LOGINผมจะรุนแรงกับใครก็ได้ แต่สำหรับคุณผมจะอ่อนโยน......เพราะผมมันพวกคลั่งรัก
View Moreอืมมม ซี้ดดดด”
เสียงหวานครางออกมาด้วยความสุขสม เมื่อโดนร่างแกร่งที่ทาบทับอยู่ไล่เลียไปที่ลำคอระหง เมื่อไฟแห่งความต้องการของทั้งสองถูกจุดติดขึ้นมาแล้ว ก็ไม่ได้สนใจเลยว่าสถานที่ตรงนั้นคือห้องทำงานไม่ใช่เตียงนอน
“ฉันต้องการคุณค่ะ จื่อหลง” เสียงหวานเอ่ยออกมาดวงตาหวานฉ่ำเต็มไปด้วยความต้องการ เจ้าของชื่อได้ยินดังนั้นริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มขึ้นก่อนจะก้มลงชิมที่ยอดปทุมถันทั้งสองข้าง ก่อนลิ้นร้อนจะไล่ลงมาตามร่างกายเรื่อยๆ จนหญิงสาวสูดปากด้วยความเสียวซ่านเป็นระยะ แต่อารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อลิ้นร้อนหยุดอยู่ที่หน้าท้องแบนราบ ก่อนที่ร่างแกร่งตรงหน้าจะยันตัวลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมใบหน้าหล่อเหลาที่เคลื่อนมาใกล้ ทำให้หญิงสาวหลับตาพริ้ม
“คุณต้องการให้ผมเข้าไปในตัวคุณรึยัง” เสียงทุ้มกระซิบบอกบอกพร้อมงับหูของหญิงสาวเบาๆ ยิ่งทำให้ความต้องการของหญิงสาวลุกโชนมากขึ้นกว่าเดิม เธอไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมหญิงสาวหลายคนในประเทศนี้ถึงต้องการและยอมพลีกายให้ผู้ชายคนนี้มากนัก หลังจากที่อารมณ์ของตัวเองถูกจุดติดแล้วหญิงสาวจึงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ หญิงสาวดันให้ร่างแกร่งนอนลงไปที่โต๊ะทำงาน ส่วนเจ้าหล่อนก็ขึ้นคร่อมร่างแกร่งที่นอนราบไปกับโต๊ะทำงาน และเริ่มเป็นฝ่ายปลุกอารมณ์ชายหนุ่มอีกครั้งโดยที่ชายหนุ่มยังคงใส่กางแสลคทำงานอยู่
ก๊อกๆ
ยังไม่ทันจะได้รุกล้ำอะไรชายหนุ่มมากนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขัดอารมณ์ของหญิงสาวขึ้นมาเสียก่อน เสียงถอนหายใจทำให้ร่างแกร่งรับรู้ว่าร่างอวบอิ่มตรงหน้าเสียอารมณ์มากแค่ไหน แต่เจ้าหล่อนก็ยังคงฝืนพรมจูบชายหนุ่มอยู่ ท่ามกลางเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอยู่ภายนอก
“คุณคงไม่อยากให้ลูกน้องผมพังประตูเข้ามา ทั้งๆ ที่คุณอยู่สภาพแบบนี้หรอกนะ” เสียงเข้มเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ลูกน้องคุณไม่รู้เหรอคะ ว่าคุณติดธุระอยู่.....เสียมารยาทจริง” หญิงสาวว่าออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะคว้าชุดเดรสสีแดงของตัวเองขึ้นมาใส่ ก่อนจะยืนกอดอกเมื่อชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูให้ลูกน้องตัวเองเข้ามา หญิงสาวมองไปเห็นชายหนุ่มอีกคนที่น่าจะอายุน้อยกว่าเจ้าของห้องทำงานนี้ แต่ทว่าหน้าตาหล่อราวกับพระเอกหนัง ซึ่งแตกต่างกับชายหนุ่มอีกคนที่หล่อแบบสุขุม ดวงตามีอำนาจชวนหลงใหลมากกว่า
“หวังว่าจะสำคัญพอนะ ซีริว”
“ผมคิดว่าสำคัญพอครับนาย” ซีริวลูกน้องคนสนิทของจื่อหลงบอกออกมาพร้อมเหลือบไปมองหญิงสาวเดรสแดง ที่ยืนกอดอกมองอยู่ด้วยสายตาเฉยชาไม่ต่างกับนายของตนเอง
“นั่นไม่สำคัญหรอก แกพูดมาเถอะ”
“ลู่เหวินเจอเธอแล้วครับ มีข่าวว่าพรุ่งนี้เธอจะไปสนามแข่งรถ 'FEI LONG' กับเพื่อนของเธอ ในคืนพรุ่งนี้ครับนาย” คำพูดของซีริวทำให้คนฟังเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ ดวงตาคมหวูบไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งเช่นเดิม
“เจอเธอแล้วสินะ บอกให้ลู่เหวินเตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะไปเอาหัวใจของฉันคืน”
เมื่อฉันเจอหัวใจของฉันแล้ว ผู้หญิงคนไหนก็ไม่สำคัญทั้งนั้น
“นายจะไม่ให้ผมอยู่ด้วยจริงๆ เหรอครับ”“ฉันบอกแกไปแล้วไง แกก็แค่อย่าไปบอกพี่สาวกับแม่ฉันก็พอว่าแกไม่ได้นอนเฝ้า”“แต่นายครับ.....” ลู่เหวินยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ต้องเงียบ เมื่อได้รับสายตานิ่งๆ จากคนเป็นนายนี่แค่ช่วงบ่ายลูกน้องคนสนิทก็พร่ำถามอยู่เรื่อย เนื่องจากโดนคำสั่งมาจากบ้านใหญ่ว่าต้องให้คนมานอนเป็นเพื่อนกับเฉินจื่อหลง ลู่เหวินที่สองจิตสองใจว่าจะทำตามคำสั่งใคร สุดท้ายก็ต้องตามใจนายตนเองเป็นหลักอยู่ดี“เพื่อความสบายใจของแก แกไปยกโซฟามานอนหน้าห้องเฝ้าฉันก็แล้วกันจะได้สบายใจ”“หมดเรื่องแล้วจะไปทำอะไรก็ไป” มือหนาโบกไล่ลูกน้องให้ออกจากห้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าการแต่งงานมันจะยุ่งยากขนาดนี้ เขาแต่งงานเงียบๆ กับว่าที่เจ้าสาวสองคนก็ยังดี ครั้นจะไม่ทำตามธรรมเนียมก็คงจะโดนแม่บังเกิดเกล้าเอ็ดเอาแน่ๆ“เมื่อไหร่จะถึงคืนนี้เร็วๆ กันนะ”ณ บ้านใหญ่“ฉันกับยัยหวานนอนกับแกก็ได้นะยัยซินแกจะได้ไม่เหงาไง”“หรือแกไม่สะดวกที่ฉันกับเจ้แคนดี้นอนด้วย”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก คือคืนนี้คุณเฉินเขาอยากโทรคุยน่ะ เพราะมันเหลืออีกตั้งสองวันกว่าจะถึงงานแต่ง ฉันเกรงใจ” เยว่ซินอธิบายให้เพื่อนตัวเองเข้าใจว่าทำไมถึงให้เพื
“นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ลู่เหวินที่เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีร้อนรนหลังจากออกไปคุยธุระด้านนอกทำให้คนเป็นนายที่ง่วนอยู่กับกองเอกสารมาเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ พร้อมขมวดคิ้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละลูกน้องคนนี้ถึงได้ลืมเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“ทนายเก่าแก่ของตระกูลจีรวรกุลเสียชีวิตแล้วครับนาย”“เมื่อไหร่” เสียงหนาถามออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่ได้ให้ลูกน้องตามสืบตั้งแต่แรก อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยหากไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับว่าที่ภรรยาเขาก็คงไม่เข้าไปยุ่ง“ประมาณสองเดือนที่แล้วครับ มีสายรายงานว่าคุณเจียงประกาศทนายคนใหม่ของตระกูลเพราะทนายคนเก่าที่ชื่อเกรียงไกรเสียชีวิตครับ” ลู่เหวินรายงานข่าวตามที่เขาไปสืบหามาได้ เมื่อได้ยินที่ลูกน้องรายงานก็ยิ่งทำให้คิ้วหนาของจื่อหลงขมวดเป็นปมหนักขึ้นไปอีก“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วเหรอ” ลู่เหวินก้มหัวเป็นการตอบรับ“ทั้งๆ ที่ฉันอยากจัดการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนงานแต่ง แต่สงสัยว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เอาเป็นว่าหลังจากแต่งงานแล้วฉันค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน”“แล้วนี่ซีริวออกไปรับเพื่อนเยว่ซินที่สนามบินแล้วใช่ไหม” พอจื่อหลงรับรู้ว่าเพื่อ
ช่วงเช้าก่อนงานแต่งหนึ่งวัน เยว่ซินต้องเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่าง แต่เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะวาวาและว่าที่แม่สามีเตรียมพร้อมให้เธอทุกอย่าง จนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าครอบครัวนี้ก็ดีกับเธอเหลือเกิน วาวายกมือถือขึ้นมาดูก็เห็น ‘Miscall’ จากจื่อหลงรวมถึงข้อความในวีแชทหลายข้อความ เธอส่งวีแชทกลับไปว่าจะขอโทรหาน้ำหวานและเจ้แคนดี้ที่อยู่ประเทศไทยก่อน และที่เธอไม่ได้รับสายเพราะเมื่อเช้าวาวาให้เธอลงไปทำเล็บด้านล่าง โดยมีช่างทำเล็บจากร้านดังมาทำให้‘ทำไมเร็วแบบนี้ล่ะ’ เสียงเล็กๆ ของน้ำหวานดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้เยว่ซินยิ้มออกมาเบาๆ เพราะปฏิกิริยาของเพื่อนเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ว่าที่เจ้าสาวโทรบอกข่าวดีกับเพื่อนที่อยู่ทางไกล เมื่อน้ำหวานรู้ก็บ่นออกมาชุดใหญ่เนื่องจากว่าเพื่อนสนิทคนสวยไม่ได้บอกข่าวคราวล่วงหน้า‘แบบนี้แกก็ไม่สะดวกมาเดินแบบให้ฉันแล้วสินะ’ เสียงใหญ่ที่ถูกดัดให้เล็กจนติดแหบเล็กน้อยดังแทรกเข้ามา วาวาที่เพิ่งจะเดินขึ้นมาจากห้องโถงชั้นล่างเพราะเพิ่งไปคุยเรื่องพีธีงานแต่งงานช่วงเช้ากับแม่ของเธอ เปิดประตูห้องนอนเข้ามาพร้อมเดินเข้ามาหาคนที่คุยโทรศัพท์อยู่“อีกสักพักมาลองชุดนะ
“โอ๊ยยยย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้สักที” เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้าน ลูกน้องหลายคนแม้กระทั่งคนสนิทอย่างซีริวและลู่เหวินก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลับมาถึงบ้านในช่วงเย็น เมื่อแม่และพี่สาวเห็นว่าเขาคงไม่ยอมห่างจากเยว่ซินง่ายๆ พี่และแม่จึงใช้วิธี 'ไล่' ให้เขากลับมาบ้านของตัวเอง“มองอะไรกัน ไปทำงานกันสิโว้ยยยย!!!!” จื่อหลงตะโกนไล่ลูกน้องที่เดินผ่านห้องโถง เพียงแค่ลูกน้องปรายตามองคนเป็นเจ้านายก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด“นายคงรักคุณเยว่มากๆ”“เรียกได้ว่า ถ้าคุณเยว่สั่งให้พวกเราไปถ่วงน้ำ นายก็พร้อมจับเราสองคนถ่วงน้ำทันที” ซีริวกับลู่เหวินคุยกันเบาๆ ไม่ให้เจ้านายตัวเองได้ยิน ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงไปอยู่หน้าบ้าน“พวกแกสองคนจะไปไหน!!! อยู่นี่แหละ” ลูกน้องคนสนิทสองคนหยุดเท้าตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายตวาดถาม ทั้งสองจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม“ใจเย็นๆ สิคะคุณหนู พรุ่งนี้ก็จะไปรับตัวคุณเยว่มาแล้ว อดทนรอหน่อยนะคะ” ป้าหลิวเดินออกมาพร้อมน้ำเย็นก่อนจะยื่นให้จื่อหลง เขารับมาก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ“ผมไม่เคยกินน้ำอันนี้มาก่อน มันคืออะไรครับป้า” จื่อหลงมองแก้วน้ำในมือ น้ำที่อยู่ในแก้
“เดี๋ยวสิคุณเฉิน!!” เยว่ซินร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ เขาก็ช้อนตัวของเธอไปอุ้มเอาไว้ เธอรีบเอาแขนโอบรอบคอเขาเอาไว้เพราะกลัวจะหล่นลงมา เขาได้แต่ยิ้มกริ่มพร้อมสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำกว้าง หญิงสาวได้แต่ดิ้นในอ้อมแขน แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลดีกับเธอเท่าไหร่ เพราะยิ่งเธอดิ้นเขายิ่งกระชับแขนแกร่งให้กอดเธอแน่นขึ้
“พี่รู้ไหมว่ากว่าผมจะเจอเธอมันยากแค่ไหน!” เสียงพูดเป็นภาษาอิตาลีดังไปทั่วทั้งบ้าน เมื่อเจ้าของบ้านกลับบ้านมาช่วงค่ำแล้วพบว่าคนสำคัญที่พามาด้วยเมื่อคืนหายไป ก่อนจะพบว่าพี่สาวเพียงคนเดียวของเขาพาเธอหนีไป แถมตอนนี้คนก่อเรื่องทั้งหมดก็นั่งกระดิกเท้าอยู่บนโซฟาหรูอย่างไม่ใส่ใจอะไร ภายในบ้านเต็มไปด้วยบรรย
“ตื่นแล้วเหรอคะคุณหนู” เสียทักทายเป็นภาษาจีนจากหญิงสูงวัยดังขึ้น เมื่อสาวผิวขาวเดินลงบันไดมา สาวใช้และลูกน้องของเจ้าของบ้านหลายคนทำหน้าที่ของตนเอง ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบบ้านก็ไม่เห็นเจ้าของบ้านรวมถึงลูกน้องคนสนิทด้วย“ทานอาหารเช้าก่อนดีกว่าค่ะคุณหนู ป้าให้เด็กเตรียมอาหารไว้ที่โต๊ะอาหารแล้วค่ะ”“เอ
ร่างเล็กที่ถูกอุ้มออกมาจากห้องน้ำหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีแค่แม่เธอเท่านั้นที่ดีกับเธอที่สุด แต่ในความสุขก็มีความกังวลอยู่ในใจ หญิงสาวปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆ เธอเองมีความต้องการคนที่กำลังอุ้มเธออยู่ ต้องการเขาแบบที่เธอไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนไห