共有

บทที่ 12

last update 最終更新日: 2026-01-07 15:05:28

สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด

เสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆ

อะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้

สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่าน

ในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลาก

และในจังหวะนั้นเอง—

ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

ค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธอ

อะธีน่าหันไปมองผ่านกระจกมองหลัง

หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพยายามไม่ตื่นตระหนก

เธอเปิดกระจกลงนิดหนึ่ง เตรียมจะถามว่าอีกฝ่ายมาช่วยหรือไม่

ชายสองคนลงจากรถ

รูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางแข็งกระด้าง

หนึ่งในนั้นมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความหวังดีแม้แต่น้อย

“รถเสียเหรอครับ”

น้ำเสียงนั้นฟังดูเรียบ แต่แฝงบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณของอะธีน่าร้องเตือนทันที

เธอกำลังจะตอบ—

แต่สายตาของชายอีกคนกลับเปลี่ยนไป

เมื่อเขาเห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น ใต้แสงไฟถนนที่สลัว

รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก

เป็นรอยยิ้มของคนที่ “จำได้”

“เฮอะ…”

เขาหัวเราะเบา ๆ

“เหมือนใครสักคนเลยนะ”

อะธีน่าขมวดคิ้ว

ยังไม่ทันจะถอยหนี—

มือหยาบกระชากประตูรถเปิดออกอย่างแรง

อีกมือคว้าข้อมือเธอทันที

“ปล่อยนะ!”

อะธีน่าตะโกน เสียงถูกกลืนไปกับเสียงฝน

“เงียบซะ!”

ชายคนนั้นกระชากเธอออกจากรถอย่างแรง

“ลูกสาวใครไม่รู้… แต่หน้าเหมือนแม่มันไม่มีผิด”

หัวใจอะธีน่าหล่นวูบ

ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในความทรงจำ—

คำเตือนของแม่

อดีตนักโทษบางคนที่ไม่เคยสำนึก

“อลิซ พิทักษ์วงศ์…”

เขาพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น

“แม่แกใช่ไหม”

อะธีน่าดิ้นสุดแรง

แต่แรงผู้ชายสองคนมากเกินไป

เธอถูกดันเข้าไปในรถคันนั้น ประตูปิดดังปัง

รถออกตัวทันที

ทิ้งรถของเธอไว้ข้างทาง ท่ามกลางสายฝน

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง

บนถนนอีกฝั่งหนึ่ง

รถสีดำคันหรูคันหนึ่งชะลอความเร็ว

สายตาคมคู่หนึ่งมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ตั้งแต่รถเสีย

ตั้งแต่การเข้ามาจอด

จนถึงจังหวะที่หญิงสาวถูกกระชากขึ้นรถไป

“หยุดรถ”

เสียงนั้นนิ่ง แต่เฉียบคม

คนขับหันมามองทันที

“ครับ?”

“รถคันเมื่อกี้”

เจ้าของเสียงจ้องไปข้างหน้าไม่กะพริบตา

“ตามไป เดี๋ยวนี้”

คนขับไม่ถามซ้ำ

เหยียบคันเร่งทันที ฝ่าสายฝนออกไป

ภายในรถ

ชายหนุ่มถอดหมวกแก๊ปออกเล็กน้อย

สายตาแน่วแน่ แข็งกร้าวผิดกับลุคที่ใคร ๆ เคยเห็น

ในหัวเขามีเพียงภาพเดียว

หญิงสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝน

ก่อนจะถูกดึงหายไปต่อหน้าต่อตา

“ต้องเป็นเธอ…”

เขาพูดกับตัวเองเสียงต่ำ

คืนนี้

ไม่ใช่แค่เหตุบังเอิญบนถนน

และเขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันจบลงแบบนั้นเด็ดขาด

ภายในรถที่กำลังแล่นฝ่าสายฝน

เสียงเครื่องยนต์ดังกลบทุกอย่าง

อะธีน่าพยายามขยับตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก

เธอรวบรวมสติ มองหาทางหนีแม้เพียงเสี้ยววินาที

แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร

“อยู่นิ่ง ๆ ซะ!”

แรงกระแทกหนักหน่วงฟาดลงมาที่ท้ายทอย

ภาพตรงหน้าพลันหมุนคว้าง

ความเจ็บแล่นวาบขึ้นศีรษะก่อนทุกอย่างจะพร่าเลือน

ร่างของเธอทรุดลงกับเบาะหลัง

สติยังไม่ดับสนิท แต่แรงในร่างกายกลับหายไปเกือบหมด

มือหยาบกระชากแขนของเธอไปด้านหลัง

เชือกถูกมัดแน่นรอบข้อมือ

ต่อด้วยข้อเท้า—แน่นพอจนขยับแทบไม่ได้

“อย่าให้มันโวยวาย”

เสียงหนึ่งพูดอย่างรำคาญ

เทปกาวถูกดึงออกจากม้วน

แปะปิดปากเธออย่างแรง จนลมหายใจสะดุด

ต่อด้วยผ้าผืนหนึ่งที่ถูกพันปิดดวงตา

ความมืดเข้าครอบงำในทันที

เสียงหัวใจของอะธีน่าเต้นแรงจนแทบทะลุอก

ลมหายใจติดขัด พยายามสูดให้ลึกที่สุดเท่าที่เทปจะอนุญาต

ความกลัวแล่นวูบ

แต่ในหัวกลับยังคงคิดอย่างไม่หยุด

ต้องมีทางรอด…

แม่เคยสอน… ต้องตั้งสติ

เธอบังคับตัวเองให้นิ่ง

จดจำทิศทาง การเลี้ยว เสียงรอบข้าง

นับเวลาในใจ แม้จะไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน

เสียงผู้ชายหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นด้านหน้า

“ลูกสาวตำรวจ… จะอึดเหมือนแม่มันไหมวะ”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอเย็นวาบ

แต่ก็ยิ่งทำให้เธอแน่ใจ—

คนพวกนี้ “ตั้งใจ” เลือกเธอ

ในขณะเดียวกัน

รถสีดำแล่นฝ่าสายฝนอย่างรวดเร็ว

ไฟหน้ารถสาดแสงตัดม่านฝนเป็นทางยาว

“เห็นไฟท้ายไหม”

เสียงชายหนุ่มดังขึ้นจากเบาะหลัง

“เห็นครับ กำลังเร่งตาม”

คนขับตอบทันที มือจับพวงมาลัยแน่น

ชายหนุ่มเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

สายตาคมจับจ้องถนนไม่วาง

ในใจเขามีแต่ภาพหญิงสาวคนเดิม

รอยยิ้มเรียบเท่

แววตานิ่งสงบที่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอ

“เร็วขึ้นอีกนิด”

เสียงเขานิ่ง แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน

“เขาเร่งหนี… แปลว่าเรื่องนี้ไม่ปกติ”

คนขับพยักหน้า เหยียบคันเร่งเพิ่ม

รถทั้งสองคันฝ่าความมืดไปพร้อมกัน

ค่ำคืนนี้

ไม่ใช่แค่คืนฝนตก

แต่มันคือคืนที่เส้นทางชีวิตของใครหลายคน

กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ความเย็นของพื้นปูนซึมผ่านเข้ามาถึงผิวกาย

อะธีน่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

ศีรษะยังปวดหนึบ ภาพตรงหน้าพร่าเลือนก่อนจะค่อย ๆ ชัดขึ้นทีละนิด

แสงไฟนีออนดวงเดียวห้อยอยู่กลางโกดังร้าง

ผนังปูนแตกร้าว สนิมเกาะตามโครงเหล็ก

กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำมันเก่าโชยอยู่ในอากาศ

เธอก้มลงมองตัวเอง

ร่างกายนั่งอยู่กับพื้น

หลังพิงเสาคอนกรีต

แขนและขายังคงถูกมัดแน่นด้วยเชือกเส้นหยาบ

ข้อมือแดงช้ำ เลือดซึมเล็กน้อย

อะธีน่ากลืนน้ำลาย ฝืนตั้งสติ

หัวใจเต้นแรง แต่ดวงตายังนิ่ง

เสียงฝีเท้าดังขึ้น

ชายสองคนเดินออกมาจากเงามืด

“ฟื้นแล้วเหรอ”

หนึ่งในนั้นแสยะยิ้ม

“ลูกสาวคนเก่งของตำรวจคนดังนี่เอง”

อีกคนหัวเราะต่ำ ๆ

“จำเราได้ไหม… แม่แกเป็นคนส่งเราทั้งคู่เข้าคุก”

“ชีวิตพัง ครอบครัวพัง อนาคตของพวกกูก็ชิบหายไปหมด”

อะธีน่ามองพวกเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน

แม้ในอกจะอัดแน่นด้วยความหวาดกลัว

“ฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้น”

เสียงเธอสั่นเล็กน้อย แต่ยังชัด

“แม่ก็แค่ทำตามหน้าที่”

คำว่า หน้าที่

เหมือนน้ำมันราดกองไฟ

“หน้าที่งั้นเหรอ!”

ชายคนแรกตวาด

“เพราะหน้าที่ของแม่แก เราถึงไม่มีอะไรเหลือ!”

เขาเดินเข้ามาใกล้ จับคางอะธีน่าขึ้นอย่างแรง

“วันนี้… ก็แค่ให้แม่แกได้รู้รสชาติของการสูญเสียบ้าง”

อะธีน่ากัดฟัน

ดวงตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้

แม้ในใจจะภาวนาอย่างสุดชีวิต

ในเวลาเดียวกัน

นอกโกดังร้างที่ตั้งอยู่สุดเขตอุตสาหกรรม

ฝนเริ่มซา

เหลือเพียงหยดน้ำที่ไหลจากหลังคาเก่า ๆ ลงสู่พื้น

รถสีดำคันหนึ่งจอดดับเครื่องอยู่ไม่ไกล

ไฟหน้าถูกปิด

เงาร่างสูงในเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มยืนอยู่หลังรถ

โซล

สายตาเขาจับจ้องไปยังโกดังตรงหน้า

รถคันที่เขาตามมา—จอดอยู่ด้านข้างอย่างไม่ปิดบัง

“ใช่… ที่นี่แน่”

เขาพึมพำกับตัวเอง

หัวใจเต้นแรง

สัญชาตญาณย้ำชัดว่า

นี่คือคันเดียวกัน

ไม่มีทางผิด

เขาไม่ได้แจ้งใคร

ไม่ได้โทรหาใคร

ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่ามันอันตราย

แต่เพราะรู้ดีว่า… เวลาสำคัญกว่าทุกอย่าง

โซลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

เปิดไฟฉายเบา ๆ

สูดหายใจลึกเพื่อควบคุมสติ

ในหัวเขามีเพียงภาพเดียว

ดวงตาคู่นั้น

คนที่ “โดดเด่นแบบไม่ต้องพยายาม”

เขาก้าวเท้าออกจากเงามืด

มุ่งหน้าไปยังโกดังร้างอย่างเงียบงัน

คืนนี้

ไม่ใช่คืนของเวที

ไม่ใช่คืนของแสงไฟ

แต่มันคือคืนที่

ชีวิตของใครบางคน

กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 13

    ภายในโกดัง เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับนาฬิกาที่นับถอยหลังให้กับทุกชีวิตในนั้นชายทั้งสองยืนถกเถียงกันอยู่ไม่ไกลน้ำเสียงต่ำ เครียด และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่สงบ“เอายังไงต่อดีวะ”คนหนึ่งถาม พลางเดินไปเดินมา“แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเลย”อีกคนสบถเบา ๆ“ใจเย็นก่อน กูขอคิดให้รอบคอบหน่อย”ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะไปไกลชายคนแรกก็ทำท่าหงุดหงิดขึ้นมา“ว่ะ… ปวดฉี่ว่ะ เดี๋ยวมา”เขาหันไปมองอีกคน“มึงเฝ้าไว้ก่อน อย่าให้มันหนีได้ล่ะ”“เออ ไม่ต้องห่วง”ชายที่เหลือพยักหน้า พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น“ผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้ จะไปไหนได้”เสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปประตูเหล็กด้านข้างเปิดปิดดัง ครืด—ปังเหลือเพียงชายคนเดียวเฝ้าอยู่หน้าห้องและอะธีน่าที่นั่งนิ่งอยู่กับเสาหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทันทีแต่สีหน้ายังคงนิ่งเธอก้มสายตาลงอย่างแนบเนียนและนั่นเอง—เศษแก้วใสชิ้นเล็กสะท้อนแสงไฟวูบวาบอยู่ไม่ไกลจากปลายมือของเธอโอกาส…อะธีน่าขยับตัวช้า ๆให้เหมือนกับแค่เปลี่ยนอิริยาบถกล้ามเนื้อแขนตึงขึ้นจากเชือกที่รัดแน่นชายที่เฝ้าอยู่ปรายตามองมาเพียงครู่ก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าจอมือถืออีกครั้

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 12

    สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุดเสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆอะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่านในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลากและในจังหวะนั้นเอง—ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธออะธีน่าหันไปมองผ่านกระจกมองหลังหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพยายามไม่ตื่นตระหนกเธอเปิดกระจกลงนิดหนึ่ง เตรียมจะถามว่าอีกฝ่ายมาช่วยหรือไม่ชายสองคนลงจากรถรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางแข็งกระด้างหนึ่งในนั้นมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความหวังดีแม้แต่น้อย“รถเสียเหรอครับ”น้ำเสียงนั้นฟังดูเรียบ แต่แฝงบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณของอะธีน่าร้องเตือนทันทีเธอกำลังจะตอบ—แต่สายตาของชายอีกคนกลับเปลี่ยนไปเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น ใต้แสงไฟถนนที่สลัวรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากเป็นรอยยิ้มของคนที่ “จำได้”“เฮอะ…”เขาหัวเราะเบา ๆ“เหมือนใครสักคนเลยนะ”อะธีน่าขมวดคิ้วยังไม่ทันจะถอยหนี—มือหยาบกระชากประตูรถเปิดออกอย่างแรงอีกมือคว้าข้อมือเธอทันที“ปล่อยนะ!”อะธีน่าตะโกน เสียงถูกกลืนไปกับเสียงฝน“เงียบซะ!”

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 11

    สองวันหลังจากที่ชุดทั้งสามถูกเก็บเข้าห้องลับ เช้าวันนี้อะธีน่าตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เธออาบน้ำ แต่งตัวเรียบเท่ตามสไตล์เดิม ก่อนจะเปิดห้องลับ และนำหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามออกมาอย่างระมัดระวัง ตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ตะเข็บ ผิวผ้า รายละเอียดเล็กที่สุด—ไม่มีสิ่งใดหลุดสายตา เมื่อทุกอย่างพร้อม อะธีน่าขนหุ่นขึ้นรถ ขับมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้านิ่ง แต่หัวใจเต้นแรงกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะนี่คือผลงานที่เธอ “มั่นใจที่สุด” ตั้งแต่เรียนแฟชั่นมา ⸻ ภายในห้องเรียนสตูดิโอแฟชั่น เพื่อน ๆ ทยอยนำงานของตัวเองมาจัดวาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแบบที่คุ้นเคย จนกระทั่งอะธีน่าเข็นหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามเข้ามา เสียงพูดคุยค่อย ๆ เบาลง ก่อนจะกลายเป็นความเงียบชั่วขณะ Modern Greek God : Apollo / Ares / Hermes เส้นสายที่ชัดเจน โครงสร้างที่แข็งแรงแต่ไม่แข็งทื่อ การเลือกผ้าและดีเทลที่สะท้อนตัวตนของแต่ละเทพ โดยไม่หลุดธีม ไม่เยอะเกิน และไม่กลบกันเอง “โห… งานนี้คือเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ” เสียงใครคนหนึ่งหลุดออกมา “ดูแพงมากอะ” “นี่มันระดับโชว์แล้วนะ” เสียง

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 10

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ ภายในห้องนอนของอะธีน่าในวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าเดิมของห้องพักผ่อนอีกต่อไป โต๊ะเขียนหนังสือถูกดันไปชิดผนัง แทนที่ด้วยโต๊ะตัดผ้า หุ่นโชว์ตั้งเรียงอยู่ใกล้หน้าต่าง ผืนผ้าหลากเฉดสีถูกคลี่วางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ เข็มหมุด กรรไกร สายวัด และแพตเทิร์นกระดาษ กระจายอยู่รอบตัวเธอ ห้องนี้ กลายเป็น “พื้นที่สร้างสรรค์” อย่างสมบูรณ์แบบ อะธีน่ายืนอยู่กลางห้อง ในเสื้อยืดตัวหลวมและกางเกงสบาย ๆ ผมถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง สายตาจริงจังจดจ่ออยู่กับแพตเทิร์นตรงหน้า เธอนำไซส์ที่วัดจากพี่ชายทั้งสามคน — บีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ — มาปรับใช้กับแบบเสื้อผ้าในธีม Modern Greek God : Apollo, Ares, Hermes ปลายนิ้วลากดินสอไปตามเส้นโค้งของแพตเทิร์น ทุกสัดส่วนถูกคำนวณอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ให้ใส่ได้ แต่ต้อง “สะท้อนตัวตน” ของแต่ละคนออกมาด้วย อพอลโล — ความสมดุล สง่างาม และแสงสว่าง เอเรส — ความแข็งแรง ดุดัน และมีพลัง เฮอร์มีส — ความคล่องตัว อิสระ และทันสมัย จักรเย็บผ้าดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเข็มแทงลงบนผืนผ้า เหมือนจังหวะหัวใจของการทำงาน อะธีน่าแทบไม่ได้มองนาฬิก

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 9

    ยามค่ำคืนคลี่คลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ของ ตระกูลพิทักษ์วงศ์ แสงไฟสีอุ่นจากเสาโคมหน้าบ้านส่องสว่างเป็นแนว บรรยากาศสงบ แตกต่างจากความคึกคักของเมืองที่เพิ่งจากมา เวลา 20:30 น. อะธีน่าเดินเท้าเข้ามาทางประตูรั้ว กระเป๋าสะพายข้างหนึ่ง ถุงใส่วัสดุสำหรับ Final Project อีกข้าง การเดินทุกก้าวของเธอนั้นมั่นคง แต่ไม่เร่งรีบ ร่างสูงวัยในชุดพ่อบ้านยืนรออยู่หน้าประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มคุ้นเคย “คุณหนูเล็กกลับมาแล้วเหรอครับ” ลุงรงค์ เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อะธีน่าหยุดเดิน ยิ้มให้เขาอย่างเป็นกันเอง “ค่ะลุงรงค์ วันนี้กลับค่ำหน่อยนะคะ” ลุงรงค์รับถุงจากมือเธอไปช่วยถือ “ไม่เป็นไรเลยครับ คุณหนู คุณผู้หญิงกำชับไว้แล้วว่า ถ้าคุณหนูกลับมา ก็ให้ดูแลตามปกติ ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องกดดันอะไร” คำพูดเรียบง่ายนั้น ทำให้อะธีน่ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด “ขอบคุณค่ะลุง” ลุงรงค์พยักหน้า “คุณหนูพักผ่อนเถอะครับ ถ้าต้องการอะไร เรียกลุงได้ตลอดนะครับ” อะธีน่ายิ้ม “ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ” เธอเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างเงียบ ๆ เสียงฝีเท้าก้องเบา ๆ ไปตามโถงสูง ก่อนจะหายลับไปยังชั้นบน คืนนี้ ไม่มีคำถา

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 8

    อะธีน่ากำลังหยิบเนื้อผ้าที่เลือกไว้ แต่ทันใดนั้นก็พบว่าไม่ได้เตรียมเงินพกมาเพียงพอ โซลซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ยื่นมือเข้ามา “เดี๋ยวครับ ผมช่วยจ่ายเองครับ” ก่อนที่อะธีน่าจะทันปฏิเสธ เขากดจ่ายเงินด้วยรอยยิ้มสุภาพ อะธีน่าหยุดชะงักเล็กน้อย “ขะ… ขอบคุณค่ะ พี่โซล” น้ำเสียงของเธอเรียบ แต่แฝงความประหลาดใจ โซลพยักหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไร น้องอะธีน่า ถือว่าพี่ช่วยน้องหน่อยละกัน” เขากลับใส่หมวกแก๊ปเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเกินไป อะธีน่ามองนาฬิกา “เดี๋ยวหนูต้องรีบไปแล้วค่ะ เพื่อน ๆ รออยู่ที่คาเฟ่” โซลพยักหน้า “งั้นผมขอเดินตามน้องไปด้วยนะ เผื่อจะช่วยถือของ หรือดูแลอะไรนิดหน่อย” อะธีน่าหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องก็ได้ แต่ก็… ขอบคุณนะคะ” ระหว่างทาง โซลพูดขึ้นอย่างสุภาพแต่จริงใจ “พี่รู้ชื่อน้อง เพราะหลังจากมินิคอนเสิร์ต พี่ไปเห็นแฮชแท็กแฟนคลับ แล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเติม… และพ่อพี่ก็พูดถึงครอบครัวน้องด้วย” อะธีน่าหยุดฟัง สายตาของเธอสบกับเขา “ออ… แบบนี้เองสินะคะ” โซลยิ้มเล็ก ๆ “ใช่ครับ… พี่อยากรู้จักน้อง แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาอื่น” อะธีน่าเข้าใจน้ำเสียงสุภาพของเขา เธอถอนหายใจเบา ๆ “ค่ะ…

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status