تسجيل الدخولPOV: Pham
เสียงเครื่องเรือดังขึ้นในช่วงสาย คราวนี้ไม่ใช่เสียงสตา
ห้องของเซนเรียบร้อยกว่าที่คิด หนังสือกองอยู่บนโต๊ะสองสามเล่ม เตียงเก็บผ้าห่มเป็นระเบียบ มีแก้วกาแฟวางข้างโน้ตบุ๊กกับกระดาษโน้ตเต็มผนังผมนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวในห้อง ส่วนเซนนั่งตรงขอบเตียง ถุงข้าววางอยู่ข้างตัวโดยยังไม่เปิดเสียงแอร์ดังอยู่เหนือความเงียบ“มึงเลี่ยงกูอยู่” ผมพูดเซนไม่เงยหน้า “กูไม่ได้เลี่ยง กูแค่ยุ่ง ใกล้สอบ แถมต้องทำสรุปจบอีก”“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูถามเอเดนได้ มึงสองคนเรียนที่เดียวกัน” ผมจับต้นแขนเขาไว้เมื่อเขาทำท่าจะหลบ“มองหน้ากู แล้วพูดอีกที”เขาเงยขึ้น แต่พอสบตากันจริง ๆ คำพูดกลับหายไปเซนถอนหายใจแรงครู่หนึ่ง มือบีบถุงข้าวแน่นกว่าเดิม ผมรอโดยไม่เร่ง เขาอ้าปากสองครั้งแล้วเงียบทั้งสองครั้ง“กูไม่ได้กลัวแค่ว่า มึงจะไม่ชอบกู” เขาพูดในที่สุดผมนิ่งฟัง“กูกลัวว่าที่มึงเริ่มหันมาใส่ใจกู เป็นเพราะคนที่มึงมองมาตลอดเลือกเอเดนไปแล้ว”ประโยคนั้นเป็นคำถามที่ผมเองเคยถามตัวเองเช่นกันเซนหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงไม่ขำ“กูไม่อยากเป็นคนที่อยู่ใกล้พอดี ตอนมึงกำลังต้องการใครสักคน”“มึง
มหาวิทยาลัยของเซนอยู่ห่างออกไปประมาณชั่วโมงครึ่งตลอดสองเดือนที่ทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราเจอกันแทบทุกวัน เซนเคยชวนให้ผมแวะมาที่มหาวิทยาลัยเขาหลายครั้ง ผมตอบว่า “เดี๋ยวว่าง ๆ” ทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยมาคืนนี้ผมไม่รอให้ตัวเองว่างผมแวะซื้อข้าวกล่องจากร้านที่เซนเคยบอกว่าอร่อย เปิดโลเคชันหอที่เขาเคยส่งไว้ตอนบ่นว่ารถติดจนเกือบเข้าประชุมไม่ทัน แล้วขึ้นรถโดยไม่บอกล่วงหน้าเพราะถ้าบอก เขาคงหาเหตุผลให้ผมไม่ต้องมาก่อนออกรถ ผมเปิดแชตเก่าขึ้นมาไล่อ่านตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน... รูปแมวข้างทาง คลิปตลกที่ไม่ตลก และคำถามตอนตีสองว่าถ้าเป็ดตัวหนึ่งพูดได้ มันจะเลือกพูดภาษาอะไรตอนนั้นผมตอบไปว่ามันเป็นเป็ด ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสิทธิ์เรียนหลายภาษาเซนส่งสติกเกอร์หัวเราะกลับมาสองตัว แล้วเอาเรื่องนี้ไปล้อผมต่ออีกสามวันผมเคยคิดว่าข้อความพวกนั้นไร้สาระแต่ทุกคืนที่งานหนัก ผมกลับเปิดมันอ่านซ้ำเสมอผมขับรถมาตามปกติ ไม่เร่งเกินกว่าสภาพถนนจะอำนวย แม้ความรู้สึกจะทำให้ระยะทางยาวนานกว่าความเป็นจริง ฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง ไอฝ
(ช่วงเทอมสุดท้ายของมหาวิทยาลัย หลังจบโปรเจกต์ฝึกงานที่ Wellness by the Sea)POV: คิน─── ✦ ✦ ✦ ───กลุ่มไลน์ “Destiny Project (ห้ามลบ)” มีข้อความใหม่แทบทุกวัน เอเดนส่งรูปอาหารกลางวัน ภามแชร์บทความเรื่องจิตวิทยาลูกค้าที่อ่านแล้วนึกถึงงาน บางวันมีรูปแมว มีมไร้สาระ หรือข้อความบ่นเรื่องอาจารย์ที่ไม่มีใครตอบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นกลุ่มที่ไม่มีใครตั้งใจให้จริงจัง แต่ก็ไม่มีใครออกจากมันสักคนเช้านี้ภามส่งสติกเกอร์แก้วกาแฟ เอเดนพิมพ์ตามมาว่า “หิวอะ” แล้วส่งรูปข้าวมันไก่ติดกันสามรูปเซนไม่มีอะไรเลยผมมองหน้าจออยู่นานกว่าที่ควร ก่อนเลื่อนไปเปิดแชตส่วนตัว ข้อความล่าสุดที่ผมส่งเมื่อสองวันก่อนยังค้างอยู่ตรงคำว่าอ่านแล้ว ไม่มีคำตอบผมไม่ใช่คนชอบนับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล แต่พอสังเกตเห็นครั้งแรกก็หยุดนับไม่ได้วันแรกหลังกลับมาเปิดเทอม เซนยังทักมาตอนเกือบเที่ยงคืน บ่นว่าอาจารย์คุมสอบเดินวนเหมือนผู้คุมเรือนจำ ส่งสติกเกอร์มาสิบกว่าอันรวด วันที่ห้า ข้อความเหลือแค่ “เออ” กับ “กูนอนก่อนนะ”วันที่สิบ
เซนหรี่ตา"มือมึงลั่นเป็นคนแก่จับได้ว่าลูกสาวมีแฟนเลยนะ""หุบปาก""ก็แม่นอยู่ดี"ผมก้มหน้ามองมือตัวเอง เสียงเพลงในหูฟังดังขึ้นเบา ๆ เป็นเพลงช้ากว่าที่คิด ไม่หวานจนเลี่ยน แต่มีจังหวะนุ่ม ๆ เหมือนแดดตอนเย็นบนถนนเอเดนไม่ได้มองผมตลอดเวลา เขาแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปล่อยให้เพลงเดียวกันอยู่ระหว่างเรา เหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายให้ใครเข้าใจ"โอเคไหม"เขาถามเบา ๆ ผมพยักหน้า"อือ""ดีแล้ว"ผมหันไปมองเขาทันที"เลิกพูดดีแล้วแบบนั้นได้ไหม""แบบไหน""แบบที่เซนจะหันมาแซว"เซนยกมือจากเบาะหน้า"กูยังไม่ได้พูด!"คินตอบแทน"แต่มึงคิด""ทุกคนในรถนี้รู้จักกูดีเกินไปแล้ว"ขับออกมาได้พักหนึ่ง บรรยากาศในรถเริ่มเงียบลง เซนยังทำหน้าที่ดีเจ แต่เสียงพูดน้อยลงอย่างน่าประหลาด อาจเพราะคินขู่จะตัดบลูทูธสามครั้ง หรืออาจเพราะเขาเริ่มง่วง แดดบ่ายไหลผ่านกระจกเป็นแถบยาว ถนนทอดออกไปไกล เสียงเพลงในหูฟังเบาลงเมื่อเอเดนขยับตัวผมเหลือบมองจากหางตา เขานั่งพิงเบาะ หลับตา นิ่งผิดปกติ
เอเดนหันไปมอง"ช่วยอยู่ข้างกูบ้างก็ได้"ผู้จัดการหัวเราะเบา ๆ"แต่ความจริงคือคุณจำรายละเอียดลูกค้าได้ดี สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม และดึงจังหวะทีมให้กลับมานิ่งได้"รอยยิ้มของเอเดนเบาลง"ขอบคุณครับ"ผมเหลือบมองเขา คนที่ดูเหมือนชิลกับทุกอย่าง จริง ๆ แล้วจำได้มากกว่าที่พูด ใส่ใจกว่าที่แสดง และบางครั้งก็จริงจังในแบบที่ทำให้คนข้าง ๆ รับรู้โดยไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนเมื่อคืน เหมือนตอนถามว่า "อนุญาตไหม""คุณภาม กฤตภาส หนุ่มลูกครึ่งคนเดียวของทีม"ผมสะดุ้งนิดหนึ่งตอนชื่อของตัวเองถูกเรียก ผู้จัดการหันมามองผม"ภาม คุณเป็นคนพูดน้อยที่สุดในทีม"เซนขยับปาก คินยกปากกาขึ้นเตือน เซนเงียบ"แต่หลายครั้ง คุณเห็นความรู้สึกของลูกค้าชัดที่สุด คุณไม่ได้รีบแก้ ไม่ได้รีบสรุป แต่ฟังนานพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรจริง ๆ""ขอบคุณครับ"ผมตอบเสียงเบา แต่คราวนี้ไม่ได้ก้มหน้าหนีผู้จัดการพยักหน้า ก่อนปิดแฟ้มลง"โดยรวม Destiny Project ผ่านได้ดีมากค่ะ ทั้งในเชิงออกแบบโปรแกรม การทำงานเป็นทีม และการรับมือก
POV: Phamเสียงเครื่องเรือดังขึ้นในช่วงสาย คราวนี้ไม่ใช่เสียงสตาร์ตติด ๆ ดับ ๆ แบบเมื่อคืน แต่เป็นเสียงเครื่องยนต์ที่เดินนิ่ง สม่ำเสมอ เหมือนกำลังบอกว่าคืนติดเกาะของพวกเราจบลงแล้วจริง ๆ ช่างจากฝั่งยืนเช็ดมือกับผ้าขี้ริ้วอยู่ข้างเรือ กล่องเครื่องมือเปิดอ้าไว้บนพื้นไม้ ท่าทางของเขาสบาย ๆ ราวกับการลากเรือกลับฝั่งหลังคลื่นลมแรงเป็นเรื่องธรรมดา เซนยืนกอดอกมองอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าจริงจังเกินจำเป็น"พี่ครับ อาการหนักไหมครับ"ช่างเงยหน้าขึ้น"นิดหน่อยครับ กลับได้แล้ว"เซนถอนหายใจยาวเหมือนเจ้าของเรือ"โล่งอก ผมผูกพันกับเกาะนี้แล้ว"คินเหลือบมองมัน"มึงผูกพันกับการไม่ต้องประชุมมากกว่า""ก็จริง""ยอมรับง่ายไปไหม""คนเราโตขึ้นได้ภายในหนึ่งคืน คิน""เมื่อคืนมึงยังแย่งผ้าห่มภามอยู่""นั่นเรียก instinct survival"ผมยืนฟังสองคนนั้นเถียงกันอยู่ไม่ไกล กระเป๋าเป้สะพายอยู่บนไหล่ข้างหนึ่ง ลมทะเลตอนสายพัดแรงกว่าตอนกลางคืน แสงแดดตกลงบนพื้นไม้ของท่าเรือจนเห็นรอยเกลือแห้งติดเป็นคราบจาง







