Se connecterก๊อก ก๊อก
ออทัสเคาะประตูหน้าห้องพัก และบอกให้คนตัวเล็กยืนรออยู่เงียบๆข้างๆเขา จนซักพักก็มีคนเปิดประตูออกมา
แอ๊ด~
ร่างที่ปรากฎออกมาหลังจากประตูบานนั้นทำเอาฟีโลน่าถึงกับอึ้ง เขามีผิวขาวซีด หน้าตาจัดได้ว่าหล่อราวเทพบุตร ผมสีเทาหม่นยาวระคอ ถูกเซตอย่างลวกๆ เหมือนคนพึ่งตื่นนอน ดวงตาสีเงินวาววับ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาและความดื้อรั้น คิ้วที่ดูขมวดเข้าหากันเล็กน้อยมองมายังออทัสก่อนที่จะเลื่อนสายตามาหยุดมองหน้าของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ
ร่างเล็กที่เห็นว่าคนที่ออกมาเป็นผู้ชายแทนที่จะเป็นหญิงสาวเหมือนตนเองก็มุ่ยหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน และหันไปสะกิดออทัสเพื่อเป็นการถามกลายๆ ว่าตกลงคือมันยังไงกันแน่ แต่ร่างสูงกับไม่สนใจเธอเลย มัวแต่ทำลอยหน้าลอยตาแสดงที่ท่าพอใจกริยาที่สาวน้อยแสดงออกมา
“มาถึงที่นี่มีธุระอะไร ท่านออทัส ปกติท่านไม่เห็นเคยจะแวะมาที่นี่ด้วยตัวเองเลยนี่”
ชายหนุ่มเจ้าของห้องเอ่ยถาม
“ฉันมีบางอย่างอยากให้นายกับแฟรงค์ช่วยหน่อย”
น้ำเสียงของออทัสที่พูดกับคนตรงหน้าดูเรียบคล้ายกับจะบอกว่า ไม่ได้ขอร้องแต่ว่าบังคับว่าต้องทำ ทำเอาชายหนุ่มตรงหน้าเดาะลิ้นขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก กับประโยคนั้นเท่าไหร่
“มีอะไรก็ว่ามา”เขาเอ่ยอย่างขัดใจ
“ฉันอยากให้ช่วยดูแลลูกสาวของฉันหน่อยเธอชื่อฟีโลน่า พอดีเธอจะมาเข้าเรียนที่นี่เป็นปีแรก และเธอพิเศษกว่าคนอื่นๆ ฟีโลน่า นี่เรออน ที่ฉันบอกก่อนหน้านี้ว่าเขาจะมาคอยดูแลเธอ ส่วนอีกคนชื่อแฟรงค์ดูเหมือนว่าตอนนี้คงยังไม่กลับมาที่ห้อง เดี๋ยวก็ค่อยให้เรออนแนะนำให้รู้จักอีกทีก็แล้วกันนะ”
ออทัสตอบ และผายมือไปยังคนตัวเล็กข้างๆเพื่อแนะนำตัวให้คนตรงหน้ารู้จัก พร้อมกับแนะนำให้คนตัวเล็กรู้จักกับคนที่จะมาดูแลเธอเช่นกัน
เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้วออทัสก็บอกให้ฟีโลน่าเข้าไปนั่งรอในห้องก่อน เพราะเขามีธุระจะคุยกับเรออนเป็นการส่วนตัว ซึ่งฟีโลน่าก็เชื่อฟังและเดินเข้าไปรอในห้องตามที่คนร่างสูงบอก แต่ก่อนที่จะเดินผ่านเข้าห้องไป
ชั่วพริบตาที่ร่างบางเคลื่อนตัวผ่านเรออนเข้าไปในห้อง เขาถึงกับชะงักตัวเล็กน้อยราวกลับตกอยู่ในมนต์สะกด กลิ่นหอมหวานนั้นทำให้ชายหนุ่มถึงกลับต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ พร้อมทำถลึงตามองร่างสูงอีกคนตรงหน้าเป็นเชิงถามว่า ตกลงคนตัวเล็กที่เค้าจะต้องดูแลนั้นมีที่มาที่ไปยังไงกันแน่ เพราะที่เขารู้คือผอ.ผู้คุมกฎ ไม่มีคนรักและถือครองพรหมจรรย์ จะมีลูกสาวได้อย่างไร? แล้วไหนจะกลิ่นนั่นอีกทำไมถึงหอมขนาดนี้ หรือว่าผู้คุมกฎคิดจะทดสอบอะไรเขากันแน่ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วตัวเขาเองแทบจะไม่มีการตอบสนองกับอะไรเลยด้วยซ้ำโดยเฉพาะกับพวกผู้หญิง
ภายในห้อง
“เฮ้อ~ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย รู้งี้ไม่น่าออกไปเดินเล่นเพื่อหนีตาลุงบ้านั่นเลย ไม่งั้นคงได้เข้าเรียนแบบคนอื่นไปแล้ว แต่นี่อะไรต้องเข้ามาอยู่ในที่ที่ไม่รู้จักแถมยังมีแต่พวกไม่ใช่คนอีก จะรอดกลับไปได้ไหมเนี่ยเรา”
ฟีโลน่าบ่นอุบ ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาใหญ่ พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยและเริ่มสอดส่ายตาสำรวจภายในห้อง ก็พบว่าห้องที่นี่กว้างมาก แถมยังมีห้องย่อยๆอีก 3 ห้องที่ปิดอยู่ อีกทั้งมีของอำนวยความสะดวกครบครันไปหมด ผนังและเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเป็นสไตล์กึ่งบาโรค ดูไม่ต่างจากของที่อยู่โลกมนุษย์เท่าไหร่นัก แต่กลับดูมีสเน่ห์และใหม่กว่ามากซึ่งถูกใจร่างบางที่ชื่นชอบงานศิลปะสุดๆ อีกทั้งตอนก่อนหน้านี้ที่เดินสำรวจอาคารเรียนกับออทัสก็ได้สังเกตว่าที่นี่มีต้นไม้รายล้อมอยู่เยอะ แถมอากาศก็ดูสดชื่นกว่าอีกฝั่งที่เธอข้ามมาซะอีก คงเป็นเพราะมนุษย์เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ้นเปลือง และชอบตัดไม้ทำลายป่า จนทำให้ทั้งต้นไม้และอากาศมันแย่มากว่าซะละมั้ง
กริ๊ก! แอ๊ด~
“หืม เสียงอะไรอ่ะ?”
ฟีโลน่าหันไปมองทางประตูที่เป็นต้นเสียงที่ค่อยๆเปิดออก และก็ได้เห็นเจ้าสุนัขตัวโตขนสีน้ำตาลไหม้เป็นมันเงา ค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องและหยุดยืนมองหน้าเธออย่าง งงๆ ว่าคนตรงหน้าคือใคร
“เอ๋~ น้องหมานี่นา ที่นี่มีน้องหมาด้วยเหรอเนี่ย น่ารักจังเลย”
เมื่อเธอเห็นว่าแขกที่เข้ามาในห้องเป็นใคร ร่างเล็กๆ ของเธอก็วิ่งเข้าใส่สุนัขตัวโตตรงหน้าหมายจะเข้าไปกอดทันที แต่ก็ต้องชะงักเล็กน้อย เพราะเหมือนจะทำให้น้องหมาตัวใหญ่ตรงหน้าตกใจ ก่อนที่ร่างบางจะเปลี่ยนใจค่อยยื่นมือเข้าไปใกล้น้องหมาตัวโตแทนเพื่อทำให้มันเห็นว่าเธอมาอย่างเป็นมิตรแทน เพราะว่าเธอเป็นพวกทาสหมาทาสแมว แบบว่าเห็นทีไรต้องกระโจนเข้าไปเล่นด้วยทุกที ก็มันน่ารักนี่นา ยิ่งขนนุ่มๆ กับห่างฟูๆ ด้วยแล้วยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่
เจ้าสุนัขตัวโตเมื่อเห็นสาวร่างเล็กที่จะพึ่งเคยเจอหน้าพุ่งเข้าใส่ ก็สะดุ้งตกใจกับการกระทำของร่างบางและค่อยๆ ถอยหลังหนีกลับไปที่ประตูเพื่อตั้งหลัก
ก่อนที่จะค่อยๆ เดินเข้ามาดมกลิ่นที่มือของหญิงสาวที่ยื่นเข้ามาหา และเมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของร่างเล็กตรงหน้าหางของมันก็กระดิกราวกับเจอของถูกใจพลางกระโจนใส่จนคนตัวเล็กจนหงายท้องตึงลงไปกับพื้นพรมทันที พร้อมคร่อมตัวทับคนร่างบางไว้พลางเลียหน้าเลียปากของผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าไม่หยุด
เรออนพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป เขาขึ้นไปบนเตียงและเริ่มปรนเปรอร่างกายที่ร้อนระอุของฟีโลน่าด้วยจูบและสัมผัสที่อ่อนโยนเพื่อปลอบประโลมเธอเรออนค่อยๆ ไล้จูบไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอของร่างบาง ขณะที่มือก็บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ฟีโลน่าที่อยู่ในห้วงปรารถนาตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาเป็นอย่างดี เสียงครางหวานดังระงมไม่ขาดสายแฟรงค์ที่นั่งมองอยู่ข้างเตียงเริ่มทนไม่ไหว ภาพของเรออนที่กำลังคลอเคลียฟีโลน่าและกลิ่นฟีโรโมนที่รุนแรงของเธอนั้นก้เริ่มกลับมาส่งผลกับเขา ทำให้สัญชาตญาณดิบของเขาพลุ่งพล่านจนต้องเริ่มชักรูดแกนกายที่แข็งขึงของตัวเองเพื่อระบายอารมณ์“อ๊า...เรออน...อีก...อื้อ...” ฟีโลน่าครางกระเส่าเมื่อเรออนใช้ลิ้นปรนเปรอเธออย่างหนักหน่วงภาพของฟีโลน่าที่กำลังบิดเร่าอย่างสุขสมอยู่ใต้ร่างของเรออนนั้น ทำให้ความอดทนสุดท้ายของแฟรงค์ขาดสะบั้นลง สัญชาตญาณของหมาป่าร่ำร้องให้เขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพตรงหน้า และไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไปแฟรงค์ตัดสินใจเดินเข้าไปที่เตียง คุกเข่าลงข้างๆ ศีรษะของฟีโลน่าที่กำลังเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะค่อยๆ จ่อแกนกายที่ร้อนจัดและแข็งขึง
ฮิโระชะงักไป ดวงตาสีไวน์แดงของเขาเบิกกว้างและเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยแรงปรารถนาที่ควบคุมไม่ได้ เขามองฟีโลน่าราวกับเห็นอาหารอันโอชะที่สุดในชีวิต “สุดยอด...นี่มันสุดยอดไปเลย! ข้าต้องการ...ข้าต้องการพลังของเจ้า!”คลื่นพลังและกลิ่นหอมนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเรือนกระจก แต่มันได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งอาณาเขตของมหาวิทยาลัย เหล่าปีศาจชั้นต่ำที่เดินอยู่บริเวณนั้นพลันหยุดชะงัก ดวงตาของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงปรารถนา ก่อนจะหันมามองทางเรือนกระจกเป็นตาเดียวและพุ่งทะยานเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงสัตว์ป่าที่หิวโหยตู้ม!!!ยังไม่ทันที่ฮิโระจะได้เข้าถึงตัวฟีโลน่า ผนังเรือนกระจกก็พังทลายลง พร้อมกับการมาถึงของเรออนและแฟรงค์“แก!!!” แฟรงค์คำรามลั่นเมื่อเห็นสภาพของฟีโลน่าและซีลีเนียที่นอนบาดเจ็บอยู่ เขาพุ่งเข้าใส่ฮิโระด้วยความเร็วของหมาป่าทันทีแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เริ่มต่อสู้กัน ฝูงปีศาจชั้นต่ำจำนวนมหาศาลก็บุกเข้ามาในเรือนกระจกจากทุกทิศทาง เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียวคือ ฟีโลน่า“บ้าเอ๊ย!” เรออนสบถอย่างหัวเสีย เขารีบเข้าไปยืนขวางหน้าฟีโลน่าไว้ “แฟรงค์! คุ้มกันเธอไว้!”การต่อสู้อันดุเดือดจึงไ
ฮิโระบดขยี้ดอกไม้ในมือจนละอองเกสรสีชมพูฟุ้งกระจายออกมา ฟีโลน่าพยายามกลั้นหายใจแต่ก็ไม่ทัน ละอองเกสรนั้นลอยเข้าสู่จมูกของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวและร้อนวูบวาบไปทั้งร่างอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงและทรุดลงไปในอ้อมแขนของฮิโระ“หึๆๆ ยาปลุกชั้นดีเลยล่ะ...อีกไม่นานเธอก็จะร้องขอให้ฉันปรนเปรอเธออย่างบ้าคลั่งจนแทบจะหนีไปไหนไม่ได้เลย” ฮิโระหัวเราะอย่างชั่วร้ายพลางเริ่มซุกไซ้ใบหน้าไปที่ซอกคอของฟีโลน่าภาพของฟีโลน่าที่กำลังจะถูกย่ำยีต่อหน้าต่อตาทำให้ซีลีเนียตัวสั่นเทิ้ม ความรู้สึกผิดและความเมตตาที่ฟีโลน่าเคยมีให้ตีรวนกันอยู่ในหัว…‘...เพื่อความอยู่รอด...’ เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ‘...แต่เธอเป็นเพื่อนฉัน...’ อีกเสียงหนึ่งค้านกลับในจังหวะสุดท้ายที่ฮิโระกำลังจะกระชากเสื้อผ้าของฟีโลน่าออก ซีลีเนียก็ตัดสินใจฉึ่ก!เล็บมือของซีลีเนียยาวออกและคมกริบราวกับใบมีด เธอพุ่งเข้าไปตวัดใส่แผ่นหลังของฮิโระอย่างรวดเร็วจนเป็นรอยยาว“แก! นังงูทรยศ!” ฮิโระคำรามอย่างโกรธจัด เขาหันมาสะบัดแขนฟาดร่างของซีลีเนียอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังเรือนกระจก แต่เธอก็ยังกัดฟันสู้“ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย...แกอย่าหวังว
“ทะ...ท่านต้องการอะไร” ซีลีเนียถามเสียงสั่น“ฉลาดดีนี่” มิโฮะยิ้มอย่างพึงพอใจและสลายเปลวไฟในมือลง “ฉันมีข้อเสนอ ช่วยฉันกำจัดยัยมนุษย์นั่นซะ แล้วฉันจะใช้เส้นสายของตระกูลฉัน ช่วยให้เธอได้เข้าใกล้ความเป็นเทพมากขึ้น ดีกว่าที่เธอจะไปเกาะแกะยัยนั่นอย่างไร้จุดหมายเป็นไหนๆ”ซีลีเนียกำหมัดแน่น นี่คือการบังคับที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ การขัดขืนมิโฮะหมายถึงความตาย แต่การร่วมมือกับเธอก็เหมือนกับการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต‘...เพื่อความอยู่รอด...เพื่อพลัง...’ เธอคิดในใจอย่างเย็นชา“ค่ะ...ฉันจะทำตามที่ท่านสั่ง” ซีลีเนียตอบรับอย่างจำยอม“ดีมาก” มิโฮะยิ้มอย่างผู้ชนะ “แล้วจำไว้ให้ดีล่ะ อย่าคิดหักหลังฉันเด็ดขาด”พูดจบเธอก็เดินจากไป ทิ้งให้ซีลีเนียนั่งทรุดลงกับพื้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหวาดกลัวและชิงชัง เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของหอพักที่ฟีโลน่าอยู่ด้วยแววตาที่เย็นชา ในเมื่อต้องเลือกข้างแล้ว เธอก็จะขอเลือกข้างที่จะทำให้เธอได้ประโยชน์สูงสุด มิตรภาพจอมปลอมนี้ถึงเวลาที่ต้องใช้ให้คุ้มค่าแล้วหลายวันผ่านไป แม้บรรยากาศจะดูเหมือนสงบลง แต่ฟีโลน่าก็รู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตที่ส่งมาจากจิ้งจอกสาวทุก
หลังจากที่ฟีโลน่าได้รับรู้เรื่องการสร้าง"พันธะ" จากชายหนุ่มทั้งสอง การไปเรียนของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังคงสับสนกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน แต่การมีเรออนและแฟรงค์คอยประกบอยู่ไม่ห่างก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด ทว่าความปลอดภัยของเธอกลับต้องแลกมาด้วยสายตาเกลียดชังและริษยาจากเหล่านักศึกษาหญิงทั่วทั้งมหาวิทยาลัยที่มากขึ้น การกลั่นแกล้งจึงเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆณ ห้องสมุดของมหาลัยเซนต์เดม่อนขณะที่ฟีโลน่ากำลังเอื้อมหยิบหนังสือจากชั้นสูง ก็มีปีศาจแมวสาวสองตนก็เดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนที่คนหนึ่งจะแกล้งทำเป็นสะดุดแล้วชนเข้ากับชั้นหนังสืออย่างแรง ทำให้หนังสือเล่มหนาหนักที่ทำจากหินเวทมนตร์ร่วงหล่นลงมาตรงตำแหน่งที่ฟีโลน่ากำลังยืนอยู่พอดิบพอดี“ว้าย!” ฟีโลน่าอุทานอย่างตกใจและทำได้เพียงหลับตาปี๋รอรับแรงกระแทกหมับ!แต่แทนที่จะเป็นความเจ็บปวด เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนที่เย็นเฉียบของใครสักคน และเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเรออนมายืนอยู่ข้างๆ เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในมือข้างหนึ่งของเขาถือหนังสือหินเล่มนั้นไว้ได้อย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงขนนก ดวงตาสีเงินของเขามองไปย
ฟีโลน่าพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายและรีบเดินเข้าห้องของตัวเองไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยความตึงเครียดอีกครั้งหลังจากที่ฟีโลน่าเดินเข้าห้องไปแล้ว บรรยากาศในห้องนั่งเล่นก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง“นายต้องมาคุยกับฉันก่อน...แฟรงค์” เรออนพูดเสียงเรียบ “ตอนนี้เรื่องมันใหญ่กว่าที่เราคิด”“ใหญ่กว่าที่คิด?” แฟรงค์หันขวับมามองทันที ความทะเล้นหายไปจากแววตาของเขา “หมายความว่าไงวะ”“พลังที่เธอใช้ในห้องเรียน ท่านผอ. เชื่อว่ามันคือพลังของเทพและไม่ใช่แค่เทพธรรมดา” เรออนกล่าว “ท่านสงสัยว่าเธอคือลูกสาวของ เทพีฟลอร่า”ชื่อนั้นทำให้แฟรงค์ถึงกับนิ่งไป “เทพีฟลอร่าเทพแห่งชีวิตมิน่าล่ะ กลิ่นของเธอถึงได้...” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็หมายความว่า...”“ใช่...นางมีสายเลือดของเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสายหนึ่งอยู่ในตัว” เรออนกล่าวต่อ “และนั่นคือเหตุผลที่มันอันตรายอย่างที่สุด ถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไปเธอจะกลายเป็นเป้าหมายของปีศาจทุกตระกูลในฐานะแหล่งพลังงานที่ล้ำค่าที่สุด”แฟรงค์กำหมัดแน่น ดวงตาสีทองของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “







