Masukเช้าวันใหม่ฉันเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัยด้วยร่างกายที่ไม่เต็มร้อยเพราะปวดเมื่อยตามตัวเหตุเพราะเข็นรถกลับห้องพักเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร หากฉันไม่เจอยูโรหรือเขาไม่ได้ขับรถผ่านมาทางนี้ป่านนี้จานิคคนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ คงได้เดินเข็นรถร้องไห้คนเดียวจนถึงเช้าแน่
"ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีซ่อนอยู่ ขอบคุณนะคะพี่ยูโร" ปลอบตัวเองอยู่หน้ากระจกพร้อมตรวจเช็กความถูกต้องของชุดนักศึกษาบนร่างกาย กระโปรงพลีทจีบเล็กยาวแค่ครึ่งขาอ่อนปลิวไสวไปตามจังหวะการหมุนตัว เห็นกางเกงอีกตัวที่อยู่ข้างในแค่วับ ๆ แวม ๆ ให้ความเซ็กซี่นิดหน่อย "ใส่กระโปรงสั้นขนาดนี้คงไม่โดนรุ่นพี่หยุมหัวนะ" ฉันอาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์ของคนรู้จัก ไม่หรูหราเหมือนคอนโดมิเนียมอย่างเพื่อนคนอื่น แต่สิ่งอำนวยความสะดวกมีครบทุกอย่าง คุณแม่ซื้อคอนโดเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปีที่แล้วให้อยู่ตอนเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย แต่ฉันไม่ชอบเพราะมันหรูเกินไปไม่เหมาะกับคนม้าดีดกะโหลกอย่างฉัน จึงขออนุญาตผู้ปกครองออกมาเช่าอพาร์ตเมนต์ใกล้สถานศึกษาอาศัยอยู่แทน คณะศึกษาศาสตร์ ฉันกับเพื่อนสนิทเดินเข้ามาให้ห้องเรียนพร้อมมองหาเพื่อนในกลุ่ม เทอมแรกพวกเราก็จะลงเรียนกันเช้า ๆ หน่อย ความจริงคือไม่ได้เลือกเรียนเช้าหรอก ทางฝ่ายวิชาการเป็นคนจัดตารางเรียนให้ต่างหาก "นิค ทางนี้" มายด์ มนวรรธน์ส่งเสียงพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้ ต้องขอบคุณเพื่อนในกลุ่มที่ไม่ปล่อยให้ฉันเรียนคนเดียว เรียนที่เดียวกัน คณะเดียวกัน ยังได้เรียนกลุ่มเดียวกันอีก เราจะไม่เหงาและโดดเดี่ยวอีกต่อไป "อย่าลืมทำแบบทดสอบหลังเรียนแล้วเอาไปส่งที่โต๊ะอาจารย์ด้วยนะคะ" พูดเสร็จอาจารย์ประจำวิชาแคลคูลัสหนึ่งก็เดินออกจากห้องเรียนไป "ไอ้พลอย ขาประจำเลยนะมึงเนี่ย" ฉันปลุกพลอยที่หลับอยู่ ขาประจำเลยคนนี้ตั้งแต่เรียนมัธยมจนเรียนมหาวิทยาลัยพลอยก็แอบหลับตลอด ออกจากห้องเรียนได้ไม่กี่ก้าวก็ลืมสิ่งที่เรียนไปจนหมด ทำไมสมองถึงไม่จำเรื่องแบบนี้แต่เรื่องของเขาคนนั้นมันกลับจำได้ขึ้นใจ ทุกคำพูด ทุกประโยคฉันจำได้ไม่มีวันลืม "เพราะมึงเป็นแบบนี้ไงนิค กูถึงมีคนอื่น!! ปุยฝ้ายมันดีกว่ามึงทุกอย่าง ไม่นิสัยเด็กน้อยเหมือนมึง งี่เง่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ" "เพราะพวกมึงเคยรักกันมาก่อนไงกูเลยสู้อีหน้าวอกคนนั้นของมึงไม่ได้..." แต่ฉันไม่อาลัยอาวรณ์คนรักเก่าหรอกนะ จะเป็นตายร้ายดียังไงฉันไม่สนเพราะตอนนี้ฉันมีเป้าหมายใหม่แล้ว "จานิค" คล้ายเสียงคนรู้จักเอ่ยเรียกฉัน ร่างกายหมุนไปตามทิศทางของเสียงทุ้มอัตโนมัติ "พี่ต้นกล้า…" ยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่มผู้อาวุโสกว่า ขาทั้งสองกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปสวมกอดคนตรงหน้าไม่มีความเขินอาย "โตเป็นสาวแล้วแต่วิ่งกอดผู้ชาย" เสียงเตือนจากเขาฉันจึงต้องผละกอดออก พี่ต้นกล้า หรืออาจารย์ ตุลานนท์ อาจารย์หนุ่มสุดฮอตของคณะศึกษาศาสตร์ หน้าตาไม่พูดถึงไม่ได้ สุภาพ สูง หล่อคมตามฉบับหนุ่มไทย ในสายตาคนอื่นพี่ต้นกล้าเป็นยังไงฉันไม่รู้แต่สำหรับฉันแล้วเขาเป็นพี่ชายต่างสายเลือดที่แสนดีของฉันอีกหนึ่งคน "หนูเรียนหนักไหม" "เทอมนี้ไม่หนักเท่าไรค่ะ" เจอแคลคูลัส ฟิสิกส์ทั่วไป ปฏิบัติการฟิสิกส์ทั่วไป ปฏิบัติการวิศวกรรมโรงงาน ดรอว์อิ้งอีก ถ้าเทอมนี้มีเรียนเคมีกับอังกฤษด้วยมีหวังฉันตายแน่ "เสียดายจัง ไม่ได้เรียนแคลกับพี่ต้นกล้า" ถ้าได้เรียนกับเขา คงขอเกรดง่าย ๆ หน่อย "เจออาจารย์ณิชาดีแล้วครับ อย่าเจอพี่เลย พี่ให้เกรดยาก" "แต่นี่น้องนะ น้องนะคะพี่ต้นกล้า" ว่าเสียงเล็กแล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเอง "น้องก็ไม่เว้นครับถ้าไม่ตั้งใจเรียน" "โห ใจร้ายอ่า นิคฟ้องป๊าแน่" "เด็กคนนี้หนิ ตั้งใจเรียนล่ะ อย่าเถลไถล" "พี่ก็เหมือนกัน ตั้งใจสอนนะคะไม่ใช่แอบเหล่สาว" "มันก็มีบ้าง" เขาตอบแล้วกลั้วหัวเราะในลำคอ "แล้วนี่ได้เจอกับพี่เจฟฟ์และเจสยัง" "ยังเลย เจอพี่นี่แหละคนแรก งั้นนิคไปก่อนนะคะ เดี๋ยวไปเอาของไม่ทัน" "ครับ" คณะวิศวกรรมศาสตร์ พวกเราทั้งห้าคนมารอรับเสื้อช็อปและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากพี่ปีสอง เบื่อที่จะใส่ชุดนักศึกษาเต็มทนแล้ว ประเด็นคือขี้เกียจรีด อยากใส่ช็อปเท่ ๆ คูล ๆ เหมือนกับรุ่นพี่บ้าง "เครื่องคิดเลขบ้าอะไรอันละหลายพัน รุ่นพี่หลอกขายให้กูเปล่าวะ" เสียงไอ้พลอยบ่นอุบให้กับอุปกรณ์จำเป็นในการใช้คำนวณ ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันก็ไม่บ่นหรอกเพราะยังมีคนส่งเสีย แต่นี่ต้องหาเงินใช้เองแล้ว "ปีหนึ่งเขาไม่ให้ใส่กระโปรงสั้นขนาดนี้น้องรู้หรือเปล่า?" เสียงพี่ผู้หญิงคนหนึ่งในคณะเดินมาบอกด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร เธอมองดูฉันตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า "สีผมก็เหมือนกัน ไม่มีใครบอกน้องเหรอคะว่าปีหนึ่งต้องผมธรรมชาติเท่านั้น" "รู้ค่ะ ทั้งกระโปรงและสีผมนิคขอคณบดีแล้ว พี่ไม่ต้องกลัวรุ่นพี่ปีอื่นตำหนิหรอกค่ะ ใครมีปัญหาบอกให้มาเคลียร์กับนิคได้เลย สวัสดีค่ะ" ยกมือไหว้ลาแล้วเดินหลบหนีสายตาไม่พอใจอีกหลายคู่ "โหไอ้นิค ปากแบบนี้มึงจะจบปีสี่ไหมเนี่ย" ไอ้รามมันเดินขนาบข้างฉันกับมายด์ แขนยาวของมันพาดลงกับต้นคอ "มึงกับกูเตรียมเป็นบอดี้การ์ดคอยอารักขามันเลย ดูจากสถานการณ์แล้วถูกรุ่นพี่หมายหัวแล้วล่ะ" อย่างที่ไอ้ตามมันบอก ประเมินจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วฉันน่าจะเป็นตัวเต็งด้านไม่เข้าตารุ่นพี่บางกลุ่มเข้าให้แล้ว "แล้วทีตัวเต็งดาวคณะปีนี้ผมแดงแปร้ดยังไม่มีใครว่า ทีเป็นกูทำไมต้องเดือดร้อนล่ะ เป็นเพราะกูไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรม ไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงของคณะ ไม่ได้ทำประโยชน์ให้คณะเราใช่ไหม?" "ไม่เอาน่าไอ้นิค อย่าเอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับตัวเองดิ มึงก็มีดีในแบบของมึง" ความน้อยใจที่มีถูกเสียงไอ้มายด์บำบัดหายเป็นปลิดทิ้ง "มึงก็รู้ว่าพวกรุ่นพี่เขาอยากได้ยัยแพนดี้อะไรนั่นลงประกวดดาวคณะ เพราะนางเป็นหน้าเป็นตาให้คณะเราที่สุดแล้ว เอาอกเอาใจกันสุด มันว่าอะไรก็ต้องยอม เพราะปีนี้คณะเราเป็นตัวเต็ง" เสียงใสของไอ้พลอยอธิบายการกระทำสองมาตรฐานของรุ่นพี่ผู้หญิงปีสอง "งั้นกูจะลงประกวดดาวคณะ พวกมึงว่ากูสวยไหม?" ฉันใช้น้ำเสียงจริงจังถามเพื่อนรักทั้งสี่คน หากพวกมันตอบว่าสวย ฉันจะไปสมัครตอนนี้เลย "ก็สวยนะถ้าเทียบกับอึ่ง" "ไอ้รามปากเสีย" ฉันแหวใส่มัน พร้อมทั้งแยกเขี้ยวขู่ "รักดอกจึงหยอกเล่น" "พวกมึงจำคำกูไว้นะ จานิคคนสวยเหมือนอึ่งคนนี้จะเอาเดือนมหา’ ลัยปีสี่มาเป็นผัว" ไม่สวยช่างมันแต่แฟนฉันต้องหล่อ "ขอให้ได้ขอให้โดน" เสียงอวยพรจากเพื่อนทั้งสี่ทำฉันยิ้มกว้าง ค่อยมีกำลังใจมาเรียนหน่อย "จานิค…" คนที่ฉันกำลังพูดถึงร้องตะโกนขึ้น ขายาวสองข้างก้าวเดินฉับ ๆ ตรงมาทางนี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม "นี่ค่ะเสื้อ" มือยื่นมันให้เจ้าของเก่า บรรจงซักทุกขั้นตอนอย่างดี "เรียนเป็นไงบ้าง?" เขายังพยายามเข้าใกล้ฉันมากขึ้น ถ้าเข้ามาใกล้มากกว่านี้ฉันจะเป็นลมแล้วนะ อยู่ใกล้คนหล่อทีไรหัวใจจะวายทุกที อย่านะจานิค อย่าเป็นลมรอบสองนะ ครั้งก่อนที่กล้าสู้หน้าเขาเพราะคิดว่าตัวเองไหว แต่สุดก็แพ้ราบคาบให้กับความหล่อ "ก็พอได้ค่ะ" "ถ้ามีปัญหาปรึกษาพี่ได้ตลอดนะ" ฉันอยากจะบันทึกเสียงของเขาไว้ฟังย้อนหลังเสียจริง "ค่ะ งั้นนิคไปแล้วนะคะ" ฉันว่าแค่นั้นแล้วรีบวิ่งหนีจากตรงนี้ให้ไว ทิ้งให้เพื่อนสนทนากับรุ่นพี่ต่อก่อนจะปล่อยเสียงที่อัดอั้นมานานออกมากลางลานกว้าง "กรี๊ด!! เขาหล่อมาก แม่จ๋า…นิคอยากได้คนนี้" แต่หนทางระหว่างฉันกับเขาช่างอยู่ไกลกันเหลือเกิน ถึงจะเกินเอื้อมไปหน่อยแต่ฉันต้องคว้ามาให้ได้ "สู้เขาสิวะอีหญิง ฮึบ" "เดี๋ยวสินิค" แขนเรียวถูกเหนี่ยวรั้งจากด้านหลัง อุตส่าห์วิ่งหนีมาแล้วยังจะตามมาอีก "จำพี่ได้หรือยัง" หวังว่าเขาจะไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่นะ "ให้เวลากันหน่อยสิ" "งั้นพี่คงต้องทบทวนความทรงจำนิคใหม่แล้วล่ะ" เขาไม่พูดแค่นั้นแต่ยังอุ้มฉันขึ้นพาดบ่า จัดกระโปรงตัวจิ๋วให้เข้าที่เพราะเกรงว่ามันจะคลุมศีรษะตัวเอง จากนั้นก้าวเท้าเข้าไปในห้องเรียนโดยไม่แคร์สายตาคนที่กำลังให้ความสนใจ ในห้องเงียบสนิท มีเพียงฉันกับรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตแค่สองคน "พี่จะพานิคเข้ามาในนี้ทำไมเนี่ย เดี๋ยวคนอื่นเขาก็คิดพิเรนทร์หรอก" "คิดอะไร" เขาหันมาถามแล้วคลายเนกไทคณะออก แขนเสื้อทั้งสองพับขึ้นให้เรียบร้อย "ก็ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองเขาจะคิดว่าอะไรล่ะ" ฉันตอบคนตัวสูงเสียงเบา "ถ้าจะมีคนคิด ก็คงมีแค่นิคกับพี่นี่แหละที่คิด" เขาว่าแล้วยืนกอดอกมอง "….." ทำไมเขารู้ว่าฉันคิด อ่านความในใจฉันได้เหรอ? หรือว่าฉันควรจะทุบหัวเขาแล้วลากไปข่มขืนที่ไหนสักแห่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ไม่ได้จานิค แม้ว่าเราจะชอบเขามากแค่ไหนแต่เราต้องอดทนเอาไว้ก่อน "หรือเราจะทำเรื่องที่คิดให้มันเป็นจริงดีล่ะครับน้องจานิค…?"วันต่อมา"ป๊าปะ ม้าม่ะ" เสียงของเด็กชายยูนิคและยูเรียสเอ่ยเรียกพ่อกับแม่ของตัวเอง เด็กเล็กทั้งสองกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าหาผมกับจานิค"ครับลูก" คนสวยของผมขานรับลูกน้อย แขนยาวกางออกให้ลูกน้อยกระโดดขึ้นมานั่งบนตักทั้งสองคน"…..?" แต่พ่ออยู่นี่ มานั่งกับพ่อก็ได้ครับลูกผมอุ้มเอายูนิคมานั่งบนตักตัวเองแทน หากให้เด็กทั้งสองนั่งทับจานิคเธอคงจะแบกรับน้ำหนักของเด็กดื้อไม่ไหว"ทำไมม้าม่ะกินยูยิค ยูเยียสและนีญ่า" ยูนิคคนดื้อเป็นฝ่ายถาม รอบ ๆ ดวงตาของลูกน้อยมีน้ำสีใสเอ่อล้นขอบพร้อมจะไหลอยู่รอมร่อ"ตอนไหนคะ" คนถูกถามทำหน้าเหวอ ลูกไปเอาความคิดนี้มาจากไหน"ตอนถ่ายยูปครับ" เด็กชายทั้งสองช่วยกันเปิดภาพถ่ายของครอบครัวในอัลบั้มให้คุณแม่ของตัวเองได้เห็น เป็นภาพถ่ายของผมกับเธอช่วงอายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนกว่า ตอนทั้งท้องของจานิคโตมาก ลูก ๆ คงคิดว่าแม่กินตัวเองเข้าไป"แม่ไม่ได้กินครับ แต่ยูยิค ยูเรียสและนีญ่าเติบโตอยู่ในนี้" มือบางกุมมือของลูกน้อยทั้งสองเข้าสัมผัสกับหน้าท้องแฟบ ๆ ของตัวเองตอนนี้จานิคไม่อวบอ้วนมีเนื้อนุ่มนิ่มหนุบหนับเหมือนอย่างกับตอนตั้งท้องหรือพึ่งคลอดเจ้าเด็กแฝดสามแล้ว หุ่นของเธอกลับมาผอมแ
จานิคนั่งตบก้นยูนิคกับนีญ่าให้หายงอแงหลังจากเด็กทั้งสองคนร้องไห้เพราะยังไม่อยากเข้านอนในเวลานี้ แต่ไม่ได้ ผมตามใจลูก ๆ มากเกินไปไม่ได้ เด็กเล็กต้องนอนเยอะ ๆ เพื่อพัฒนาการด้านสมอง ปากเล็กของทั้งสองคาบหัวจุกดื่มนมรอบค่ำก่อนเข้านอน ส่วนผมนั่งกล่อมยูเรียสคนหลับยากให้เคลิ้มหลับ ฝ่ามือหนาตบกระทบเข้าใส่ก้นกลมของลูกน้อยเบา ๆ ให้อีกคนเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันหวานลูก ๆ เริ่มโตผมกับจานิคก็เริ่มแยกห้องนอนกับเด็กแฝด ให้เด็กทั้งสามคนนอนในห้องเดียวกันแต่แยกเป็นคนละเตียงและมีที่กั้นกันลูกตก เพราะสามคนนี้ดิ้นเก่งยิ่งกว่าอะไร"นอนนะลูก พรุ่งนี้ค่อยเล่นใหม่นะครับ""ยูเยียสยังไม่ง่วง" เด็กชายมองผมตาแป๋ว"ไม่ง่วงก็ต้องนอนครับคนเก่ง มันดึกมากแล้วครับ เห็นไหมว่ายูนิคกับนีญ่าหลับแล้ว" ผมบอกลูกชายเสียงเบา พลางหันมองดูคุณแม่ลูกสามอีกทีเธอนั่งสัปหงกจะหลับตามเด็กแฝดสองคนแล้วครับ"ม้าม่ะง่วง" มือป้อมชี้ไปทางผู้เป็นแม่"ครับ ม้าม่ะง่วงแล้วแต่เพราะยูเรียสยังไม่นอน ม้าม่ะเลยไปนอนไม่ได้ครับ""ยูเยียสจะนอนครับ""เก่งมากครับ"ฟอดหอมแก้มกลมลูกน้อยให้ชื่นใจหนึ่งที พลันกระตุกผ้าห่มมาคลุมตัวให้ลูกชาย ใช้ฝ่ามือตบก้นเขาต่อ เป
ถึงคราวเด็กแฝดทั้งสามเข้าเรียน หลังเลิกงานยูโรมักจะแวะมารับฉันที่บ้านทุกวันเพื่อที่จะได้ไปรับลูก ๆ ของเราที่โรงเรียนอนุบาลด้วยกัน คุณพ่อไม่ได้ใช้บริการพี่คนขับรถประจำบ้านแต่เขาเลือกที่จะขับรถครอบครัวไปรับเด็กแฝดด้วยตนเองอย่างอารมณ์ดี ตลอดการเดินทางเขาคอยเล่าเรื่องงานวันนี้ให้ฉันฟัง"นิครู้ไหมครับว่าวันนี้มีลูกค้าเข้ามาโวยวายใส่พี่เรื่องบ้านอีกแล้ว" คุณพ่อเล่าเสียงเรียบ สายตาจดจ่ออยู่กับเส้นทางตรงหน้า ไม่ว่าเจอสถานการณ์อะไรยูโรคนนี้มักหยิบมาเล่าให้ฉันฟังทุกเรื่อง แต่ทุก ๆ ครั้งเขาไม่ได้แสดงความโมโห เกรี้ยวกราดหรือไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องงานให้ฉันได้เห็นเลยสักครั้ง มีเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้กันเสมอมา"เหนื่อยไหมยูโร เราหาเวลาไปพักผ่อนกันดีไหมคะ?" เขาแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียวฉันเองก็รู้สึกแย่ที่ไม่ได้ช่วยงานส่วนไหนของสามีเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในครอบครัว เรื่องงานของบริษัททั้งสองเขาเป็นฝ่ายรับผิดชอบคนเดียวทั้งหมดเขาสัญญากับฉันว่าจะทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ซึ่งเขาก็ทำได้แล้ว"แค่เห็นหน้าของนิคพี่ก็หายแล้วครับ" พลันหยิบมือขวาฉันไปกดจูบเข้าใส่หลังมือซ้ำ ๆ ขณะรอสัญญาณไฟจราจ
Bangkok, Thailandกรุงเทพมหานคร, ประเทศไทยภายในห้องโถงของคฤหาสน์หลังใหญ่ตอนนี้มีครูพี่เลี้ยงระดับปฐมวัยยื่นใบสมัครและเข้ามาสัมภาษณ์หลายคน ยูโรเขาวางแผนไว้แล้วว่าต้องการปูพื้นฐานให้ลูกน้อยก่อนเข้าเรียนในระดับอนุบาลอย่างจริงจัง เดี๋ยวเด็กทั้งสามจะคุยกับเพื่อน ๆ คนอื่นไม่รู้เรื่องเรื่องเอาลูกเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลตัดออกไปได้เลยเพราะยูโรไม่ยอม เขามองว่าลูกยังเล็ก ไม่ควรให้อยู่ห่างจากสายตา และอีกอย่างเขาไม่ไว้ใจที่จะเอาลูกไปฝากไว้กับใครก็ไม่รู้ คนเราสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ ข่าวคุณครูหรือแม้แต่พี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กก็มีให้เห็นบ่อย ฉันเห็นด้วยที่เราจะรับสมัครคุณครูเข้ามาสอนในบ้านแทน"นิคชอบคนไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ"ผู้ผ่านการคัดเลือกมีแค่สามคน ซึ่งแต่ละคนต่างเป็นคุณครูที่จบใหม่ ถึงแม้ประสบการณ์ยังมีไม่มาก แต่พวกเธอนั้นเข้ากับลูกแฝดสามสุดดื้อของเราได้ดี และยูเรียสดูเหมือนจะชอบคุณครูแก้วตาเป็นพิเศษเด็กชายยูเรียส อาเซนซิโอ้ เดินเตาะแตะตรงดิ่งไปทางคุณครูสาวคนสวย มือป้อม ๆ และแขนเล็กอวบอัดชูขึ้นเหนือศีรษะ แสดงความต้องการบางอย่าง"อุ้ม…" เด็กชายตัวน้อยบอกคุณครูสวยคนตรงหน้า ตาสีสวยออดอ้อ
"ยูโย…" นีญ่าเรียกชื่อผม มือน้อยชี้ไปยังนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน สวมเสื้อเบอร์แปด ตำแหน่งกองกลางเล่นให้กับทีมเรอัล มาดริด กำลังวิ่งยืดเส้นยืดสายเข้ามาใกล้เธอ"His name is Toni Kroos, you can call him Toni or Kroos." (เขาชื่อโทนี่ โครส นีญ่าเรียกเขาว่าโทนี่หรือโครสก็ได้) ผมบอกกับลูกน้อยเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เธอได้ซึมซับภาษาที่สอง"โทยี่…" เสียงเล็กหวานร้องเรียกชายหนุ่มผมทองตรงหน้า มือป้อมยื่นไปข้างหน้าพยายามคว้าจับคนที่อยู่ไกล"เยส! โทนี่""ยูโย ยูโย" ยูนิคกับยูเรียสต่างพากันโบกมือให้กับนักฟุตบอลชาวสเปนและทีมชาติโครเอเชีย"Sergio Ramos" (เซร์ฆิโอ้ รามอส) ผมบอกกับลูกน้อยทั้งสองแล้วชี้ไปยังผู้เล่นชาวสเปน เขาสวมเสื้อเบอร์สี่และปลอกแขนกัปตันทีม เล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับเรอัล มาดริด ใครรักชีวิตอย่าคิดที่จะเข้ามาปะทะกับกัปตันรามอส ผู้เล่นที่ได้ใบแดงเยอะสุดในลา ลีก้า (La Liga)"ยามอส…""And Luka Modrić" (และลูก้า โมดริช) มือชี้ไปยังนักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย สวมเสื้อหมายเลขสิบ เล่นในตำแหน่งกองกลางของเรอัล มาดริด"โมยิช…""ครับลูก รามอสกับโมดริช"แต่คนที่ตื่นเต้นมากกว่าเจ้าเด็กแฝดคงหนีไม่พ้นคุ
Madrid, Spainกรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศสเปนอากาศในช่วงนี้ไม่มีวันใดคงที่หรือหยุดนิ่ง นั่นถือว่าแปรปรวนเป็นบางครั้ง บางวันหนาวเย็น บางวันฝนตก อุณหภูมิอยู่ในช่วงประมาณสิบถึงยี่สิบเอ็ดองศาเซลเซียส เวลาหนาวก็หนาวเอาเรื่องผมเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อนจึงไม่จำเป็นต้องปรับตัวอะไรมากมาย ลมเย็น ๆ และหิมะตกนั่นทำให้ผมรู้สึกสดชื่นไม่น้อย แต่ลูกกับคุณภริยาสุดที่รักของผมนี่สิพวกเขาเคยอยู่แต่เมืองร้อน ร้อนชนิดที่ว่าหลังซักเสื้อผ้าเสร็จเพื่อนำไปตากเพียงแค่สะบัดทีสองทีคือเครื่องนุ่งห่มอาภรณ์แห้งกรอบอากาศมันร้อน ร้อนฉิบหายวายวอด นี่แดดเมืองไทยหรือไออุ่นจากนรกกันแน่"ฮัด...ชิ่วววว" ไม่ทันขาดคำเสียงคนข้างกายได้จามออกมาไม่หยุดตั้งแต่มาถึงขอบคุณสวรรค์ที่ลูก ๆ ทั้งสามคนของผมไม่เป็นอะไรมากเพราะได้ผมไปเยอะ ตอนนี้กำลังวิ่งเล่นกับเครือญาติฝั่งคุณดาบิดส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทั่วบริเวณบ้านหลังใหญ่"กินยาแล้วนอนพักนะครับ" หยิบยาแก้แพ้และน้ำเปล่าบริสุทธิ์ให้คนป่วย โน้มใบหน้าเข้าหาแล้วฝังริมฝีปากใส่หน้าผากมน นั่งดูอาการจนเธอหลับสนิทจึงหมุนตัวออกจากห้องลงไปชั้นล่างพูดคุยกับพี่ชายของคุณพ่อ แลกเปลี่ยนความคิดถามสารทุก
ฉันเผลอใช้มือสะกิดกับบาร์เบลจิวหัวจุกสีชมพูข้างซ้ายของเขาอย่างลืมตัว เจ้าของมันกัดปากซี๊ดเสียงออกมา เจาะตรงหัวนมแบบนี้จะเจ็บมากไหมนะ"เจาะตรงนี้เจ็บหรือเปล่า?" ขณะถามยังเขี่ยหัวจุกเขาเล่น"เสียวตอนโดนสะกิดมากกว่า" เขาไม่ได้เจาะข้างเดียวแต่ใส่จิวบาร์เบลหัวจุกทั้งสองข้าง หางคิ้วขวาใส่จิวไว้อีกหนึ่งตำ
บอกเพื่อนเสร็จรีบเดินออกมายังหน้าร้านตามตัวเธอให้ทันและได้เจอเด็กคนนี้ล้มนอนกอดถังขยะอยู่ข้างทาง รอบตัวเธอมีเงินหลายบาทถูกวางไว้ หลายคนคงคิดว่าเธอเป็นคนไร้บ้านหรือขอทานจึงช่วยกันบริจาคเงินไว้ให้คนละเล็กละน้อยเพื่อช่วยต่อชีวิตเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ผมส่ายหน้าเอือมระอากับสิ่งที่เห็น เก่งกับอะไรไ
ตื่นได้แล้วเจ้าเด็กขี้เกียจ ขี้เกียจตัวเป็นขนแถมไม่มีคนรัก…เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งอยู่ใกล้กับเตียงนอนร้องโหวกเหวกโวยวายปลุกฉันในตอนเช้า มือน้อยคว้าได้แล้วเขวี้ยงมันลงกับพื้นห้องให้เสียงนั้นเงียบเวลาผ่านไปนานพอสมควร"ไอ้นิคตื่น!! สายแล้วเนี่ยเดี๋ยวก็ไปเรียนไม่ทัน" คล้ายเสียงของไอ้ตามบ่น ผ้าม่านผืนบา
"ไปไหน ปล่อยนะ""อายุยังไม่ถึงยี่สิบเข้าสถานที่แบบนี้ได้ยังไง การ์ดของร้านไม่ตรวจสอบเลยเหรอ แล้วยังจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีก ชอบนักเหรอไอ้การทำตัวเป็นนักเลงเนี่ย มันไม่ได้เท่เลยนะนิค" ชายรุ่นพี่ลากตัวฉันออกจากที่เกิดเหตุมายังหน้าห้องน้ำ ปากหยักได้รูปของเขาพ่นคำบ่นใส่ฉันชุดใหญ่ ก็แค่ปกป้องตัวเองเขาทำอ







