เข้าสู่ระบบครืด~
กึก~ เมื่อเปิดประตูออกฉันก็แทบจะถอยกลับเข้ามาแทบไม่ทัน เพราะผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนพิงระเบียงอยู่สายตาเขาแค่มองไปเรื่อยๆแต่พอฉันเปิดประตูไปเขาก็หันมาสบตากับฉัน "เหอะ" ฉันกรอกตาไปมาพลางแค่นหัวเราะให้กับความบังเอิญของตัวเอง อยากจะเดินกลับเข้าไปแต่เสียงพูดของเขาก็ทำให้ฉันหยุดชะงัก "จะคบใคร น่าจะดูให้ดี" ฉันหันกลับไปมองหน้าเขา เขาหมายถึงใคร เสือเหรอ? "แล้วมันหนักส่วนไหนของนาย?" ฉันตอกเขากลับ จากที่คาดเดาฉันคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจว่าฉันคบกับเสือ แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งอธิบายให้เขาฟังว่ามันไม่ใช่ เสียเวลา! "ก็ไม่..." "งั้นก็เรื่องของฉัน" ฉันก็ไม่ได้อยากจะเสวนากับเขาเท่าไหร่ อารมณ์ยิ่งขึ้นๆอยู่ "ฉันเห็นหมอนั่นยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ ไม่รู้หรือไง คบคนเจ้าชู้ก็มีแต่เรื่อง วันก่อนก็ขึ้นโรงพักเพราะผู้ชายประเภทนั้นไม่ใช่?" แต่เขาก็ยังไม่จบ อ้อ เขาคงคิดว่าเขามีบุญคุณกับฉันมากถึงขนาดสั่งสอนฉันได้เหรอ สวบ~ ฉันก้าวเข้าไปจ้องหน้าเขาพลางใช้ลิ้นดุนกระพรุ้งแก้มเพื่อบ่งบอกให้เขาเข้าใจว่าฉันไม่พอใจ "ไม่ต้องสอน ไม่ใช่พ่อ!" ฉันตอกหน้าเขาอีกและเขาก็ไม่วายโต้กลับฉันอีก วันนี้เขาพูดมากนะ คงดื่มมาด้วยแหละเพราะฉันได้กลิ่นเหล้า "ถ้าพ่อเธอบอก เธอจะฟังมั้ยล่ะ" "ทำไม จะฟ้องพ่อฉันเหรอ เอาดิ" ฉันท้าและเขาแค่นหัวเราะก่อนจะหลุบตาลงมองฉัน ทำสายตาเอือมระอาใส่ฉัน! หมับ~ ฉันกระชากคอเสื้อเขาแล้วดึงลงมาพร้อมกัดฟันพูด "ฉันจะคบใคร จะทำอะไร ไม่ต้องมายุ่ง เอาเวลาที่มีค่าของนายไปโกยคะแนนจากพ่อฉันดีกว่า เดี๋ยวจะไม่มีคนให้นายผลาญเงินเอาไปเปย์คนอื่น" พรึ่บ~ โอ๊ะ!เหมือนคำพูดฉันจะทำให้เขาอารมณ์ขึ้นนิดหน่อยด้วยแหละ เพราะเขาปัดมือของฉันออกพลางจ้องหน้าฉัน ส่วนฉันก็เชิดหน้าท้าทายเขา "ฉันไม่เคยผลาญ" "อ้อเหรอ?" ฉันเริ่มกวนประสาทเขา เข้ามายุ่งกับเรื่องของฉันก่อนเองนะ "ก็ดีแล้ว ทำหน้าที่ลูกเลี้ยงที่ดีของนายต่อไปดิ" "เธอก็ควรจะทำตัวเป็นลูกที่ดี" แต่เขาก็ตอกกลับมา ถึงไม่ได้ด่าว่าฉันเลวแต่สิ่งที่เขาพูดกลับมามันก็ความหมายเหมือนกันมั้ย "เออ ฉันทำแน่! กอบโกยเอาไปเยอะๆล่ะ ฉันให้เวลาอีกไม่นาน ถึงตอนนั้นฉันจะไม่ยอมให้หมาตัวไหนมันคาบอะไรออกจากบ้านฉันแม้แต่เศษเหรียญ!" พูดจบฉันก็ผลักเขาจนเซก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้ามาด้านใน แต่ทว่า... หมับ~ "มันจะมากไปแล้วนะ!" เขากลับกระชากแขนฉันให้หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอีก คราวนี้เขากดสายตามองฉันอย่างโมโหพลางบีบแขนฉันแรงมาก "อะไรมาก...ที่พ่อฉันให้นายกับแม่นายอ่ะเหรอ?" "อย่าลามปามแม่ฉัน!" เขาขึ้นเสียงใส่ฉัน แทบจะเป็นครั้งแรกเลยที่เขาเสียงดังใส่ฉันมากขนาดนี้ คืออีตานี่น่ะ ปกติเป็นคนความอดทนสูงไง แต่เหมือนฉันจะพอรู้แล้วล่ะว่าอะไรทำให้เขาปรี้ดแตกได้ ลองดูมั้ยล่ะ? "ฉันจะลาม ใครจะทำไม" "นี่เธอ..." "เห็นบอกว่าดีนักดีหนา ที่แท้ก็แค่ผู้หญิงที่เข้ามาแย่งพ่อไปจากแม่ฉัน" "หยุดพูด!" เขากดเสียงต่ำใส่ฉัน คิดจะสั่งฉันเหรอ เหอะ! "ก็แค่ผู้หญิงที่เข้ามาจดทะเบียนสมรสเพราะสมบัติ..." หมับ~ "ฉันบอกให้หยุด!" อ่า เขาคงโมโหมากสินะ ถึงขนาดลืมตัวบีบปากฉันให้หยุดพูดขนาดนี้ ฉันจำต้องเงยหน้ามองเพราะเขาบังคับด้วยการบีบแก้มฉันไว้ เขาหลุบตาลงจ้องหน้าฉันอย่างโกรธเคือง เรื่องนี้น่ะฉันรู้มานานแล้ว ป้าบอกฉัน ป้าบอกว่าตามสืบมาถึงได้รู้ บ้านหมอนี่รวยแต่เป็นหนี้ ไม่มีใครรู้ และยายของเขาที่เป็นเพื่อนกับย่าฉันก็ยัดเยียดแม่ของเขาให้พ่อฉันทันทีที่ย่ากำจัดแม่ฉันออกจากบ้านได้ เพื่อเอาสินสอดราคาแพงมาโละหนี้และจดทะเบียนสมรสเพื่อสมบัติไง พูดความจริงแล้วจะเคืองอะไรล่ะ! "ทำไม รับไม่ได้เหรอ ที่แม่นาย...อุ้บ!" เฮือก~ ฉันสะดุ้งเฮือกที่อยู่ดีๆเขาก็จัดการปิดปากฉันด้วยการกดริมฝีปากหนักๆลงมาบนปากฉันแบบที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนอย่างเขาจะกล้าทำ มือของฉันยกขึ้นผลักและทุบเขาอย่างแรงทันทีเพื่อให้เขาผละออกไป "อื้อ!" แต่เขากลับบดขยี้ริมฝีปากลงมาแถมฟันเขายังขบกัดลงบนปากฉันจนรับรู้เลยว่ามันต้องแตกแน่ๆ ฉันเผลอเผยอปากเพราะเจ็บแต่มันดันเป็นโอกาสให้เขาสอดเรียวลิ้นเข้ามาในปากฉัน มือของฉันที่เคยทุบเขาตวัดขึ้นข่วนต้นคอเขาแทน ไม่นะ ฉันจะไม่จูบกับเขา มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ! ***********จากนั้นฝ่ามือของแม่เขาก็ฟาดใส่หน้าเขาเต็มๆ ใบหน้าเขาสะบัดหันมาทางฉันและฉันเบนสายตาหนี "ทำไมเป็นคนแบบนี้ห๊ะ ทำอะไรแบบนี้!" ฉันเพิ่งเคยเห็นแม่ของเขาโวยวายเป็นครั้งแรก เธอตวาดเสียงดังลั่นใส่ลูกชายตัวเอง "ทำร้ายน้องใช่มั้ย แม่ไม่คิดเลยนะว่าแกจะเป็นคนแบบนี้!" "ผม..." ธันวาพึมพำ เขามองหน้าแม่ของตัวเองก่อนจะมองหน้าพ่อของฉันที่ก็มองเขาและเงียบไปเหมือนกันจากนั้นก็เลื่อนสายตามามองฉันแค่แว่บเดียวก็หันกลับไปมองหน้าแม่ของเขาอีก "ขอโทษครับ" เหอะ! "แต่งตัวแล้วออกมาคุยกับแม่ เดี๋ยวนี้!" พูดจบแม่ของเขาก็เดินออกไป ฉันหันมามองหน้าพ่อ พ่อส่ายหัวก่อนจะตวัดสายตาไปมองธันวาแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูลง 05.10 น. หลังจากธันวาออกไป ฉันตัดสินใจลุกไปอาบน้ำในห้องน้ำของเขาแล้วกลับมาใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แต่รอยแดงและรอยจ้ำบนตัวฉันทำให้ฉันต้องคว้าเสื้อคลุมแขนยาวของเขามาใส่ทับเพื่อปกปิดมันไว้ ฉันเดินออกมาจากห้องและกำลังจะลงบันไดแต่กลับได้ยินเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังจากทางโถงด้านล่าง เป็นพ่อฉัน แม่ของเขา และตัวเขาเอง... "ผมขอโทษครับ คุณลุง" ฉันได้ยินเสียงเขาขอโทษพ่อฉัน ไม่รู้ว่าครั้ง
"อื้อ!" ฉันดิ้นอีกครั้งเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื้อยไปด้านหลังของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เขาใช้มันดันแผ่นหลังฉันให้ยกขึ้นและรูดซิบชุดเดรสของฉันลงอย่างรวดเร็ว "อะ ไอ้บ้า อย่ามาทำระยำกับฉันนะ!" ฉันด่ากราดทันทีที่เขาผละริมฝีปากออกไป เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ตวัดสายตามองฉันก่อนจะฉกริมฝีปากลงบนต้นคอฉันแทน "อะ โอ้ย!" และฉันเจ็บเมื่อเขาใช้ปากและลิ้นดูดดึงต้นคอฉันจากนั้นก็ลากไล้มันไปเรื่อยๆตามไหปลาร้าและผิวเนื้อช่วงอกที่โผล่พ้นเกาะอกของฉันขึ้นมา มันทำให้ฉันโกรธตัวเองที่ดันใส่เกาะอกมาแบบนี้! "อย่านะ ไอ้...อ๊ะ!" ฉันตกใจที่เขาดึงชุดฉันลง ฉันรู้ว่าบราเซียและทรวงอกถูกเปิดเผยเพราะความเย็นจากภายนอกสัมผัสกับผิวเนื้อฉัน ริมฝีปากและใบหน้าเขาคลอเคลียอยู่บริเวณนั้นไม่ห่าง ฉันกำมือแน่นและอยากจะใช้มันทุบตีทำร้ายเขาแต่ก็ทำไม่ได้ ถึงในห้องนี้จะเปิดแอร์ แต่เขาทำให้ผิวบริเวณนั้นทุกจุดที่ริมฝีปากเขาลากผ่านมันกลับร้อนวูบวาบ “ไอ้เลว อื้อ!” คนข้างบนฉกริมฝีปากลงมาประกบจูบฉันอย่างแรง เรียวขาทั้งสองข้างของฉันถูกแยกออกจากกันในขณะที่เขากำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ท่อนล่างของตัวเอง ปึก! “อื้อ!!!” ราวกับ
"ปล่อยดิวะ!" ปึ้ก~ ฉันตะคอกเขา จังหวะนั้นก็ทุบกำปั้นลงไปที่หน้าเขาด้วย ฉันแค่คิดว่าเขาจะเจ็บและยอมปล่อยฉันสักที "..." แต่เขาทำแค่กัดฟันและตวัดสายตามาจ้องหน้าฉัน "เห้ย บอกให้...อ๊ะ!" ฟลุ่บ~ และเขาทำให้ฉันเผลออุทานออกมาอย่างตกใจด้วยการเหวี่ยงฉันลงบนฟูกเตียงอย่างแรง ฉันมัวแต่ดิ้นรนจนไม่รู้ว่าถูกลากขึ้นมาบนห้องนี้ตั้งแต่ตอนไหน "อะ ไอ้!" พรึ่บ~ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อฉันจะรีบเด้งตัวลุกขึ้นเขากลับผลักฉันให้นอนลงไปแล้วโถมตัวลงมาคล่อมฉันไว้อย่างรวดเร็ว มือสองข้างกระชากแขนฉันแล้วกดลงกับฟูกเตียง "ด่าอีกสิ ด่าเลย!" เขากระชากเสียงพูดกับฉัน ฉันตวัดสายตาจ้องหน้าเขาที่อยู่เหนือร่าง ก่อนหน้านี้เขาถูกฉันด่าไว้เจ็บแสบมาก แล้วอย่าบอกนะว่าที่เขาบอก...เขาจะใช้วิธีแบบนี้ "นายคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ อย่างนายจะกล้าทำอะไรฉัน ลืมแล้วเหรอว่านายกับแม่ต้องพึ่งสมบัติของพ่อฉัน!" "ไม่ลืม ไม่ต้องย้ำ" "แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้" "เธอก็ไม่มีสิทธิ์คิดจะทำร้ายแม่ฉันเหมือนกัน" เขาโต้กลับฉัน ฉันจ้องหน้าเขาด้วยอารมณ์เดือดดาล "แล้วที่แม่นายเข้ามาในชีวิตแม่ฉันล่ะ ที่แม่นายเข้ามาทำให้ครอบ
กะ แก อะ เฮือก!" "คุณแม่!" "คุณย่า!" ฟลุ่บ~ ฉันชะงักไปที่จู่ๆผู้หญิงวัยชราก็ทรุดลงตรงหน้าฉันแต่ดีที่ลูกสะใภ้ของย่าจับแขนเธอและช่วยพยุงไว้ได้ทัน ทุกคนดูตกใจและเรียกท่านพร้อมกันแต่ฉันกลับทำได้แค่ยืนนิ่ง "...!" "อะ เอา นังเด็ก คน นี้ ออกไป" คุณพ่อกับนายธันเข้าไปช่วยกันพยุงท่านไว้และท่านเงยหน้ามาชี้หน้าฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไป และทำท่าทางเหมือนจะขาดใจตายอยู่ตรงหน้าฉัน "หยีคุณย่าเป็นโรคหัวใจ" ยี่หวาบอกกับฉันก่อนจะเข้าไปหาคุณย่าของเธออีกคน ฉันที่ดูเหมือนจะได้เปรียบต้องมาแพ้ให้กับคนเป็นโรคหัวใจสินะ หึ "ออกไป" ขนาดนี้ก็ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาหาฉัน ฉันยังยืนนิ่งและหลุบตาลงมองท่านจนรู้สึกว่าถูกกระตุกแขนจนเซ หมับ~ ถึงได้หันไปมอง ก็เห็นว่านายธันวาเข้ามาคว้าแขนฉันไว้ "ปล่อย!" ฉันสะบัดแขนออกทันทีแต่เขาไม่ยอม เขาหันไปมองสภาพวุ่นวายของบ้านฉันก่อนจะหันกลับมามองฉันเพียงแค่เสี้ยวนาที "มานี่!" จากนั้นเขาก็ออกแรงลากฉันออกไปทางประตูหลังบ้านทันที สวบ~ "บอกให้ปล่อยไงวะ!" เมื่อโดนลากออกมาไม่ไกลเท่าไหร่ฉันก็รวบรวมแรงฮึดสู้เขา ฉันสะบัดแขนออกจากเขาแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยง
ฉันบิดตัวออกจากมือของยี่หวาพลางเดินเข้าไปหาแจกันใบใหญ่ที่ราคาคงแพงกว่าเสื้อผ้าราคาสูงที่สุดที่ฉันเคยใส่ มันถูกตั้งไว้บนพื้นเพื่อโชว์ความสวยงาม ฉันใช้มือวางทาบลงบนผิวของแจกันและทำท่าเหมือนจะผลักให้มันล้มลง "อย่านะ ห้ามแตะต้องของๆฉัน!" "หึ" "หนูยาหยี อย่าทำเลยนะ ถือว่าแม่ขอ" "ฉันมีแม่คนเดียว!" ฉันหันไปตวาดใส่แม่เลี้ยงของตัวเอง "ไม่ต้องคิดจะยกตัวเองมาเป็นแม่ฉัน ฉันไม่ต้องการ!" "อะ เอ่อ ได้ๆ น้าขอโทษนะ แต่ว่า...วันนี้เรามาสนุกกันเถอะนะ" สนุกเหรอ... ฉันตวัดสายตามองย่าของตัวเองอีกครั้ง และเห็นแว่บๆด้วยว่ามีคนใช้สองสามคนวิ่งออกไปจากตรงนี้ พอเริ่มวุ่นวาย ฉันก็เริ่มสนุกแล้วสิ "หยี พี่ว่า..." ยี่หวาเข้ามาจับแขนฉันอีกและฉันหันไปจิกตามองเธอ คำพูดที่จะออกจากปากเลยถูกกลืนลงคอไป และเพียงแค่ไม่กี่นาทีพ่อของฉันก็เข้ามาตามด้วยนายธันวาที่วิ่งเข้ามาเหมือนกัน "ยาหยี" พ่อเรียกชื่อฉันด้วยท่าทางตกใจ "ลูกมาจริงๆด้วย พ่อดีใจนะ" ก่อนที่ท่านจะยิ้มและเดินเข้ามาหาฉันแต่ก็ชะงักเมื่อคุณย่าแผดเสียงใส่ "นี่พวกแกคิดอะไรกันอยู่ ทำอะไรทำไมไม่ถามฉันก่อน เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ห๊ะ ตาย
-ธันวา- "อืม โอเค เดี๋ยวบอกแม่ให้" "ฝันดีเหมือนกันนารา บาย" ผมวางสายของนาราหลังจากที่เธอโทรมาย้ำเรื่องของขวัญวันเกิดแม่ผมที่เธออุตส่าห์ไปซื้อเอาไว้ล่วงหน้าแล้วฝากผมเอามาให้แม่เพราะเธอมีธุระด่วนต้องไปต่างประเทศ ซึ่งที่นั่นก็เวลาห่างจากที่ไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็คงดึกแล้ว หลังจากนั้นผมก็เดินกลับเข้ามาในงานเพราะเมื่อกี้ออกมาหาที่ๆเสียงค่อนข้างเบาเพื่อคุยโทรศัพท์ สวบ~ ผมเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสนิทที่มางานวันเกิดของแม่ผมในวันนี้ด้วย ผมเป็นคนมีเพื่อนหลายกลุ่ม ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้ที่มาส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่เรียนด้วยกันค่อนข้างนาน โดยเฉพาะไอ้เท็น หมอนี่เรียนกับผมมานาน คบกันมาสิบปี รู้ไส้รู้พุงกันหมดทุกอย่าง ส่วนอีกสองคนที่ผมก็สนิทมากเช่นกัน ก็คือเจมส์กับนารานั่นแหละ เป็นเพื่อนทางธุรกิจที่ดันมาสนิทกันจนเชื่อใจเปิดบริษัทด้วยกัน เรารู้จักกันผ่านผู้ใหญ่นับได้ก็ประมาณสี่ห้าปีแล้วมั้ง แต่วันนี้ทั้งนาราทั้งเจมส์ไม่ได้มา หมอนั่นก็บินด่วนไปอเมริกาเหมือนกัน "เห้ยๆ ไอ้ธันล่ะวะ" ผมมองไปทางต้นเสียง เห็นไอ้เท็นวิ่งมาทางกลุ่มที่พวกเราสุมหัวกันอยู่ ตอนนี้พวกผมอยู่บริเวณงานตรงส







