Beranda / วาย / Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก / บทที่ 14 พ่อโกลเด้นกลับห้อง

Share

บทที่ 14 พ่อโกลเด้นกลับห้อง

Penulis: Phamm Mori
last update Tanggal publikasi: 2026-08-08 09:08:20

POV: Aiden

ผมกลับถึงห้องช้ากว่าที่คิด เซนนอนเหยียดอยู่บนเตียง เล่นมือถือเหมือนคนไม่มีอะไรให้คิด ทั้งที่วันนี้มันเพิ่งทำให้คินแทบเส้นเลือดในสมองแตกไปหนึ่งรอบ

"กลับมาแล้วเหรอ พ่อโกลเด้น"

ผมโยนผ้าขนหนูใส่มัน "มึงจะทำไม?"

เซนหัวเราะ แล้วคว้าผ้าขนหนูออกจากหน้า "สระว่ายน้ำเป็นไง"

ผมหยุดถอดนาฬิกา "อะไร"

"อย่าทำหน้าโง่ กูเห็น"

"เห็นอะไร"

"เห็นมึงเล่นน้ำกับภาม"

ผมนิ่งไป แล้วค่อย ๆ ยิ้ม "อิจฉา?"

"สงสารมากกว่า"

ผมหรี่ตา "สงสารใคร"

เซนวางมือถือคว่ำลงบนอก แล้วมองเพดาน

"มึง"

"กูทำไม"

"คนอย่างภาม ถ้ามึงวิ่งใส่ เขาไม่ยืนรอให้มึงชนหรอก"

ผมนิ่งไป เซนเหลือบมองผม

"เดินช้า ๆ บ้าง ไอ้หมา"

ประโยคนั้นทำให้ผมหัวเราะไม่สุด ผมนั่งลงบนเตียงตัวเอง ภาพภามริมสระยังติดอยู่ในหัว แสงสีทองบนผิวน้ำ ปลายหูที่แดงขึ้นนิดเดียว คำว่า "ไม่" ที่ฟังไม่เหมือนปฏิเสธเต็มร้อย และระยะห่างที่เขายังไม่ถอยหนี

"กูก็ไม่ได้จะรีบ" ผมพูดเบา ๆ มากกว่าให้เซนฟัง เหมือนบอกตัวเอง

"ดี"

เซนพูดเสียงเรียบผิดปกติ "แต่ถ้ามึงเดินข้าง ๆ ให้ถูกจังหวะ เขาอาจยอมเดินไปกับมึงเอง"

ผมหยิบหมอนขึ้นมากอด "มึงพูดเหมือนผู้เชี่ยวชาญ"

เซนหัวเราะ "กูแค่ฉลาดกว่ามึง"

"ไอ้เวร"

เสียงหัวเราะของเซนดังขึ้นอีกครั้ง

ผมนอนมองเพดานต่อ หมอนใบเดิมยังอยู่ในอ้อมแขน คำว่า เดินข้าง ๆ ก่อน วนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา

แต่ก็แปลก ยิ่งบอกตัวเองว่าอย่ารีบ ผมกลับยิ่งอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ไว ๆ

POV: Kin

สองเดือนผ่านไปเร็วกว่าที่ผมคิด เช้านี้ลมทะเลยังพัดเหมือนเดิม เสียงคลื่นยังซัดเข้าฝั่งเหมือนทุกวัน แต่บรรยากาศรอบตัวกลับไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด เพราะนี่คือช่วงสุดท้ายของ Destiny Project หลังทำงานร่วมกันมาเกือบสองเดือน แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น เรายังมีอีกหนึ่งด่านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้ก่อน --- การนำเสนอผลงานทั้งหมดต่อผู้บริหาร อีกสามวัน ทุกคนก็ต้องแยกย้ายกลับมหาวิทยาลัยของตัวเอง

ห้องประชุมใหญ่เย็นกว่าปกติ ผู้บริหารของรีสอร์ตนั่งเรียงอยู่ฝั่งตรงข้าม จอด้านหลังผมแสดงชื่อ Destiny Project ส่วนบนโต๊ะมีบัตร Choice Point สี่ใบ รวมใบใหม่ที่เขียนว่า "ขอหยุดก่อน"

ผมเริ่มนำเสนอจากปัญหาที่ทีมพบ โปรแกรมสุขภาพจำนวนมากมีขั้นตอนครบ แต่กลับตั้งสมมติฐานว่าทุกคนพร้อมเดินด้วยความเร็วเดียวกัน Destiny Project จึงไม่ได้เพิ่มกิจกรรมให้มากขึ้น แต่เพิ่มสิทธิ์ให้ผู้ใช้เปลี่ยนจังหวะของตัวเอง

เซนรับช่วงด้วยแผนผังพื้นที่ฉบับใหม่ เขาอธิบายว่าการเปลี่ยนเส้นทางต้องไม่ทำให้แขกรู้สึกว่าตัวเองทำโปรแกรมล้มเหลว ป้ายทุกจุดจึงใช้ภาษาที่เป็นทางเลือกแทนภาษาคำสั่ง

เอเดนสาธิตบทสนทนาสั้นระหว่างพนักงานกับแขก เขาตัดคำอธิบายที่ยาวเกินไปออก และเปลี่ยนคำถามจาก "คุณต้องการเลือกโปรแกรมไหน" เป็น "ตอนนี้คุณอยากไปต่อ พัก หรือขอข้อมูลเพิ่ม"

ภามเป็นคนปิดส่วนวิธีใช้ เขาอธิบายว่าทีมต้องอ่านทั้งคำตอบและสิ่งที่อีกฝ่ายยังไม่พูด หากแขกนิ่ง การนิ่งไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการยินยอมให้เดินหน้าต่อ

ผมเปลี่ยนสไลด์ไปยังเหตุการณ์รอบทดลองที่ล้มเหลว เราไม่ได้ซ่อนข้อผิดพลาด แต่ใช้มันอธิบายว่าทำไม Pause Point จึงถูกเพิ่มเข้ามา

ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการถามทันทีว่า ถ้าพนักงานต้องจำทางเลือกมากขึ้น ระบบจะทำให้งานช้าลงหรือไม่

ผมตอบว่าระบบใหม่ไม่ได้ให้พนักงานตัดสินใจแทนแขก แต่กำหนดจุดส่งต่อและผู้รับผิดชอบให้ชัดขึ้น สิ่งที่เพิ่มคือทางเลือกของผู้ใช้ ไม่ใช่คำสั่งที่พนักงานต้องท่องจำ

ผู้บริหารอีกคนถามว่า ถ้าแขกปฏิเสธตั้งแต่ขั้น Assessment จะยังนับว่าเข้าร่วม Destiny Project หรือไม่

ผมมองผังงานบนจอ ตามแบบเดิมคำตอบคือไม่ เพราะไม่มีข้อมูลพอจะจัดเส้นทาง แต่คำตอบนั้นเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้รอบทดลองพัง

"นับครับ" ผมตอบ "การเลือกไม่ตอบหรือขอพักก็เป็นข้อมูลว่าเวลานั้นเขาต้องการอะไรจากเรา"

ภามเสริมว่าโครงการไม่ควรวัดความสำเร็จจากจำนวนขั้นตอนที่แขกทำครบเพียงอย่างเดียว ถ้าคนหนึ่งกลับไปพร้อมความรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์หยุด นั่นก็เป็นผลลัพธ์ที่โปรแกรมต้องรองรับ

ห้องประชุมเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ผู้จัดการรีสอร์ตเปิดแฟ้มข้อเสนอไปยังหน้าสุดท้าย แล้วถามคำถามที่ไม่มีในชุดซ้อม

"ถ้าให้เลือกเพียงอย่างเดียว อะไรคือส่วนที่ทำให้โครงการนี้ต่างจากเมนูกิจกรรมทั่วไป"

ผมไม่ได้ตอบทันที เพราะคำถามนี้ไม่ควรเป็นของคนใดคนหนึ่ง

เอเดนตอบว่าโครงการทำให้พนักงานเริ่มจากการฟัง เซนตอบว่าระบบยอมให้คนเปลี่ยนใจ ภามตอบว่าทุกเส้นทางยังรักษาความหมายของการดูแล ผมจึงสรุปว่า ความแตกต่างไม่ใช่จำนวนตัวเลือก แต่คือการที่ทุกคนในทีมรู้วิธีเคารพตัวเลือกนั้นโดยไม่ทำให้บริการเสียระบบ

ผู้บริหารคุยกันสั้น ๆ ก่อนแจ้งว่า Destiny Project ผ่านการพิจารณาในฐานะโครงการนำร่อง ทีมรีสอร์ตจะนำ Pause Point และ Choice Point ไปทดสอบต่อ โดยให้พวกเราส่งคู่มือฉบับสมบูรณ์ก่อนจบการฝึกงาน

หลังประตูห้องประชุมปิด เซนเป็นคนแรกที่ปล่อยลมหายใจออกดังจนเอเดนหัวเราะ ภามยกแฟ้มขึ้นบังรอยยิ้ม ส่วนผมเปิดรายการงานในแท็บเล็ตและเพิ่มหัวข้อสุดท้ายว่า "ส่งคู่มือฉบับจริง"

เซนมองหน้าจอแล้วถามว่าผมจะไม่ยอมดีใจสักห้านาทีหรือไง ผมตอบว่าดีใจได้ แต่เดดไลน์ยังอยู่

ครั้งนี้มันไม่ได้เถียง เซนเพียงยื่นกำปั้นมาตรงกลาง เอเดนวางมือตาม ภามถอนหายใจก่อนร่วมด้วย ผมมองมือของทั้งสามคน แล้วปิดแท็บเล็ตลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เช้า

งานยังไม่จบ แต่คำว่า "ทีม" ไม่ใช่สมมติฐานอีกต่อไป

หลังออกจากห้องประชุม พวกเราได้รับมอบหมายให้เก็บอุปกรณ์และเตรียมคู่มือส่งมอบภายในวันเดียวกัน ผมกับเซนจึงถูกส่งไปที่ห้องเก็บของ ส่วนเอเดนกับภามแยกไปตรวจเอกสารกับพี่เลี้ยง

เสียงประตูห้องเก็บอุปกรณ์ปิดตามหลังดังแผ่วเบา ทิ้งให้ผมกับเซนอยู่ในความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางอยู่เหนือหัว ห้องแคบกว่าที่คิด ชั้นวางอุปกรณ์เรียงแน่นจนแทบไม่มีที่ให้เดินสวนกัน ผมวางกล่องใบหนักลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ก่อนหันไปหาคนที่เดินตามเข้ามา

"วางตรงนี้แหละ เดี๋ยวกูจัดเอง"

เซนพยักหน้าส่ง ๆ แล้วเริ่มหยิบของจัดเข้าชั้นต่อหน้าตาเฉย

ผมมองมัน

"มึงไม่ต้องช่วยก็ได้"

"กูว่าง"

คำตอบสั้น ๆ แบบไม่คิดจะฟังใครทำให้ผมหยุดเถียง เสียงของกระทบชั้นวางดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ห้องยังเงียบ แต่ไม่ได้อึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 4

    ถุงข้าวยังวางอยู่ข้างเตียงโดยไม่มีใครแตะ เซนหยิบขึ้นมาเปิดแล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามีอยู่“ข้าวเย็นแล้วมึง”“ไมโครเวฟไม่มีเหรอ”“มีที่ครัวรวมชั้นล่าง”“ไปอุ่นกัน”เซนลุกขึ้นถือถุงข้าวเดินนำ ผมเดินตามครึ่งก้าวด้านหลัง ระยะเดิมที่เคยเดินมาตลอดสองเดือนแต่วันนี้เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้ระหว่างลงบันได ไม่พูดอะไร แค่จับไว้เฉย ๆครัวรวมชั้นล่างว่างเปล่า มีเพียงแสงจากไมโครเวฟกะพริบอยู่ในความเงียบ กลิ่นอาหารเก่าจากตู้เย็นรวมลอยจาง ๆ เซนยืนพิงโต๊ะยาวกลางห้อง มือยังไม่ยอมปล่อยข้อมือผม“เดี๋ยวมึงต้องกลับแล้วใช่ไหม ขับรถดี ๆ ถึงคอนโดแล้วบอกกูด้วย”“กูอยู่ต่อได้อีกชั่วโมง”“อ๋อ ดีเลย”ผมหันไปมองเซนรีบเปลี่ยนคำ “หมายถึง...มึงยังไม่ได้กินอะไรเลย”“มึงก็ยังต้องอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้”เขาถอนหายใจ “เออ จริงด้วย ลืมเลยว่ามีสอบ”“ห้ามลืม”“ครับ”คำตอบหลุดออกมาเร็วจนเจ้าตัวชะงัก แก้มแดงขึ้นทันทีผมเลิกคิ้ว“กูไม่ได้ตั้งใจ”“กูยังไม่ได้พูดอะไร”“หน้าม

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 3

    ห้องของเซนเรียบร้อยกว่าที่คิด หนังสือกองอยู่บนโต๊ะสองสามเล่ม เตียงเก็บผ้าห่มเป็นระเบียบ มีแก้วกาแฟวางข้างโน้ตบุ๊กกับกระดาษโน้ตเต็มผนังผมนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวในห้อง ส่วนเซนนั่งตรงขอบเตียง ถุงข้าววางอยู่ข้างตัวโดยยังไม่เปิดเสียงแอร์ดังอยู่เหนือความเงียบ“มึงเลี่ยงกูอยู่” ผมพูดเซนไม่เงยหน้า “กูไม่ได้เลี่ยง กูแค่ยุ่ง ใกล้สอบ แถมต้องทำสรุปจบอีก”“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูถามเอเดนได้ มึงสองคนเรียนที่เดียวกัน” ผมจับต้นแขนเขาไว้เมื่อเขาทำท่าจะหลบ“มองหน้ากู แล้วพูดอีกที”เขาเงยขึ้น แต่พอสบตากันจริง ๆ คำพูดกลับหายไปเซนถอนหายใจแรงครู่หนึ่ง มือบีบถุงข้าวแน่นกว่าเดิม ผมรอโดยไม่เร่ง เขาอ้าปากสองครั้งแล้วเงียบทั้งสองครั้ง“กูไม่ได้กลัวแค่ว่า มึงจะไม่ชอบกู” เขาพูดในที่สุดผมนิ่งฟัง“กูกลัวว่าที่มึงเริ่มหันมาใส่ใจกู เป็นเพราะคนที่มึงมองมาตลอดเลือกเอเดนไปแล้ว”ประโยคนั้นเป็นคำถามที่ผมเองเคยถามตัวเองเช่นกันเซนหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงไม่ขำ“กูไม่อยากเป็นคนที่อยู่ใกล้พอดี ตอนมึงกำลังต้องการใครสักคน”“มึง

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 2

    มหาวิทยาลัยของเซนอยู่ห่างออกไปประมาณชั่วโมงครึ่งตลอดสองเดือนที่ทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราเจอกันแทบทุกวัน เซนเคยชวนให้ผมแวะมาที่มหาวิทยาลัยเขาหลายครั้ง ผมตอบว่า “เดี๋ยวว่าง ๆ” ทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยมาคืนนี้ผมไม่รอให้ตัวเองว่างผมแวะซื้อข้าวกล่องจากร้านที่เซนเคยบอกว่าอร่อย เปิดโลเคชันหอที่เขาเคยส่งไว้ตอนบ่นว่ารถติดจนเกือบเข้าประชุมไม่ทัน แล้วขึ้นรถโดยไม่บอกล่วงหน้าเพราะถ้าบอก เขาคงหาเหตุผลให้ผมไม่ต้องมาก่อนออกรถ ผมเปิดแชตเก่าขึ้นมาไล่อ่านตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน... รูปแมวข้างทาง คลิปตลกที่ไม่ตลก และคำถามตอนตีสองว่าถ้าเป็ดตัวหนึ่งพูดได้ มันจะเลือกพูดภาษาอะไรตอนนั้นผมตอบไปว่ามันเป็นเป็ด ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสิทธิ์เรียนหลายภาษาเซนส่งสติกเกอร์หัวเราะกลับมาสองตัว แล้วเอาเรื่องนี้ไปล้อผมต่ออีกสามวันผมเคยคิดว่าข้อความพวกนั้นไร้สาระแต่ทุกคืนที่งานหนัก ผมกลับเปิดมันอ่านซ้ำเสมอผมขับรถมาตามปกติ ไม่เร่งเกินกว่าสภาพถนนจะอำนวย แม้ความรู้สึกจะทำให้ระยะทางยาวนานกว่าความเป็นจริง ฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง ไอฝ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 1

    (ช่วงเทอมสุดท้ายของมหาวิทยาลัย หลังจบโปรเจกต์ฝึกงานที่ Wellness by the Sea)POV: คิน─── ✦ ✦ ✦ ───กลุ่มไลน์ “Destiny Project (ห้ามลบ)” มีข้อความใหม่แทบทุกวัน เอเดนส่งรูปอาหารกลางวัน ภามแชร์บทความเรื่องจิตวิทยาลูกค้าที่อ่านแล้วนึกถึงงาน บางวันมีรูปแมว มีมไร้สาระ หรือข้อความบ่นเรื่องอาจารย์ที่ไม่มีใครตอบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นกลุ่มที่ไม่มีใครตั้งใจให้จริงจัง แต่ก็ไม่มีใครออกจากมันสักคนเช้านี้ภามส่งสติกเกอร์แก้วกาแฟ เอเดนพิมพ์ตามมาว่า “หิวอะ” แล้วส่งรูปข้าวมันไก่ติดกันสามรูปเซนไม่มีอะไรเลยผมมองหน้าจออยู่นานกว่าที่ควร ก่อนเลื่อนไปเปิดแชตส่วนตัว ข้อความล่าสุดที่ผมส่งเมื่อสองวันก่อนยังค้างอยู่ตรงคำว่าอ่านแล้ว ไม่มีคำตอบผมไม่ใช่คนชอบนับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล แต่พอสังเกตเห็นครั้งแรกก็หยุดนับไม่ได้วันแรกหลังกลับมาเปิดเทอม เซนยังทักมาตอนเกือบเที่ยงคืน บ่นว่าอาจารย์คุมสอบเดินวนเหมือนผู้คุมเรือนจำ ส่งสติกเกอร์มาสิบกว่าอันรวด วันที่ห้า ข้อความเหลือแค่ “เออ” กับ “กูนอนก่อนนะ”วันที่สิบ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 25 ตามใจ... โปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

    เซนหรี่ตา"มือมึงลั่นเป็นคนแก่จับได้ว่าลูกสาวมีแฟนเลยนะ""หุบปาก""ก็แม่นอยู่ดี"ผมก้มหน้ามองมือตัวเอง เสียงเพลงในหูฟังดังขึ้นเบา ๆ เป็นเพลงช้ากว่าที่คิด ไม่หวานจนเลี่ยน แต่มีจังหวะนุ่ม ๆ เหมือนแดดตอนเย็นบนถนนเอเดนไม่ได้มองผมตลอดเวลา เขาแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปล่อยให้เพลงเดียวกันอยู่ระหว่างเรา เหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายให้ใครเข้าใจ"โอเคไหม"เขาถามเบา ๆ ผมพยักหน้า"อือ""ดีแล้ว"ผมหันไปมองเขาทันที"เลิกพูดดีแล้วแบบนั้นได้ไหม""แบบไหน""แบบที่เซนจะหันมาแซว"เซนยกมือจากเบาะหน้า"กูยังไม่ได้พูด!"คินตอบแทน"แต่มึงคิด""ทุกคนในรถนี้รู้จักกูดีเกินไปแล้ว"ขับออกมาได้พักหนึ่ง บรรยากาศในรถเริ่มเงียบลง เซนยังทำหน้าที่ดีเจ แต่เสียงพูดน้อยลงอย่างน่าประหลาด อาจเพราะคินขู่จะตัดบลูทูธสามครั้ง หรืออาจเพราะเขาเริ่มง่วง แดดบ่ายไหลผ่านกระจกเป็นแถบยาว ถนนทอดออกไปไกล เสียงเพลงในหูฟังเบาลงเมื่อเอเดนขยับตัวผมเหลือบมองจากหางตา เขานั่งพิงเบาะ หลับตา นิ่งผิดปกติ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 24 มือที่ลั่นเอง

    เอเดนหันไปมอง"ช่วยอยู่ข้างกูบ้างก็ได้"ผู้จัดการหัวเราะเบา ๆ"แต่ความจริงคือคุณจำรายละเอียดลูกค้าได้ดี สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม และดึงจังหวะทีมให้กลับมานิ่งได้"รอยยิ้มของเอเดนเบาลง"ขอบคุณครับ"ผมเหลือบมองเขา คนที่ดูเหมือนชิลกับทุกอย่าง จริง ๆ แล้วจำได้มากกว่าที่พูด ใส่ใจกว่าที่แสดง และบางครั้งก็จริงจังในแบบที่ทำให้คนข้าง ๆ รับรู้โดยไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนเมื่อคืน เหมือนตอนถามว่า "อนุญาตไหม""คุณภาม กฤตภาส หนุ่มลูกครึ่งคนเดียวของทีม"ผมสะดุ้งนิดหนึ่งตอนชื่อของตัวเองถูกเรียก ผู้จัดการหันมามองผม"ภาม คุณเป็นคนพูดน้อยที่สุดในทีม"เซนขยับปาก คินยกปากกาขึ้นเตือน เซนเงียบ"แต่หลายครั้ง คุณเห็นความรู้สึกของลูกค้าชัดที่สุด คุณไม่ได้รีบแก้ ไม่ได้รีบสรุป แต่ฟังนานพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรจริง ๆ""ขอบคุณครับ"ผมตอบเสียงเบา แต่คราวนี้ไม่ได้ก้มหน้าหนีผู้จัดการพยักหน้า ก่อนปิดแฟ้มลง"โดยรวม Destiny Project ผ่านได้ดีมากค่ะ ทั้งในเชิงออกแบบโปรแกรม การทำงานเป็นทีม และการรับมือก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status