Se connecterเมื่อออทัสเห็นว่าเด็กสาวเริ่มไว้วางใจ เขาก็ได้กางปีใหญ่สีดำสนิทออกมา และยื่นมือไปยังฟีโลน่า ซึ่งเธอก็ยื่นมือไปจับแต่โดยดีถึงแม้ว่าจะมีแววตากังวลอยู่เล็กน้อย ออทัสได้ช้อนตัวร่างเล็กขึ้นกระชับเข้ากับอกกว้างก่อนที่จะโผบินออกมาทางหน้าต่างมุ่งตรงลงด้านล่างอย่างรวดเร็วทำเอาร่างบางกรีดร้องออกมาเสียงดังอย่างใจหาย ก่อนที่จะชะลอตัวค่อยๆลงพื้นอย่างนุ่มนวล
“หึๆ ตัวสั่นเชียว กลัวรึ?”ออทัสเอ่ยแซวอย่างขบขันกับคนตัวเล็กที่กำลังตัวสั่นเป็นลูกนกพึ่งเกิดก็ไม่ปาน
“กลัวสิคะ นึกว่าจะตายซะแล้ว คนอุตส่าไว้ใจทำไมมาแกล้งกันแบบนี้ล่ะคะคุณออทัส”
ฟีโลน่าเมื่อตั้งสติได้ก็โวยวายใหญ่
“ฮ่าๆๆๆ ก็คนมันอยากแกล้งนี่นา ว่าแต่เธอเรียกฉันว่าพ่อดีกว่า เพราะหลังจากนี้ฉันจะแนะนำเธอกับคนอื่นว่าเธอเป็นลูกบุญธรรมของฉัน ปีศาจตนอื่นๆจะได้ไม่สงสัยในกลิ่นของเธอด้วย”
ออทัสหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผยก่อนที่จะบอกให้ฟีโลน่าเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกตัวเองว่า พ่อแทน เพื่อเป็นการช่วยปกป้องเธออีกทาง เพราะเขาพอจะเดาได้แล้วว่ากลิ่นหอมๆ ที่เต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่อยู่ในตัวเด็กสาวผู้นี้คืออะไรกันแน่
“ได้ค่ะ คุณออ เอ้ย!! คุณพ่อ”ฟีโลน่าตอบจากนั้นออทัสก็เดินนำคนตัวเล็กไปยังอาคารหลังใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกับหอคอยสูงที่เค้าอุ้มเธอลงมาเมื่อสักครู่ พร้อมทั้งอธิบายกฎของมหาลัยเซนต์เดม่อนคร่าวๆ ให้เธอได้รู้เอาไว้ และยังบอกอีกว่าเธอจะต้องไปพักอยู่ที่นี่ซึ่งเป็นหอพักใหญ่ของมหาลัย โดยจะมีอีกสองคนที่อยู่กับเธอด้วย เพื่อคอยดูแลและช่วยเหลือเธอแทนเขา
เพราะว่าตัวเขาไม่สามารถเข้าไปยุ่งกับเรื่องของนักเรียนได้มากนัก และมีงานมากมายที่ต้องคอยจัดการเรียกได้ว่ายุ่งจนแทบขยับตัวไม่ได้เลยล่ะ จะแต่จะคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ แทน ฟีโลน่าได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับโดยดี และเข้าใจว่าคนที่เธอจะต้องไปอยู่ด้วยเป็นผู้หญิง
‘แต่น่าตาจะเป็นยังไง จะสวยมั้ย จะเป็นปีศาจอะไร เธอก็ยังไม่รู้ คงต้องรอไปเห็นเองมากกว่าละมั้งนะ’
คิดแล้วพลางอมยิ้มอย่างตื่นเต้น
ออทัสแอบลอบมองร่างบาง พลางขบขันในใจเพราะรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังเข้าใจผิดไปไกลเลยว่าคนที่เธอจะไปอยู่ด้วยนั้นคนเป็นผู้หญิงแต่แท้จริงแล้วเป็นผู้ชายแถมยังเป็น....อีกต่างหาก แต่เขาจะไม่บอกเธอหรอกนะ รอให้เธอไปเห็นเองดีกว่า ทำไงได้ตัวเขาเองก็เป็นปีศาจบางครั้งก็อยากจะแกล้งคนอื่นบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นเจ้าตัวเล็กคนนี้แล้วยิ่งอยากแกล้งเข้าไปใหญ่
แล้วจะให้เธอไปอยู่กับพวกปีศาจสาวๆ ได้อย่างไรกัน พวกนั้นน่ากลัวมากกว่าอะไร แถมชอบมั่วไปเรื่อยอีกต่างหาก ปกป้องอะไรเธอก็ไม่ได้ เผลอๆ อาจจะฉีกทึ้งแล้วกินเธอลงท้องตั้งแต่เจอเธอวันแรกสิไม่ว่า เพราะกลิ่นเธอน่ากินน่า...จะตาย ขนาดจริงๆ อายุของเขาก็ปาเข้าไป 1000 ปีแล้ว
ตอนที่ได้กลิ่นของคนตัวเล็กครั้งแรกยังรู้สึกหลงใหลกับกลิ่นอายหอมๆ และหน้าตาอันจิ้มลิ้มนั้นเลย นับภาษาอะไรกับพวกปีศาจอายุน้อยๆ ที่อยู่ที่นี่คงจะมีก็แต่เจ้าสองคนนั้นแหละที่เขาคิดว่าน่าจะยับยั้งชั่งใจได้ (ล่ะมั้งนะ)
หลังจากที่ออทัสพาฟีโลน่าเดินดูอาคารต่างๆครบแล้วนั้นก็ได้พาคนตัวเล็กเข้ามาในอาคารหลังหนึ่งที่มีทั้งหมด 3 ชั้น และก่อนที่จะเข้าอาคารนี้มาจำเป็นที่จะต้องใส่รหัสก่อนเข้า เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งจะมีก็แต่คนที่อาศัยเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปได้ยกเว้นออทัสซึ่งเป็นกรณีพิเศษ
เพราะเป็นผอ.ของที่นี่สามารถเข้านอกออกในที่ไหนก็ได้ตามต้องการ โดยห้องพักจะมีเพียงแค่ 3 ห้อง ห้องละชั้นเท่านั้น ห้องนึงอยู่ได้ประมาณ 3-4 คน ซึ่งคนที่อยู่ในตึกนี้จะเป็นคนที่ทำงานอยู่ในตำแหน่งสภาของมหาลัย ส่วนนักศึกษาคนอื่น จะอยู่อาคารหลังถัดไป และเป็นที่รู้กันของเหล่าปีศาจว่าคนที่อยู่ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นปีศาจชั้นสูง“ห้องที่เธอจะต้องไปอยู่นั้นอยู่ห้องบนสุด เดี๋ยวฉันพาขึ้นไปดู”
ออทัสเอ่ยบอก
พอเดินขึ้นมาถึงชั้น 3 ฟีโลน่าก็เกิดอาการประหม่า เพราะเริ่มกังวลว่าปีศาจที่เธอจะต้องเจอนั้น จะพอใจกับการมาของเธอมั้ย ออทัสเห็นแบบนั้นจึงได้มอบของบางอย่างให้คนตัวเล็ก ซึ่งก็คือสร้อยคอเส้นเล็กสีเงินวาวห้อยด้วยจี้คริสตัลสีดำนิลโดยบอกว่า
ให้ฟีโลน่าสวมไว้ตลอดเพื่อเป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว อย่างน้อยๆเครื่องรางนี้จะช่วยกลบกลิ่นอายของเลือดมนุษย์ที่อยู่ในตัวของร่างเล็กได้บ้าง
เรออนพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป เขาขึ้นไปบนเตียงและเริ่มปรนเปรอร่างกายที่ร้อนระอุของฟีโลน่าด้วยจูบและสัมผัสที่อ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมเธอเรออนค่อยๆ ไล้จูบไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอของร่างบาง ขณะที่มือก็บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ฟีโลน่าที่อยู่ในห้วงปรารถนาตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาเป็นอย่างดี เสียงครางหวานดังระงมไม่ขาดสายแฟรงค์ที่นั่งมองอยู่ข้างเตียงเริ่มทนไม่ไหว ภาพของเรออนที่กำลังคลอเคลียฟีโลน่าและกลิ่นฟีโรโมนที่รุนแรงของเธอนั้นก้เริ่มกลับมาส่งผลกับเขา ทำให้สัญชาตญาณดิบของเขาพลุ่งพล่านจนต้องเริ่มชักรูดแกนกายที่แข็งขึงของตัวเองเพื่อระบายอารมณ์“อ๊า...เรออน...อีก...อื้อ...” ฟีโลน่าครางกระเส่าเมื่อเรออนใช้ลิ้นปรนเปรอเธออย่างหนักหน่วงภาพของฟีโลน่าที่กำลังบิดเร่าอย่างสุขสมอยู่ใต้ร่างของเรออนนั้น ทำให้ความอดทนสุดท้ายของแฟรงค์ขาดสะบั้นลง สัญชาตญาณของหมาป่าร่ำร้องให้เขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพตรงหน้า และไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไปแฟรงค์ตัดสินใจเดินเข้าไปที่เตียง คุกเข่าลงข้างๆ ศีรษะของฟีโลน่าที่กำลังเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะค่อยๆ จ่อแกนกายที่ร้อนจัดและแข็งขึง
ฮิโระชะงักไป ดวงตาสีไวน์แดงของเขาเบิกกว้างและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้ เขามองฟีโลน่าราวกับเห็นอาหารอันโอชะที่สุดในชีวิต “สุดยอด...นี่มันสุดยอดไปเลย! ข้าต้องการ...ข้าต้องการพลังของเจ้า!”คลื่นพลังและกลิ่นหอมนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเรือนกระจก แต่มันได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งอาณาเขตของมหาวิทยาลัย เหล่าปีศาจชั้นต่ำที่เดินอยู่บริเวณนั้นพลันหยุดชะงัก ดวงตาของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงปรารถนา ก่อนจะหันมามองทางเรือนกระจกเป็นตาเดียวและพุ่งทะยานเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงสัตว์ป่าที่หิวโหยตู้ม!!!ยังไม่ทันที่ฮิโระจะได้เข้าถึงตัวฟีโลน่า ผนังเรือนกระจกก็พังทลายลง พร้อมกับการมาถึงของเรออนและแฟรงค์“แก!!!” แฟรงค์คำรามลั่นเมื่อเห็นสภาพของฟีโลน่าและซีลีเนียที่นอนบาดเจ็บอยู่ เขาพุ่งเข้าใส่ฮิโระด้วยความเร็วของหมาป่าทันทีแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เริ่มต่อสู้กัน ฝูงปีศาจชั้นต่ำจำนวนมหาศาลก็บุกเข้ามาในเรือนกระจกจากทุกทิศทาง เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียวคือ ฟีโลน่า“บ้าเอ๊ย!” เรออนสบถอย่างหัวเสีย เขารีบเข้าไปยืนขวางหน้าฟีโลน่าไว้ “แฟรงค์! คุ้มกันเธอไว้!”การต่อสู้อันดุเดือดจึงไ
ฮิโระบดขยี้ดอกไม้ในมือจนละอองเกสรสีชมพูฟุ้งกระจายออกมา ฟีโลน่าพยายามกลั้นหายใจแต่ก็ไม่ทัน ละอองเกสรนั้นลอยเข้าสู่จมูกของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวและร้อนวูบวาบไปทั้งร่างอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงและทรุดลงไปในอ้อมแขนของฮิโระ“หึๆๆ ยาปลุกชั้นดีเลยล่ะ...อีกไม่นานเธอก็จะร้องขอให้ฉันปรนเปรอเธออย่างบ้าคลั่งจนแทบจะหนีไปไหนไม่ได้เลย” ฮิโระหัวเราะอย่างชั่วร้ายพลางเริ่มซุกไซ้ใบหน้าไปที่ซอกคอของฟีโลน่าภาพของฟีโลน่าที่กำลังจะถูกย่ำยีต่อหน้าต่อตาทำให้ซีลีเนียตัวสั่นเทิ้ม ความรู้สึกผิดและความเมตตาที่ฟีโลน่าเคยมีให้ตีรวนกันอยู่ในหัว…‘...เพื่อความอยู่รอด...’ เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ‘...แต่เธอเป็นเพื่อนฉัน...’ อีกเสียงหนึ่งค้านกลับในจังหวะสุดท้ายที่ฮิโระกำลังจะกระชากเสื้อผ้าของฟีโลน่าออก ซีลีเนียก็ตัดสินใจฉึ่ก!เล็บมือของซีลีเนียยาวออกและคมกริบราวกับใบมีด เธอพุ่งเข้าไปตวัดใส่แผ่นหลังของฮิโระอย่างรวดเร็วจนเป็นรอยยาว“แก! นังงูทรยศ!” ฮิโระคำรามอย่างโกรธจัด เขาหันมาสะบัดแขนฟาดร่างของซีลีเนียอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังเรือนกระจก แต่เธอก็ยังกัดฟันสู้“ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย...แกอย่าหวังว
“ทะ...ท่านต้องการอะไร” ซีลีเนียถามเสียงสั่น“ฉลาดดีนี่” มิโฮะยิ้มอย่างพึงพอใจและสลายเปลวไฟในมือลง “ฉันมีข้อเสนอ ช่วยฉันกำจัดยัยมนุษย์นั่นซะ แล้วฉันจะใช้เส้นสายของตระกูลฉัน ช่วยให้เธอได้เข้าใกล้ความเป็นเทพมากขึ้น ดีกว่าที่เธอจะไปเกาะแกะยัยนั่นอย่างไร้จุดหมายเป็นไหนๆ”ซีลีเนียกำหมัดแน่น นี่คือการบังคับที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ การขัดขืนมิโฮะหมายถึงความตาย แต่การร่วมมือกับเธอก็เหมือนกับการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต‘...เพื่อความอยู่รอด...เพื่อพลัง...’ เธอคิดในใจอย่างเย็นชา“ค่ะ...ฉันจะทำตามที่ท่านสั่ง” ซีลีเนียตอบรับอย่างจำยอม“ดีมาก” มิโฮะยิ้มอย่างผู้ชนะ “แล้วจำไว้ให้ดีล่ะ อย่าคิดหักหลังฉันเด็ดขาด”พูดจบเธอก็เดินจากไป ทิ้งให้ซีลีเนียนั่งทรุดลงกับพื้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัวและชิงชัง เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของหอพักที่ฟีโลน่าอยู่ด้วยแววตาที่เย็นชา ในเมื่อต้องเลือกข้างแล้ว เธอก็จะขอเลือกข้างที่จะทำให้เธอได้ประโยชน์สูงสุด มิตรภาพจอมปลอมนี้ถึงเวลาที่ต้องใช้ให้คุ้มค่าแล้วหลายวันผ่านไป แม้บรรยากาศจะดูเหมือนสงบลง แต่ฟีโลน่าก็รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตที่ส่งมาจากจิ้งจอกสาวทุก
หลังจากที่ฟีโลน่าได้รับรู้เรื่องการสร้าง"พันธะ" จากชายหนุ่มทั้งสอง การไปเรียนของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังคงสับสนกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน แต่การมีเรออนและแฟรงค์คอยประกบอยู่ไม่ห่างก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด ทว่าความปลอดภัยของเธอกลับต้องแลกมาด้วยสายตาเกลียดชังและริษยาจากเหล่านักศึกษาหญิงทั่วทั้งมหาวิทยาลัยที่มากขึ้น การกลั่นแกล้งจึงเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆณ ห้องสมุดของมหาลัยเซนต์เดม่อนขณะที่ฟีโลน่ากำลังเอื้อมหยิบหนังสือจากชั้นสูง ก็มีปีศาจแมวสาวสองตนก็เดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนที่คนหนึ่งจะแกล้งทำเป็นสะดุดแล้วชนเข้ากับชั้นหนังสืออย่างแรง ทำให้หนังสือเล่มหนาหนักที่ทำจากหินเวทมนตร์ร่วงหล่นลงมาตรงตำแหน่งที่ฟีโลน่ากำลังยืนอยู่พอดิบพอดี“ว้าย!” ฟีโลน่าอุทานอย่างตกใจและทำได้เพียงหลับตาปี๋รอรับแรงกระแทกหมับ!แต่แทนที่จะเป็นความเจ็บปวด เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนที่เย็นเฉียบของใครสักคน และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเรออนมายืนอยู่ข้างๆ เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในมือข้างหนึ่งของเขาถือหนังสือหินเล่มนั้นไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงขนนก ดวงตาสีเงินของเขามองไปย
ฟีโลน่าพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายและรีบเดินเข้าห้องของตัวเองไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยความตึงเครียดอีกครั้งหลังจากที่ฟีโลน่าเดินเข้าห้องไปแล้ว บรรยากาศในห้องนั่งเล่นก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง“นายต้องมาคุยกับฉันก่อน...แฟรงค์” เรออนพูดเสียงเรียบ “ตอนนี้เรื่องมันใหญ่กว่าที่เราคิด”“ใหญ่กว่าที่คิด?” แฟรงค์หันขวับมามองทันที ความทะเล้นหายไปจากแววตาของเขา “หมายความว่าไงวะ”“พลังที่เธอใช้ในห้องเรียน ท่านผอ. เชื่อว่ามันคือพลังของเทพและไม่ใช่แค่เทพธรรมดา” เรออนกล่าว “ท่านสงสัยว่าเธอคือลูกสาวของ เทพีฟลอร่า”ชื่อนั้นทำให้แฟรงค์ถึงกับนิ่งไป “เทพีฟลอร่าเทพแห่งชีวิตมิน่าล่ะ กลิ่นของเธอถึงได้...” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็หมายความว่า...”“ใช่...นางมีสายเลือดของเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสายหนึ่งอยู่ในตัว” เรออนกล่าวต่อ “และนั่นคือเหตุผลที่มันอันตรายอย่างที่สุด ถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไปเธอจะกลายเป็นเป้าหมายของปีศาจทุกตระกูลในฐานะแหล่งพลังงานที่ล้ำค่าที่สุด”แฟรงค์กำหมัดแน่น ดวงตาสีทองของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “







