MasukPOV: Aiden
ผมกลับถึงห้องช้ากว่าที่คิด เซนนอนเหยียดอยู่บนเตียง เล่นมือถือเหมือนคนไม่มีอะไรให้คิด ทั้งที่วันนี้มันเพิ่งทำให้คินแทบเส้นเลือดในสมองแตกไปหนึ่งรอบ
"กลับมาแล้วเหรอ พ่อโกลเด้น"
ผมโยนผ้าขนหนูใส่มัน "มึงจะทำไม?"
เซนหัวเราะ แล้วคว้าผ้าขนหนูออกจากหน้า "สระว่ายน้ำเป็นไง"
ผมหยุดถอดนาฬิกา "อะไร"
"อย่าทำหน้าโง่ กูเห็น"
"เห็นอะไร"
"เห็นมึงเล่นน้ำกับภาม"
ผมนิ่งไป แล้วค่อย ๆ ยิ้ม "อิจฉา?"
"สงสารมากกว่า"
ผมหรี่ตา "สงสารใคร"
เซนวางมือถือคว่ำลงบนอก แล้วมองเพดาน
"มึง"
"กูทำไม"
"คนอย่างภาม ถ้ามึงวิ่งใส่ เขาไม่ยืนรอให้มึงชนหรอก"
ผมนิ่งไป เซนเหลือบมองผม
"เดินช้า ๆ บ้าง ไอ้หมา"
ประโยคนั้นทำให้ผมหัวเราะไม่สุด ผมนั่งลงบนเตียงตัวเอง ภาพภามริมสระยังติดอยู่ในหัว แสงสีทองบนผิวน้ำ ปลายหูที่แดงขึ้นนิดเดียว คำว่า "ไม่" ที่ฟังไม่เหมือนปฏิเสธเต็มร้อย และระยะห่างที่เขายังไม่ถอยหนี
"กูก็ไม่ได้จะรีบ" ผมพูดเบา ๆ มากกว่าให้เซนฟัง เหมือนบอกตัวเอง
"ดี"
เซนพูดเสียงเรียบผิดปกติ "แต่ถ้ามึงเดินข้าง ๆ ให้ถูกจังหวะ เขาอาจยอมเดินไปกับมึงเอง"
ผมหยิบหมอนขึ้นมากอด "มึงพูดเหมือนผู้เชี่ยวชาญ"
เซนหัวเราะ "กูแค่ฉลาดกว่ามึง"
"ไอ้เวร"
เสียงหัวเราะของเซนดังขึ้นอีกครั้ง
ผมนอนมองเพดานต่อ หมอนใบเดิมยังอยู่ในอ้อมแขน คำว่า เดินข้าง ๆ ก่อน วนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา
แต่ก็แปลก ยิ่งบอกตัวเองว่าอย่ารีบ ผมกลับยิ่งอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ไว ๆ
POV: Kin
สองเดือนผ่านไปเร็วกว่าที่ผมคิด เช้านี้ลมทะเลยังพัดเหมือนเดิม เสียงคลื่นยังซัดเข้าฝั่งเหมือนทุกวัน แต่บรรยากาศรอบตัวกลับไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด เพราะนี่คือช่วงสุดท้ายของ Destiny Project หลังทำงานร่วมกันมาเกือบสองเดือน แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น เรายังมีอีกหนึ่งด่านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้ก่อน --- การนำเสนอผลงานทั้งหมดต่อผู้บริหาร อีกสามวัน ทุกคนก็ต้องแยกย้ายกลับมหาวิทยาลัยของตัวเอง
ห้องประชุมใหญ่เย็นกว่าปกติ ผู้บริหารของรีสอร์ตนั่งเรียงอยู่ฝั่งตรงข้าม จอด้านหลังผมแสดงชื่อ Destiny Project ส่วนบนโต๊ะมีบัตร Choice Point สี่ใบ รวมใบใหม่ที่เขียนว่า "ขอหยุดก่อน"
ผมเริ่มนำเสนอจากปัญหาที่ทีมพบ โปรแกรมสุขภาพจำนวนมากมีขั้นตอนครบ แต่กลับตั้งสมมติฐานว่าทุกคนพร้อมเดินด้วยความเร็วเดียวกัน Destiny Project จึงไม่ได้เพิ่มกิจกรรมให้มากขึ้น แต่เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้ใช้เปลี่ยนจังหวะของตัวเอง
เซนรับช่วงด้วยแผนผังพื้นที่ฉบับใหม่ เขาอธิบายว่าการเปลี่ยนเส้นทางต้องไม่ทำให้แขกรู้สึกว่าตัวเองทำโปรแกรมล้มเหลว ป้ายทุกจุดจึงใช้ภาษาที่เป็นทางเลือกแทนภาษาคำสั่ง
เอเดนสาธิตบทสนทนาสั้นระหว่างพนักงานกับแขก เขาตัดคำอธิบายที่ยาวเกินไปออก และเปลี่ยนคำถามจาก "คุณต้องการเลือกโปรแกรมไหน" เป็น "ตอนนี้คุณอยากไปต่อ พัก หรือขอข้อมูลเพิ่ม"
ภามเป็นคนปิดส่วนวิธีใช้ เขาอธิบายว่าทีมต้องอ่านทั้งคำตอบและสิ่งที่อีกฝ่ายยังไม่พูด หากแขกนิ่ง การนิ่งไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการยินยอมให้เดินหน้าต่อ
ผมเปลี่ยนสไลด์ไปยังเหตุการณ์รอบทดลองที่ล้มเหลว เราไม่ได้ซ่อนข้อผิดพลาด แต่ใช้มันอธิบายว่าทำไม Pause Point จึงถูกเพิ่มเข้ามา
ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการถามทันทีว่า ถ้าพนักงานต้องจำทางเลือกมากขึ้น ระบบจะทำให้งานช้าลงหรือไม่
ผมตอบว่าระบบใหม่ไม่ได้ให้พนักงานตัดสินใจแทนแขก แต่กำหนดจุดส่งต่อและผู้รับผิดชอบให้ชัดขึ้น สิ่งที่เพิ่มคือทางเลือกของผู้ใช้ ไม่ใช่คำสั่งที่พนักงานต้องท่องจำ
ผู้บริหารอีกคนถามว่า ถ้าแขกปฏิเสธตั้งแต่ขั้น Assessment จะยังนับว่าเข้าร่วม Destiny Project หรือไม่
ผมมองผังงานบนจอ ตามแบบเดิมคำตอบคือไม่ เพราะไม่มีข้อมูลพอจะจัดเส้นทาง แต่คำตอบนั้นเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้รอบทดลองพัง
"นับครับ" ผมตอบ "การเลือกไม่ตอบหรือขอพักก็เป็นข้อมูลว่าเวลานั้นเขาต้องการอะไรจากเรา"
ภามเสริมว่าโครงการไม่ควรวัดความสำเร็จจากจำนวนขั้นตอนที่แขกทำครบเพียงอย่างเดียว ถ้าคนหนึ่งกลับไปพร้อมความรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์หยุด นั่นก็เป็นผลลัพธ์ที่โปรแกรมต้องรองรับ
ห้องประชุมเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ผู้จัดการรีสอร์ตเปิดแฟ้มข้อเสนอไปยังหน้าสุดท้าย แล้วถามคำถามที่ไม่มีในชุดซ้อม
"ถ้าให้เลือกเพียงอย่างเดียว อะไรคือส่วนที่ทำให้โครงการนี้ต่างจากเมนูกิจกรรมทั่วไป"
ผมไม่ได้ตอบทันที เพราะคำถามนี้ไม่ควรเป็นของคนใดคนหนึ่ง
เอเดนตอบว่าโครงการทำให้พนักงานเริ่มจากการฟัง เซนตอบว่าระบบยอมให้คนเปลี่ยนใจ ภามตอบว่าทุกเส้นทางยังรักษาความหมายของการดูแล ผมจึงสรุปว่า ความแตกต่างไม่ใช่จำนวนตัวเลือก แต่คือการที่ทุกคนในทีมรู้วิธีเคารพตัวเลือกนั้นโดยไม่ทำให้บริการเสียระบบ
ผู้บริหารคุยกันสั้น ๆ ก่อนแจ้งว่า Destiny Project ผ่านการพิจารณาในฐานะโครงการนำร่อง ทีมรีสอร์ตจะนำ Pause Point และ Choice Point ไปทดสอบต่อ โดยให้พวกเราส่งคู่มือฉบับสมบูรณ์ก่อนจบการฝึกงาน
หลังประตูห้องประชุมปิด เซนเป็นคนแรกที่ปล่อยลมหายใจออกดังจนเอเดนหัวเราะ ภามยกแฟ้มขึ้นบังรอยยิ้ม ส่วนผมเปิดรายการงานในแท็บเล็ตและเพิ่มหัวข้อสุดท้ายว่า "ส่งคู่มือฉบับจริง"
เซนมองหน้าจอแล้วถามว่าผมจะไม่ยอมดีใจสักห้านาทีหรือไง ผมตอบว่าดีใจได้ แต่เดดไลน์ยังอยู่
ครั้งนี้มันไม่ได้เถียง เซนเพียงยื่นกำปั้นมาตรงกลาง เอเดนวางมือตาม ภามถอนหายใจก่อนร่วมด้วย ผมมองมือของทั้งสามคน แล้วปิดแท็บเล็ตลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เช้า
งานยังไม่จบ แต่คำว่า "ทีม" ไม่ใช่สมมติฐานอีกต่อไป
หลังออกจากห้องประชุม พวกเราได้รับมอบหมายให้เก็บอุปกรณ์และเตรียมคู่มือส่งมอบภายในวันเดียวกัน ผมกับเซนจึงถูกส่งไปที่ห้องเก็บของ ส่วนเอเดนกับภามแยกไปตรวจเอกสารกับพี่เลี้ยง
เสียงประตูห้องเก็บอุปกรณ์ปิดตามหลังดังแผ่วเบา ทิ้งให้ผมกับเซนอยู่ในความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางอยู่เหนือหัว ห้องแคบกว่าที่คิด ชั้นวางอุปกรณ์เรียงแน่นจนแทบไม่มีที่ให้เดินสวนกัน ผมวางกล่องใบหนักลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ก่อนหันไปหาคนที่เดินตามเข้ามา
"วางตรงนี้แหละ เดี๋ยวกูจัดเอง"
เซนพยักหน้าส่ง ๆ แล้วเริ่มหยิบของจัดเข้าชั้นต่อหน้าตาเฉย
ผมมองมัน
"มึงไม่ต้องช่วยก็ได้"
"กูว่าง"
คำตอบสั้น ๆ แบบไม่คิดจะฟังใครทำให้ผมหยุดเถียง เสียงของกระทบชั้นวางดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ห้องยังเงียบ แต่ไม่ได้อึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น
ถุงข้าวยังวางอยู่ข้างเตียงโดยไม่มีใครแตะ เซนหยิบขึ้นมาเปิดแล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามีอยู่“ข้าวเย็นแล้วมึง”“ไมโครเวฟไม่มีเหรอ”“มีที่ครัวรวมชั้นล่าง”“ไปอุ่นกัน”เซนลุกขึ้นถือถุงข้าวเดินนำ ผมเดินตามครึ่งก้าวด้านหลัง ระยะเดิมที่เคยเดินมาตลอดสองเดือนแต่วันนี้เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้ระหว่างลงบันได ไม่พูดอะไร แค่จับไว้เฉย ๆครัวรวมชั้นล่างว่างเปล่า มีเพียงแสงจากไมโครเวฟกะพริบอยู่ในความเงียบ กลิ่นอาหารเก่าจากตู้เย็นรวมลอยจาง ๆ เซนยืนพิงโต๊ะยาวกลางห้อง มือยังไม่ยอมปล่อยข้อมือผม“เดี๋ยวมึงต้องกลับแล้วใช่ไหม ขับรถดี ๆ ถึงคอนโดแล้วบอกกูด้วย”“กูอยู่ต่อได้อีกชั่วโมง”“อ๋อ ดีเลย”ผมหันไปมองเซนรีบเปลี่ยนคำ “หมายถึง...มึงยังไม่ได้กินอะไรเลย”“มึงก็ยังต้องอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้”เขาถอนหายใจ “เออ จริงด้วย ลืมเลยว่ามีสอบ”“ห้ามลืม”“ครับ”คำตอบหลุดออกมาเร็วจนเจ้าตัวชะงัก แก้มแดงขึ้นทันทีผมเลิกคิ้ว“กูไม่ได้ตั้งใจ”“กูยังไม่ได้พูดอะไร”“หน้าม
ห้องของเซนเรียบร้อยกว่าที่คิด หนังสือกองอยู่บนโต๊ะสองสามเล่ม เตียงเก็บผ้าห่มเป็นระเบียบ มีแก้วกาแฟวางข้างโน้ตบุ๊กกับกระดาษโน้ตเต็มผนังผมนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวในห้อง ส่วนเซนนั่งตรงขอบเตียง ถุงข้าววางอยู่ข้างตัวโดยยังไม่เปิดเสียงแอร์ดังอยู่เหนือความเงียบ“มึงเลี่ยงกูอยู่” ผมพูดเซนไม่เงยหน้า “กูไม่ได้เลี่ยง กูแค่ยุ่ง ใกล้สอบ แถมต้องทำสรุปจบอีก”“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูถามเอเดนได้ มึงสองคนเรียนที่เดียวกัน” ผมจับต้นแขนเขาไว้เมื่อเขาทำท่าจะหลบ“มองหน้ากู แล้วพูดอีกที”เขาเงยขึ้น แต่พอสบตากันจริง ๆ คำพูดกลับหายไปเซนถอนหายใจแรงครู่หนึ่ง มือบีบถุงข้าวแน่นกว่าเดิม ผมรอโดยไม่เร่ง เขาอ้าปากสองครั้งแล้วเงียบทั้งสองครั้ง“กูไม่ได้กลัวแค่ว่า มึงจะไม่ชอบกู” เขาพูดในที่สุดผมนิ่งฟัง“กูกลัวว่าที่มึงเริ่มหันมาใส่ใจกู เป็นเพราะคนที่มึงมองมาตลอดเลือกเอเดนไปแล้ว”ประโยคนั้นเป็นคำถามที่ผมเองเคยถามตัวเองเช่นกันเซนหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงไม่ขำ“กูไม่อยากเป็นคนที่อยู่ใกล้พอดี ตอนมึงกำลังต้องการใครสักคน”“มึง
มหาวิทยาลัยของเซนอยู่ห่างออกไปประมาณชั่วโมงครึ่งตลอดสองเดือนที่ทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราเจอกันแทบทุกวัน เซนเคยชวนให้ผมแวะมาที่มหาวิทยาลัยเขาหลายครั้ง ผมตอบว่า “เดี๋ยวว่าง ๆ” ทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยมาคืนนี้ผมไม่รอให้ตัวเองว่างผมแวะซื้อข้าวกล่องจากร้านที่เซนเคยบอกว่าอร่อย เปิดโลเคชันหอที่เขาเคยส่งไว้ตอนบ่นว่ารถติดจนเกือบเข้าประชุมไม่ทัน แล้วขึ้นรถโดยไม่บอกล่วงหน้าเพราะถ้าบอก เขาคงหาเหตุผลให้ผมไม่ต้องมาก่อนออกรถ ผมเปิดแชตเก่าขึ้นมาไล่อ่านตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน... รูปแมวข้างทาง คลิปตลกที่ไม่ตลก และคำถามตอนตีสองว่าถ้าเป็ดตัวหนึ่งพูดได้ มันจะเลือกพูดภาษาอะไรตอนนั้นผมตอบไปว่ามันเป็นเป็ด ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสิทธิ์เรียนหลายภาษาเซนส่งสติกเกอร์หัวเราะกลับมาสองตัว แล้วเอาเรื่องนี้ไปล้อผมต่ออีกสามวันผมเคยคิดว่าข้อความพวกนั้นไร้สาระแต่ทุกคืนที่งานหนัก ผมกลับเปิดมันอ่านซ้ำเสมอผมขับรถมาตามปกติ ไม่เร่งเกินกว่าสภาพถนนจะอำนวย แม้ความรู้สึกจะทำให้ระยะทางยาวนานกว่าความเป็นจริง ฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง ไอฝ
(ช่วงเทอมสุดท้ายของมหาวิทยาลัย หลังจบโปรเจกต์ฝึกงานที่ Wellness by the Sea)POV: คิน─── ✦ ✦ ✦ ───กลุ่มไลน์ “Destiny Project (ห้ามลบ)” มีข้อความใหม่แทบทุกวัน เอเดนส่งรูปอาหารกลางวัน ภามแชร์บทความเรื่องจิตวิทยาลูกค้าที่อ่านแล้วนึกถึงงาน บางวันมีรูปแมว มีมไร้สาระ หรือข้อความบ่นเรื่องอาจารย์ที่ไม่มีใครตอบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นกลุ่มที่ไม่มีใครตั้งใจให้จริงจัง แต่ก็ไม่มีใครออกจากมันสักคนเช้านี้ภามส่งสติกเกอร์แก้วกาแฟ เอเดนพิมพ์ตามมาว่า “หิวอะ” แล้วส่งรูปข้าวมันไก่ติดกันสามรูปเซนไม่มีอะไรเลยผมมองหน้าจออยู่นานกว่าที่ควร ก่อนเลื่อนไปเปิดแชตส่วนตัว ข้อความล่าสุดที่ผมส่งเมื่อสองวันก่อนยังค้างอยู่ตรงคำว่าอ่านแล้ว ไม่มีคำตอบผมไม่ใช่คนชอบนับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล แต่พอสังเกตเห็นครั้งแรกก็หยุดนับไม่ได้วันแรกหลังกลับมาเปิดเทอม เซนยังทักมาตอนเกือบเที่ยงคืน บ่นว่าอาจารย์คุมสอบเดินวนเหมือนผู้คุมเรือนจำ ส่งสติกเกอร์มาสิบกว่าอันรวด วันที่ห้า ข้อความเหลือแค่ “เออ” กับ “กูนอนก่อนนะ”วันที่สิบ
เซนหรี่ตา"มือมึงลั่นเป็นคนแก่จับได้ว่าลูกสาวมีแฟนเลยนะ""หุบปาก""ก็แม่นอยู่ดี"ผมก้มหน้ามองมือตัวเอง เสียงเพลงในหูฟังดังขึ้นเบา ๆ เป็นเพลงช้ากว่าที่คิด ไม่หวานจนเลี่ยน แต่มีจังหวะนุ่ม ๆ เหมือนแดดตอนเย็นบนถนนเอเดนไม่ได้มองผมตลอดเวลา เขาแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปล่อยให้เพลงเดียวกันอยู่ระหว่างเรา เหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายให้ใครเข้าใจ"โอเคไหม"เขาถามเบา ๆ ผมพยักหน้า"อือ""ดีแล้ว"ผมหันไปมองเขาทันที"เลิกพูดดีแล้วแบบนั้นได้ไหม""แบบไหน""แบบที่เซนจะหันมาแซว"เซนยกมือจากเบาะหน้า"กูยังไม่ได้พูด!"คินตอบแทน"แต่มึงคิด""ทุกคนในรถนี้รู้จักกูดีเกินไปแล้ว"ขับออกมาได้พักหนึ่ง บรรยากาศในรถเริ่มเงียบลง เซนยังทำหน้าที่ดีเจ แต่เสียงพูดน้อยลงอย่างน่าประหลาด อาจเพราะคินขู่จะตัดบลูทูธสามครั้ง หรืออาจเพราะเขาเริ่มง่วง แดดบ่ายไหลผ่านกระจกเป็นแถบยาว ถนนทอดออกไปไกล เสียงเพลงในหูฟังเบาลงเมื่อเอเดนขยับตัวผมเหลือบมองจากหางตา เขานั่งพิงเบาะ หลับตา นิ่งผิดปกติ
เอเดนหันไปมอง"ช่วยอยู่ข้างกูบ้างก็ได้"ผู้จัดการหัวเราะเบา ๆ"แต่ความจริงคือคุณจำรายละเอียดลูกค้าได้ดี สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม และดึงจังหวะทีมให้กลับมานิ่งได้"รอยยิ้มของเอเดนเบาลง"ขอบคุณครับ"ผมเหลือบมองเขา คนที่ดูเหมือนชิลกับทุกอย่าง จริง ๆ แล้วจำได้มากกว่าที่พูด ใส่ใจกว่าที่แสดง และบางครั้งก็จริงจังในแบบที่ทำให้คนข้าง ๆ รับรู้โดยไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนเมื่อคืน เหมือนตอนถามว่า "อนุญาตไหม""คุณภาม กฤตภาส หนุ่มลูกครึ่งคนเดียวของทีม"ผมสะดุ้งนิดหนึ่งตอนชื่อของตัวเองถูกเรียก ผู้จัดการหันมามองผม"ภาม คุณเป็นคนพูดน้อยที่สุดในทีม"เซนขยับปาก คินยกปากกาขึ้นเตือน เซนเงียบ"แต่หลายครั้ง คุณเห็นความรู้สึกของลูกค้าชัดที่สุด คุณไม่ได้รีบแก้ ไม่ได้รีบสรุป แต่ฟังนานพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรจริง ๆ""ขอบคุณครับ"ผมตอบเสียงเบา แต่คราวนี้ไม่ได้ก้มหน้าหนีผู้จัดการพยักหน้า ก่อนปิดแฟ้มลง"โดยรวม Destiny Project ผ่านได้ดีมากค่ะ ทั้งในเชิงออกแบบโปรแกรม การทำงานเป็นทีม และการรับมือก

![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

