ANMELDENเมื่อรถตู้คันหรูเลี้ยวผ่านประตูเหล็กอัตโนมัติเข้าสู่เขตคฤหาสน์หลังใหญ่ บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นความงดงามที่แสนเย็นชาทันที ตัวอาคารสง่างามและเงียบสงบ ต่างจากบ้านไม้ร่มรื่นของแม่ที่เธอเพิ่งจากมาอย่างสิ้นเชิง
ภายในห้องโถงกว้างขวาง คารัสนั่งรออยู่ก่อนแล้วบนโซฟาหนังราคาแพง สายตาคมกริบของเขาทอดมองไปยังประตูทางเข้า ร่างสูงในชุดลำลองแต่ดูเนี๊ยบทุกระเบียบนิ้วนั่งกอดอกด้วยท่าทางสงบนิ่ง ราวกับกำลังรอคอยการกลับมาของภรรยาในนามอย่างตั้งใจ ซาร่าก้าวเข้ามาในห้องโถง และทันทีที่สายตาของทั้งสองคู่ประสานกัน ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ "กลับมาแล้วหรอ" น้ำเสียงทุ้มเรียบของคารัชเอ่ยขึ้น สายตาของเขากวาดมองสำรวจใบหน้าของเธอที่ดูผ่อนคลายขึ้นจากการได้กลับบ้านเกิด ก่อนที่เขาจะเตรียมเอ่ยถึงเรื่องงานสำคัญที่รอเธออยู่ ซาร่าถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งความตื่นเต้นหรือยินดียินร้าย ยามที่ก้าวขาเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ดวงตาคู่สวยทำเพียงฉายแววความสงสัยออกมาครู่หนึ่งว่า เหตุใดชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่างานรัดตัวและมักจะกลับบ้านดึกดื่นทุกคืน ถึงได้มารอนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องโถงตั้งแต่เวลานี้ "วันนี้ทำไมกลับเร็วจังเลยละคะ" ซาร่าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงประชด พลางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะกระจกข้างโซฟา "ปกติเวลานี้เห็นยังง่วนอยู่กับงานที่บริษัทแทบทุกวัน" คารัชขยับตัวเล็กน้อย สายตาคมกริบยังคงจับจ้องที่ใบหน้าของเธอ ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องเวลาที่เขากลับมา แต่เลือกที่จะเข้าประเด็นสำคัญทันที "พักผ่อนหายเหนื่อยหรือยัง? ฉันมีเรื่องต้องบอกเธอ" เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ "พรุ่งนี้ตอนเย็น เธอต้องไปงานเปิดตัวชาแบรนด์ใหม่กับฉัน เป็นธุรกิจของลูกพี่ลูกน้องฉันเอง เตรียมชุดให้พร้อมด้วยล่ะ" ซาร่าชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นบันได เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคารัช ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาตรงๆ ด้วยความไม่พอใจที่สะสมมาตั้งแต่ก้าวเข้าประตูบ้าน ความอดทนของเธอเริ่มหมดลงกับท่าทีที่เอามักง่ายและสั่งเอาๆ ของชายหนุ่ม "ทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ? ฉันไม่ไป" ซาร่าปฏิเสธออกมาเสียงแข็งอย่างไม่เกรงกลัว คารัชเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองตอบด้วยสายตาเย็นชา ค่อยๆ เอนหลังพิงเบาะโซฟาพลางประสานมือไว้บนตัก ท่าทางอันสงบนิ่งแต่กดดันของเขายิ่งทำให้บรรยากาศในห้องโถงกว้างอึดอัดขึ้นไปอีก "เธออย่าลืมสิซาร่า... สัญญาระหว่างเรา และสถานะ 'ภรรยา' ที่เธอถืออยู่" น้ำเสียงทุ้มต่ำของคารัชเรียบสนิทแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง "งานนี้ไม่ใช่แค่งานเลี้ยงชาธรรมดา แต่มันคือเรื่องของพันธมิตรทางธุรกิจ และภาพลักษณ์ของตระกูลที่ทุกคนจับตามองอยู่ การที่เธอไม่ปรากฏตัวข้างฉัน มันจะทำให้ผู้ใหญ่เกิดคำถาม" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ จนระยะห่างลดลง "ฉันไม่ได้ขอให้เธอไปในฐานะคนที่รักกัน แต่ไปในฐานะคู่สัญญาที่เธอตกลงไว้ตั้งแต่แรก การทำหน้าที่ให้สมบูรณ์มันไม่ใช่เรื่องยากเกินไปใช่ไหม?" ซาร่าพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เพื่อดับอารมณ์กรุ่นข้างใน แม้จะไม่พอใจแต่เธอก็รู้ดีว่าไม่อาจปฏิเสธข้อตกลงและพันธะสัญญาที่เคยให้ไว้ได้ ดวงตาคู่สวยสบมองคารัชด้วยความเย็นชาเท่าเทียมกัน "ก็ได้ ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ของฉัน... ฉันจะไป" เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงห้วนเรียบ "ฉันจะไปนอนแล้ว มีแค่นี้ใช่ไหมเรื่องที่จะบอกฉัน?" คารัชหยุดนิ่ง มองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านกับท่าทีปั้นปึ่งของเธอ เพียงแต่พยักหน้ารับเบาๆ หนึ่งครั้ง "อืม มีแค่นี้แหละ ไปพักผ่อนเถอะ" ไร้ซึ่งคำหวานหรือความอาทรใดๆ ซาร่าหมุนตัวเดินตรงขึ้นบันไดไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีก ปล่อยให้ความเงียบและความเย็นชาปกคลุมห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ ขณะที่คารัชยังคงยืนมองตามหลังเธอไป จนกระทั่งเสียงบานประตูห้องนอนข้างบนปิดลงพร้อมกับความเงียบสนิทกับใจที่กะตุกของเขา -------- เมื่อถึงช่วงค่ำของวันงาน คารัชยืนรออยู่ตรงโถงกลางบ้านด้านล่าง ร่างสูงอยู่ในชุดสูทตัดเย็บพิถีพิถันดูสง่างาม สมฐานะประธานใหญ่ แต่สายตาของเขากลับคอยเหลี่ยมมองไปยังบันไดวนวนใหญ่เป็นระยะอย่างไม่อาจตั้งมั่นได้ กระทั่งเสียงส้นสูงกระทบพื้นบันไดไม้เนื้อดีดังขึ้นช้าๆ คารัชหันไปมอง และวินาทีนั้นเองที่ทุกอย่างรอบตัวคล้ายจะหยุดเคลื่อนไหว ซาร่ากำลังค่อยๆ ก้าวลงมาจากชั้นบน ในชุดเดรสยาวสีขาวนวลปักประดับเลื่อมทองส่องประกายวับแวมยามต้องแสงไฟแชนเดอเลียร์ ดีไซน์เปิดไหล่เผยให้เห็นลำคอระหงและลาดไหล่เนียนสวย ชุดที่เข้ารูปเน้นทรวดทรงบอบบางแต่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนุ่มนวลแต่คมคาย ปากอิ่มสีสดลงตัวจนยากจะละสายตา คารัชพินิจพิจารณาเรือนร่างสวยสง่าตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ หัวใจเต้นผิดจังหวะไปเสี้ยววินาที ความงดงามอย่างเป็นธรรมชาติที่แฝงความสูงศักดิ์นั้น ชวนให้หลงใหลจนอารมณ์หวงแหนเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจลึกๆ 'สวยขนาดนี้... ไม่อยากพาออกไปให้สายตาใครมองเลยจริงๆ' คารัชคิดในใจ ความรู้สึกขัดแย้งพุ่งขึ้นมาจนเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกเสียดายที่จะต้องพาเธอคนนี้ไปปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนมากมายในงานเลี้ยง ซาร่ายิ้มมุมปากเล็กน้อย บนเรียวปากสวยได้รูป นัยน์ตาสมส่วนทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาแพรวพราวและซุกซน เธอจงใจเอียงคอเล็กน้อย ปล่อยให้เรือนผมยาวสลวยทิ้งตัวล้อมใบหน้าเรียบเนียน คล้ายจะเย้าหยอกคนที่ยืนนิ่งเป็นหินสลักอยู่ตรงนั้น "จะมองฉันอีกนานไหม" ซ่าร่าพูดขึ้นเมื่อเห็นคนตรงหน้ายืนตะลึงในความงามของเธอ น้ำเสียงหวานกังวานนั้นดึงเขากลับมาจากห้วงความคิด คารัสสะดุ้งเล็กน้อย ใบหูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างเก็บไม่อยู่ เขาอ้ำอึ้งหลุดจากภวังค์ พยายามหลบสายตาทรงเสน่ห์ที่ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะไปหลายสปีด "ไปกันเถอะ" เขาพูดเบาๆ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีและก้าวเท้าเดินนำออกไปก่อน เพื่อซ่อนความประหม่าที่พุ่งสูงขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก ซาร่ามองตามแผ่นหลังของเขา สายตาเต็มไปด้วยความฉงน เธอค่อยๆ ก้าวเท้าตามไปช้าๆ เดินขนาบข้างไปกับความเงียบที่แสนอบอุ่น พร้อมกับคำถามในใจว่าเขาจะทนเก็บอาการแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ********* รถคันหรูเคลื่อนตัวมาจอดอย่างนุ่มนวลบริเวณหน้าประตูทางเข้าของโรงแรมระดับห้าดาว ด้านบนซุ้มประตูตกแต่งด้วยดอกไม้สดและไฟประดับระยิบระยับ ซาร่าทอดสายตามองผ่านกระจกติดฟิล์มมืดของรถตู้ แสงไฟจากงานฉายสะท้อนเข้าในดวงตาคู่สวย คารัสที่นั่งข้างๆ หันมามองเธออีกครั้ง คราวนี้เขาจัดสูทให้เข้าที่พลางสูดหายใจเข้าก่อนที่จะบอก ลูกน้องว่า "ไม่ต้องเดี๋ยวฉันจัดการเอง" ทัชที่กำลังจะลงไปกดเปิดประตูรถให้ต้องชะงักทันที ทัชพยักหน้ารับอย่างรู้งาน คารัสก้าวลงจากรถเป็นคนแรก เขายื่นมือออกไปเปิดประตูรถฝั่งซาร่าพร้อมส่งมือให้เธอจับอย่างทะนุถนอม "ขอบคุณนะคะ" ซาร่า เอ่ยขอบคุณเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถตู้คันหรู ดวงตาคู่สวยทอดมองไปรอบบริเวณหน้างาน แสงไฟระยิบระยับ ป้ายชื่อ The Grand Tea Expo ตระการตา และฝูงชนในชุดราตรีหรูหราทำให้นิ้วเรียวสวยของเธอแอบเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาร่วมงานระดับชาติที่ใหญ่โตขนาดนี้ ความตื่นเต้นค่อยๆ แล่นผ่านหัวใจจนมันเต้นฉีดฉีดฉานขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด คารัสสัมผัสได้ถึงความประหม่าของหญิงสาว เขาบีบมือเธอเบาๆ เป็นสัญญาณให้วางใจ ก่อนจะกอดเอวบางของเธอไว้หลวมๆ คารัสและซาร่าค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปในงานอย่างสง่างาม ทันทีที่ทั้งสองเดินผ่านประตูทางเข้า สายตาแทบทุกคู่ใน hall หรูหราก็พุ่งตรงจับจ้องมาที่พวกเขาทันที รังสีความโดดเด่นและทรงอำนาจแผ่ออกมาจากตัวของคารัสอย่างปกปิดไม่ได้ เขาเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศในฐานะเจ้าพ่อธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง เพียงแค่เขาปรากฏตัว บรรดาเหล่านักธุรกิจและเซเลบริตี้ชั้นนำต่างก็พากันขยับเข้าหาเพื่อเอ่ยคำทักทายอย่างนอบน้อม และแน่นอนว่า สายตาทุกคู่ย่อมไม่พลาดที่จะมองหญิงสาวงามหยดย้อยที่ยืนเคียงข้างเขา ทุกคนในวงสังคมต่างรู้อยู่เต็มอกว่าเธอคือภรรยาที่คารัสเพิ่งประกาศแต่งงานออกสื่ออย่างยิ่งใหญ่เมื่อหลายเดือนก่อน ความสวยสง่าของเธอทำให้ผู้คนในงานต่างซุบซิบด้วยความชื่นชม ขณะที่คารัสกำลังพยักหน้ารับคำทักทายจากบรรดาผู้มีอิทธิพล เสียงก้าวเท้าที่หนักแน่นทว่าเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของใครบางคนก็ดังใกล้เข้ามา ไทก้า เจ้าของงานมหกรรมชาสุดยิ่งใหญ่ในค่ำคืนนี้ ก้าวเท้าตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ เขาหยุดลงในระยะที่ใกล้กับซาร่า รอยยิ้มลุ่มลึกจุดประกายบนใบหน้าคมคาย ขณะสายตาทอดมองมายังคนรู้จักเก่าที่เขาไม่ได้พบเจอมานาน "สวัสดีครับซาร่า....ไม่เจอกันนานเลยนะ" 'ไทก้า'เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มอบอุ่นจุดประกายบนใบหน้าคม สายตาของเขาทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เขาและซาร่ารู้จักกันมานานหลายปี แต่หลังจากเธอเรียนจบ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายจนขาดการติดต่อกันไป ไทก้า ยอมรับกับตัวเองว่าในมุมลึกๆ ของหัวใจ เขาเคยแอบชอบรุ่นน้องคนนี้อยู่ไม่น้อย ทว่าในตอนนั้นเขามีพันธะและมีแฟนอยู่แล้ว จึงไม่อาจเอื้อนเอ่ยความรู้สึกใดๆ ออกไปได้ ที่สำคัญ เขารู้ดีว่าซาร่าไม่ได้คิดกับเขาเกินกว่ารุ่นพี่คนหนึ่ง ภาพในอดีตย้อนกลับมาในความคิดของเขาอย่างเด่นชัด ซาร่าเคยมาทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านชาของเขา เธอไม่ใช่แค่เด็กพาร์ทไทม์ธรรมดา แต่เป็นคนที่พิเศษกว่าใครๆ ด้วยประสาทสัมผัสและการทดสอบรสชาติชาที่ละเอียดอ่อน ยอดเยี่ยมจนน่าทึ่ง และในที่สุด วันนี้เขาก็ได้พบเธออีกครั้ง... ในฐานะภรรยาของชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองของลูกพี่ลูกน้อง 'คารัส โชคดีจริงๆ' เขาคิดในใจ ทันทีที่ได้ยินเสียงทักทายอันคุ้นเคย ซาร่าชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ใบหน้าสวยจะคลี่ยิ้มสดใสออกมาทันที ดวงตาคู่สวยประกายความดีใจอย่างปิดไม่มิดที่ได้เจอกับคนคุ้นเคยในสถานที่แห่งนี้ "พี่ไทก้า! ไม่คิดว่าจะได้เจอพี่ที่นี่เลย ดีใจจังเลยที่ได้พบกันอีกครั้ง" ซาร่าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เป็นกันเอง โดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของคารัสที่เริ่มเปลี่ยนไป คารัสที่ยืนกอดเอวบางของซาร่าอยู่ข้างๆ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แรงบีบที่เอวเรียวเพิ่มขึ้นเบาๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สายตาเย็นชาและนิ่งสนิทของเจ้าพ่อธุรกิจดุดันขึ้นทันตาเมื่อเห็นสายตาที่ไทก้าใช้มองภรรยาของเขา "ทักทายกันพอหรือยัง" คารัสพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ ทว่าทรงพลังจนบรรยากาศรอบข้างเริ่มเย็นเยือกขึ้นมาทันที "ดูเหมือนนายกับภรรยาของฉัน... จะรู้จักกันดีเลยสินะ" ไททันหันมาประสานสายตากับคารัส รอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าของงานปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทางการของผู้กุมอำนาจที่ไม่ยอมแพ้ใครเช่นกัน "ก็ใช่น่ะสิ ซาร่าเคยทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านชาของฉันมาก่อน" ไทก้าพูดพลางเว้นจังหวะ แล้วหันไปยิ้มให้ซาร่าอีกครั้ง "เธอเป็นนักชิมชาที่มีพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย... น่าเสียดายที่พอเรียนจบก็ไม่ได้ข่าวคราวอีกเลย จนกระทั่งเห็นข่าวของนายนั่นแหละ" "งั้นเหรอ" คารัสเหยียดยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก สายตามองประสานกับไทก้าอย่างไม่มีใครยอมใคร "แต่น่าเสียดายหน่อยนะ ที่ตอนนี้เธอจะชงชาให้ฉันดื่มแค่คนเดียวแล้ว" เขาพูดอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ ซาร่าตวัดสายตามองคารัสด้วยความไม่พอใจทันที คำพูดแสดงความเป็นเจ้าของอย่างข่มๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย แต่ก็จำต้องเก็บอาการไว้เพื่อรักษาหน้าเขาและบรรยากาศในงาน ขณะที่แรงกดดันระหว่างคารัสและไทก้าเริ่มม้วนตัวตึงเครียด ไทก้าก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าย้ำเตือนจุดประสงค์สำคัญ "แต่นายคงไม่ลืมนะว่าวันนี้มางานนี้เพราะอะไร" ไทก้าเปรยขึ้นพลางส่งสายตาเป็นเชิงเตือนสติ คารัสชะงักไปเล็กน้อย นึกถึงข้อตกลงทางธุรกิจที่เขาเพิ่งตกลงกับไทก้าไปก่อนหน้านี้ แม้ผลประโยชน์ทางธุรกิจและผลตอบแทนที่คุยกันไว้จะไม่ได้มากมายมหาศาลอะไรนักเมื่อเทียบกับอาณาจักรของเขา แต่มันก็มากพอที่จะทำให้คนเย่อหยิ่งอย่างคารัสยอมใจอ่อน พาซาร่าเดินทางมาที่งานนี้ เพื่อให้เธอใช้ความสามารถอันโดดเด่นช่วยชิมและประเมินรสชาติชาในงานให้ตามที่ตกลงกันไว้ ก่อนจะหันมามองซาร่าด้วยสายตาอ่อนโยน "นั่นสินะ... พี่แทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นฝีมือการชิมชาของซาร่าอีกครั้งในวันนี้...ขอบคุณที่ยอมงานนี้นะครับ" ซาร่าแอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะบิดเนื้อที่เอวของคารัสผ่านเนื้อผ้าสูทหรูไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้และเป็นเชิงบอกให้เขาปล่อยมือที่เอวเธอไปได้แล้ว หันไปยิ้มแย้มตอบรับไทก้าอย่างเป็นทางการ "ยินดีค่ะพี่ไททัน วันนี้ซาร่าตั้งใจมาช่วยเต็มที่อยู่แล้วค่ะ" เธอพูดพลางส่งยิ้มหวาน ให้คารัสรู้ว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ใช่มาเป็นของสะสมให้เขายกมาข่มใคร โชคดีที่ตอนนั่งรถมา คารัสได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการมางานครั้งนี้ให้เธอฟังหมดแล้ว แต่เขากลับจงใจปิดบัง ไม่ได้บอกเลยสักคำว่าใครกันที่เป็นเจ้าของงานมหกรรมชาแห่งนี้ "และขอเชิญแขกคนสำคัญของค่ำคืนนี้... คุณซาร่า ขึ้นมาให้เกียรติทดสอบและประเมินรสชาติชาบนเวทีครับ!" สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร เสียงปรบมือก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งฮอลล์หรูหรา ซาร่าส่งยิ้มบางๆ ให้ทุกคนก่อนจะค่อยๆ ก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างสง่างาม ท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลทว่ามั่นใจทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอเป็นจุดเดียว บนเวที ซาร่าเริ่มโชว์ศักยภาพอันยอดเยี่ยม เธอจรดแก้วชาขึ้นริน ดมกลิ่นหอมของใบชาอย่างประณีต ก่อนจะจิบชาแต่ละชนิดด้วยความชำนาญ เพียงแค่สัมผัสแรกที่ปลายลิ้น เธอ ก็สามารถบอกชื่อชนิดชา สายพันธุ์ แหล่งปลูก และระดับการคั่วได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ เรียกเสียงฮือฮาและคำชื่นชมจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั่วทั้งงาน คารัสยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความทึ่งและความประทับใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสน่ห์ของซาร่าในเวลานี้ช่างน่าหลงใหลและทรงคุณค่าเหลือเกิน จนเขาเกิดคำถามในใจขึ้นมาว่า... ทำไมที่ผ่านมาเขาถึงไม่เคยเห็นมุมนี้ของเธอเลย? แต่แล้วเขาก็ตอบตัวเองได้ทันที... จะไปเห็นได้ยังไง ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยใส่ใจหรือคิดจะสนใจภรรยาแต่งงานในนามคนนี้เลยแม้แต่น้อย "ยอดเยี่ยม....ซาร่ายังคงเก่งเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแล้ววันนี้ยิ่งอยู่บนเวทีทำไมสวยแบบนี้นะ..." ไทก้าที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น สายตาของเขายังคงมองไปที่เวทีด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด คารัสกำมือแน่นขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มตีรวนในอก เมื่อได้รู้ว่าผู้หญิงที่เขาเคยมองข้าม... บัดนี้กำลังเปล่งประกายจนทุกคนในงาน รวมถึงชายอื่น ต่างพากันตกหลุมเสน่ห์ของเธอเข้าอย่างจัง หลังจากสิ้นสุดการแสดงศักยภาพบนเวที ซาร่าค่อยๆ ก้าวลงมาจากบันไดเวทีด้วยท่วงท่าสง่างาม คารัสกำลังจะก้าวเท้าออกไปรับเธอ แต่ทว่าไทก้ากลับไวตามองการณ์ไกล เขารีบวิ่งตรงเข้าไปยื่นมือให้ซาร่าจับพยุงลงมาจากเวทีตัดหน้าคารัสไปอย่างรวดเร็ว คารัสชะงักฝีเท้าลงทันที เขายืนนิ่ง นัยน์ตาคมกริบมองภาพตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่เพียงไม่กี่วินาที เจ้าพ่อธุรกิจผู้ไม่ยอมเสียหน้าให้ใครก็เดินตรงเข้าไปแทรกกลาง เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือบางของซาร่าแล้วดึงตัวเธอเข้ามาชิดอกกว้างอย่างถือสิทธิ์ "คนของฉัน ฉันจัดการเองได้" คารัสเอ่ยเสียงต่ำเรียบพลางส่งสายตาดุใส่ลูกพี่ลูกน้อง ไทก้ายักไหล่หัวเราะในคอเบาๆ ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน เพราะเป้าหมายหลักของเขาในค่ำคืนนี้สำเร็จลุล่วงแล้ว ทันทีที่ซาร่าแสดงความสามารถอันไร้ที่ติจบลง เหล่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนักธุรกิจชาชั้นนำต่างพากันเดินตรงเข้ามาหาไทก้าอย่างไม่ขาดสาย ทุกคนต่างเอ่ยปากชื่นชมและแสดงความประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะทำความรู้จักกับผู้เชี่ยวชาญชาคนใหม่ที่ชื่อ "ซาร่า" ความสามารถของซาร่ากลายเป็นสปอตไลท์ดึงดูดคอนเนกชันและโอกาสทางธุรกิจชั้นยอด ส่งผลให้ข้อตกลงธุรกิจของไทก้าเป็นไปอย่างราบรื่นและสวยหรู ซึ่งแน่นอนว่าโปรเจกต์นี้กำลังจะทำเงินมหาศาลให้กับเขาหลังจากนี้อย่างไม่ต้องสงสัย******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง
เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่
ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ
การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั
ขณะที่รถยนต์กำลังแล่นไปตามถนนอย่างราบรื่น ซาร่าที่กำลังนั่งจับมือกับคารัสอยู่ก็พลันชะงักกึกขึ้นมา ความทรงจำสำคัญเรื่องหนึ่งสะกิดใจเธออย่างจังจนดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ 'จริงสิ! ฉันลืมไปเสียสนิทเลย!' เพราะมรสุมเรื่องการถูก kidnapping(ลักพาตัว) และเรื่องของทิชาที่ถาโถมเข้ามาจนวุ่นวาย ทำให้เธอมัวแต่ตกอยู่ในฝันร้ายจนเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือเรื่อง แม่ของเธอ ที่มีกำหนดการเข้ารับการผ่าตัดแขนในอีก 2 วันข้างหน้านี้แล้ว! ความกังวลใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน ซาร่ากระชับมือหนาของคารัสแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีวันที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้คารัสสังเกตเห็นได้ทันที "เป็นอะไรไปซาร่า? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" คารัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที ชายหนุ่มเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยความตื่นตัว "คารัสคะ..." ซาร่าหันมามองเขาด้วยสายตาร้อนรุ่มและรู้สึกผิด "ฉัน... ฉันเกือบลืมไปเลย อีกสองวันแม่ของฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดแขนแล้ว" คารัสมองท่าทางลนลานของภรรยาแล้วยิ้มบางๆ ออกมา แทนที่เขาจะตกใจหรือแสดงอาการเครียด เขากลับใช้นิ้วโป้งไล







