apollo / Ares / Hermes

เส้นสายที่ชัดเจน

โครงสร้างที่แข็งแรงแต่ไม่แข็งทื่อ

การเลือกผ้าและดีเทลที่สะท้อนตัวตนของแต่ละเทพ

โดยไม่หลุดธีม ไม่เยอะเกิน และไม่กลบกันเอง

“โห… งานนี้คือเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ”

เสียงใครคนหนึ่งหลุดออกมา

“ดูแพงมากอะ”

“นี่มันระดับโชว์แล้วนะ”

เสียงชื่นชมเริ่มดังขึ้นรอบห้อง

เพื่อนหลายคนลุกขึ้นเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ

ถามถึงแรงบันดาลใจ เทคนิคการตัดเย็บ และการเลือกวัสดุ

อะธีน่ายืนอธิบายด้วยน้ำเสียงนิ่ง สุภาพ

ไม่อวด ไม่ถ่อม

แค่เล่าในสิ่งที่เธอคิด และสิ่งที่เธอทำ

ไม่นาน อาจารย์ก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าหุ่นทั้งสาม

สายตาที่ผ่านงานมานับไม่ถ้วนกวาดมองอย่างละเอียด

เงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนที่อาจารย์จะยิ้ม

“งานนี้… ดีมาก”

เสียงนั้นชัดเจนและหนักแน่น

อาจารย์หันไปมองนักศึกษาทั้งห้อง

“นี่คือสิ่งที่อาจารย์อยากให้ทุกคนดูเป็นตัวอย่าง”

หลายคนเงยหน้าขึ้นทันที

“การออกแบบที่ดี ไม่ใช่แค่สวย”

อาจารย์พูดต่อ

“แต่ต้องรู้ว่าเรากำลังเล่าอะไร และเลือกใช้ทุกองค์ประกอบอย่างมีเหตุผล”

มือของอาจารย์แตะเบา ๆ ที่ตัวหุ่น

“อะธีน่าไม่ได้พยายามทำให้มัน ‘เยอะ’

แต่ทำให้มัน ‘ชัด’

นี่แหละ คือความยากที่แท้จริงของงานออกแบบ”

สายตาหลายคู่หันมามองอะธีน่า

มีทั้งชื่นชม ทั้งยอมรับ

และบางส่วน… ที่เริ่มมองเธอในฐานะมาตรฐานใหม่ของห้องเรียน

อะธีน่าพยักหน้ารับคำชม

“ขอบคุณค่ะอาจารย์”

ไม่มีรอยยิ้มกว้าง

ไม่มีท่าทีตื่นเต้นเกินพอดี

แต่ในแววตานั้น

เต็มไปด้วยความภูมิใจที่นิ่งและมั่นคง

เพราะเธอรู้ดีว่า

สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าในวันนี้

ไม่ใช่แค่ Final Project

แต่มันคือ

อิสระที่เธอออกแบบขึ้นมาด้วยตัวเอง

—————————————

ภายในห้องเรียน บรรยากาศหลังการนำเสนอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ความตึงเครียดกลายเป็นความคึกคัก

เพื่อน ๆ หลายคนทยอยเดินเข้ามาหาอะธีน่า

บางคนถือสมุดสเกตช์

บางคนเปิดแท็บเล็ตที่เต็มไปด้วยแบบร่าง

บางคนแค่อยากถามสั้น ๆ แต่ก็กลายเป็นบทสนทนายาวโดยไม่รู้ตัว

“อะธีน่า เราติดตรงโครงไหล่อะ แกคิดว่ายังไงดี”

“เลือกผ้าแบบนี้ มันจะหนักไปไหม”

“ถ้าอยากให้ลุคมันชัดกว่านี้ ควรตัดอะไรออกดี”

อะธีน่าฟังทุกคำถามอย่างตั้งใจ

เธอไม่รีบตอบ ไม่ทำท่ารู้ดีกว่า

แต่เลือกจะถามกลับ ชวนคิด และชี้ให้เห็นมุมที่อีกฝ่ายอาจมองข้าม

“ลองถามตัวเองก่อนว่า ตัวละครหรือคอนเซปต์ของแกคืออะไร”

“ถ้ามันไม่ช่วยเล่าเรื่อง ก็ไม่จำเป็นต้องใส่”

“งานแฟชั่นไม่ใช่การโชว์ทุกอย่างที่เราทำได้ แต่เป็นการเลือกในสิ่งที่เราควรจะเป็น”

เธอขยับเข้าไปดูงานของแต่ละคน

ชี้จุดเล็ก ๆ อย่างสุภาพ

เสนอทางแก้โดยไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกด้อยค่า

ไม่มีคำว่า “งานแกไม่ดี”

มีแต่ “ถ้าแกลองแบบนี้ จะชัดขึ้นไหม”

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

จากกลุ่มเล็ก ๆ กลายเป็นวงใหญ่

เสียงคุย เสียงหัวเราะ และเสียงขอบคุณดังสลับกันไปมา

ริวกิที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก็ยิ้มออกมา

“แกนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ อะธีน่า”

อะธีน่าหันมายิ้ม

“ก็เราอยากให้ทุกคนไปถึงเส้นชัยพร้อมกันนี่”

สำหรับเธอ

การโดดเด่นไม่จำเป็นต้องยืนอยู่เหนือใคร

ถ้าเธอสามารถยื่นมือให้คนอื่นก้าวไปด้วยกันได้

เพราะในสายตาของอะธีน่า

ความสำเร็จที่แท้จริง

ไม่ใช่การเป็นคนเดียวที่เรียนจบ

แต่คือการได้เห็นทุกคนในห้อง

ก้าวออกไปสู่โลกของตัวเองพร้อมกัน

ในวันที่ได้รับปริญญาและสำเร็จการศึกษา

——————————

เย็นวันนั้น หลังจากแยกย้ายกับเพื่อน ๆ

อะธีน่าขับรถกลับถึงคฤหาสน์ด้วยความโล่งใจ

เธอขนหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามกลับเข้าไปในห้องลับ

จัดวางอย่างเรียบร้อยในตำแหน่งเดิม

ตรวจระบบล็อกอีกครั้งให้แน่ใจ ก่อนจะปิดประตูอย่างระมัดระวัง

งานสำคัญถูกเก็บอย่างปลอดภัย

หัวใจที่ตึงมาหลายสัปดาห์จึงคลายลงเล็กน้อย

แต่แทนที่จะขึ้นห้องพักผ่อน

อะธีน่ากลับหยิบกุญแจรถอีกดอก

และออกไปขับรถเล่น

โดยไม่ต้องคิดและวางแผน

แค่ปล่อยให้ถนนพาเธอไปเรื่อย ๆ

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี

จากส้มอ่อนเป็นเทาเข้ม

ถนนด้านนอกเงียบกว่าปกติ

แล้วจู่ ๆ

รถกระตุกแรงหนึ่งครั้ง

ก่อนเครื่องยนต์จะดับลงกลางทาง

อะธีน่าชะลอรถเข้าข้างทางอย่างมีสติ

เปิดไฟฉุกเฉิน แล้วลงมาดูทันที

“แย่ละ…”

เธอเปิดฝากระโปรงหน้า

ตรวจเช็กเบื้องต้นตามความรู้ที่มี

สายไฟ แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง

ทุกอย่างดูเหมือนจะยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง

เธอกำลังจะลงมือแก้ไขต่อ—

ฟ้าก็ผ่าลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

พร้อมกับหยดฝนเม็ดแรก

จากหนึ่งหยด

กลายเป็นสายฝนที่เทลงมาอย่างไม่ปรานี

อะธีน่าชะงัก

เสื้อผ้าเริ่มเปียก

มือที่กำลังจับเครื่องมือเย็นเฉียบขึ้นทันที

เธอหลบเข้ามานั่งในรถ

ปิดประตู ฟังเสียงฝนกระหน่ำลงบนหลังคา

ถนนเริ่มพร่า

ไฟถนนสะท้อนกับหยดน้ำจนมองไกลไม่ชัด

เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน

ที่อะธีน่ารู้สึกว่า ตัวเอง “หยุด” ลงจริง ๆ

ไม่ใช่เพราะไม่ไหว

แต่เพราะสถานการณ์บังคับให้เธอหยุด

เธอเอนหลังพิงเบาะ

ถอนหายใจเบา ๆ

“เหมือนชีวิตเลยนะ…”

อะธีน่าพึมพำกับตัวเอง

ในวันที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี

บางอย่างก็มักจะเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

ฝนยังคงตก

ถนนยังเงียบ

และอะธีน่า… ยังคงรอใครสักคน

หรือบางเหตุการณ์

ที่จะเข้ามาในค่ำคืนที่ไม่มีอยู่ในแผนของเธอเลย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 24

    เกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 23

    สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 22

    เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 21

    งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 20

    อะธีน่าเดินกลับมาที่โต๊ะ สีหน้าพยายามนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาของเพื่อน ๆ ที่รู้จักเธอดี… ไม่มีทางมองไม่ออก “อะธีน่า” ริวกิเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น “เป็นอะไรปะ หน้าแกดูซีด ๆ” ซัมเมอร์วางตะเกียบลงทันที “ใครมาทำอะไรแกหรือเปล่า” อะธีน่านั่งลง วางมือบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง—แค่บางส่วน “เจอคนรู้จักเก่า” น้ำเสียงเธอเรียบ แต่สั้น “ไม่มีอะไรแล้ว” เพนนีขมวดคิ้ว “รู้จักเก่าแบบไหน” พอร์ชกับเควินสบตากันทันที ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน คชาเป็นคนพูดออกมา เสียงต่ำลงกว่าปกติ “…ตั้ม?” อะธีน่าเงยหน้ามอง ไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่นั้นก็พอแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ เสียงฉ่าของหมูกระทะยังดัง แต่ไม่มีใครสนใจจะคีบต่อ พอร์ชกำมือแน่น “มันมาทำอะไรแกป่าว” “แค่พูด” อะธีน่าตอบทันที “แล้วก็ไป มีคนช่วยกันไว้” เควินถอนหายใจแรง “แม่ง… ยังไม่เลิกอีกเหรอวะ” ซัมเมอร์เอื้อมมือไปจับแขนอะธีน่า บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” อะธีน่าพยักหน้า คราวนี้ยิ้มได้จริงขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคแล้ว” เธอพูดชัด “ไม่เหมือนเมื่อ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 19

    เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 12

    สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุดเสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆอะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่านในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลากและในจังหวะนั้นเอง—ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธออะธีน่า

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 9

    ยามค่ำคืนคลี่คลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ของ ตระกูลพิทักษ์วงศ์ แสงไฟสีอุ่นจากเสาโคมหน้าบ้านส่องสว่างเป็นแนว บรรยากาศสงบ แตกต่างจากความคึกคักของเมืองที่เพิ่งจากมา เวลา 20:30 น. อะธีน่าเดินเท้าเข้ามาทางประตูรั้ว กระเป๋าสะพายข้างหนึ่ง ถุงใส่วัสดุสำหรับ Final Project อีกข้าง การเดินทุกก้าวของเธอนั้นมั่น

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 13

    ภายในโกดัง เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับนาฬิกาที่นับถอยหลังให้กับทุกชีวิตในนั้น ชายทั้งสองยืนถกเถียงกันอยู่ไม่ไกล น้ำเสียงต่ำ เครียด และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่สงบ “เอายังไงต่อดีวะ” คนหนึ่งถาม พลางเดินไปเดินมา “แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเลย” อีกคนสบถเบา ๆ “ใจเย็น

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 10

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ ภายในห้องนอนของอะธีน่าในวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าเดิมของห้องพักผ่อนอีกต่อไป โต๊ะเขียนหนังสือถูกดันไปชิดผนัง แทนที่ด้วยโต๊ะตัดผ้า หุ่นโชว์ตั้งเรียงอยู่ใกล้หน้าต่าง ผืนผ้าหลากเฉดสีถูกคลี่วางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ เข็มหมุด กรรไกร สายวัด และแพตเทิร์นกระดาษ กระจาย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status