Mag-log inท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีในโรงยิม ความเป็นจริงที่น่ากลัวก็พุ่งเข้าใส่ **มิล่า** ทันทีที่เธอสบตากับ **มาสเตอร์สาย** ซึ่งยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงมุมประตู สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเตือนสติเธอว่า... ที่นี่ไม่ใช่สนามรัก แต่มันคือโรงเรียนที่มีกฎเหล็ก "ห้ามคบหากัน" **มาร์ช** ยังคงกุมมือเธอแน่น แต่เขาก็รับรู้ถึงรังสีอำมหิตนั้นได้เช่นกัน “จบงานแล้ว นักกีฬาไปพักผ่อน ส่วนมิล่าและมาร์ช... มาหาฉันที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้” เสียงมาสเตอร์สายเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนความเงียบเข้าปกคลุมสนามทันที **เซร่า** กับ **ณิชา** หน้าเสีย รีบเข้ามาดึงมือมิล่า “ซวยแล้วมิล่า... มาสเตอร์เอาจริงแน่รอบนี้” **ในห้องพักครูที่เงียบสงัด** มาสเตอร์สายนั่งลงช้า ๆ โดยมี **โค้ชคิม** ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง มิล่าและมาร์ชยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า เหมือนนักโทษที่รอฟังคำตัดสิน “มาร์ช เธอประกาศตัวกลางสนามว่ามิล่าคือแฟน... เธอรู้ใช่ไหมว่านั่นคือการเหยียบย่ำกฎที่ฉันพยายามรักษามาตลอด” มาสเตอร์สายเอ่ยขึ้น “ผมทราบครับมาสเตอร์ แต่ผมไม่อยากให้มิล่าต้องโดนรังแกจากข่าวลือฝ่ายเดียว” มาร์ชตอบเสียงหนักแน่น “เจตนาดีไม่ได้หมายความว่าทำถูก” มาส
เย็นวันนั้น ท้องฟ้ากลายเป็นสีม่วงอมส้ม บรรยากาศหน้าประตูโรงเรียนดูพลุกพล่านเป็นพิเศษ แต่มิล่ากลับรู้สึกว่าทางเดินไปที่จอดรถมันช่างยาวไกลเหลือเกิน เพราะข้างกายเธอมี มาร์ช เดินถือกระเป๋าเรียนให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนด้านหน้า... มาร์ติน ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์คันโปรด สายตาจ้องเขม็งมาที่มือของมาร์ชที่เฉียดไปมากับมือน้องสาวเขา “ไอ้กัปตัน...” มาร์ตินกัดฟันพูดเมื่อทั้งคู่เดินมาหยุดตรงหน้า “ฉันให้นายช่วยงานน้อง ไม่ได้ให้มาช่วยถือกระเป๋าประกาศความเป็นเจ้าของแบบนี้” “ถือให้แฟนครับ ไม่ได้ถือให้คนอื่น นายจะหวงทำไมมาร์ติน” มาร์ชตอบเสียงเรียบ แต่แววตาท้าทาย “แฟน!? ใครอนุญาต!” มาร์ตินแทบจะกระโดดเข้าใส่เพื่อนสนิท ถ้ามิล่าไม่รีบเอาตัวเข้าขวาง “พี่มาร์ติน! เบา ๆ หน่อย คนมองกันทั้งโรงเรียนแล้วนะ” มิล่าปรามพลางหันไปมองรอบ ๆ ซึ่งก็จริงอย่างที่ว่า เซร่า กับ ณิชา ยืนเกาะเสาไฟฟ้าถัดไปไม่ไกล กำลังแอบถ่ายรูปพร้อมทำหน้าฟินสุดขีด ส่วน ภีม กับ ขุนเขา ก็ยืนหัวเราะอยู่ข้างรถอีกคัน “เออ! วันนี้ฉันจะปล่อยไปก่อนเพราะเห็นแก่ที่นายช่วยกันยัยพราวฟ้าออกไป” มาร์ตินชี้หน้ามาร์ช “แต่พรุ่งนี้เช้า นายต้องมาซ้อมวิ
**เช้าวันถัดมา ณ ห้องอำนวยการ** บรรยากาศหน้าห้องอำนวยการตึงเครียดจนนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงไปทางอื่น **มิล่า** ยืนอยู่ท่ามกลาง **มาร์ช** และ **มาร์ติน** โดยมี **เซร่า** และ **ณิชา** ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง “ถ้าพวกนั้นทำอะไรเธอ ฉันจะขโมยแฟ้มประวัติพราวฟ้ามาแฉให้หมดเลย!” เซร่ากระซิบเสียงเขียว ขณะที่ณิชาคอยลูบแขนมิล่าให้ใจเย็น ทันใดนั้นเอง **น้ำใส** และ **ผักกาด** เพื่อนสนิทของพราวฟ้าก็เดินเชิดหน้าเข้ามา พร้อมกับเจ้าตัวที่มองมิล่าด้วยสายตาผู้ชนะ “ดูซิ... มากันครบแก๊งเลยนะ” พราวฟ้าเยาะเย้ย “เตรียมตัวเก็บของย้ายโรงเรียนหรือยังมิล่า?” “เก็บปากไว้กินข้าวเถอะพราวฟ้า” มาร์ตินสวนกลับทันควันจนพราวฟ้าหน้าตึง ประตูห้องอำนวยการเปิดออก **ผู้อำนวยการ** นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ โดยมี **มาสเตอร์สาย** และ **โค้ชคิม** โค้ชแบดมินตันจอมดุของมาร์ชยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าของโค้ชคิมดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “มาร์ช... นายรู้ใช่ไหมว่าปีนี้เรามีแข่งชิงแชมป์ระดับเขต” โค้ชคิมเปิดประเด็นเสียงเข้ม “แต่ชื่อนายกลับไปอยู่ในแฟ้มคดีชู้สาวในห้องสมุด!” “ผมยอมรับผิดเรื่องการ
มิล่ากำด้ามไม้ขนไก่ในมือแน่น สายตาจ้องมองชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เรียงรายเหมือนกำแพงเมืองจีน “มาสเตอร์สายนะมาสเตอร์สาย... ไหนบอกว่าให้เลิกหนี พอไม่หนีก็โดนขังรวมเฉยเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง “บ่นอะไร” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งตัวโยนจนเกือบทำไม้ในมือฟาดโดนสันหนังสือ มาร์ชยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดไปรเวทที่ดูผ่อนคลายแต่กลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด เขาถือปึกเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ในมือ “นายมาได้ไง กุญแจอยู่ที่ฉันคนเดียวไม่ใช่เหรอ” มาร์ชชูกุญแจอีกดอกในมือขึ้นมา “มาสเตอร์บอกว่างานมันด่วน กลัวเธอทำคนเดียวแล้วจะ ‘แอบหลับ’ จนข้ามคืน” “ฉันไม่เคยแอบหลับในห้องสมุด!” “เหรอ วันก่อนใครน้ำลายยืดใส่หนังสือแคลคูลัสที่โต๊ะริมหน้าต่างล่ะ” มิล่าหน้าแดงซ่าน “เงียบไปเลยนะ!” เธอกระแทกตัวลงนั่งบนบันไดลิงสำหรับหยิบหนังสือชั้นสูง พยายามหลบสายตาคมกาจที่จ้องมองมา แต่มาร์ชกลับไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ระยะห่างที่เคยตกลงกันไว้สามเมตร ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามเซนติเมตรด้วยซ้ำ “มิล่า” “อะไร” “ที่พูดไปในโรงยิม... ฉันจริงจังนะ” บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน เส
เช้าวันถัดมา เสียงระฆังแรกยังไม่ทันดังทั่วโรงเรียน มิล่าก็เดินเร็วเกือบจะวิ่งอยู่บนทางเดินหอพักหญิง ในมือมีหนังสือเรียนสามเล่ม กับขนมปังที่ยังไม่ได้กิน เมื่อคืนกลับจากช่วยเก็บห้องชมรมก็ดึก พอตื่นเช้ามา ชีวิตก็ยังไม่ปรานี “ถ้าวันนี้ฉันรอดโดยไม่โดนมาสเตอร์สายเรียกเพิ่ม ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์” เธอบ่นกับตัวเอง พลางรีบเลี้ยวตรงมุมตึก— แล้วก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง “โอ๊ย!” หนังสือเกือบหล่นหมด แต่มีมืออีกคู่คว้าไว้ทัน มิล่าเงยหน้าขึ้น แล้วก็อยากย้อนเวลากลับไปเมื่อห้าวินาทีก่อน มาร์ช แน่นอน ต้องเป็นเขาอีกแล้ว “เช้า” เขาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมยังเปียกนิด ๆ เหมือนเพิ่งซ้อมวิ่งมา และนั่นน่าหงุดหงิดมาก เพราะแม้แต่ตอนเจ็ดโมงเช้าเขาก็ยังดูดีเกินไป “ไม่เช้า” มิล่าดึงหนังสือกลับมา “มันคือการซุ่มโจมตี” “เธอเดินชนฉัน” “รายละเอียดไม่สำคัญ” มาร์ชหลุดยิ้มบาง ๆ ซึ่งยิ่งน่าหมั่นไส้ เขายื่นกล่องนมมาให้ “กินก่อน” มิล่ามองมันอย่างระแวง “อะไร” “นม” “ฉันมองออก” “งั้นก็ดี” “นายจะวางยาฉันหรือไง” “ถ้าทำแบบนั้น มาร์ตินคงฆ่าฉันก่อน” …ก็จริง
เย็นวันเดียวกัน ห้องสมุดของโรงเรียนเงียบสงบเกินไปสำหรับคนอย่างมิล่า เธอนั่งคุกเข่าอยู่หน้าชั้นหนังสือสูงเกือบถึงเพดาน มือหนึ่งถือผ้า อีกมือกำลังเช็ดชั้นวางอย่างหมดอาลัยตายอยาก เวรห้องสมุดเพิ่มอีกสองวัน เพราะเถียงมาสเตอร์สายสี่ครั้ง ชีวิตช่างยุติธรรม “ถ้าฉันเถียงครั้งที่ห้า จะโดนอะไรนะ” เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ “น่าจะโดนย้ายไปอยู่ห้องสมุดถาวร” เสียงหนึ่งตอบกลับมาจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งจนเกือบหัวโขกชั้นหนังสือ เธอหันขวับ แล้วก็ถอนหายใจแรง “พี่อีกแล้ว” มาร์ตินยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ไม่ไกล ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง สีหน้าสบายเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งสร้างความปั่นป่วนในชีวิตน้องสาว “คำทักทายของเธอไม่เคยพัฒนาเลย” “พี่มาทำอะไรที่นี่” “ห้องสมุด” “อันนั้นฉันมองออก” มาร์ตินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดมองกองหนังสือที่วางอยู่ข้าง ๆ “โดนเพิ่มเวร?” “เพราะเถียงอาจารย์” “สมเหตุสมผล” “พี่อยู่ฝั่งไหนกันแน่” “ฝั่งความจริง” น่าหมั่นไส้ที่สุด มิล่ากลับไปเช็ดชั้นหนังสือต่อ เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มาร์ตินจะพูดขึ้นเบา ๆ “มาร์ชจริงจังนะ” มือของเธอหยุดทันที โอเค
วันถัดมา ประกาศแผ่นใหญ่ถูกติดอยู่หน้าตึกเรียนตั้งแต่เช้า จนนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนมุงกันอยู่ตรงนั้น “สัปดาห์คัดเลือกชมรมกีฬา” ฉันยืนอ่านด้วยสีหน้าว่างเปล่า ข้าง ๆ มีเซร่าที่ดูตื่นเต้นเกินเหตุ “ในที่สุดก็มีอะไรสนุก ๆ สักที!” “คำว่า ‘สนุก’ ของเธอกับของฉันไม่เคยแปลเหมือนกัน” ฉันตอบพลางจ้
หลังเลิกเรียนในวันนั้น ฉันนั่งอยู่ที่ม้านั่งหลังโบสถ์คนเดียว มือหมุนปากกาไปมาอย่างคนใช้ความคิด ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ แต่หัวฉันกลับวุ่นวายกว่านั้นมาก มาร์ช ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งรู้สึกแปล
เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นห้องตอนตีห้าครึ่ง ฉันคว้าหมอนฟาดใส่มันทันทีโดยไม่ลืมตา “เกลียดโลกนี้…” เซร่าที่นอนอีกฝั่งของห้องงัวเงียลืมตาขึ้นมามอง “หกโมงแล้วเหรอ”
ซวยแล้ว ต้องโดนไล่ออกแน่ๆเลยเรา เอ๊ะ? ถ้าโดนไล่ออกก็ดีน่ะสิ เอาวะ เราทำขนาดนี้แล้วมาสเตอร์ต้องไล่เราออกแน่ๆ เย้! "ปล่อยเพื่อนเดี๋ยวนี้" มาสเตอร์สายพูดด้วยสีหน้าดุดัน (ไม่เกรงใจใคร) ฉันก็ปล่อยทันที โดยอัตโน
![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






