Mag-log inEPISODE 03
ณ ลานเบียร์
กว่าจะมาถึงลานเบียร์ที่ว่าตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้ว ทันทีที่ตัวรถญี่ปุ่นคันเล็กกะทัดรัดของน้ำผึ้งเคลื่อนตัวมาจอดยังบริเวณที่จอดรถหลังร้านของพี่น้ำหวานก็ปรากฏภาพผู้คนมากมายต่างพากันทยอยเดินเข้าไปจับจองที่นั่งบริเวณลานเบียร์กันมากมาย"ที่นี่น่ะ ส่วนใหญ่ก็พวกนักศึกษาที่มอทั้งนั้น" น้ำผึ้งอธิบายเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมือมาจับมือฉันไว้หลวมๆ
"อ๋อ... แบบนี้นี่เอง" ฉันตอบรับเบาๆ พร้อมกับพยักหน้า
“ไปเร็วกันย์ เดี๋ยวถ้าฉันพาแกไปเจอยัยนั่นนะ ยัยนั่นต้องกรี๊ดแตกแน่เลย”
“รู้แล้วล่ะน่า ก็ไมได้เจอกันตั้งสามปีนี่นา” ฉันตอบกลับไปอย่างขบขัน เราทั้งสองคนต่างพากันลงจากรถอย่างไม่เร่งรีบมากนักเพราะน้ำผึ้งบอกว่าพี่น้ำหวานมักจะเผื่อโต๊ะว่างไว้โต๊ะนึงเสมอเพื่อเอาไว้เผื่อให้พวกเด็กเสิร์ฟไว้ใช้นั่งพักกัน
โชคดีที่น้ำผึ้งสอบติดที่นี่ตั้งแต่รอบแรกที่มีการเปิดรับนักศึกษาในรอบโครงการสอบตรง ก็เลยทำให้มีเวลาได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ก่อนฉํนจะมาถึงเกือบสองเดือน
ในขณะที่ฉันต้องรอปิดเทอมที่นู่นก่อน แล้วไหนจะต้องรอดำเนินการเรื่องวุฒิการศึกษาให้เรียบร้อยเพื่อทำการเทียบวิชาที่เรียนและหน่วยกิต กว่าจะได้เข้าสมัครสอบและรอประกาศผลก็แทบจะไม่มีเวลาให้กระดิกตัวไปไหน เรียกได้ว่าทำเรื่องเอกสารกันจนหัวหมุนเลยล่ะ
และถ้าถามว่าเปิดเทอมเมื่อไหร่น่ะเหรอ? อาทิตย์หน้าก็เปิดแล้วน่ะสิ...
“ปกติที่ลานเบียร์นี่น่ะนะ... ขนาดเป็นช่วงปิดเทอมคนยังเยอะเลย ถ้าเปิดเทอมคนคงจะเยอะกว่านี้อีกคูณสิบ”
น้ำผึ้งเริ่มพูดหลังจากที่เราพากันเดินเข้ามายังบริเวณช่องแคบเล็กๆ ที่เป็นทางเชื่อมระหว่างร้านค้าร้านหนึ่งกับอีกร้านหนึ่ง
“แล้วยิ่งช่วงเปิดเทอมนะ ยัยน้ำหวานเล่าให้ฉันฟังว่ามีคนรับจ้างจองโต๊ะที่นี่ตั้งแต่ยังไม่สี่โมงเย็นด้วยซ้ำ... ฮอตฮิตสุดๆ เลยล่ะสำหรับลานเบียร์ที่นี่”
“ที่นี่ดูจะเป็นที่นิยมกันน่าดูเลยสินะ” ฉันพึมพำตอบกลับ
“เป็นสถานที่ที่ทฤษฎีโลกกลมใช้ได้แบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เลยแหละ” น้ำผึ้งโม้ต่อ
“แต่อย่าคิดจะสุงสิงกับพวกผู้ชายในนี้เชียวล่ะ โดนทิ้งโดนเททีนึงพูดเลยว่าไม่อยากเจอก็จะเจอวนมันอยู่อย่างนั้นแหละ เพราะมีแต่พวกหน้าเดิมๆ วนไปวนมา อ๋อ... แต่ก็มีบ้างเป็นส่วนน้อยล่ะนะ พวกนักศึกษามหา'ลัยอื่นที่ชอบข้ามโซนมาเพราะอยากส่องสาวๆ มหา'ลัยเราน่ะ”
“ขนาดนั้นเลยนะ” ฉันหัวเราะอีกครั้งเมื่อน้ำผึ้งพูดประโยคสุดท้ายจบ
ซึ่งมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่เราทั้งคู่เดินมาหยุดที่ร้านสำหรับขายแอลกอฮอล์ร้านหนึ่งที่มีชื่อร้านว่า ‘THE CLUB’s NW’ ซึ่งตัวเอ็นวีที่เห็นนั่นก็ย่อมาจากชื่อพี่น้ำหวานอีกทีนั่นแหละ
เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจากลำโพงด้านหน้าร้านทำให้บรรยากาศโดยรอบที่มีลมเย็นๆ พัดผ่านตลอดเวลานั้นดูเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด
ฉันมองไปรอบๆ ก็พบว่ามีผู้หญิงและผู้ชายที่วัยไล่เลี่ยกันกับฉันมากมายอยู่ในชุดที่แตกต่างกันไปนั่งเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด มีทั้งคนที่แต่งตัวสบายๆ แบบเสื้อคอกลมกางเกงขาสั้น แล้วก็มีทั้งชุดเดรสรัดรูปที่อวดโฉมกันแบบสุดฤทธิ์
“ยัยกันย์! เดี๋ยวฉันแวะบอกยัยน้ำหวานก่อนนะว่าแกมาแล้ว รอฉันตรงนี้ก่อน!”
เสียงแหลมๆ ของน้ำผึ้งตะโกนขึ้นมาแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ฉันพยักหน้าให้น้ำผึ้งเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะมองไปรอบตัวอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสถานที่
ตอนนั้นเองที่สายตาของฉันก็ไปสะดุดอยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งซึ่งนั่งกันอยู่ไม่ไกลจากร้านของพี่น้ำหวานมากนัก ที่นั่งตรงนั้นเป็นโต๊ะเดี่ยวที่แยกออกไปจากโต๊ะรวมที่ตั้งเป็นแนวข้างกันซึ่งนั่นทำให้กลุ่มของพวกเขาดูโดดเด่นขึ้นมา
ซึ่งสิ่งเดียวที่สะดุดตาฉันก็คือร่างสูงของใครคนหนึ่งที่ฉันรู้สึกคุ้นตามาเป็นพิเศษ ความสงสัยนั้นทำให้ฉันเผลอก้าวเข้าไปใกล้บริเวณนั้นทีละนิดโดยที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
“ยัยกันย์!” เสียงร้องเรียกของน้ำผึ้งดังขึ้นพร้อมกับฉันที่สะดุ้งเฮือกอย่างตกใจเมื่อตั้งสติได้
“นี่แกจะไปไหนเนี่ย ฉันบอกให้รอไม่ใช่หรอ” น้ำผึ้งถามพร้อมกับขมวดคิ้วมองฉันอย่างสงสัย
ฉันได้แต่ยิ้มแห้งให้เพื่อนเพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี ซึ่งเมื่อน้ำผึ้งเห็นว่าฉันไม่ตอบก็รีบกวักมือเรียกฉันพร้อมกับพูดต่อ
“เดี๋ยวฉันพาแกไปหายัยน้ำหวาน แล้วเดี๋ยวเราก็หาอะไรมากินไปพลางๆ กัน”
“โอเคได้” ฉันตอบกลับพร้อมกับเดินตามน้ำผึ้งที่เดินนำหน้าฉันมุ่งหน้าไปยังร้านของพี่น้ำหวาน
ไม่ทันรู้ตัวเลยสักนิดว่าเดินออกมาจากที่เดิมที่ยืนอยู่เมื่อกี้มาได้ยังไง ฉันสะบัดหน้าไปมาเบาๆ เพื่อขับไล่ความสงสัยในหัวให้หมดไป
“น้องกันย์!” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในตัวร้านเสียงแหลมสูงที่ไม่ต่างจากเสียงของยัยน้ำผึ้งก็ดังแทรกเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มแทบจะในทันที
ร่างสูงเพรียวบางแบบหญิงสาวที่โตเต็มที่ปรากฏตัวขึ้น เธอมีเรือนผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าเป็นวงรีเรียวสวยรับเข้ากับการแต่งหน้าและแต่งตัว ผิวขาวเนียนเล่นแสงสีกับไฟสีส้มสลัวที่ประดับประดารอบร้าน และเธอคนนี้ก็คือพี่น้ำหวาน พี่สาวแท้ๆ ของยัยน้ำผึ้งนั่นเอง
“สวัสดีค่ะพี่น้ำหวาน”
“โอ๊ยตาย! ไม่ได้เจอตั้งนานสวยขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย!”
“ยังไม่เท่าพี่น้ำหวานหรอกค่ะ” ฉันตอบคำยกยอของพี่น้ำหวานพร้อมกับหัวเราะเบาๆ แต่ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อเสียงทุ้มต่ำของใครคนหนึ่งด้านนอกก็ดังขึ้น
“เจ๊! ลีโอหกขวด!”
“ตายแล้วลูกค้ามา เดี๋ยวพี่มาคุยด้วยนะกันย์ พี่ไปหยิบเบียร์ให้ลูกค้าก่อน”
“โอเคค่ะพี่น้ำหวาน”
“ไปเร็วกันย์ เดี๋ยวฉันพาไปนั่งที่โต๊ะ” ปิดท้ายด้วยน้ำผึ้งที่เอ่ยกับฉันพร้อมกับจูงมือฉันให้เดินตามไปยังบริเวณเกือบหลังร้าน ฉันพยักหน้าให้เพื่อนพร้อมกับเดินไปตามทางที่เพื่อนจูงมือไปในทันที
[End’s Part]
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งในห้องเรียนวิชาวรรณกรรมของพวกปีสอง แก๊งของกรณ์ก็เพิ่งจะเสร็จสิ้นบทเรียนไปได้ไม่นานเช่นกัน ตอนนั้นเองกลุ่มเพื่อนที่เป็นเด็กกิจกรรมประจำรุ่นก็ปรบมือดังๆ สองสามครั้งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนไปรวมกัน"ฉันประกาศกิจกรรมออกไปแล้วนะ ดูเหมือนน้องๆ จะให้การตอบรับที่ดีมากๆ ด้วย" เพื่อนสาวคนหนึ่งพูดขึ้น เธอคนนี้ก็คือหนึ่งในประธานประจำปีสองซึ่งจะคอยทำหน้าที่ในการกำหนดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการประสานงานต่างๆ ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องของมหาวิทยาลัยด้วยความจริงเดิมทีแล้วกลุ่มของกรณ์ไม่ใช่เด็กกิจกรรมกันสักเท่าไหร่นัก แต่จะเรียกว่าเด็กเรียนนั้นก็นับว่าห่างไกล พวกเขาเป็นเด็กคณะศิลปกรรมศาสตร์กันทั้งหมด เพียงแต่ไม่ได้เป็นพวกหนอนหนังสือแล้วก็ไม่ได้เป็นพวกบ้ากิจกรรมด้วยเช่นกันก็ใช้ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แหละนะ"งั้นจะเฉลยสายรหัสกันตอนไหนล่ะ?" เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้น เขาคนนี้คือรองประธานรุ่น มักจะคอยทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้างๆ ประธานรุ่นอยู่เสมอ"ก็ต้องดูก่อนว่ารุ่นเราเหลือเล่นสายรหัสกันกี่คน" ประธานรุ่นสาวพูดต่อพลางมองมาทางสี่หนุ่มที่นั่งเอกเขนกกันอยู่ ไม่รู้ว
หลังจากเรียนมาทั้งวัน ในที่สุดก็ถึงช่วงเย็นที่สองสาวต้องเรียนวิชาสุดท้าย ซึ่งตามตารางของปีหนึ่งแล้ว วันนี้พวกเธอทั้งคู่จะเรียนทั้งหมดสามวิชา แบ่งเป็นหนึ่งวิชาเช้า หนึ่งวิชาช่วงสาย และอีกหนึ่งวิชาช่วงบ่ายที่ยิงยาวไปจนถึงสี่โมงเย็นภายในห้องเรียนของนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาอังกฤษชั้นปีที่หนึ่งเวลานี้นั้นเต็มไปดว้ยความสนุกสนาน เนื่องจากอาจารย์ประจำวิชาที่กำลังสอนอยู่ในขณะนี้นั้นมักจะมีมุกตลกมาเล่นให้นักศึกษาขบขันได้แทบจะตลอดเวลาที่เรียน เรียกได้ว่าแทบจะทุกสิบห้านาทีที่เริ่มสอนเนื้อหาเลยก็ว่าได้หนึ่งในคนที่หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากน้ำผึ้งที่นั่งหัวเราะจนตัวสั่นเพราะอาการขำค้าง เนื่องจากความเป็นคนเส้นตื้นอยู่แล้วตามปกติ พอเจอเหตุการณ์ที่ต้องมารับมุกตลอดเวลาก็ทำเอาน้ำผึ้งหัวเราะจนเหนื่อย ท้องคัดท้องแข็งเสียจนไม่เป็นอันเรียน แต่แล้วตอนนั้นเองที่หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงอาการที่แปลกไปของเพื่อนสาวที่นั่งข้างกันกันยาเพื่อนสาวหน้าหวานของเธอในเวลานี้ดูเหม่อลอยผิดปกติ นอกจากจะไม่หัวเราะแล้วแม้แต่ยิ้มบางๆ หรืออาการตอบสนองใดๆ ก็ไม่เกิดขึ้นเลยแม้แต
1 อาทิตย์ต่อมา“ช่วงนี้มึงแปลกๆ นะไอ้กรณ์” เสียงทุ้มต่ำของโปรพูดขึ้นเมื่อหลายวันมานี้เขาสังเกตเห็นอาการของเพื่อนสนิทดูแปลกไปจากทุกครั้ง เพราะหมู่นี้มันดูครุ่นคิดตลอดเวลาผิดจากทุกครั้งที่ถึงแม้ว่ามันจะดูนิ่งๆ แต่ก็ดูไม่คิดอะไร ดูไม่น่ามีเรื่องเครียดอะไรเท่าไหร่แต่ครั้งนี้มันมาแปลกว่ะ“กูก็ปกติดี” กรณ์ตอบกลับไปขณะที่ก้มลงไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองพร้อมกับเลื่อนหน้าจอไปมาอย่างไร้อารมณ์ตามปกติโปรชะโงกหน้าไปมองก็เห็นว่ามันไถหน้าจอแอปฟ้าแบบเลื่อนลอยไม่มีจุดหมาย จะว่าดูสาวก็ไม่ใช่ ดูข่าวก็ไม่เชิงเหมือนมือว่างเฉยๆ เลยเลื่อนๆ ปัดทิ้งไป“แล้ววันนั้นคนที่มึงเดินไปหาคือใครวะ” ตี๋พูดขึ้นบ้างอย่างสงสัย“อะไรวะ วันไหน เมื่อไหร่ เกิดอะไรขึ้น” ครั้งนี้เป็นจอมพลที่ถามขึ้นด้วยความสงสัย สายตามองไปที่เพื่อนร่วมกลุ่มอย่างสนใจ“ก็วันนั้นที่ลานเบียร์ตอนมึงออกไปคุยกับน้องน้ำหอมอะ” โปรพูดขึ้นอีกครั้ง “วันนั้นจู่ๆ แม่งก็ลุกขึ้นยืน... ตอนแรกกูก็นึกว่ามันจะเดินไปหามึง แต่แม่งดันเดินไปหาผู้หญิงคนนึง หน้าโคตรเหมือนน้องกันยาเลย”"เออใช่ แต่หุ่นนี่
“เฮ้ยไอ้พล นั่นน้ำหอมไม่ใช่หรอวะ”จู่ๆ ไอ้ตี๋ก็พูดขึ้นซึ่งนั่นก็เรียกสายตาของคนในกลุ่มให้หันไปมองได้แทบจะในทันทีผมปรายตาขึ้นไปมองทางเจ้าของชื่อนั้นก็เห็นร่างบางเล็กของน้ำหอมที่กำลังนั่งดื่มเบียร์เงียบๆ อยู่คนเดียวตรงบาร์ของร้านเครื่องดื่มร้านหนึ่งด้วยใบหน้านิ่งเรียบผมหันไปมองไอ้พลที่จากตอนแรกมีท่าทีขี้เล่นกลายเป็นท่าทีเย็นชาด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นักแต่เพราะไม่อยากจะมีปัญหาอะไรผมเลยทำแค่เดินออกจากโต๊ะแล้วตรงไปยังร้านเจ๊น้ำหวานอีกครั้งเพื่อเอาเบียร์อีกสามขวดที่เหลือ แต่เมื่อผมเดินมาถึงกลับไม่เห็นเจ๊น้ำหวานอยู่ในร้านเสียอย่างนั้น“ยัยกันย์ เอาอีกแก้วเร็วเข้า!” เสียงตะโกนปลุกเร้าของน้ำผึ้งดังลั่นไปทั่วบริเวณร้านทำให้ผมชะงักขาที่กำลังจะก้าวเดินออกไปหากแต่ว่าสิ่งที่ผมทำให้ชะงักไปกลับเป็นชื่อของใครคนหนึ่งที่ถูกเรียกขึ้นต่างหาก“ไม่เอาแล้วผึ้ง... อือออ” เสียงหวานๆ ของคนที่ถูกรบเร้ารีบร้องปฏิเสธน้ำผึ้งด้วยอาการมึนเมาผมขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย นั่นก็เพราะผมกำลังมีลางสังหรณ์บางอย่างลึกๆ ในใจ และถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นจริงสักเท่าไหร่นัก...“โอ๊ยยย กรณ์! ขอโทษทีรอนานมั้ย พอดี
[KORN’s PART]ณ ลานเบียร์เวลาเดียวกันบริเวณมุมหนึ่งของลานเบียร์อันเลื่องชื่อมีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่กำลังรวมกลุ่มกันเกือบสิบคนโดยมีขวดเบียร์มากมายนับไม่ถ้วนวางกองกันอยู่ทั่วบริเวณโต๊ะนั้นสายตาของผู้คนในลานเบียร์นั้นจับจ้องมายังกลุ่มคนเหล่านี้อย่างไม่วางตา เพราะในบรรดาชายหนุ่มในกลุ่มนี้นั้นต่างก็มีบุคลิกท่าทางและหน้าตาที่น่าดึงดูดกันหลายคน และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือผมเอง“เป็นอะไรวะไอ้กรณ์ นั่งเงียบเลยนะมึง” เสียงของไอ้พลเพื่อนสนิทผมถามขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่านับตั้งแต่เข้ามานั่งในบริเวณลานเบียร์แห่งนี้ผมยังไม่ปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว“ไม่มีอะไร” ผมตอบมันกลับไปพร้อมกับซดเบียร์ในแก้วต่อด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆไม่รู้เพราะอะไรแต่วันนี้ลางสังหรณ์บางอย่างมันทำให้ผมอดจะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ ไม่ได้“อาทิตย์หน้าก็เปิดเทอมแล้ว โคตรไวเลยว่ะ” ไอ้ตี๋พูดขึ้น มันเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มของผมที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม “อยากรู้เลยว่าน้องรหัสกูจะสวยมั้ยวะ”“เออ มึงจำน้องน้ำหอมได้หรือเปล่าวะ” จู่ๆ ไอ้โปรก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง เรียกให้คนที่เหลือบนโต๊ะหันไปมองมันสลับกับผมอย่
EPISODE 03ณ ลานเบียร์กว่าจะมาถึงลานเบียร์ที่ว่าตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้ว ทันทีที่ตัวรถญี่ปุ่นคันเล็กกะทัดรัดของน้ำผึ้งเคลื่อนตัวมาจอดยังบริเวณที่จอดรถหลังร้านของพี่น้ำหวานก็ปรากฏภาพผู้คนมากมายต่างพากันทยอยเดินเข้าไปจับจองที่นั่งบริเวณลานเบียร์กันมากมาย"ที่นี่น่ะ ส่วนใหญ่ก็พวกนักศึกษาที่มอทั้งนั้น" น้ำผึ้งอธิบายเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมือมาจับมือฉันไว้หลวมๆ"อ๋อ... แบบนี้นี่เอง" ฉันตอบรับเบาๆ พร้อมกับพยักหน้า“ไปเร็วกันย์ เดี๋ยวถ้าฉันพาแกไปเจอยัยนั่นนะ ยัยนั่นต้องกรี๊ดแตกแน่เลย”“รู้แล้วล่ะน่า ก็ไมได้เจอกันตั้งสามปีนี่นา” ฉันตอบกลับไปอย่างขบขัน เราทั้งสองคนต่างพากันลงจากรถอย่างไม่เร่งรีบมากนักเพราะน้ำผึ้งบอกว่าพี่น้ำหวานมักจะเผื่อโต๊ะว่างไว้โต๊ะนึงเสมอเพื่อเอาไว้เผื่อให้พวกเด็กเสิร์ฟไว้ใช้นั่งพักกันโชคดีที่น้ำผึ้งสอบติดที่นี่ตั้งแต่รอบแรกที่มีการเปิดรับนักศึกษาในรอบโครงการสอบตรง ก็เลยทำให้มีเวลาได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ก่อนฉํนจะมาถึงเกือบสองเดือนในขณะที่ฉันต้องรอปิดเทอมที่นู่นก่อน แล้วไหนจะต้องรอดำเนินการเรื่องวุฒิการศึกษาให้เรียบร้อยเพื่อทำการเทียบวิชาที่เรียนและหน่วยกิต กว่าจะได้เข้าสมัครสอบและรอป







