Beranda / วัยรุ่น / Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร / บทที่ 3 เสียงจากพระเจ้า

Share

บทที่ 3 เสียงจากพระเจ้า

Penulis: babybunny
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 18:28:35

"ปัง....!!"

เป็นเสียงแห่งความสิ้นหวังที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน ฉันนั่งทุบประตูห้องน้ำขอความช่วยเหลือจากคนด้านนอกนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว ทั้งตัวเปียกโชก ฉันได้แต่นั่งคุดคู้ด้วยความเหน็บหนาว ถามจริงจะไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำเลยหรอวะ?

คงสิ้นหวังจริงๆแล้วสินะ พระเจ้าจงโปรดช่วยลูกด้วยเถิด ลูกไม่อยากติดอยู่แบบนี้แล้ว ลูกหนาวเหมือนจะเป็นไข้แล้ว พระเจ้า...ลูก...อธิฐานในพระนาม...พระเยซู เอแมน....

พรึ่บ!!

(มาร์ช พูด)

"ห้องน้ำหญิงมันชำรุดบ่อยจังวะ"

พวกเราสามคนที่กำลังเดินไปห้องเรียนแต่ต้องผ่านห้องน้ำหญิง สายตาขุนเขาก็ไปสะดุดที่ป้ายหน้าห้องน้ำที่เขียนเอาไว้ว่าชำรุด แต่ที่แปลกเลยคือ....

"ชำรุดแล้วทำไมต้องเอาพวกไม้ถูพื้นกับถังมาตั้งกันประตูไว้วะ?"

ผมพูดด้วยความสงสัย มันน่าแปลกจริงๆ ไม่ทันไรภีมก็ยกแขนขึ้นมากอดคอผมไว้พร้อกับพูดปัดๆให้ผมเลิกสนใจ

"เขาคงเอาตั้งไว้ทำความสะอาดแหละ มึงจะสนใจทำไมวะ เรามาคิดเรื่องหลังเลิกเรียนกันดีกว่า"

พอมันพูดด้วยท่าทางทะเล้นจบ ผมก็ได้ยินเสียงก้องๆในหัวดังขึ้นมา

'ไปช่วยนางเถิด นางติดอยู่ในนั้น'

ผมรีบเอาแขนภีมออกจากคอ และหันมองซ้ายขวาทันที เสียงนั้นใครพูดวะ ภีมและขุนเขาก็หยุดเดินและหันมามองผมด้วยความสงสัย

"เป็นอะไรมึงวะมาร์ช ใครเรียกมึงงั้นหรอ?"

ภีมถามขึ้นด้วยความสงสัยทันที

"มึงก็ได้ยินเสียงหรอวะ?"

ผมถามพร้อมทำตาโตเบิกกว้าง ถ้ามันได้ยินจริงแสดงว่าเราไม่ได้คิดไปเองล่ะวะ

"ได้ยินอะไรวะ กูไม่เห็นมีใครเรียกมึงหรือพูดเลย"

ภีมพูดพร้อมเกาหัวอย่างมึนงง

"เออ มึงหลอนอะไรป่าวเนี่ยไอมาร์ช เขาห้องกัน"

ขุนเขาก็พูดขึ้นทันที พร้อมเดินต่อ

"เออ ถ้างั้นพวกมึงกลับห้องไปก่อนเลย กูขอแวะไปคุยกับโค้ชก่อนว่ะ พอดีลืมคุยเรื่องสำคัญเลย"

"สำคัญอะไรวะ เรื่องอะไร" ภีมถาม

"เรื่อง ของ กู"

ผมพูดจบก็เดินตรงไปหลังกำแพง เพื่อให้เนียนว่าจะเดินไปหาโค้ชที่อยู่ห้องพักกีฬา สองคนนั้นไม่มีท่าทีสงสัยก็เดินกลับเข้าห้องไป ผมพอได้จังหวะก็เดินออกมาจากมุมอับ และตรงไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำหญิงทันที

เอาวะ เผื่อเสียงที่ได้ยินคงเป็นเสียงของพระเจ้า

พอคิดได้ดังนั้นก็เอาไม้ถูพื้นและถังน้ำออกจากหน้าประตูห้องน้ำ หลังจากนั้นผมก็เปิดประตูห้องน้ำเข้าไป พบกับความว่างเปล่า มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่ เราคงคิดมากไปเองแหละ แต่ก่อนที่ผมจะหันหลังกลับไป น้ำที่ไหลออกมาจากห้องแรกก็มากระทบที่รองเท้าของผม น้ำมาได้ยังไงกัน?

"มีใครอยู่มั้ยครับ?"

ผมถามออกไป พร้อมกับเดินไปหยุดอยู่ที่ห้องน้ำแรก เอ๊ะ? มันมีคนล็อคจากด้านนอกไว้นี่ ด้านนอกห้องน้ำถูกพันด้วยเชือกไม่ให้เปิดออกได้ ผมเห็นดังนั้นก็รีบหยิบไฟเช็คขึ้นมาทำการรนไฟเผาเชือกให้ขาด ผมมักเป็นคนพกไฟเช็คติดตัวอยู่แล้ว ผมไม่ได้เป็นคนสูบบุหรี่หรอกนะ อย่าเข้าใจผิด

พอเชือกหลุดออกหมดแล้วผมก็ทุบประตู

"ปึงๆๆ"

"มีใคร...."

แอ๊ด~~

ไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ประตูที่ด้านในไม่ได้ถูกล็อคก็เปิดออก ปรากฏร่างผู้หญิงคนนึงนอนหมดสติอยู่ทที่พื้น ที่ทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ต่อให้ผมไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ก็เถอะนะ ผมรีบเขย่าตัวปลุกเธอที่นอนอยู่ด้วยความตกใจ

"เธอ เธอตื่น เฮ้ย นี่มัน...."

ใช่เลย นี่มันเด็กใหม่นี่หน่า มิล่า มานอนตรงนี้ได้ไงกัน

"มิล่า เธอ... ทำไมอยู่ในสภาพแบบนี้"

ผมก็อุ้มร่างเล็กนี้ขึ้น ต้องรีบพาเธอไปห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ

ห้องพยาบาล

"ผมเจอเธอนอนเป็นลมอยู่ในห้องน้ำอ่ะครับ เหมือนเธอถูกขังเอาไว้ในนั้น"

ผมพูกอธฺบายให้มาสเตอร์ฟัง

"แล้วเธอเข้าไปห้องน้ำหญิงทำไม?"

มาสเตอร์ถามด้วยความสงสัย ใช่มันต้องสงสัยอยู่แล้ว ใครได้ยินแบบนี้มันก็ดูไม่ดี แต่ผมไม่ได้เป็นคนแบบนั้นซะหน่อย

"ผมเห็นมีคนเขียนว่าห้องน้ำชำรุด และมีอุปกรณ์ตั้งกั้นปิดประตูซะน่าสงสัย ผมเลยลองเปิดเข้าไปดู ก็เจอเธอโดนขังในห้องน้ำ แถมยังมีเชือกพันกลอนประตูไว้อีก เธอออกไม่ได้ นี่ผมช่วยชีวิตเธอเลยนะครับมาสเตอร์"

ผมเล่าอย่างละเอียดให้มาสเตอร์ฟัง ท่าทางเหมือนไม่ค่อยเชื่อใจผมสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้บอกเรื่องเสียงปริศนานั้นหรอกนะ

"งั้น ฉันขอบใจเธอก็แล้วกันที่ช่วยเพื่อนเอาไว้"

"ครับ"

"เดี๋ยวมาสเตอร์จะเพิ่มคะแนนพฤติกรรมให้นะ"

"ขอบคุณครับมาสเตอร์"

ที่นี่จะมีการเก็บสะสมคะแนนพฤติกรรม ใครที่มีคะแนน 100 คะแนนหรือไม่ต่ำกว่า 70 คะแนน ในวันเสาร์จะได้กลับบ้าน หรือออกข้างนอกได้ แต่ถ้าใครคะแนนต่ำกว่านั้น ต้องอยู่ทำความสะอาดโบสถ์และโรงเรียน ซึ่งผมเองก็มีหนึ่งร้อยคะแนนเต็มอยู่แล้ว

"งั้นผมกลับไปเรียนก่อนนะครับ"

ผมพูดจบมาสเตอร์ก็พยักหน้ารับ และผมก็เดินกลับไปที่ห้องเพื่อไปเรียนทันที

ห้องเรียน

"มึงไปโครตนานเลย เรื่องสำคัญอะไรวะถึงคุยนานขนาดนั้น"

ขุนเขารีบตรงมาถามผมด้วยความอยากรู้อยากเห็นสุดๆ

"ก็บอกแล้วว่าเรื่องของกู"

ผมพูดพร้อมเลิกคิ้ ให้มันรู้ว่าจะยุ่งเรื่องผมทำไม ผมนั่งลงแต่ยังไม่ทันไรก็มีอีกคนเดินตรงเข้ามาหาผมอีก

"มาร์ช เมื่อกี้นายหายไปไหนมาหรอ พอดีมาสเตอร์มาถามพราวฟ้า แล้ว...."

"แล้วทำไมเธอต้องขยันยุ่งเรื่องของฉันจัง?"

ผมไม่ปล่อยให้เธอพูดจบ ก็รีบสวนกลับทันที น่ารำคาญชะมัด จู้จี้อยู่ได้ เห้ออ...ผมถอนหายใจออกมาให้เขาได้รู้ว่าผมนั้นรำคาญแค่ไหน แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวเท่าไหร่

"มาร์ชอย่าใจร้ายกันสิ นี่ ยัยเด็ฏใหม่ก็หายไปเหมือนกันนะ พราวฟ้าก็กังวลใจจังเลยว่านางจะไปอยู่ไหน พึ่งเปิดเรียนวันแรกแท้ๆ"

"แล้วมาสเตอร์ไม่ได้ถามถึงเด็กใหม่หรอ?"

ผมก็ถามออกไป

"ก็ถามนะ แต่พราวฟ้าก็บอกมาสเตอร์สายไปว่าคงโดดเรียนไปเดินเล่ยที่ไหนแหละมั้ง..."

เดินเล่นงั้นหรอ? ผมกำมือแน่นไว้ใต้โต๊ะ เหอะ โดนแกล้งขนาดนั้น จะมีแรงไปเดินเล่นที่ไหนได้กัน

"แต่พราวฟ้าก็เป็นห่วงเพื่อนจังว่าจะถูกแกล้งที่ไหนรึป่าว ดูท่าทางเป็นพวกไม่เข้าสังคมซะด้วย ฮิๆ"

"ฮ่าๆๆ"

เสียงหัวเราะขบขันของพวกสาวๆก็ดังขึ้น พราวฟ้าเธอยิ่งพูดก็ทำให้ฉันสงสัยในตัวเธอ

"พอเถอะ ใครทำอะไรไว้มันก็รู้อยู่แก่ใจนั่นแหละ"

ผมพูดพร้อมจ้องหน้าเธอ ต้องจับพิรุธนั้นให้ได้

"เออ เด็กใหม่หายไปไหนวะ ยังไม่มีเพื่อนหรอ"

ภีมที่นั่งฟังอยู่ก็ถามขึ้น

"เพื่อนหรอ ใครจะอยากเป็นเพื่อนกับนางกัน แก่นซะขนาดนั้น"

ผัดกาดพูดด้วยความหมั่นไส้

"นี่มิล่าเขาไปมีเรื่องกับพวกเธอตอนไหนกัน"

ผมถามด้วยเสียงเรียบ

"ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรกันหรอก พวกเรากับนางก็ตามภาษาเพื่อนสาวนั่นแหละ นายคิดมากไปทำไมกัน"

ผัดกาดพูดพร้อมหันหน้าน้ำใสและพราวฟ้า ให้เออออตาม

"ชั่งเรื่องเด็กใหม่เถอะ อ่ะนี่ มาสเตอร์ให้การบ้านไว้ มึงอย่าลืมไปทำด้วยล่ะ"

ขุนเขายื่นกระดาษแผ่นนึงให้ ผมรับมาและใส่ใต้โต๊ะทันที

เอาเถอะ ยังไงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของเรา จะไปใส่ใจมากให้ปวดหัวทำไม

(มิล่า พูด)

โอ๊ย ทำไมหนาวและปวดหัวขนาดนี้เนี่ย ฉันลืมตาขึ้นพร้อมมองไปรอบๆ นี่เราไม่ได้นอนอยู่ในห้องน้ำใช่มั้ย แต่คงดูเหมือนไม่ใช่ เพราะฉันเห็น...

"มิล่า เป็นไงบ้าง โอเคขึ้นมั้ย?!"

เซร่าถามฉันพร้อมจัลตัวฉันด้วยความลนลาน

"นี่ใครทำเธอ ทำไมาอยู่ในสภาพแบบนี้ บอกฉันมาเลยนะ!"

และเป็นณิชาที่ถามขึ้นอย่างเป็นห่วงอีกคน นี่ฉันคอยมีเพื่อนเป็นห่วงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ฉันยิ้มอ่อนๆให้ทั้งสอง แล้วค่อยๆเลื่อนมือไปจับมือของเซร่าไว้ให้อยู่นิ่งๆ เซร่านั่งมองฉันข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง

"พวกเธอไปช่วยมิล่าออกมาหรอ?"

ทั้งสองส่ายหน้าพร้อมกัน พร้อมกับทำหน้างงใส่ฉันอีก แล้วใครกันที่ช่วยฉันออกมานะ?

"มาสเตอร์บอกว่าคนที่ช่วยเธอคือ....."

เซร่าพูดขึ้นแล้วลากเสียงยาว

"คือ....?"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 4 ซวย.com

    "คือใคร?" ฉันรีบถามออกไปด้วยความอยากรู้ ใครกันที่ไปช่วย ไปเจอฉันได้ยังไง "มาร์ช เด็กห้องเดียวกับเธออ่ะ" เซร่าพูดจบ ณิชาก็รีบพูดสวนขึ้น "นี่ใครมันกล้าแกล้งเธอ ใช่ไอพวกสามตัวนั้นใช่มั้ย?!" ฉันพยักหน้าช้าๆ จะเป็นใครได้ล่ะ ฉันมาที่นี่ก็มีเรื่องอยู่แค่กับยัยบ้าพวกนั้นแหละ "ชั่งเถอะ เดี๋ยวไว้ฉันจะกลับไปแก้แค้นพวกนั้นให้ได้เลย!" ฉันพูดจบก็ยกมือขึ้นมากำหมับ พร้อมกับมองหน้าคนอ่านอย่างมุ่งมั่น เราต้องสู้เว้ย!! 1 อาทิตย์ต่อมา 21.00 น ฉันนอนยกมือขึ้นพาดหัวอย่างหนักใจ อะไรกันเนี่ย มาเรียนได้แค่หนึ่งอาทิตย์ อยู่ๆคะแนนพฤติกรรมของฉันก็เหลือแค่ 70 ฉันโดนหักคะแนนไปตั้ง 30 คะแนนโดยที่ฉันไม่รู้ตัวเนี่ยนะ แบบนี้ฉันจะรอดมั้ยเนี่ย ฮืออๆๆๆ แต่ เอ๊ะ ฉันยังไม่ได้มีโอกาสไปขอบคุณมาร์ชเลย เขาหายไปไหนทั้งอาทิตย์ก็ไม่รู้ ชั่งเถอะ ไว้เจอเขาฉันจะรีบไปขอบคุณเลย อยู่ก็รู้สึกอยากไปเข้าห้องน้ำ แต่ดึกๆแบบนี้ปลุกเพื่อนไปสักคนก็คงจะดี คิดได้ดังนั้นฉันก็ลุกขึ้นเดินไปปลุกเซร่าที่นอนอ

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 3 เสียงจากพระเจ้า

    "ปัง....!!" เป็นเสียงแห่งความสิ้นหวังที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน ฉันนั่งทุบประตูห้องน้ำขอความช่วยเหลือจากคนด้านนอกนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว ทั้งตัวเปียกโชก ฉันได้แต่นั่งคุดคู้ด้วยความเหน็บหนาว ถามจริงจะไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำเลยหรอวะ? คงสิ้นหวังจริงๆแล้วสินะ พระเจ้าจงโปรดช่วยลูกด้วยเถิด ลูกไม่อยากติดอยู่แบบนี้แล้ว ลูกหนาวเหมือนจะเป็นไข้แล้ว พระเจ้า...ลูก...อธิฐานในพระนาม...พระเยซู เอแมน.... พรึ่บ!! (มาร์ช พูด) "ห้องน้ำหญิงมันชำรุดบ่อยจังวะ" พวกเราสามคนที่กำลังเดินไปห้องเรียนแต่ต้องผ่านห้องน้ำหญิง สายตาขุนเขาก็ไปสะดุดที่ป้ายหน้าห้องน้ำที่เขียนเอาไว้ว่าชำรุด แต่ที่แปลกเลยคือ.... "ชำรุดแล้วทำไมต้องเอาพวกไม้ถูพื้นกับถังมาตั้งกันประตูไว้วะ?" ผมพูดด้วยความสงสัย มันน่าแปลกจริงๆ ไม่ทันไรภีมก็ยกแขนขึ้นมากอดคอผมไว้พร้อกับพูดปัดๆให้ผมเลิกสนใจ "เขาคงเอาตั้งไว้ทำความสะอาดแหละ มึงจะสนใจทำไมวะ เรามาคิดเรื่องหลังเลิก

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 2 ความวุ่นวายมาแล้วสินะ

    โรงเรียนเซนต์อาเรียแห่งความหวัง06.00 น."กริ๊งงง"เสียงออดดังขึ้น เป็นสัญญาณให้ทุกคนลุกจากที่นอนและจัดการธุระส่วนตัว อาบน้ำและแต่งตัว ใช้เวลาไปสักพัก ทุกคนก็อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนและออกมาตั้งแถวเรียงกัน เผื่อช่วยกันถักเปียให้เพื่อนตรงหน้า แล้วใส่ถุงเท้า รองเท้าตามลำดับ08.00 น.หลังจากนั้นทุกคนก็เดินเรียงแถวกันไปยังห้องประชุมใหญ่ เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ? ฉันคิดในใจ ข้างในหัวมีคำถามมากมาย สุดท้ายทุกคนนั่งลงที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ก่อนแล้ว และอาจารย์สายก็เดินขึ้นเวที"สวัสดียามเช้า สวัสดีนักเรียนทุกคน… วันนี้เป็นวันเปิดเทอมที่เราทุกคนจะได้ไปเรียน และได้พบปะกับเพื่อนๆ อีกที่หนึ่ง…"อีกที่งั้นหรอ? แสดงว่าไม่ได้มีที่นี้ที่เดียวสินะ หรือว่า….จะเป็นตึกสูงๆ นั่นที่อยู่หลังกำแพงข้างหลังหอหญิง"…หวังว่าทุกคนจะอยู่ในกฎและระเบียบตลอดนะ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเปิดภาคเรียนใหม่ วันนี้เราจะร่วมใจกันอธิฐานตอนเช้ากันได้เลย.."มิสเซอร์สายพูดจบ ก็ยกมือขึ้นประสานกัน เราทุกคนก็ปฏิบัติตาม"ข้าแต่พระเจ้าในนามพระเยซู ขอให้พระเจ้าจงประทานสติปัญญาให้แก่เด็กๆ ในเซนต์อาเรียในที่แห่งนี้ ขอให้พระเจ้าปกปักรัก

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทที่ 1 ยินดีต้อนรับสู่เซนต์อาเรียแห่งความหวัง

    Mila Talksทุกคนน่าจะรู้จักฉันแล้ว ฉันมิล่า อายุ 18 ปี ยอมรับตรงๆ เลยว่าปีนี้เป็นปีที่ห่วงแตกสุดๆ ฉันโดนพ่อให้มาเรียนโรงเรียนประจำที่เคร่งศาสนาสุดๆ ซึ่งมันอยู่ไกลบ้านฉันมาก แต่ฉันคงระบุไม่ได้หรอกว่าจังหวัดอะไร แต่อยู่ในโซนภาคใต้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งรถ ที่ในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด และความเศร้า พี่ชายฉันชื่อ มาร์ติน อายุ 20 ตอนนี้ก็หอบผ้าหอบของย้ายไปอยู่ใกล้ๆ กับฉันเหมือนกัน สงสัยไปเริ่มเรียนปี 3 ที่นั่นแหละ ส่วนมอไซต์พี่ก็ใช้วิธีขนส่งกับรถมา ฉันขับคันนั้นนับครั้งได้ด้วยซ้ำ ทำไมพ่อไม่ถนอมน้ำใจฉันเลยนะ! พูดแล้วก็โมโหสุดๆ แต่รู้อะไรมั้ย วันนี้พ่อตั้งใจขับรถลงมาใต้ด้วยตัวเองเลย หึ! พอจะให้ลูกๆ ไปไกลๆ จากบ้านก็ยอมลงทุนขนาดนี้เลยสินะ ฉันลืมบอกไปว่าครอบครัวของฉันฐานนะปานกลางไม่ได้รวยเริสหรูอะไรหรอก พ่อทำงานเป็นสถาปนิก เขียนโครงการออกแบบบ้าน อะไรทำนองนั้น ส่วนแม่ฉันทำงานเป็นดีไซน์เนอร์ ออกแบบเสื้อผ้า แฟชั่น ซึ่งถ้างานไม่ดีมากพอครอบครัวเราก็จะถึงขั้นรัดเข้มขัด แต่ถ้าเดือนไหนขายออกละก็…จะเป็นเดือนที่เราไม่ต้องมานั่งกลุ้มเรื่องความประหยัดเลย แต่ก็นะ…ฉันยอมรับแหละว่าใช้เงินได้สิ้นเปลืองที่สุด และทำ

  • Destined Unblessed ชะตารักไร้พระพร   บทนำ โชคชะตา

    " บรืนนน~ บรืนๆๆ ~ "เสียงท่อรถที่ดังกระหน่ำอยู่หน้าบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง หญิงสาวในชุดนอน สีชมพูลายคิดตี้ รีบลุกขึ้นพลวดจากโต๊ะอาหาร ช้อนซ้อมได้ถูกวางไว้ข้างจานอย่างรีบๆ ทุกคนที่ร่วมโต๊ะอาหารทุกสายตาจ้องมองไปที่เธอเป็นตาเดียว ก่อนจะมีเสียงเอ่ย ทุ่มต่ำดังขึ้นจนเธอต้องนั่งลง" นี่! ไอเพื่อนเหลวไหลพวกนั้นอีกแล้วใช่มั้ย?! ไม่ต้องไปเลยนะนั่งลง!! "พ่อของเธอดุ จนทำให้แม่และพี่ชายของเธอต้องพยักหน้าตามกัน" มิล่า ฟังพ่อเขาบ้างสิลูก เดี๋ยวนี้เริ่มเกเรใหญ่เลยนะ "แม่ของเธอพูดจบ พี่ชายของเธอก็เสริมต่อทันที" แบบนี้แหละแม่ เด็กมันกำลังโต ห้ามฟังที่ไหนกัน ดูมันดิ เอาเงินไปออกรถบิ๊กไบค์ พ่อก็ไม่ได้ห้ามอะไรนี่.."พี่ชายเธอพูดพร้อมทำเสียงน้อยใจ"นี่พี่ไม่ต้องพูดเลยนะ รถนั่นพ่อตั้งใจซื้อให้เป็นของขวัญมิล่าอยู่แล้ว"เธอตอบพร้อมยกยิ้ม เมื่อรู้สึกว่าตัวเองชนะพี่ชาย"พอกันทั้งคู่นั่นแหละ! เดี๋ยวพ่อจะออกไปไล่พวกเด็กข้างนอกก่อน กินข้าวกันไปเลย!"พ่อพูดจบก็เดินออกไปนอกบ้าน และหยุดยืนอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน นอกรั้วนั้นเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ประมาณ 4-5 คัน ซึ่งคนขับก็มีทั้งหญิงและชายปะปนกันไป" พวกเด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status