LOGINปลายสายเป็นทิชา
“ดีมาก! ลงมือทันที อย่าให้ยืดเยื้อ!” ทิชากำโทรศัพท์แน่นด้วยความสะใจจนข้อนิ้วขาวซีด เมื่อปลายสายรายงานว่าคารัสได้ออกไปจากรีสอร์ทและทิ้งให้ซาร่าอยู่เพียงลำพังแล้ว โอกาสทองที่ฟ้าเป็นใจมาถึงเร็วกว่าที่คิด "และจำไว้นะ..." น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและเต็มไปด้วยความกดดัน "ทำให้เนียนที่สุด อย่าให้มีร่องรอยอะไรที่สาวมาถึงตัวฉันได้เด็ดขาด ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูคารัส หรือมีชื่อฉันไปเกี่ยวข้อง... แกไม่ได้ตายดีแน่!" “วางใจได้ครับคุณหนู พวกผมทำงานสะอาดอยู่แล้ว รับรองว่าตำรวจหรือแม้แต่คุณคารัส ก็จะเห็นมันเป็นแค่ 'อุบัติเหตุ' ที่น่าสงสารเท่านั้น” ชายปริศนาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะตัดสายไป ทิชาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนใบหน้า เธอเดินไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว สายตามองออกไปนอกหน้าต่างคอนโดหรูด้วยความมุ่งร้าย ขณะเดียวกัน ที่บริเวณริมระเบียงและทางเดินเงียบสงบหน้าห้องพักของซาร่า ชายฉกรรจ์ในชุดดำสองคนเริ่มเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประตูห้องพักอย่างเงียบเชียบ พร้อมอุปกรณ์และแผนการร้ายที่เตรียมไว้จัดการเสี้ยนหนามให้พ้นทาง ตามคำสั่งฆ่าที่ไร้ความปรานี ช่วงสายของวัน แสงแดดอุ่นๆ เริ่มสาดแสงทั่วชายหาด ซาร่าในชุดสบายๆ เดินทอดนัยน์ตามองคลื่นทะเลที่กระทบฝั่งด้วยความสบายใจ โดยไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติรอบตัว ทว่า ก่อนที่เท้าของเธอจะแตะลงบนผืนทรายนุ่ม ร่างของชายฉกรรจ์สองคนก็โผล่ออกมาจากเงามืดด้านข้างอย่างรวดเร็ว! หนึ่งในนั้นใช้ผ้าโป๊ดยาสลบเข้าตะกุบปิดปากปิดจมูกของเธอแน่น ซาร่าพยายามดิ้นรนสุดชีวิตและส่งเสียงร้องในลำคอ แต่ด้วยแรงที่ต่างกันมหาศาล สติของเธอเริ่มพร่ามัว ก่อนจะถูกลากตัวขึ้นรถตู้ติดฟิล์มดำมืดที่จอดซุ่มอยู่ใกล้ๆ “เฮ้ย! เอาไงต่อดีวะ? ตามแผนคือจับมันกดน้ำทะเลให้จมตายไปเลยไม่ใช่เหรอ?” ชายคนแรกเอ่ยถามพลางหันไปมองร่างบางที่หมดสติอยู่เบาะหลัง ชายอีกคนที่นั่งฝั่งคนขับหันกลับมามองใบหน้าหวานละมุนและเรือนร่างเพรียวบางของซาร่า สายตาของมันเต็มไปด้วยความโลภและความหื่นกระหาย “มึงดูหน้ามันสิ... สวยระดับนางฟ้าขนาดนี้ จะจับกดน้ำตายเปล่าๆ ได้ไงวะ น่าเสียดายของตายห่า” มันแสยะยิ้มชั่วร้าย “เปลี่ยนแผน! พาตัวมันไปที่กระท่อมร้างท้ายหาดก่อน จัดการให้สมใจอยากแล้วค่อยอุ้มฆ่าทิ้งก็ยังไม่สาย!” รถตู้เคลื่อนตัวออกจากบริเวณรีสอร์ทอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังกระท่อมร้างที่ลับตาคนไม่ไกลจากชายหาดมากนัก โดยที่ซาร่าซึ่งไร้สติต้องตกอยู่ในอันตรายขั้นสุด และคารัสยังคงติดภารกิจสำคัญโดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวอันเป็นที่รักกำลังจะถูกทำร้าย ********* หน้าห้องประชุมใหญ่ คารัสจรดปากกาเซ็นเอกสารลงนามสำคัญฉบับสุดท้ายจนเสร็จสิ้น ทว่าในอกกลับรู้สึกกังวลอย่างน่าประหลาด เขาหันไปกำชับ นรินทร์ เลขาสาวเสียงเรียบ "นรินทร์ ก่อนเข้าห้องประชุม ช่วยโทรหาซาร่าที เช็กดูว่าเธอเป็นยังไงบ้าง" คารัสพยายามสลัดความว้าวุ่นใจออกไป เดิมทีเขาตั้งใจจะให้ ทัด บอดี้การ์ดฝีมือดีคอยเฝ้าคุ้มกันซาร่าอยู่ที่รีสอร์ทเหมือนทุกครั้ง แต่เพราะเมื่อวานคิดว่าจะกลับในเช้าวันนี้ เขาจึงเป็นคนออกคำสั่งเรียกทัดกลับไปก่อน ทำให้ตอนนี้ซาร่าไม่มีคนคอยคุ้มกันอยู่ข้างกาย มีเพียงการกำชับให้การ์ดของรีสอร์ทรายงานความเคลื่อนไหวเข้ามาเท่านั้น ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง นรินทร์เดินกลับมาด้วยสีหน้าไก่ต้ม ปากอ้ำอึ้งและทำตัวไม่ถูกอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้ว่าบอสกำลังจะเข้าประชุมสำคัญระดับประเทศ แต่ข้อมูลที่เพิ่งได้รับมากลับทำเอาเธอเหงื่อตก จะขัดจังหวะบอสตอนนี้ก็ไม่กล้า แต่จะเงียบไว้ก็ไม่ได้ คารัสละสายตาจากnotebook ส่วนตัว ชายหนุ่มคิ้วขมวดทันทีเมื่อเห็นท่าทีลนลานผิดปกติของเลขา "มีอะไร นรินทร์? ทำไมทำหน้าแบบนั้น" น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นด้วยความดุดันและร้อนใจ "คือ... บอสคะ คุณซาร่าไม่ยอมรับสายเลยค่ะ นรินทร์พยายามโทรหลายรอบแล้ว" นรินทร์พูดเสียงสั่น "แถมพอลองติดต่อไปทางคนของรีสอร์ทที่เราสั่งให้คอยเฝ้าดูอยู่... ตอนนี้กลับติดต่อใครไม่ได้เลยสักคนค่ะ!" คำรายงานนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจ คารัสลุกขึ้นพรวดจนเก้าอี้ล้มไปด้านหลัง สายตาคมกริบฉายแวววูบไหวและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด งานประชุมตรงหน้าไม่ใช่นำพาอีกต่อไปแล้วเมื่อชีวิตของหญิงสาวอันเป็นที่รักกำลังตกอยู่ในอันตราย! คารัสไม่รีรอยกโทรศัพท์ขึ้นมากดหาปลายสายทันที "ทัด! มึงล่วงหน้าไปที่รีสอร์ทเดี๋ยวนี้!" คารัสสั่งเสียงดังลั่นจนคนบริเวณนั้นสะดุ้ง เส้นเลือดบนขมับของเขากระตุกเกร็งด้วยความโทสะ เส้นสายความอดทนขาดสะบั้นลงทันที "ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใครหน้าไหน ถ้ามันกล้าแตะต้องซาร่า... กูจะฆ่ามันให้หมด!" ทัดรับคำสั่งด้วยสีหน้าเครียดขรึม ไม่รอช้า รีบออกจากคฤหาสน์ไปขึ้นรถเพื่อดิ่งตรงไปยังชายหาดอย่างรวดเร็วที่สุด ทัดเป็นบอดี้การ์ดมือดีและไว้ใจได้ที่สุด การค้นหาซาร่าเขาเชื่อว่าทัดจะจัดการได้รวดเร็วทันใจ ก่อนที่เขาจะไปถึง คารัสหันกลับมามองนรินทร์ด้วยสายตาดุดันเยียบเย็น ดั่งพยัคฆ์พร้อมขย้ำเหยื่อ เขาไม่อาจเสียเวลาทนฟังการประชุมไร้สาระพวกนี้ได้อีกต่อไป "นรินทร์ รอฟังรายงานจากฉัน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำหนักแน่นที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่ "เตรียมประสานงานเรียกตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามไปได้เลย เรื่องนี้จะไม่มีคำว่าปรานีใครทั้งนั้น!" สั่งเสร็จ คารัสก็หมุนตัวเหยียบเอ็กเซลหรูออกจากที่นั่น มุ่งหน้าสู่ชายหาดด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มราวกับมีไฟเผา หากซาร่าเป็นอะไรไปแม้แต่น้อย ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา หรือแลกด้วยชีวิต เขาก็จะลากตัวพวกมันทุกคนมาลง hell ให้ได้! --------- ขณะเดียวกัน ณ กระท่อมร้างท้ายชายหาด ซาร่าเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมอาการมึนหัวอย่างรุนแรง ภาพตรงหน้าคือชายฉกรรจ์สองคนกำลังส่งยิ้มหื่นกระหายเข้ามาใกล้เธอทีละนิด... มือหยาบกร้านระคายผิวลูบไล้ไปตามเรือนร่างบางอย่างถือดี รอยสัมผัสโสมมและริมฝีปากน่าขยะแขยงของไอ้หื่นเฉียดประทับลงบนผิวแก้มเนียน ความกลัวและความรังเกียจพุ่งขึ้นจับใจจนซาร่าน้ำตาไหลพรั่งพรู เธอพยายามเบือนหน้าหนีและบิดตัวสะบัดดิ้นสุดกำลัง แต่พันธนาการหนาแน่นกลับยึดเธอไว้กับพื้นกระท่อมร้างแสนโสโครก "อย่ามาแตะต้องฉัน! ออกไปนะไอ้พวกชั่ว!" ซาร่าตวาดเสียงสั่นพร่า ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวขั้นสุด ท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ คืบคลานและไร้ซึ่งทางออก ภาพเดียวที่เด่นชัดอยู่ในหัวใจและจิตความคิดของเธอตอนนี้ ไม่ใช่ใครอื่น... นอกจากใบหน้าคมคายและสายตาอบอุ่นของคารัส ภาพสัมผัสอ่อนโยนที่แก้มเมื่อเช้า รอยยิ้ม และคำสัญญาที่บอกว่าจะรีบกลับมาหา ยิ่งตอกย้ำความปรารถนาเดียวในใจเธออย่างรุนแรง ‘คารัส... ช่วยฉันด้วย... ได้โปรดช่วยฉันด้วย!’ เธอร่ำร้องตะโกนชื่อเขาอยู่ในใจ หวังให้ปาฏิหาริย์ส่งเสียงนี้ไปถึงชายหนุ่มผู้เป็นที่พึ่งเดียวในชีวิต "ร้องไปเหอะแม่คุณ! ต่อให้ตะโกนจนคอแตกก็ไม่มีใครได้ยินหรอก!" ไอ้หื่นหัวเราะร่าด้วยความสะใจ มันจับล็อคข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นเหนือหัว แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงมาหมายจะฉามเช็ดเรือนร่างหวานตรงหน้าอย่างไม่ปรานี <<<<เอ้ดดด... ปั้ง!>>>> ฉับพลันนั้นเอง เสียงประตูไม้เก่าแก่ของกระท่อมร้างก็ถูกเท้าหนาทะลายออกอย่างแรงจนเศษไม้กระจายว่อน! ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยืนตระหง่านอยู่ท้าทายแสงแดดภายนอก แววตาคู่นั้นดุดันและเต็มไปด้วยรังสีฆาตกรรมที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า! "คารัส..." ชื่อของเขาลอยหลุดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริกโดยที่เธอไม่อาจปิดบังมันไว้ได้อีกต่อไป เสียงพึมพำแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและอ้อนวอน นาทีที่ดวงตากลมโตสบเข้ากับสายตาคมกริบอันคุ้นเคย ความกลัวและความสิ้นหวังที่เคยเกาะกินจิตใจพลันมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด แต่ถึงอย่างนั้น ร่างกายที่ผ่านความพรั่นพรึงมาอย่างหนักก็ยังคงสั่นเทาไปถึงปลายเท้าด้วยความตกใจที่ยังไม่หายดี "ซาร่า!" คารัสตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงดุดันแต่แฝงความห่วงใยขั้นสุด สายตาของเขากวาดมองสภาพของหญิงสาวบนพื้น ก่อนจะหันไปจ้องมองชายฉกรรจ์ทั้งสองคน รังสีฆาตกรรมแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในกระท่อมร้างเย็นเฮือกขึ้นทันตา "มึง... พวกมึงกล้าดียังไงบังอาจแตะต้องคนของกู!" ยังไม่ทันที่ไอ้หื่นสองคนจะทันได้ตั้งตัวหรือหยิบอาวุธขึ้นมา คารัสก็พุ่งตัวเข้าไปประชิดด้วยความเร็วและแรงโทสะที่พุ่งทะลุจุดเดือด Footwork หนักแน่นส่งกำปั้นลนลานเข้าใส่ใบหน้าของพวกมันจนเสียงกระดูกพังดัง กร๊อบ! ร่างของพวกมันลอยกระเด็นไปกระแทกฝาผนังกระท่อมอย่างจัง ทัดที่วิ่งตามหลังมาติดๆกับลูกน้องที่อยู่รีสอร์ทเพิ่งรู้สึกตัวตื่นเมื่อทัดมาถึงได้ช่วยเหลือพวกมันจากการถูกมัดมือมัดเท้าซ่อนอยู่ข้างหลังรีสอร์ท เข้ามาช่วยล็อกตัวพวกมันเอาไว้ได้อย่างหมดทางสู้ คารัสไม่เสียเวลาสนใจพวกสารเลวอีกแม้แต่วินาทีเดียว เขาซิ่งตรงเข้าไปหาซาร่า ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วคุมเรือนร่างบางไว้อย่างเบามือ "ไม่เป็นไรแล้วนะซาร่า...ฉันอยู่นี่แล้ว" คารัสรวบตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแน่น แนบใบหน้าลงกับเรือนผมชื้นเหงื่อของเธอ ร่างเล็กในอ้อมแขนยังคงสั่นสะท้าน เขากอดเธอไว้แน่นขึ้นเพื่อซึมซับความกลัวทั้งหมดออกมา คารัสปฏิญาณในใจทันทีว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้... เขาจะลากมันมาลงโทษให้สะใจอย่างที่สุด! สภาพเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยและรอยแผลบนตัวของซาร่าเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงในอกของคารัส มันคือการหยามเกียรติและหยามหัวใจของเขาอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน "ทัด..." น้ำเสียงของคารัสต่ำเยียบเย็นดุจมัจจุราช "ถ้าพวกมันไม่ยอมพูดว่าใครสั่งมา... ตัดลิ้นมันซะ ค่อยๆ ทรมานมันทีละชิ้น อย่าเพิ่งให้มันรีบตาย" ไอ้หื่นคนแรกที่พยายามจะอ้าปากสบถคำหยาบ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว คารัสก็ก้าวเข้าไปบดขยี้มันด้วยตัวเอง เขาจับล็อกใบหน้าของมันไว้แน่นก่อนจะลงมือทรมานอย่างโหดเหี้ยมตามคำพูด เสียงร้องครวญครางด้วยความทรมานแสนสาหัสและเลือดที่ทะลักออกจากปากของเพื่อนร่วมอาชีพ ทำให้อีกคนที่เหลืออยู่ถึงกับหน้าซีดถอดสี ตัวสั่นงกๆ ชิปปิ้งความกลัวจับใจ "อย่า! อย่าทำผมเลย! ผมพูดแล้ว! ผมบอกแล้ว!" ไอ้คนที่สองลนลานยกมือไหว้กราบเท้าคารัสอย่างไม่คิดชีวิต "คุณทิชาครับ! คุณทิชาเป็นคนจ้างพวกผม! เธอสั่งให้กำจัดคุณซาร่าทิ้งซะ!" "ทิชาหรอ..." คารัสทวนชื่อนั้นซ้ำๆ น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยรังสีฆาตกรรมที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้เป็นผุยผง ดวงตาคู่คมแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นขั้นสุด ความทรงจำเกี่ยวกับน้องสาวที่สดใสยิ้มเก่งในวัยเด็กที่เขาเคยเกรงใจในฐานะคนคุ้นเคยของครอบครัวพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงมาล้ำเส้น และกล้าดียังไงมาทำร้ายดวงใจของเขา... เขาไม่มีวันให้อภัยเธอแน่นอน! คารัสหันไปกระชับอ้อมกอดรวบตัวซาร่าขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ช้อนเรือนร่างที่ยังคงสั่นเทาไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันไปสั่งบอดี้การ์ดคนสนิทด้วยสายตาเหี้ยมเกี้ยม "ลากตัวพวกมันส่งตำรวจ แล้วเค้นเอกสารหลักฐานทั้งหมดออกมาให้หมด... ส่วนทิชา ฉันจะไปจัดการ 'คิดบัญชี' กับเธอด้วยตัวเอง!"******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง
เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่
ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ
การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั
ขณะที่รถยนต์กำลังแล่นไปตามถนนอย่างราบรื่น ซาร่าที่กำลังนั่งจับมือกับคารัสอยู่ก็พลันชะงักกึกขึ้นมา ความทรงจำสำคัญเรื่องหนึ่งสะกิดใจเธออย่างจังจนดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ 'จริงสิ! ฉันลืมไปเสียสนิทเลย!' เพราะมรสุมเรื่องการถูก kidnapping(ลักพาตัว) และเรื่องของทิชาที่ถาโถมเข้ามาจนวุ่นวาย ทำให้เธอมัวแต่ตกอยู่ในฝันร้ายจนเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือเรื่อง แม่ของเธอ ที่มีกำหนดการเข้ารับการผ่าตัดแขนในอีก 2 วันข้างหน้านี้แล้ว! ความกังวลใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน ซาร่ากระชับมือหนาของคารัสแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีวันที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้คารัสสังเกตเห็นได้ทันที "เป็นอะไรไปซาร่า? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" คารัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที ชายหนุ่มเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยความตื่นตัว "คารัสคะ..." ซาร่าหันมามองเขาด้วยสายตาร้อนรุ่มและรู้สึกผิด "ฉัน... ฉันเกือบลืมไปเลย อีกสองวันแม่ของฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดแขนแล้ว" คารัสมองท่าทางลนลานของภรรยาแล้วยิ้มบางๆ ออกมา แทนที่เขาจะตกใจหรือแสดงอาการเครียด เขากลับใช้นิ้วโป้งไล







