Compartir

บทที่ 12

last update Fecha de publicación: 2026-01-07 15:05:28

สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด

เสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆ

อะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้

สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่าน

ในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลาก

และในจังหวะนั้นเอง—

ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

ค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธอ

อะธีน่าหันไปมองผ่านกระจกมองหลัง

หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพยายามไม่ตื่นตระหนก

เธอเปิดกระจกลงนิดหนึ่ง เตรียมจะถามว่าอีกฝ่ายมาช่วยหรือไม่

ชายสองคนลงจากรถ

รูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางแข็งกระด้าง

หนึ่งในนั้นมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความหวังดีแม้แต่น้อย

“รถเสียเหรอครับ”

น้ำเสียงนั้นฟังดูเรียบ แต่แฝงบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณของอะธีน่าร้องเตือนทันที

เธอกำลังจะตอบ—

แต่สายตาของชายอีกคนกลับเปลี่ยนไป

เมื่อเขาเห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น ใต้แสงไฟถนนที่สลัว

รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก

เป็นรอยยิ้มของคนที่ “จำได้”

“เฮอะ…”

เขาหัวเราะเบา ๆ

“เหมือนใครสักคนเลยนะ”

อะธีน่าขมวดคิ้ว

ยังไม่ทันจะถอยหนี—

มือหยาบกระชากประตูรถเปิดออกอย่างแรง

อีกมือคว้าข้อมือเธอทันที

“ปล่อยนะ!”

อะธีน่าตะโกน เสียงถูกกลืนไปกับเสียงฝน

“เงียบซะ!”

ชายคนนั้นกระชากเธอออกจากรถอย่างแรง

“ลูกสาวใครไม่รู้… แต่หน้าเหมือนแม่มันไม่มีผิด”

หัวใจอะธีน่าหล่นวูบ

ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในความทรงจำ—

คำเตือนของแม่

อดีตนักโทษบางคนที่ไม่เคยสำนึก

“อลิซ พิทักษ์วงศ์…”

เขาพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น

“แม่แกใช่ไหม”

อะธีน่าดิ้นสุดแรง

แต่แรงผู้ชายสองคนมากเกินไป

เธอถูกดันเข้าไปในรถคันนั้น ประตูปิดดังปัง

รถออกตัวทันที

ทิ้งรถของเธอไว้ข้างทาง ท่ามกลางสายฝน

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง

บนถนนอีกฝั่งหนึ่ง

รถสีดำคันหรูคันหนึ่งชะลอความเร็ว

สายตาคมคู่หนึ่งมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ตั้งแต่รถเสีย

ตั้งแต่การเข้ามาจอด

จนถึงจังหวะที่หญิงสาวถูกกระชากขึ้นรถไป

“หยุดรถ”

เสียงนั้นนิ่ง แต่เฉียบคม

คนขับหันมามองทันที

“ครับ?”

“รถคันเมื่อกี้”

เจ้าของเสียงจ้องไปข้างหน้าไม่กะพริบตา

“ตามไป เดี๋ยวนี้”

คนขับไม่ถามซ้ำ

เหยียบคันเร่งทันที ฝ่าสายฝนออกไป

ภายในรถ

ชายหนุ่มถอดหมวกแก๊ปออกเล็กน้อย

สายตาแน่วแน่ แข็งกร้าวผิดกับลุคที่ใคร ๆ เคยเห็น

ในหัวเขามีเพียงภาพเดียว

หญิงสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝน

ก่อนจะถูกดึงหายไปต่อหน้าต่อตา

“ต้องเป็นเธอ…”

เขาพูดกับตัวเองเสียงต่ำ

คืนนี้

ไม่ใช่แค่เหตุบังเอิญบนถนน

และเขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันจบลงแบบนั้นเด็ดขาด

ภายในรถที่กำลังแล่นฝ่าสายฝน

เสียงเครื่องยนต์ดังกลบทุกอย่าง

อะธีน่าพยายามขยับตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก

เธอรวบรวมสติ มองหาทางหนีแม้เพียงเสี้ยววินาที

แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร

“อยู่นิ่ง ๆ ซะ!”

แรงกระแทกหนักหน่วงฟาดลงมาที่ท้ายทอย

ภาพตรงหน้าพลันหมุนคว้าง

ความเจ็บแล่นวาบขึ้นศีรษะก่อนทุกอย่างจะพร่าเลือน

ร่างของเธอทรุดลงกับเบาะหลัง

สติยังไม่ดับสนิท แต่แรงในร่างกายกลับหายไปเกือบหมด

มือหยาบกระชากแขนของเธอไปด้านหลัง

เชือกถูกมัดแน่นรอบข้อมือ

ต่อด้วยข้อเท้า—แน่นพอจนขยับแทบไม่ได้

“อย่าให้มันโวยวาย”

เสียงหนึ่งพูดอย่างรำคาญ

เทปกาวถูกดึงออกจากม้วน

แปะปิดปากเธออย่างแรง จนลมหายใจสะดุด

ต่อด้วยผ้าผืนหนึ่งที่ถูกพันปิดดวงตา

ความมืดเข้าครอบงำในทันที

เสียงหัวใจของอะธีน่าเต้นแรงจนแทบทะลุอก

ลมหายใจติดขัด พยายามสูดให้ลึกที่สุดเท่าที่เทปจะอนุญาต

ความกลัวแล่นวูบ

แต่ในหัวกลับยังคงคิดอย่างไม่หยุด

ต้องมีทางรอด…

แม่เคยสอน… ต้องตั้งสติ

เธอบังคับตัวเองให้นิ่ง

จดจำทิศทาง การเลี้ยว เสียงรอบข้าง

นับเวลาในใจ แม้จะไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน

เสียงผู้ชายหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นด้านหน้า

“ลูกสาวตำรวจ… จะอึดเหมือนแม่มันไหมวะ”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอเย็นวาบ

แต่ก็ยิ่งทำให้เธอแน่ใจ—

คนพวกนี้ “ตั้งใจ” เลือกเธอ

ในขณะเดียวกัน

รถสีดำแล่นฝ่าสายฝนอย่างรวดเร็ว

ไฟหน้ารถสาดแสงตัดม่านฝนเป็นทางยาว

“เห็นไฟท้ายไหม”

เสียงชายหนุ่มดังขึ้นจากเบาะหลัง

“เห็นครับ กำลังเร่งตาม”

คนขับตอบทันที มือจับพวงมาลัยแน่น

ชายหนุ่มเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

สายตาคมจับจ้องถนนไม่วาง

ในใจเขามีแต่ภาพหญิงสาวคนเดิม

รอยยิ้มเรียบเท่

แววตานิ่งสงบที่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอ

“เร็วขึ้นอีกนิด”

เสียงเขานิ่ง แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน

“เขาเร่งหนี… แปลว่าเรื่องนี้ไม่ปกติ”

คนขับพยักหน้า เหยียบคันเร่งเพิ่ม

รถทั้งสองคันฝ่าความมืดไปพร้อมกัน

ค่ำคืนนี้

ไม่ใช่แค่คืนฝนตก

แต่มันคือคืนที่เส้นทางชีวิตของใครหลายคน

กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ความเย็นของพื้นปูนซึมผ่านเข้ามาถึงผิวกาย

อะธีน่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

ศีรษะยังปวดหนึบ ภาพตรงหน้าพร่าเลือนก่อนจะค่อย ๆ ชัดขึ้นทีละนิด

แสงไฟนีออนดวงเดียวห้อยอยู่กลางโกดังร้าง

ผนังปูนแตกร้าว สนิมเกาะตามโครงเหล็ก

กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำมันเก่าโชยอยู่ในอากาศ

เธอก้มลงมองตัวเอง

ร่างกายนั่งอยู่กับพื้น

หลังพิงเสาคอนกรีต

แขนและขายังคงถูกมัดแน่นด้วยเชือกเส้นหยาบ

ข้อมือแดงช้ำ เลือดซึมเล็กน้อย

อะธีน่ากลืนน้ำลาย ฝืนตั้งสติ

หัวใจเต้นแรง แต่ดวงตายังนิ่ง

เสียงฝีเท้าดังขึ้น

ชายสองคนเดินออกมาจากเงามืด

“ฟื้นแล้วเหรอ”

หนึ่งในนั้นแสยะยิ้ม

“ลูกสาวคนเก่งของตำรวจคนดังนี่เอง”

อีกคนหัวเราะต่ำ ๆ

“จำเราได้ไหม… แม่แกเป็นคนส่งเราทั้งคู่เข้าคุก”

“ชีวิตพัง ครอบครัวพัง อนาคตของพวกกูก็ชิบหายไปหมด”

อะธีน่ามองพวกเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน

แม้ในอกจะอัดแน่นด้วยความหวาดกลัว

“ฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้น”

เสียงเธอสั่นเล็กน้อย แต่ยังชัด

“แม่ก็แค่ทำตามหน้าที่”

คำว่า หน้าที่

เหมือนน้ำมันราดกองไฟ

“หน้าที่งั้นเหรอ!”

ชายคนแรกตวาด

“เพราะหน้าที่ของแม่แก เราถึงไม่มีอะไรเหลือ!”

เขาเดินเข้ามาใกล้ จับคางอะธีน่าขึ้นอย่างแรง

“วันนี้… ก็แค่ให้แม่แกได้รู้รสชาติของการสูญเสียบ้าง”

อะธีน่ากัดฟัน

ดวงตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้

แม้ในใจจะภาวนาอย่างสุดชีวิต

ในเวลาเดียวกัน

นอกโกดังร้างที่ตั้งอยู่สุดเขตอุตสาหกรรม

ฝนเริ่มซา

เหลือเพียงหยดน้ำที่ไหลจากหลังคาเก่า ๆ ลงสู่พื้น

รถสีดำคันหนึ่งจอดดับเครื่องอยู่ไม่ไกล

ไฟหน้าถูกปิด

เงาร่างสูงในเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มยืนอยู่หลังรถ

โซล

สายตาเขาจับจ้องไปยังโกดังตรงหน้า

รถคันที่เขาตามมา—จอดอยู่ด้านข้างอย่างไม่ปิดบัง

“ใช่… ที่นี่แน่”

เขาพึมพำกับตัวเอง

หัวใจเต้นแรง

สัญชาตญาณย้ำชัดว่า

นี่คือคันเดียวกัน

ไม่มีทางผิด

เขาไม่ได้แจ้งใคร

ไม่ได้โทรหาใคร

ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่ามันอันตราย

แต่เพราะรู้ดีว่า… เวลาสำคัญกว่าทุกอย่าง

โซลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

เปิดไฟฉายเบา ๆ

สูดหายใจลึกเพื่อควบคุมสติ

ในหัวเขามีเพียงภาพเดียว

ดวงตาคู่นั้น

คนที่ “โดดเด่นแบบไม่ต้องพยายาม”

เขาก้าวเท้าออกจากเงามืด

มุ่งหน้าไปยังโกดังร้างอย่างเงียบงัน

คืนนี้

ไม่ใช่คืนของเวที

ไม่ใช่คืนของแสงไฟ

แต่มันคือคืนที่

ชีวิตของใครบางคน

กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 24

    เกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 23

    สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 22

    เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 21

    งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 20

    อะธีน่าเดินกลับมาที่โต๊ะ สีหน้าพยายามนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาของเพื่อน ๆ ที่รู้จักเธอดี… ไม่มีทางมองไม่ออก “อะธีน่า” ริวกิเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น “เป็นอะไรปะ หน้าแกดูซีด ๆ” ซัมเมอร์วางตะเกียบลงทันที “ใครมาทำอะไรแกหรือเปล่า” อะธีน่านั่งลง วางมือบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง—แค่บางส่วน “เจอคนรู้จักเก่า” น้ำเสียงเธอเรียบ แต่สั้น “ไม่มีอะไรแล้ว” เพนนีขมวดคิ้ว “รู้จักเก่าแบบไหน” พอร์ชกับเควินสบตากันทันที ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน คชาเป็นคนพูดออกมา เสียงต่ำลงกว่าปกติ “…ตั้ม?” อะธีน่าเงยหน้ามอง ไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่นั้นก็พอแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ เสียงฉ่าของหมูกระทะยังดัง แต่ไม่มีใครสนใจจะคีบต่อ พอร์ชกำมือแน่น “มันมาทำอะไรแกป่าว” “แค่พูด” อะธีน่าตอบทันที “แล้วก็ไป มีคนช่วยกันไว้” เควินถอนหายใจแรง “แม่ง… ยังไม่เลิกอีกเหรอวะ” ซัมเมอร์เอื้อมมือไปจับแขนอะธีน่า บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” อะธีน่าพยักหน้า คราวนี้ยิ้มได้จริงขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคแล้ว” เธอพูดชัด “ไม่เหมือนเมื่อ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 19

    เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 5

    เสียงดนตรีพุ่งทะลุผ่านลำโพงทั่วฮอลล์ แฟนคลับกรี๊ดลั่น สลับกับแสงไฟสีสันสดใสที่สาดส่องไปทั่ว อะธีน่านั่งอยู่ในแถวใกล้เวทีรอง ดวงตากวาดมองทุกการเคลื่อนไหวของโซลบนเวที แม้ไม่ใช่แฟนคลับตัวจริง แต่ความตั้งใจและพลังของเขากลับดึงดูดเธออย่างไม่น่าเชื่อ เพลงแรกจบลง แสงไฟปรับเป็นสีอุ่น เสียงแฟนคลับโห่ร

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 4

    และแล้ว เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงภายในห้องแต่งตัวกว้างของบ้าน แสงไฟสีขาวนวลสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่อะธีน่ายืนอยู่หน้ากระจก ขณะที่ อลิซ ผู้เป็นแม่ ค่อย ๆ จัดรายละเอียดสุดท้ายให้ลูกสาวคนเล็กเดรสทรงเรียบตัดเย็บอย่างประณีต สีโทนเข้มที่ขับผิวถูกจับคู่กับเครื่องประดับดีไซน์เรียบแต่เฉียบภาพรวมดูสง่างามใ

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 3

    เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างอะธีน่าลืมตาตื่นขึ้นก่อนใครในบ้าน บรรยากาศเงียบสงบผิดกับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงหัวเราะเมื่อวานเธอลุกจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว อาบน้ำ แต่งตัวเรียบง่ายในสไตล์ที่คุ้นเคย ก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าวันนี้เธอมีนัดกับเพื่อน ๆ ตั้งแต่เช้าทั้งเรื่อง ง

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 2

    อิสระในช่วงเวลาสั้น ๆเวลาล่วงเลยจนถึง 19:00 น.ทั้งสี่พี่น้องเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เรียบง่าย และเป็นกันเองแตกต่างจากความหรูหราอลังการของงานปาร์ตี้ที่บ้านอย่างสิ้นเชิงแม็กซ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิด ไลฟ์สดผ่าน TikTok ทันที“โย่ว ๆ ทุกคน~ วันนี้อยู่กับครอบคร

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status