แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: babybunny
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-11 18:28:35

"ปัง....!!"

เป็นเสียงแห่งความสิ้นหวังที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน ฉันนั่งทุบประตูห้องน้ำขอความช่วยเหลือจากคนด้านนอกนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว ทั้งตัวเปียกโชก ฉันได้แต่นั่งคุดคู้ด้วยความเหน็บหนาว ถามจริงจะไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำเลยหรอวะ?

คงสิ้นหวังจริงๆแล้วสินะ พระเจ้าจงโปรดช่วยลูกด้วยเถิด ลูกไม่อยากติดอยู่แบบนี้แล้ว ลูกหนาวเหมือนจะเป็นไข้แล้ว พระเจ้า...ลูก...อธิฐานในพระนาม...พระเยซู เอแมน....

พรึ่บ!!

(มาร์ช พูด)

"ห้องน้ำหญิงมันชำรุดบ่อยจังวะ"

พวกเราสามคนที่กำลังเดินไปห้องเรียนแต่ต้องผ่านห้องน้ำหญิง สายตาขุนเขาก็ไปสะดุดที่ป้ายหน้าห้องน้ำที่เขียนเอาไว้ว่าชำรุด แต่ที่แปลกเลยคือ....

"ชำรุดแล้วทำไมต้องเอาพวกไม้ถูพื้นกับถังมาตั้งกันประตูไว้วะ?"

ผมพูดด้วยความสงสัย มันน่าแปลกจริงๆ ไม่ทันไรภีมก็ยกแขนขึ้นมากอดคอผมไว้พร้อกับพูดปัดๆให้ผมเลิกสนใจ

"เขาคงเอาตั้งไว้ทำความสะอาดแหละ มึงจะสนใจทำไมวะ เรามาคิดเรื่องหลังเลิกเรียนกันดีกว่า"

พอมันพูดด้วยท่าทางทะเล้นจบ ผมก็ได้ยินเสียงก้องๆในหัวดังขึ้นมา

'ไปช่วยนางเถิด นางติดอยู่ในนั้น'

ผมรีบเอาแขนภีมออกจากคอ และหันมองซ้ายขวาทันที เสียงนั้นใครพูดวะ ภีมและขุนเขาก็หยุดเดินและหันมามองผมด้วยความสงสัย

"เป็นอะไรมึงวะมาร์ช ใครเรียกมึงงั้นหรอ?"

ภีมถามขึ้นด้วยความสงสัยทันที

"มึงก็ได้ยินเสียงหรอวะ?"

ผมถามพร้อมทำตาโตเบิกกว้าง ถ้ามันได้ยินจริงแสดงว่าเราไม่ได้คิดไปเองล่ะวะ

"ได้ยินอะไรวะ กูไม่เห็นมีใครเรียกมึงหรือพูดเลย"

ภีมพูดพร้อมเกาหัวอย่างมึนงง

"เออ มึงหลอนอะไรป่าวเนี่ยไอมาร์ช เขาห้องกัน"

ขุนเขาก็พูดขึ้นทันที พร้อมเดินต่อ

"เออ ถ้างั้นพวกมึงกลับห้องไปก่อนเลย กูขอแวะไปคุยกับโค้ชก่อนว่ะ พอดีลืมคุยเรื่องสำคัญเลย"

"สำคัญอะไรวะ เรื่องอะไร" ภีมถาม

"เรื่อง ของ กู"

ผมพูดจบก็เดินตรงไปหลังกำแพง เพื่อให้เนียนว่าจะเดินไปหาโค้ชที่อยู่ห้องพักกีฬา สองคนนั้นไม่มีท่าทีสงสัยก็เดินกลับเข้าห้องไป ผมพอได้จังหวะก็เดินออกมาจากมุมอับ และตรงไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำหญิงทันที

เอาวะ เผื่อเสียงที่ได้ยินคงเป็นเสียงของพระเจ้า

พอคิดได้ดังนั้นก็เอาไม้ถูพื้นและถังน้ำออกจากหน้าประตูห้องน้ำ หลังจากนั้นผมก็เปิดประตูห้องน้ำเข้าไป พบกับความว่างเปล่า มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่ เราคงคิดมากไปเองแหละ แต่ก่อนที่ผมจะหันหลังกลับไป น้ำที่ไหลออกมาจากห้องแรกก็มากระทบที่รองเท้าของผม น้ำมาได้ยังไงกัน?

"มีใครอยู่มั้ยครับ?"

ผมถามออกไป พร้อมกับเดินไปหยุดอยู่ที่ห้องน้ำแรก เอ๊ะ? มันมีคนล็อคจากด้านนอกไว้นี่ ด้านนอกห้องน้ำถูกพันด้วยเชือกไม่ให้เปิดออกได้ ผมเห็นดังนั้นก็รีบหยิบไฟเช็คขึ้นมาทำการรนไฟเผาเชือกให้ขาด ผมมักเป็นคนพกไฟเช็คติดตัวอยู่แล้ว ผมไม่ได้เป็นคนสูบบุหรี่หรอกนะ อย่าเข้าใจผิด

พอเชือกหลุดออกหมดแล้วผมก็ทุบประตู

"ปึงๆๆ"

"มีใคร...."

แอ๊ด~~

ไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ประตูที่ด้านในไม่ได้ถูกล็อคก็เปิดออก ปรากฏร่างผู้หญิงคนนึงนอนหมดสติอยู่ทที่พื้น ที่ทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ต่อให้ผมไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ก็เถอะนะ ผมรีบเขย่าตัวปลุกเธอที่นอนอยู่ด้วยความตกใจ

"เธอ เธอตื่น เฮ้ย นี่มัน...."

ใช่เลย นี่มันเด็กใหม่นี่หน่า มิล่า มานอนตรงนี้ได้ไงกัน

"มิล่า เธอ... ทำไมอยู่ในสภาพแบบนี้"

ผมก็อุ้มร่างเล็กนี้ขึ้น ต้องรีบพาเธอไปห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ

ห้องพยาบาล

"ผมเจอเธอนอนเป็นลมอยู่ในห้องน้ำอ่ะครับ เหมือนเธอถูกขังเอาไว้ในนั้น"

ผมพูกอธฺบายให้มาสเตอร์ฟัง

"แล้วเธอเข้าไปห้องน้ำหญิงทำไม?"

มาสเตอร์ถามด้วยความสงสัย ใช่มันต้องสงสัยอยู่แล้ว ใครได้ยินแบบนี้มันก็ดูไม่ดี แต่ผมไม่ได้เป็นคนแบบนั้นซะหน่อย

"ผมเห็นมีคนเขียนว่าห้องน้ำชำรุด และมีอุปกรณ์ตั้งกั้นปิดประตูซะน่าสงสัย ผมเลยลองเปิดเข้าไปดู ก็เจอเธอโดนขังในห้องน้ำ แถมยังมีเชือกพันกลอนประตูไว้อีก เธอออกไม่ได้ นี่ผมช่วยชีวิตเธอเลยนะครับมาสเตอร์"

ผมเล่าอย่างละเอียดให้มาสเตอร์ฟัง ท่าทางเหมือนไม่ค่อยเชื่อใจผมสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้บอกเรื่องเสียงปริศนานั้นหรอกนะ

"งั้น ฉันขอบใจเธอก็แล้วกันที่ช่วยเพื่อนเอาไว้"

"ครับ"

"เดี๋ยวมาสเตอร์จะเพิ่มคะแนนพฤติกรรมให้นะ"

"ขอบคุณครับมาสเตอร์"

ที่นี่จะมีการเก็บสะสมคะแนนพฤติกรรม ใครที่มีคะแนน 100 คะแนนหรือไม่ต่ำกว่า 70 คะแนน ในวันเสาร์จะได้กลับบ้าน หรือออกข้างนอกได้ แต่ถ้าใครคะแนนต่ำกว่านั้น ต้องอยู่ทำความสะอาดโบสถ์และโรงเรียน ซึ่งผมเองก็มีหนึ่งร้อยคะแนนเต็มอยู่แล้ว

"งั้นผมกลับไปเรียนก่อนนะครับ"

ผมพูดจบมาสเตอร์ก็พยักหน้ารับ และผมก็เดินกลับไปที่ห้องเพื่อไปเรียนทันที

ห้องเรียน

"มึงไปโครตนานเลย เรื่องสำคัญอะไรวะถึงคุยนานขนาดนั้น"

ขุนเขารีบตรงมาถามผมด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุดๆ

"ก็บอกแล้วว่าเรื่องของกู"

ผมพูดพร้อมเลิกคิ้ ให้มันรู้ว่าจะยุ่งเรื่องผมทำไม ผมนั่งลงแต่ยังไม่ทันไรก็มีอีกคนเดินตรงเข้ามาหาผมอีก

"มาร์ช เมื่อกี้นายหายไปไหนมาหรอ พอดีมาสเตอร์มาถามพราวฟ้า แล้ว...."

"แล้วทำไมเธอต้องขยันยุ่งเรื่องของฉันจัง?"

ผมไม่ปล่อยให้เธอพูดจบ ก็รีบสวนกลับทันที น่ารำคาญชะมัด จู้จี้อยู่ได้ เห้ออ...ผมถอนหายใจออกมาให้เขาได้รู้ว่าผมนั้นรำคาญแค่ไหน แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวเท่าไหร่

"มาร์ชอย่าใจร้ายกันสิ นี่ ยัยเด็ฏใหม่ก็หายไปเหมือนกันนะ พราวฟ้าก็กังวลใจจังเลยว่านางจะไปอยู่ไหน พึ่งเปิดเรียนวันแรกแท้ๆ"

"แล้วมาสเตอร์ไม่ได้ถามถึงเด็กใหม่หรอ?"

ผมก็ถามออกไป

"ก็ถามนะ แต่พราวฟ้าก็บอกมาสเตอร์สายไปว่าคงโดดเรียนไปเดินเล่ยที่ไหนแหละมั้ง..."

เดินเล่นงั้นหรอ? ผมกำมือแน่นไว้ใต้โต๊ะ เหอะ โดนแกล้งขนาดนั้น จะมีแรงไปเดินเล่นที่ไหนได้กัน

"แต่พราวฟ้าก็เป็นห่วงเพื่อนจังว่าจะถูกแกล้งที่ไหนรึป่าว ดูท่าทางเป็นพวกไม่เข้าสังคมซะด้วย ฮิๆ"

"ฮ่าๆๆ"

เสียงหัวเราะขบขันของพวกสาวๆก็ดังขึ้น พราวฟ้าเธอยิ่งพูดก็ทำให้ฉันสงสัยในตัวเธอ

"พอเถอะ ใครทำอะไรไว้มันก็รู้อยู่แก่ใจนั่นแหละ"

ผมพูดพร้อมจ้องหน้าเธอ ต้องจับพิรุธนั้นให้ได้

"เออ เด็กใหม่หายไปไหนวะ ยังไม่มีเพื่อนหรอ"

ภีมที่นั่งฟังอยู่ก็ถามขึ้น

"เพื่อนหรอ ใครจะอยากเป็นเพื่อนกับนางกัน แก่นซะขนาดนั้น"

ผัดกาดพูดด้วยความหมั่นไส้

"นี่มิล่าเขาไปมีเรื่องกับพวกเธอตอนไหนกัน"

ผมถามด้วยเสียงเรียบ

"ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรกันหรอก พวกเรากับนางก็ตามภาษาเพื่อนสาวนั่นแหละ นายคิดมากไปทำไมกัน"

ผัดกาดพูดพร้อมหันหน้าน้ำใสและพราวฟ้า ให้เออออตาม

"ชั่งเรื่องเด็กใหม่เถอะ อ่ะนี่ มาสเตอร์ให้การบ้านไว้ มึงอย่าลืมไปทำด้วยล่ะ"

ขุนเขายื่นกระดาษแผ่นนึงให้ ผมรับมาและใส่ใต้โต๊ะทันที

เอาเถอะ ยังไงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของเรา จะไปใส่ใจมากให้ปวดหัวทำไม

(มิล่า พูด)

โอ๊ย ทำไมหนาวและปวดหัวขนาดนี้เนี่ย ฉันลืมตาขึ้นพร้อมมองไปรอบๆ นี่เราไม่ได้นอนอยู่ในห้องน้ำใช่มั้ย แต่คงดูเหมือนไม่ใช่ เพราะฉันเห็น...

"มิล่า เป็นไงบ้าง โอเคขึ้นมั้ย?!"

เซร่าถามฉันพร้อมจัลตัวฉันด้วยความลนลาน

"นี่ใครทำเธอ ทำไมาอยู่ในสภาพแบบนี้ บอกฉันมาเลยนะ!"

และเป็นณิชาที่ถามขึ้นอย่างเป็นห่วงอีกคน นี่ฉันคอยมีเพื่อนเป็นห่วงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ฉันยิ้มอ่อนๆให้ทั้งสอง แล้วค่อยๆเลื่อนมือไปจับมือของเซร่าไว้ให้อยู่นิ่งๆ เซร่านั่งมองฉันข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง

"พวกเธอไปช่วยมิล่าออกมาหรอ?"

ทั้งสองส่ายหน้าพร้อมกัน พร้อมกับทำหน้างงใส่ฉันอีก แล้วใครกันที่ช่วยฉันออกมานะ?

"มาสเตอร์บอกว่าคนที่ช่วยเธอคือ....."

เซร่าพูดขึ้นแล้วลากเสียงยาว

"คือ....?"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 16

    ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีในโรงยิม ความเป็นจริงที่น่ากลัวก็พุ่งเข้าใส่ **มิล่า** ทันทีที่เธอสบตากับ **มาสเตอร์สาย** ซึ่งยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงมุมประตู สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเตือนสติเธอว่า... ที่นี่ไม่ใช่สนามรัก แต่มันคือโรงเรียนที่มีกฎเหล็ก "ห้ามคบหากัน" **มาร์ช** ยังคงกุมมือเธอแน่น แต่เขาก็รับรู้ถึงรังสีอำมหิตนั้นได้เช่นกัน “จบงานแล้ว นักกีฬาไปพักผ่อน ส่วนมิล่าและมาร์ช... มาหาฉันที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้” เสียงมาสเตอร์สายเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนความเงียบเข้าปกคลุมสนามทันที **เซร่า** กับ **ณิชา** หน้าเสีย รีบเข้ามาดึงมือมิล่า “ซวยแล้วมิล่า... มาสเตอร์เอาจริงแน่รอบนี้” **ในห้องพักครูที่เงียบสงัด** มาสเตอร์สายนั่งลงช้า ๆ โดยมี **โค้ชคิม** ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง มิล่าและมาร์ชยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้า เหมือนนักโทษที่รอฟังคำตัดสิน “มาร์ช เธอประกาศตัวกลางสนามว่ามิล่าคือแฟน... เธอรู้ใช่ไหมว่านั่นคือการเหยียบย่ำกฎที่ฉันพยายามรักษามาตลอด” มาสเตอร์สายเอ่ยขึ้น “ผมทราบครับมาสเตอร์ แต่ผมไม่อยากให้มิล่าต้องโดนรังแกจากข่าวลือฝ่ายเดียว” มาร์ชตอบเสียงหนักแน่น “เจตนาดีไม่ได้หมายความว่าทำถูก” มาส

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 15

    เย็นวันนั้น ท้องฟ้ากลายเป็นสีม่วงอมส้ม บรรยากาศหน้าประตูโรงเรียนดูพลุกพล่านเป็นพิเศษ แต่มิล่ากลับรู้สึกว่าทางเดินไปที่จอดรถมันช่างยาวไกลเหลือเกิน เพราะข้างกายเธอมี มาร์ช เดินถือกระเป๋าเรียนให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนด้านหน้า... มาร์ติน ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์คันโปรด สายตาจ้องเขม็งมาที่มือของมาร์ชที่เฉียดไปมากับมือน้องสาวเขา ​“ไอ้กัปตัน...” มาร์ตินกัดฟันพูดเมื่อทั้งคู่เดินมาหยุดตรงหน้า “ฉันให้นายช่วยงานน้อง ไม่ได้ให้มาช่วยถือกระเป๋าประกาศความเป็นเจ้าของแบบนี้” ​“ถือให้แฟนครับ ไม่ได้ถือให้คนอื่น นายจะหวงทำไมมาร์ติน” มาร์ชตอบเสียงเรียบ แต่แววตาท้าทาย ​“แฟน!? ใครอนุญาต!” มาร์ตินแทบจะกระโดดเข้าใส่เพื่อนสนิท ถ้ามิล่าไม่รีบเอาตัวเข้าขวาง ​“พี่มาร์ติน! เบา ๆ หน่อย คนมองกันทั้งโรงเรียนแล้วนะ” มิล่าปรามพลางหันไปมองรอบ ๆ ซึ่งก็จริงอย่างที่ว่า เซร่า กับ ณิชา ยืนเกาะเสาไฟฟ้าถัดไปไม่ไกล กำลังแอบถ่ายรูปพร้อมทำหน้าฟินสุดขีด ส่วน ภีม กับ ขุนเขา ก็ยืนหัวเราะอยู่ข้างรถอีกคัน ​“เออ! วันนี้ฉันจะปล่อยไปก่อนเพราะเห็นแก่ที่นายช่วยกันยัยพราวฟ้าออกไป” มาร์ตินชี้หน้ามาร์ช “แต่พรุ่งนี้เช้า นายต้องมาซ้อมวิ

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 14

    **เช้าวันถัดมา ณ ห้องอำนวยการ** บรรยากาศหน้าห้องอำนวยการตึงเครียดจนนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงไปทางอื่น **มิล่า** ยืนอยู่ท่ามกลาง **มาร์ช** และ **มาร์ติน** โดยมี **เซร่า** และ **ณิชา** ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง “ถ้าพวกนั้นทำอะไรเธอ ฉันจะขโมยแฟ้มประวัติพราวฟ้ามาแฉให้หมดเลย!” เซร่ากระซิบเสียงเขียว ขณะที่ณิชาคอยลูบแขนมิล่าให้ใจเย็น ทันใดนั้นเอง **น้ำใส** และ **ผักกาด** เพื่อนสนิทของพราวฟ้าก็เดินเชิดหน้าเข้ามา พร้อมกับเจ้าตัวที่มองมิล่าด้วยสายตาผู้ชนะ “ดูซิ... มากันครบแก๊งเลยนะ” พราวฟ้าเยาะเย้ย “เตรียมตัวเก็บของย้ายโรงเรียนหรือยังมิล่า?” “เก็บปากไว้กินข้าวเถอะพราวฟ้า” มาร์ตินสวนกลับทันควันจนพราวฟ้าหน้าตึง ประตูห้องอำนวยการเปิดออก **ผู้อำนวยการ** นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ โดยมี **มาสเตอร์สาย** และ **โค้ชคิม** โค้ชแบดมินตันจอมดุของมาร์ชยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าของโค้ชคิมดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด “มาร์ช... นายรู้ใช่ไหมว่าปีนี้เรามีแข่งชิงแชมป์ระดับเขต” โค้ชคิมเปิดประเด็นเสียงเข้ม “แต่ชื่อนายกลับไปอยู่ในแฟ้มคดีชู้สาวในห้องสมุด!” “ผมยอมรับผิดเรื่องการ

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 13

    มิล่ากำด้ามไม้ขนไก่ในมือแน่น สายตาจ้องมองชั้นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เรียงรายเหมือนกำแพงเมืองจีน “มาสเตอร์สายนะมาสเตอร์สาย... ไหนบอกว่าให้เลิกหนี พอไม่หนีก็โดนขังรวมเฉยเลย” เธอพึมพำกับตัวเอง “บ่นอะไร” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งตัวโยนจนเกือบทำไม้ในมือฟาดโดนสันหนังสือ มาร์ชยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดไปรเวทที่ดูผ่อนคลายแต่กลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด เขาถือปึกเอกสารที่ต้องจัดเก็บไว้ในมือ “นายมาได้ไง กุญแจอยู่ที่ฉันคนเดียวไม่ใช่เหรอ” มาร์ชชูกุญแจอีกดอกในมือขึ้นมา “มาสเตอร์บอกว่างานมันด่วน กลัวเธอทำคนเดียวแล้วจะ ‘แอบหลับ’ จนข้ามคืน” “ฉันไม่เคยแอบหลับในห้องสมุด!” “เหรอ วันก่อนใครน้ำลายยืดใส่หนังสือแคลคูลัสที่โต๊ะริมหน้าต่างล่ะ” มิล่าหน้าแดงซ่าน “เงียบไปเลยนะ!” เธอกระแทกตัวลงนั่งบนบันไดลิงสำหรับหยิบหนังสือชั้นสูง พยายามหลบสายตาคมกาจที่จ้องมองมา แต่มาร์ชกลับไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้น เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า ระยะห่างที่เคยตกลงกันไว้สามเมตร ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามเซนติเมตรด้วยซ้ำ “มิล่า” “อะไร” “ที่พูดไปในโรงยิม... ฉันจริงจังนะ” บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน เส

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 12

    เช้าวันถัดมา เสียงระฆังแรกยังไม่ทันดังทั่วโรงเรียน มิล่าก็เดินเร็วเกือบจะวิ่งอยู่บนทางเดินหอพักหญิง ในมือมีหนังสือเรียนสามเล่ม กับขนมปังที่ยังไม่ได้กิน เมื่อคืนกลับจากช่วยเก็บห้องชมรมก็ดึก พอตื่นเช้ามา ชีวิตก็ยังไม่ปรานี “ถ้าวันนี้ฉันรอดโดยไม่โดนมาสเตอร์สายเรียกเพิ่ม ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์” เธอบ่นกับตัวเอง พลางรีบเลี้ยวตรงมุมตึก— แล้วก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง “โอ๊ย!” หนังสือเกือบหล่นหมด แต่มีมืออีกคู่คว้าไว้ทัน มิล่าเงยหน้าขึ้น แล้วก็อยากย้อนเวลากลับไปเมื่อห้าวินาทีก่อน มาร์ช แน่นอน ต้องเป็นเขาอีกแล้ว “เช้า” เขาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมยังเปียกนิด ๆ เหมือนเพิ่งซ้อมวิ่งมา และนั่นน่าหงุดหงิดมาก เพราะแม้แต่ตอนเจ็ดโมงเช้าเขาก็ยังดูดีเกินไป “ไม่เช้า” มิล่าดึงหนังสือกลับมา “มันคือการซุ่มโจมตี” “เธอเดินชนฉัน” “รายละเอียดไม่สำคัญ” มาร์ชหลุดยิ้มบาง ๆ ซึ่งยิ่งน่าหมั่นไส้ เขายื่นกล่องนมมาให้ “กินก่อน” มิล่ามองมันอย่างระแวง “อะไร” “นม” “ฉันมองออก” “งั้นก็ดี” “นายจะวางยาฉันหรือไง” “ถ้าทำแบบนั้น มาร์ตินคงฆ่าฉันก่อน” …ก็จริง

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 11

    เย็นวันเดียวกัน ห้องสมุดของโรงเรียนเงียบสงบเกินไปสำหรับคนอย่างมิล่า เธอนั่งคุกเข่าอยู่หน้าชั้นหนังสือสูงเกือบถึงเพดาน มือหนึ่งถือผ้า อีกมือกำลังเช็ดชั้นวางอย่างหมดอาลัยตายอยาก เวรห้องสมุดเพิ่มอีกสองวัน เพราะเถียงมาสเตอร์สายสี่ครั้ง ชีวิตช่างยุติธรรม “ถ้าฉันเถียงครั้งที่ห้า จะโดนอะไรนะ” เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ “น่าจะโดนย้ายไปอยู่ห้องสมุดถาวร” เสียงหนึ่งตอบกลับมาจากด้านหลัง มิล่าสะดุ้งจนเกือบหัวโขกชั้นหนังสือ เธอหันขวับ แล้วก็ถอนหายใจแรง “พี่อีกแล้ว” มาร์ตินยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ไม่ไกล ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง สีหน้าสบายเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งสร้างความปั่นป่วนในชีวิตน้องสาว “คำทักทายของเธอไม่เคยพัฒนาเลย” “พี่มาทำอะไรที่นี่” “ห้องสมุด” “อันนั้นฉันมองออก” มาร์ตินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดมองกองหนังสือที่วางอยู่ข้าง ๆ “โดนเพิ่มเวร?” “เพราะเถียงอาจารย์” “สมเหตุสมผล” “พี่อยู่ฝั่งไหนกันแน่” “ฝั่งความจริง” น่าหมั่นไส้ที่สุด มิล่ากลับไปเช็ดชั้นหนังสือต่อ เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มาร์ตินจะพูดขึ้นเบา ๆ “มาร์ชจริงจังนะ” มือของเธอหยุดทันที โอเค

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 8

    วันถัดมา ประกาศแผ่นใหญ่ถูกติดอยู่หน้าตึกเรียนตั้งแต่เช้า จนนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนมุงกันอยู่ตรงนั้น “สัปดาห์คัดเลือกชมรมกีฬา” ฉันยืนอ่านด้วยสีหน้าว่างเปล่า ข้าง ๆ มีเซร่าที่ดูตื่นเต้นเกินเหตุ “ในที่สุดก็มีอะไรสนุก ๆ สักที!” “คำว่า ‘สนุก’ ของเธอกับของฉันไม่เคยแปลเหมือนกัน” ฉันตอบพลางจ้

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 7

    หลังเลิกเรียนในวันนั้น ฉันนั่งอยู่ที่ม้านั่งหลังโบสถ์คนเดียว มือหมุนปากกาไปมาอย่างคนใช้ความคิด ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ แต่หัวฉันกลับวุ่นวายกว่านั้นมาก มาร์ช ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งรู้สึกแปล

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 6

    เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นห้องตอนตีห้าครึ่ง ฉันคว้าหมอนฟาดใส่มันทันทีโดยไม่ลืมตา “เกลียดโลกนี้…” เซร่าที่นอนอีกฝั่งของห้องงัวเงียลืมตาขึ้นมามอง “หกโมงแล้วเหรอ”

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 5

    ซวยแล้ว ต้องโดนไล่ออกแน่ๆเลยเรา เอ๊ะ? ถ้าโดนไล่ออกก็ดีน่ะสิ เอาวะ เราทำขนาดนี้แล้วมาสเตอร์ต้องไล่เราออกแน่ๆ เย้! "ปล่อยเพื่อนเดี๋ยวนี้" มาสเตอร์สายพูดด้วยสีหน้าดุดัน (ไม่เกรงใจใคร) ฉันก็ปล่อยทันที โดยอัตโน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status