LOGIN
- มหาลัย -
“ สำหรับวันนี้ก็มีเท่านี้ อย่าลืมงานที่อาจารย์สั่งกันละ ”“ ครับ / ค่ะ ”
“ งั้นก็เลิกคลาสจ้ะ ”
“ โอ้ยย งาน งาน งานอีกแล้ว จะเป็นลม ” หลังจากอาจารย์เดินออกไปได้ไม่นานคนข้างๆก็หันหน้ามาโอดครวญกับฉันทันที
“ ยิ้ม ยิ้มอะไร อิผัก งานจะทับตายอยู่ละ ” ก็จะไม่ให้ยิ้มได้ไง ก็มันน่าตลกนี่หนา
“ ก็ขำแกไง บ่นอยู่ได้ ” ไม่ว่าจะคลาสไหนน้ำหวานก็บ่นตลอด
“ จะไม่ให้บ่นได้ไง งานเก่าฉันยังทำไม่เสร็จงานใหม่ก็เข้ามาแล้ว ” จริงๆช่วงนี้งานก็เยอะมากนั้นแหละ ก็แหง่ละตอนนี้ พวกเราอยู่ปี 4 กันแล้วงานก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา
“ ว่าแต่แกเหอะ ทำเสร็จหมดยัง ” ฉันก็ส่ายหน้าแทนคำตอบกลับไป งานฉันก็ยังไม่เสร็จหรอกแต่ก็เกือบแล้ว
“ ถ้าฉันเป็นแกนะผักขม ฉันต้องตายแน่ ๆ ”
“ แกอึดชะมัด แบ่งเวลายังไงว่ะ เรียนก็ต้องเรียน งานก็ต้องทำ ” พูดถึงงาน วันนี้เวรฉันนี่หน่า
“ ฉันไปก่อนนะแก ”
“ เออๆ กลับดีๆ ” น้ำหวานก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากเพราะเข้าใจว่าทำไมฉันถึงกลับก่อน
ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลยใช่ไหม ฉันชื่อ ผักขม ใช่ ผักขม นั้นแหละค่ะชื่อฉันแปลกดีไหมละ ฉันคิดว่ามันแปลกนะ ตอนนี้ฉันเรียนอยู่คณะอักษรศาสตร์ ที่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ที่มาเรียนที่นี้ได้ก็เพราะได้รับทุน ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆฉันก็ทำงานส่งตัวเอง ฉันออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่อยู่ ม.4 แล้ว ตั้งแต่แม่ฉันเสีย บ้านที่เคยเป็นบ้านมันก็ไม่ใช่อีกต่อไป ฉันเลยตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว แต่ชั่งเรื่องนั้นมันเถอะ
ตุบ !
“ อ๊ะ ! ” เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆเลยทำให้ฉันเดินชนกับใครเข้าก็ไม่รู้ ฉันยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ เจ็บชะมัดชนโดนตรงไหนเนี่ย“ จิ๊ ” แต่เสียงต่อมาทำให้ฉันเลิกสนใจความเจ็บของตัวเอง แล้วรีบพูดออกไปทันที
“ ขะ ขอโทษนะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า ” ฉันพูดออกไปแล้วมองสำรวจตามเนื้อตัวของคนตรงหน้า ก่อนจะไปหยุดตรงใบหน้าที่ดูจะเหวี่ยงๆของเขา จมูกที่เป็นสันรับกับรูปหน้าของเขา ไหนจะผมสีดำที่เป็นสีเดียวกับดวงตานั้นอีก มันยิ่งทำให้ผิวของเขาที่ขาวอยู่แล้วดูขาวขึ้นไปอีก
“ มองไรหนักหนาวะ ” เป็นอีกครั้งที่ฉันได้สติจากคำพูดของคนตรงหน้า แต่น้ำเสียงเขาดูติดจะรำคาญฉันซะมากกว่า
“ เอ่อ...ขอโทษอีกครั้งนะ ” เขาน่าจะไม่เจ็บตรงไหนหรอก เพราะเขาตัวใหญ่กว่าฉันตั้งเยอะ ขนาดฉันเดินชนเขาฉันยังกระเด็นเลย
“ น่ารำคาญ หลบดิ๊ ” น่ารำคาญ ? เขาเป็นคนที่พูดจาแบบนี้กับคนที่ขอโทษรึไงกันนะ
“ ..... ” ฉันยังไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเขาก็เดินผ่านฉันไปเลย ผู้ชายคนนี้นิสัยชั่งขัดกับหน้าตาจริงๆ แต่มองดูดีๆเค้าก็ดูน่ากลัวอยู่นะ
“ หื้ม ? ” ฉันเลิกสนใจเรื่องของผู้ชายคนนั้น แล้วตั้งท่าจะเดินไปหน้ามหาลัย แต่ตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นว่ามีอะไรตกอยู่
“ เกียร์หรอ ” น่าจะใช่ละมั้ง ผู้ชายคนนั้นเรียนวิศวะหรอ ดูเท่ขึ้นมาอีกขั้นเลยแหะ แต่ผู้ชายแบบนั้นก็คงจะดูดีแค่ภายนอก ฉันยอมรับเลยนะว่าเขาดูดีเอามากๆเลย แต่ฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยดีกว่า ส่วนเกียร์นี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะใช่ของเขาจริงๆไหม อาจจะเป็นของคนอื่นทำตกไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้
“ ไว้ค่อยไปตามหาเจ้าของแล้วกัน ” ถ้าฉันยังมัวแต่ยืนอยู่ตรงนี้คงจะได้ไปทำงานสายแน่ ๆ
..
.
‘ แน่น’ พูดได้คำเดียวเลย แต่มันก็คงไม่แปลกหรอกตอนนี้ก็เป็นเวลาเลิกเรียน และเลิกงานรถเมล์ที่ค่าโดยสารไม่แพงใครๆเค้าก็ขึ้นกัน ฉันค่อยๆกระเถิบไปทีละนิดเพื่อหาที่ว่าง ให้ตัวเองได้มีที่ยืน ถ้าไม่ไปคันนี้ก็คงไปทำงานไม่ทัน ทางเลือกฉันมีไม่เยอะ อะไรที่ทนได้ก็ต้องทนไปก่อน อย่างเช่นตอนนี้ที่ต้องมายืนอยู่กลางกลุ่มนักศึกษาต่างมหาลัยที่ดูน่ากลัวพอๆกับผู้ชายคนที่ฉันเจอก่อนหน้านี้แต่ตอนนี้คงน่ากลัวกว่า
เอี๊ยดดด !!!
กริ้ง !!!
อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าการขับรถเมล์มันเป็นแบบนี้จริงๆ เบรกกระทันหันจนฉันหน้าเกือบทิ่มดีนะที่เกาะราวจับได้ทัน ไม่งั้นคงลงไปกองกับพื้นแล้ว ละแล้วนั้นมันใช่เกียร์ที่ฉันเก็บได้รึเปล่านะ ที่อยู่ในมือของหนึ่งในนักศึกษากลุ่มนั้น
“ เอ่อ... เราขอคืนนะ ” เมื่อคิดว่าใช่แล้วจริงๆ ฉันเลยทำใจดีสู้เสือยื่นมือไปขอมันคืนมา ถึงมันจะไม่ใช่ของฉันจริงๆแต่ฉัน ก็ควรจะมีความรับผิดชอบโดยการเอาไปแจ้งคณะเพื่อตามหาเจ้าของต่อไป เพราะเท่าที่รู้มาเกียร์มันสำคัญกับเด็กวิศวะมาก
“ ของเธอ ? ” ผู้ชายคนนั้นถามย้ำฉันมา
“ อืม ของฉันเอง ขอบคุณนะ ” ฉันก็ได้แต่ตอบไปอย่างกล้าๆกลัวๆแล้วยื่นมือไปหยิบเกียร์ในมือของผู้ชายคนนั้นแล้วรีบเดินไปตรงประตูทันที ดีหน่อยที่ป้ายหน้ามันถึงที่หมายของฉันพอดี
.
.
.
ทำไมนักศึกษากลุ่มนั้นถึงมองฉันแปลกๆ ตั้งแต่หยิบเกียร์นั้นขึ้นมาแล้วขนาดตอนนั้นที่ฉันลงมาจากรถเมล์แล้วนักศึกษากลุ่มนั้นก็ยังมองจนรถผ่านหน้าฉันไป
“ ผักขมจ้ะ ช่วยเอาไปเสิร์ฟโต๊ะ 5 หน่อยนะ ” ฉันหลุดออกจากภวังค์ที่กำลังใช้ความคิดหันมาสนใจกับขนมตรงหน้าที่พี่แก้มยื่นมาให้ ฉันทำงานที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่นี้จะเปิดตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึงตีสองและเปิดทุกวัน แต่พนักงานจะวนกันมาทำ ในหนึ่งวันก็จะมีพนักงานประมาณ 4-5 คน คาเฟ่ที่นี้จะกึ่งๆบาร์หน่อยจะมีดนตรีสดให้ฟัง มีอาหาร ค็อกเทล และเครื่องดื่มอีก บลาๆ งานมันก็ไม่ถึงกับหนักมากก็คงแล้วแต่วัน วันไหนคนเยอะก็จะหนักหน่อย วันไหนคนน้อยก็จะสบาย แต่ส่วนใหญ่ที่นี้ไม่มีคำว่าคนน้อยนะคะ อาจจะเป็นเพราะอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนัก เลยมักจะมีนักศึกษามากันเยอะอยู่เหมือนกัน การตกแต่งที่นี้ก็สวยมากๆ อาหาร เครื่องดื่ม ก็ดีด้วยเช่นกัน พนักงานที่นี้เขาก็คัดหน้าตากันนะคะ ฉันก็ไม่ได้หน้าตาดีอะไรหรอกอย่าพึ่งเข้าใจผิดกัน แต่เพราะฉันน่าสงสารมั้งพี่แก้มที่เป็นเจ้าของร้านเลยให้เข้ามาทำงาน
“ วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ คนเยอะเลย ” เสียงต้าร์ ต้าร์ก็เป็นพนักงานที่นี้เหมือนกันหมอนี้นะ เรียกลูกค้าดีมากๆเลยละ
“ อืม ” ฉันก็ตอบกลับไปสั้นๆ
“ เวรเธอทีไร คนเยอะทุกที ” เสียงต้าร์บ่นออกมาเบาๆ
“ ฉันก็คิดงั้น แต่เป็นเพราะนายมากกว่ามั้ง ” ก็อย่างที่บอกนั้นแหละ หมอนี้อ่ะตัวเรียกลูกค้า
“ มันก็ต้องเป็นงั้นอยู่แล้ว ฉันหล่อขนาดนี้ ” ต้าร์หล่ออันนี้ไม่เถียงค่ะ แต่ก็หลงตัวเองมากเหมือนกัน
“ ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงว่ะ ”ฉันได้แต่ส่ายหน้าให้กับความหลงตัวเองของต้าร์
“ ไปทำหน้าที่ของนายได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะฟ้องพี่แก้ม ”
“ ชิ๊ ขู่เก่งจริงๆ ”
.
.
.
เฮ้ออออ ฉันนอนถอนหายใจอยู่บนเตียงหลังจากกลับมาจากที่คาเฟ่ วันนี้คนเยอะมากจริงๆ สูบพลังงานฉันออกไปเยอะเลย ฉันหลับตาลงสักพักแล้วก็เหมือนจะนึกอะไรออกเลยลุกออกไปจากเตียง
“ มันใช่ของนายรึเปล่านะ ” เอาเป็นว่าเรื่องนี้ค่อยหาวิธีตามหาเจ้าของแล้วกัน แต่เกียร์นี้ดูแตกต่างจากเกียร์ทั่วๆไป มันดูแปลกตาไม่ใช่ว่าฉันจะเห็นเกียร์วิศวะบ่อยๆหรอกนะ แต่เกียร์อันนี้มันดูสะดุดตาและแปลกตามากจริงๆ
“ เฮ้อออ ” พอมองเกียร์แล้วสายตาแปลกๆของนักศึกษากลุ่มนั้นที่มองฉันก็ลอยมาอีกแล้ว นี่ทำไมฉันต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเกียร์แค่เส้นเดียวด้วยนะ หวังว่ามันคงไม่มีอะไรหรอกเนอะ
“ อดทนหน่อยนะผักขม ” มันมักจะเป็นคำพูดที่ฉันบอกตัวเองทุกครั้งเวลารู้สึกเหนื่อย
“ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น ” ใช่ ! วันนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่พรุ่งนี้มันจะดีขึ้น
“ อื้อ ” ฉันรู้สึกตัวเพราะแรงที่กอดกระชับฉันแน่นจนฉันแทบจะหายใจไม่ออกจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ฉันเจอหลังจากลืมตาตื่นก็คือผู้ชายที่รังแกร่างกายฉันมาตลอดทั้งคืน กว่าเค้าจะหยุดก็ฟ้าสางอย่างที่เค้าพูดไว้จริงๆ“ ฉันจะเอาคืนนายยังไงได้บ้างนะ ” ฉันพูดขึ้นมาเบาๆเพราะกลัวคนที่หลับอยู่จะได้ยิน“ อื้มม ” เสียงของบัลลังก์ดังขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโดนรบกวนจากการนอน ฉันแค่ขยับตัวนิดเดียวเองนะ ก็เค้ากอดฉันแน่นเกินไป แต่บัลลังก์เค้าก็ยอมคลายอ้อมกอดให้ฉัน แต่แค่นิดหน่อยเท่านั้น และนั้นก็ทำให้ฉันมองเห็นหน้าอกของบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างเต็มตาอึก !ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่มองเห็นมันใกล้ๆแบบนี้ และฉันก็คงไม่ผิดใช่ไหมที่จะห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนต้องยื่นมือไปสัมผัสมัน“ แน่นมาก ” มันแน่นมากจริงๆ นี้เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ฉันสัมผัสมันตรงๆและนานขนาดนี้ ปกติจะเป็นฝ่ายโดนจับมากกว่า แต่ก็แอบกลัวโดนจับได้เหมือนกันนะที่มาจับหน้าอกบัลลังก์แบบนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะมานอนจับ นอนลูบหน้าอกผู้ชายแบบนี้ ฉันเลยต้องจับต้องลูบอย่างเบามือที่สุดเพราะกลัวบัลลังก์จะตื่นขึ้นมา“ จะจับอีกนานไหม ”“ อื้ม ขออีกหน่อย ” ด
“ อะไรละที่นายรักมากกว่าศักดิ์ศรีของตัวเอง ” “ เธอไง ” “ เมื่อก่อนฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่พอมีเธอเข้ามาในชีวิต ”“ เข้ามาเปลี่ยนสิ่งต่างๆ มันทำให้ฉันรู้ว่ามันมีสิ่งสำคัญกว่าศักดิ์ศรีที่ฉันต้องรักษา ” “ นั้นก็คือเธอ…ผักขม ” ระหว่างที่บัลลังก์พูดอยู่นั้นสายตาของเค้าก็มองมาที่ฉันไม่วางตาเหมือนจะสื่อให้รู้ว่าเค้าพูดจริง และฉันก็เชื่อทุกคำพูดของบัลลังก์เพราะฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มันส่งผ่านแววตาและน้ำเสียงของเค้าเราสองคนต่างสบตากันไม่มีใครสักคนที่คิดจะหลบสายตาของอีกฝ่ายก่อนที่ฉันจะสังเกตเห็นสายตาของบัลลังก์ที่ค่อยๆมองต่ำลงมา ดูเหมือนจะอยู่ที่ริมฝีปากของฉันนะ และมันก็ไม่ใช่แค่สายตาที่มองต่ำลงมาแต่บัลลังก์ยังค่อยๆโน้มตัวลงประกบริมฝีปากของตัวเองมาที่ริมฝีปากของฉัน" อื้อออ " บัลลังก์ค่อยๆจูบซับที่ริมฝีปากอยู่สักพักก่อนจะส่งลิ้นสากเข้ามาสำรวจในโพรงปากของฉัน ส่วนฉันก็เต็มใจให้บัลลังก์ได้สำรวจมันอย่างเต็ม" อ้ะ ! " ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อบัลลังก์ดูดดึงริมฝีปากฉันเพราะมันไปโดนแผลที่เกิดจากการโดนไฟตบหมับ !" อื้ออ " ฉันจับหน้าบัลลังก์ไว้ไม่ให้เค้าถอนจูบออกไ
“ ค่อยๆนะ ” ฉันกำลังประคองบัลลังก์เดินไปนั่งยังโซฟา ความจริงเค้าก็ไม่ได้เจ็บถึงขั้นเดินเองไม่ได้แต่ฉันกลัวว่าบัลลังก์เดินเร็วไปหรือลงน้ำหนักผิดท่ามันอาจะกระทบกระเทือนแผลเค้าก็ได้ฟุบ !“ อ่ะ ! บัลลังก์ ! ” ฉันร้องด้วยความตกใจ เผลอหันหลังให้เค้าแค่แปปเดียวเค้าก็กระแทกตัวนั่งลงโซฟาเต็มแรง ถึงโซฟามันจะนุ่มแต่มันอาจจะกระทบกระเทือนก็ได้“ ฉันแค่โดนต่อย ไม่ได้โดนรถชน อย่าเวอร์ให้มาก ” เค้าจะหาว่าฉันเวอร์ก็ได้ แต่ที่ฉันทำก็เพราะเป็นห่วงเค้าแค่นั้นเอง“ จะไปไหน ”“ ……. ” ฉันเลือกที่จะไม่ตอบคำถามเค้าแล้วเดินไปยังจุดหมายที่ฉันตั้งใจ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล“ ขอโทษนะ นายเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว ” ฉันบอกเค้าออกไปเสียงสั่น ไม่ได้อยากให้สั่นแบนี้เลยแล้วก็ไม่อยากมานั่งร้องไห้ต่อหน้าเค้าแบบนี้ด้วย แต่พอเห็นแผล เห็นเลือดที่มันยังซึมออกมา ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ยิ่งได้เห็นแผลเค้าใกล้ๆแบบนี้ด้วยแล้วมันยิ่งรู้สึกแย่มากๆ“ จะทำก็รีบทำสักที ” บัลลังก์ปรายตามองฉันนิดหน่อยก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากเห็นหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันปาดน้ำตาที่อยู่บนหน้
“ หึ ” ผ่านไปนานพอสมควรซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันนานเท่าไหร่ ทุกวินาทีที่เดินไปฉันได้แต่ภาวนาอยู่ในใจอย่าให้บัลลังก์เค้ามาเลย“ ไม่อยากเชื่อว่ามันเลือกตัวมันเองมากกว่าตัวเธอ ” ไฟเค้าหันมาพูดกับฉันก่อนจะก้มดูนาฬิกาหลังจากดูแล้ว ไฟก็แสยะยิ้มออกมาก่อนจะเดินมาหาฉัน“ รู้สึกยังไงบ้างที่มันเลือกทิ้งเธอไว้แบบนี้ ” ถ้าจะถามหาความรู้สึกของฉันตอนนี้ ฉันคงบอกออกไปไม่ได้หรอกเพราะมันตีกันปนไปหมด ทั้งรู้สึกดีใจที่บัลลังก์เค้าไม่มา และมันก็รู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆอดคิดไม่ได้ว่าที่เค้าไม่มาจริงๆแล้วเพราะฉันนั้นไม่สำคัญกับบัลลังก์จริงๆใช่ไหม“ ฉันบอกนายไปแล้วว่าฉันไม่ได้สำคัญกับบัลลังก์ ” ฉันตอบไฟออกไปนิ่งๆ“ เพราะงั้นปล่อยฉันไปได้แล้ว ” ไฟปรายตามองฉันก่อนที่จะเหยียดยิ้มออกมาจนฉันขนลุกซู่ ตอนนี้ฉันสภาพฉันมันก็ไม่ได้ดูมากเท่าไหร่หรอก กระดุมเสื้อที่ขาดจนเผยให้เห็นเสื้อซับตัวบางด้านในตอนนี้ถูกจัดใหม่ถึงมันจะไม่ได้ช่วยปิดมากเท่าไหร่แต่มันก็ดีกว่าตอนโดนไฟกระชากตอนแรก“ ในเมื่อไอบัลลังก์มันขี้ขลาดไม่มา เธอก็ต้องรับกรรมแทนมัน ”“ นายหมายความว่าไง ” ฉันเริ่มถอยจนแผ่นหลังชนกับพนักพิงของเก้าอี้ทันทีที่ไฟพูดประ
“ อื้อออ ” ฉันกระพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับโฟกัสมองภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น“ ที่นี้ที่ไหน ” ฉันมองไปรอบๆห้องด้วยความสงสัย เพราะมันไม่ใช่สถานที่คุ้นตาฉันเลยสักนิด ก่อนที่สมองจะสั่งการประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ฉันค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งด้วยความทุลักทุเล“ บ้าเอ่ย ” ฉันบ่นออกมาเบาๆ เพราะแขนของฉันโดนมัดไว้โดยการไขว่ไปข้างหลัง ฉันพยายามที่จะลองขยับดูแต่มันก็ยากมาก“ อ้ะ ” ฉันร้องออกมาเพราะรู้สึกแสบๆบริเวณที่โดนมัด พวกเค้ารัดมันแน่นมาก แค่ฉันขยับสองสามครั้งมันก็เสียดสีจนเกิดอาการแสบเอี๊ยดด“ ฟื้นแล้วเหรอ ” คนที่เข้ามาใหม่ก็คือแจน“ เธอทำแบบนี้ทำไม ” ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าฉันไปทำอะไรให้ แจนถึงทำกับฉันมาแบบนี้“ หึ ทำแบบนี้ทำไมเหรอ ”หมับ !“ โอ้ย ! ! ” แจนเดินเข้ามากระชากผมฉัน มันแรงพอสมควรเลยแหละ“ เรื่องที่เธอกำลังเจออยู่มันก็มีไม่กี่เหตุผลหรอก ” เธอพูดแค่นั้นก่อนจะออกแรงกระชากผมฉันอีกครั้งแล้วแสยะยิ้มออกมา“ ก็เอาคืนบัลลังก์ยังไงละ ”ตุบ !ตัวฉันล้มลงไปตามแรงผลักของแจน เอาคืนบัลลังก์เหรอ ที่แท้แจนก็เป็นคนของไฟ“ เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดมันก็เป็นฝีมือเธอใช่ไหม ” มันไม่ใช่ความบัง
@ ห้องสมุดมหาลัย“ ผัก ”“ ..... ”“ ผัก ไอผัก ”“ ..... ”“ ผักขม !! ”“ ห้ะ !? ”“ เหม่อบ่อยนะแก คิดถึงใครอยู่ ”“ คิดถึงใครอะไรของแก ฉันแค่กำลังคิด...คิดว่าจะไปหางานที่ไหนทำดี ”“ จ้ะ ! เอาที่แกสบายใจ ฉันไปหาหนังสือก่อน ” แล้วน้ำหวานก็เดินออกไปจากโต๊ะ เหลือฉันไว้เพียงคนเดียว ฉันลาออกจากร้านพี่แก้มแล้ว จะว่าไปมันก็ผ่านมาหลายวันแล้วเหมือนกันนะที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ฉันยังคงอยู่ที่คอนโดน้ำหวานเหมือนเดิม เพราะน้ำหวานไม่อยากให้ฉันไปอยู่คนเดียวในตอนนี้ อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ตกงานเลยอยู่กับน้ำหวานไปก่อน“ ไม่ชินเลยว้ะ ที่ต้องเดินเข้าห้องสมุดแบบนี้ ”“ มึงคิดว่ากูชินนักรึไง ”“ พวกมึงจะแหกปากอีกนานไหม ไอห่า เงียบๆหน่อย ” ฉันที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือเพื่อจะหามาอ้างอิงกับรายงานก็ต้องเงยหน้าหันไปมองตามเสียง เพราะเสียงพูดคุยของนักศึกษากลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามาหยุดตรงโต๊ะข้างๆ มันเป็นเสียงที่คุ้นมาก“ ไอผัก ฉันว่าเล่มนี้น่าจะใช้ได้นะ ” เสียงของน้ำหวานที่ดังขึ้นก็คงเรียกความสนใจให้นักศึกษากลุ่มนั้นได้ดีไม่น้อย เพราะทุกคนในโต๊ะต่างหันมามอง ส่วนฉันที่หันหน้าไปมองอยู่ก่อนแล้ว นั้นเลยทำให้ทั้งฉันและพวกเค้
- บัลลังก์ -“ มึงมั่นใจหรอว้ะ ว่าเป็นไอเวรนั้น ” ไอเก้าทัพถามผมที่นั่งอยู่ตรงข้ามมัน ตอนนี้ผมอยู่ห้องไอสงครามแล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ห้องสงครามแต่เป็นไอเก้าทัพพูดกับผมเพราะว่าผมโทรตามพวกมันมารวมกันที่นี้รวมถึงไอออกศึกด้วย“ ถ้าไม่ใช่ไอต้าร์กูก็นึกไม่ออกแล้วว่าใครที่ผักขมไว้ใจ ” ผักขมเป็นคนที่
" อื้ออ " ฉันขยับตัวเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการปวดหัวก็ตรงเข้าเล่นงานฉันทันที ไม่น่าเลยผักขม ไม่น่ากินเข้าไปเลย ปวดหัวชะมัด" อ้ะ " พอเริ่มขยับตัวฉันก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้นและรู้สึกเหมือนมีอะไรอย่าตรงน้องสาวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาและพบกับภาพบรรยากาศมันแตกต่างไปจากเดิม ฉั
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็มีข้าวมาส่งฉันเลยเอาไปใส่จานส่วนนายนั้นก็ลุกไปอาบน้ำแต่ฉันว่าวิ่งผ่านน้ำมากกว่าไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ออกมาเล่นเกมส์ต่อแล้ว แต่จะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเขา ก็อย่างที่เขาพูดนี่มันห้องเขา“ อ่ะ ของนาย ” ฉันวางจานลงตรงหน้าเขา และดูเหมือนเขาจะเล่นเกมเสร็จพอดีมั้งถึงวางเกมลง แล้วมานั่งก
“ น้ำหวาน ” ฉันเรียกเพื่อนตัวเองเสียงเบาเอาแบบให้ได้ยินกันแค่สองคน“ หื้มมม ”“ แกรู้สึกไหม ” ฉันก็ถามต่อ“ รู้สึก ? รู้สึกดิ ” น้ำหวานทวนคำถามก่อนจะตอบกลับมา“ จริงหรอ แกก็รู้สึกเหมือนฉันใช่ไหม ” ฉันถามต่อด้วยความตื่นเต้น แสดงว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว“ ใช่รู้สึก รู้สึกว่าทำไมงานมันเยอะแบบนี้ ทุ







