Share

บทที่ 16 จูบ

last update Tanggal publikasi: 2026-09-11 17:10:19

คารัสโอบเอวซาร่าไว้หลวมๆ พลางก้มลงมองใบหน้าสวยที่เริ่มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาเล็กน้อย เขาเตรียมจะเอ่ยปากชวนเธอไปหาอะไรกินเพื่อผ่อนคลาย หลังจากที่เธอต้องใช้พลังงานกับการชิมชาบนเวทีไปไม่ใช่น้อย

ทว่า เขากลับต้องชะงักฝีเท้าลงทันควัน เมื่อมีเสียงหวานแหลมทักขึ้นจากทิศทางหนึ่ง

"พี่คารัสคะ!"

หญิงสาวร่างเพรียวในชุดราตรีสีแดงสดเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มสดใส เธอคนนี้คือ ทิชา หญิงสาวที่คุ้นเคยกับคารัสมาตั้งแต่เด็กๆ ในอดีตเธอมักจะแวะเวียนไปหาเขาที่คฤหาสน์หลังเก่าบ่อยๆ ในสมัยที่คุณตาและคุณแม่ของเขายังอยู่ที่นั่น ก่อนที่คารัสจะย้ายออกมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังใหม่ในปัจจุบัน

สำหรับคารัสแล้ว เขาไม่เคยคิดกับทิชาในเชิงชู้สาวเลยสักครั้งเดียว ทุกการกระทำและเอ็นดูที่เคยมีให้ เป็นเพียงความรู้สึกของพี่ชายที่มีต่อน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น แต่ทิชาไม่เคยคิดแบบนั้นกับเขา... เธอแอบรักคารัสมานานหลายปี นึกอิจฉาและริษยาผู้หญิงทุกคนที่ได้เข้าใกล้เขา โดยเฉพาะซาร่า!ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดซึ่งได้แต่งงานและครอบครองตำแหน่งภรรยาของเขาอย่างถูกต้อง

และในวันนี้ ทิชาที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองนอก ก็ไม่ลังเลเลยที่จะก้าวเข้ามาแสดงตัวต่อหน้าคารัสที่เธอปองมาตลอดชีวิต

"เธอมาได้ยังไง" คารัสถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบติดจะแปลกใจ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นอดีตน้องสาวข้างบ้านปรากฏตัวที่นี่

"ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะคะ" ทิชายิ้มหวาน ส่งสายตาพราวระยับมองคารัสโดยไม่สนใจสายตาของซาร่าที่ยืนอยู่ข้างๆ "พี่ไทก้าเป็นคนชวนน่ะค่ะ... จริงๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหรอกนะคะ แต่พอรู้ว่าพี่คารัสจะมา ทิชาก็เลยรีบมาหาพี่ก่อนเลย"

คำตอบพร้อมรอยยิ้มออดอ้อนนั้นทำเอาซาร่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงรังสีที่ไม่ค่อยเป็นมิตรและสายตาประเมินที่ทิชาส่งมาทางเธออย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะพูดกับคารัส แต่สายตาของทิชากลับแอบกวาดมองซาร่าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความอิจฉา

"แล้วนี่จะไม่แนะนำให้ทิชารู้จักหน่อยเหรอคะ..." ทิชาเอือนเอ่ยพลางเบนสายตามาหยุดที่ซาร่าอย่างเป็นทางการ รอยยิ้มบนใบหน้าดูเสแสร้งขึ้นมาทันตา "...ภรรยาที่แต่งงานกับพี่คารัสน่ะค่ะ"

"เธอไม่จำเป็นต้องรู้จักหรอก รู้แค่ว่าเธอเป็นคนที่ฉันเต็มใจแต่งงานด้วยก็พอ"

คารัสตอบเสียงเรียบเย็นชา ทรงอำนาจจนทิชาหน้าเสียไปวูบหนึ่ง เขาไม่รอให้ทิชาได้เอ่ยปากอะไรต่อ แต่กลับคว้าข้อมือเรียวของซาร่าไว้แน่นทันทีเมื่อสัมผัสได้ว่าเธอทำท่าจะขยับตัวก้าวออกไป

"จะไปไหน" เขาหันมาถามภรรยาข้างกายด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย

"ก็หลีกทางให้คุณได้คุยกันไง" ซาร่าพยายามแกะมือเขาออก พลางเลิกคิ้วมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย "ฉันคอแห้ง อยากไปหาอะไรดื่ม"

"ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับทิชา" คารัสเอ่ยตัดบทอย่างไม่รักษาน้ำใจคนฟัง

ทว่าทิชาที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับไม่ยอมแพ้ เธอรีบขยับเข้ามาขวางหน้าทั้งสองคนไว้ทันที "พี่คารัสคะ! แต่ทิชามีเรื่องสำคัญต้องบอกจริงๆ นะคะ... เรื่องคุณแม่ของพี่ค่ะ ท่านอยากนัดให้พวกเรากลับไปเยี่ยมท่านที่คฤหาสน์ด้วยกัน"

เมื่อได้ยินเรื่องของมารดา คารัสชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาจำใจต้องหยุดยืนคุยกับทิชาต่ออีกสักพักเพื่อเค้นถามรายละเอียด ทว่าสายตาคู่คมกลับไม่ได้มองหน้าคนพูดเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาเข้มจัดยังคงจับจ้องไปที่เรือนร่างระหงของซาร่าที่เดินผละออกไปไม่วางตา

และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องกัดฟันแน่น...

ตรงบริเวณบาร์เครื่องดื่ม ตอนนี้ไทก้ากำลังยืนยิ้มระรื่น คุยหัวเราะกระซิบกระซาบกับซาร่าอย่างเป็นกันเอง โดยที่หญิงสาวก็ดูผ่อนคลายและมีรอยยิ้มสดใสให้ลูกพี่ลูกน้องของเขาผิดกับตอนที่อยู่กับเขาลิบลับ

เผลอไม่ได้เลยนะ... ไอ้ไทก้า คารัสคิดในใจอย่างหัวเสีย ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนแทบอยากจะทิ้งบทสนทนาตรงหน้า แล้วก้าวยาวๆ ไปลากตัวภรรยาตัวเองกลับมาทันที

คุยอะไรกัน ยิ้มหน้าบานเชียว"

คารัสส่งเสียงเข้มถามขึ้นทันทีที่เดินเข้ามาถึง เขายืนแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ พลางตวัดสายตาคมกริบมองหน้าภรรยาตัวเองอย่างจับผิดและความไม่พอใจที่ฉายชัดในดวงตา

ทว่ายังไม่ทันที่ซาร่าจะได้เอ่ยปากตอบอะไร ไทก้าก็หลุดหัวเราะในคอเบาๆ ก่อนจะพูดแทรกขึ้นมาแทนทันที

"แหม... ทำเป็นเดินหน้าบึ้งมาเชียวนะคารัส ฉันก็แค่อาสาพาภรรยานายมาหาอะไรดื่มแก้คอแห้งตามที่เธอต้องการ แล้วก็คุยเรื่องรสชาติชาเมื่อกี้เอง" ไทก้ายักไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ พลางส่งรอยยิ้มมีเลศนัยให้ลูกพี่ลูกน้อง "ซาร่าเธอนอกจากจะชิมชาเกรดพรีเมียมได้เป๊ะแล้ว รสนิยมเรื่องเครื่องดื่มตรงบาร์นี้ก็ยังเยี่ยมยอดเหมือนเดิม ไม่เสียแรงที่ฉันลงทุนจัดงานนี้จริงๆ"

คำพูดที่ดูเป็นกันเองและรู้ใจซาร่าดีเหลือเกินของไทก้า ยิ่งเติมเชื้อไฟให้คารัสหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองหน้าไทก้าสลับกับซาร่าด้วยสายตาตึงเครียด

"งั้นเหรอ... แต่ดูเหมือนนายจะดูแล 'ภรรยาคนอื่น' ดีเกินหน้าที่ไปหน่อยนะไทก้า" คารัสเอ่ยเสียงต่ำเรียบพลางเอื้อมมือไปคว้าเอวบางของซาร่าเข้ามาดึงชิดลำตัวอย่างถือสิทธิ์ "หน้าที่ตรงนี้เป็นของฉัน... นายหมดหน้าที่แล้ว ก็ไปจัดการเรื่องธุรกิจของนายต่อได้แล้วมั้ง"

ทิชาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอรีบก้าวฉับๆ เข้ามาร่วมวงสนทนาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง โดยไม่แคร์สายตาของซาร่าแม้แต่น้อย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไร คารัสที่เหลือบไปเห็นสีหน้าเรียบเฉยทว่าแฝงความเหนื่อยล้าของภรรยาก็ตัดบทขึ้นมาเสียก่อน

"ฉันขอตัวกลับบ้านก่อน"

น้ำเสียงเด็ดขาดของเขาทำเอาทิชาถึงกับชะงักคำพูดไว้ในคอ หน้าเสียไปวูบหนึ่ง ขณะที่ไทก้าซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลกลับหลุดหัวเราะในคออย่างอารมณ์ดี เขายักคิ้วให้ลูกพี่ลูกน้อง แล้วเบนสายตาไปมองหญิงสาวข้างกายคารัสด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์

"ไว้เจอกันใหม่นะ... ซาร่า" ไทก้าส่งเสียงพูดตามหลังมาทันที สายตาจับจ้องไปที่ซาร่าอย่างมีเลศนัย

คารัสขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ เขาไม่รอฟังเสียงเรียกร้องของทิชาหรือคำทักทายของไทก้าอีกต่อไป มือหนากระชับจับข้อมือเรียวของซาร่าไว้มั่น แล้วพาเธอออกไปจากบริเวณงานเลี้ยงทันทีโดยไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น

เมื่อก้าวพ้นประตูหน้าของโรงแรมหรู ลมเย็นยามค่ำคืนก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ที่บริเวณจุดจอดรถ VIP ด้านหน้า รถตู้คันหรูสีดำเงาถูกจอดสตาร์ทเครื่องรอไว้อยู่แล้ว โดยมี ทัช ลูกน้องคนสนิทรีบลงมาก้าวเปิดประตูสไลด์ไฟฟ้าให้อย่างรู้หน้าที่

"ขึ้นรถ" คารัสเอ่ยเสียงเรียบต่ำ พลางดันร่างระหงของซาร่าให้ก้าวขึ้นไปด้านใน ก่อนที่เขาจะก้าวตามขึ้นไปติดๆ และปิดประตูลงทันที ทิ้งความวุ่นวายและเสียงจอแจในงานเลี้ยงไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงบรรยากาศเงียบขรึมและชวนอึดอัดภายในรถตู้ที่กำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่

____________

บรรยากาศรอบคฤหาสน์หรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้พริ้วไหวในยามดึกสงัด หลังจากผ่านพ้นงานเปิดตัวน้ำชาของไทก้า ซาร่าถอนหายใจออกมาเบาๆ ความร้อนวูบวาบและอาการคั่นเนื้อคั่นตัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปในงานเริ่มจู่โจมร่างกาย สมองของเธอประมวลผลเพียงภาพห้องน้ำกว้างและความนุ่มของเตียงนอนที่รออยู่ข้างบน แต่ยังไม่ทันที่ปลายเท้าจะก้าวข้ามผ่านธรณีประตูบ้าน เสียงทุ้มต่ำเรียบเย็นก็ดังแหวกความเงียบขึ้นจากเบื้องหลัง

"เดี๋ยวก่อน...ซาร่า"

ร่างสูงของเขายืนอยู่ด้านหลังเพียงครึ่งก้าว สายตาคมกริบจ้องมองมาที่เธออย่างจับผิด นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนความหงุดหงิดที่เก็บซ่อนไว้ไม่อยู่มาตลอดการเดินทางกลับมาคฤหาสน์

"ฉันเห็นเธอคุยกับไทก้านานสองนาน... บอกมาสิ ว่าระหว่างเธอกับมัน มีอะไรลึกซึ้งกันหรือเปล่า?"

ซาร่าชะงักกึก ความง่วงและความเพลียปนเปไปกับความหงุดหงิดจากอาการเมา เธอหันกลับมามองสบตาเขาพลางแค่นยิ้มบาง มือเรียวจับเสื้อคลุมตัวนอกที่เขาพึ่งให้เธอตอนอยู่บนรถออก เพื่อระบายความร้อนในร่างกาย

"นายถามเพราะอยากรู้จริงๆ หรือแค่หาเรื่องเพราะความหึงกันแน่?" เธอเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ด้วยท่าทางระหงแม้สติจะพร่ามัว "งานวันนี้เป็นงานของเขา ฉันก็แค่ทำตามมารยาท... หรือว่าสายตาที่คุณใช้มองฉัน มันทำให้คุณคิดไปไกลเอง?"

เขายกยิ้มมุมปาก ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของซาร่าชนเข้ากับประตูห้องโถง ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดข้างแก้มเนียน "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน ซาร่า... เธอรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร ตอบมาคำเดียว ว่าเธอให้ความสนิทสนมกับมันเกินกว่าคำว่ารู้จักหรือเปล่า"

ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบสงัด ความตึงเครียดและแรงดึงดูดปะทุขึ้นกลางความเงียบของคฤหาสน์ คืนนี้ดูเหมือนว่าซาร่าจะไม่ได้พักผ่อนง่ายๆ อย่างที่ตั้งใจไว้เสียแล้ว

ซาร่าถอนหายใจยาวพลางยกมือขึ้นดันอกแกร่งของเขาออกหลวมๆ ดวงตาคู่สวยสะท้อนความเหนื่อยล้าผสมความประชดประชัน เธอเอียงคอมองเขาพลางแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย

"นายจะมาคาดคั้นอะไรฉันนักหนา... ลืมอะไรไปหรือเปล่า" น้ำเสียงของเธอเบาหวิวแต่หนักแน่นในความหมาย "เราไม่ได้เป็นคนรักกันจริงๆ สักหน่อย"

คำพูดนั้นเหมือนลูกศรแหลมคมที่แทงเข้ากลางอก ร่างสูงชะงักกึกไปชั่วขณะ แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความกร้าวร้าวพลันวูบไหวและไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจซ่อนมิด

"ความสัมพันธ์สัญญาของเรา มันไม่มีข้อไหนบอกให้ฉันต้องมารายงานเรื่องผู้ชายคนอื่น แล้วก็ไม่มีข้อไหนให้สิทธิ์นายมาหึงหวงฉันด้วย" ซาร่าพูดต่อ พลางเบี่ยงตัวหลบออกจากพันธนาการของเขา "ฉันเหนื่อยแล้ว ขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะ'"

ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวขาออกไป มือใหญ่ก็คว้าเข้าที่ข้อมือเรียวอย่างแรงแล้วดึงเธอกลับเข้าหาอกกว้างอีกครั้ง ความเย็นชาในดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธกรุ่นที่ระคนไปด้วยความตระหนก

"ไม่จริงสักนิด..." เสียงทุ้มรอดฟันออกมาเบาๆ ข้างหูเธอ "เธอคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวกับคำสัญญาโง่ๆ นั่น จะหยุดฉันไม่ให้รู้สึกอะไรกับเธอได้จริงๆ.เหรอ!!?"

คำพูดทั้งหมดของซาร่าที่กำลังจะต่อว่าเขาถูกกลืนหายไปในทันทีเมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอย่างเอาแต่อารมณ์ สัมผัสแรกเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและสับสนจากคำประชดประชันของเธอ แต่เพียงชั่วครู่ มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอนอย่างปิดไม่มิด

กลิ่นหอมกรุ่นของแอลกอฮอล์เจือปนไปกับสัมผัสร้อนผ่าว ร่างบางชะงักกึกด้วยความตกใจ มือเรียวที่ตั้งท่าจะดันอกแกร่งออกกลับเริ่มอ่อนแรงลง ความร้อนรุ่มจากฤทธิ์สุราที่แล่นผ่านเส้นเลือดผสมผสานกับแรงอารมณ์ที่เขายัดเยียดมาให้ ทำให้หัวใจของเธอเต้นระส่ำจนยากจะควบคุม

เขาบดจูบเนิ่นนานเหมือนต้องการจะลบรอยสัมผัส สายตา และเสียงหัวเราะของชายคนอื่นให้ออกไปจากตัวเธอให้หมดสิ้น มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของซาร่าไว้แน่น รั้งให้เธอรับสัมผัสจากเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่มืออีกข้างสอดรัดเอวบางเข้าหาตัวจนไร้ซึ่งช่องว่างระหว่างกัน

เมื่อผละริมฝีปากออกอย่างช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่พ่นรดกันในความสลัว นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอด้วยความหลงใหลและหวังหมอง

"จำไว้ ซาร่า..." เขาพึมพำเสียงพร่าชิดริมฝีปากของเธอ "สัญญาจะระบุไว้ยังไงฉันไม่สนใจ... แต่ร่างกายกับหัวใจของเธอ มันเป็นของฉันตั้งแต่วันแรกแล้ว"

<<เพี๊ยะ!>>

เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับใบหน้าคมอย่างจังดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่เคยเงียบสงบ ความเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วปรางแก้มของเขา รอยฝ่ามือสีแดงเข้มค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในความสลัว ร่างสูงชาไปทั้งแถบ หัวใจบีบรัดด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกยิ่งกว่าบาดแผลบนร่างกาย

ซาร่ายืนหายใจหอบถี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธและความสับสนที่พุ่งขึ้นสูงถึงขีดสุด เธอใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ เหมือนต้องการลบรอยสัมผัสของเขาออกไปให้หมดสิ้น ก่อนจะตะโกนใส่หน้าเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

"นายจูบฉันทำไม! นายทำแบบนี้กับฉันทำไม!"

น้ำตาที่อั้นไว้ร่วงผละออกจากเต้าเต่งตึง เธอไม่รอฟังคำตอบและไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาอีกต่อไป ร่างบางหมุนตัวแล้วออกวิ่งขึ้นบันไดไปทันที เสียงก้าวเท้าถี่กระชั้นดังสะท้อนขึ้นสู่ชั้นบน ตามด้วยเสียงประตูห้องนอนที่ถูกปิดใส่หน้าความเงียบงันดัง ปัง! จนคฤหาสน์ทั้งหลังสะเทือน

เขายืนนิ่งอยู่ ณ จุดเดิม มือหนาค่อยๆ ยกขึ้นแตะแก้มข้างที่ชาชิบ สัมผัสความร้อนผ่าวที่ฝ่ามือเธอทิ้งไว้ นัยน์ตาคมกริบมองขึ้นไปตามทางเดินสู่ห้องนอนที่ประตูถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา ความโกรธในตอนแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าและความกลัวในใจ กลัวว่าจูบเมื่อครู่ อาจจะไม่ได้ลบไทก้าออกไป แต่กลับเป็นสิ่งที่ดันเธอให้ห่างออกไปไกลกว่าเดิม เขาอยากขอโทษกับสิ่งที่พึ่งทำลงไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Finally, You Yielded (กว่าจะยอมมาเป็นของฉันนะนายเย็นชา)   บทที่ 29 วิเศษมาก

    ******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง

  • Finally, You Yielded (กว่าจะยอมมาเป็นของฉันนะนายเย็นชา)   บนที่ 28 แต่งงานกันนะ

    เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่

  • Finally, You Yielded (กว่าจะยอมมาเป็นของฉันนะนายเย็นชา)   บทที่ 27 ความลับ

    ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ

  • Finally, You Yielded (กว่าจะยอมมาเป็นของฉันนะนายเย็นชา)   บทที่ 26 เข้าใจผิด

    การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด

  • Finally, You Yielded (กว่าจะยอมมาเป็นของฉันนะนายเย็นชา)   บทที่ 25 คืนที่แสนสุข

    นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั

  • Finally, You Yielded (กว่าจะยอมมาเป็นของฉันนะนายเย็นชา)   บทที่ 24 ใจอ่อนเข้าแล้วไง

    ขณะที่รถยนต์กำลังแล่นไปตามถนนอย่างราบรื่น ซาร่าที่กำลังนั่งจับมือกับคารัสอยู่ก็พลันชะงักกึกขึ้นมา ความทรงจำสำคัญเรื่องหนึ่งสะกิดใจเธออย่างจังจนดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ 'จริงสิ! ฉันลืมไปเสียสนิทเลย!' เพราะมรสุมเรื่องการถูก kidnapping(ลักพาตัว) และเรื่องของทิชาที่ถาโถมเข้ามาจนวุ่นวาย ทำให้เธอมัวแต่ตกอยู่ในฝันร้ายจนเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือเรื่อง แม่ของเธอ ที่มีกำหนดการเข้ารับการผ่าตัดแขนในอีก 2 วันข้างหน้านี้แล้ว! ความกังวลใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน ซาร่ากระชับมือหนาของคารัสแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีวันที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้คารัสสังเกตเห็นได้ทันที "เป็นอะไรไปซาร่า? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" คารัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที ชายหนุ่มเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยความตื่นตัว "คารัสคะ..." ซาร่าหันมามองเขาด้วยสายตาร้อนรุ่มและรู้สึกผิด "ฉัน... ฉันเกือบลืมไปเลย อีกสองวันแม่ของฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดแขนแล้ว" คารัสมองท่าทางลนลานของภรรยาแล้วยิ้มบางๆ ออกมา แทนที่เขาจะตกใจหรือแสดงอาการเครียด เขากลับใช้นิ้วโป้งไล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status