FAZER LOGIN"มั่นหน้านะ"
ผู้หญิงชุดแดงกัดฟันด่าฉัน "ค่ะ" ฉันยิ้มให้สองคนนั้น "ด้วยความหวังดีนะคะ...ถ้าไม่อยากเก็บเศษหน้ากลับไป รบกวนเชิญหาคนคุยทางอื่นนะคะ" ฉันยิ้มอีกครั้งและเชิดคอเหมือนผู้ชนะ ทั้งสองคนชักสีหน้าใส่ฉันแต่พอเห็นว่าเหนือนิ่งและไม่ได้ปฏิเสธก็ฟึดฟัดพากันเดินออกไปในที่สุด ก็ยังดีที่สองคนนั้นไม่ได้โวยวายกลับ ไม่งั้นฉันงานเข้าแน่ๆ เมื่อสองคนนั้นไปแล้ว ฉันก็ดึงมือกลับมา เหนือมองหน้าฉันก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงขอบใจ "มีสาวมาชวนคุยทำไมไม่ลองคุยดูล่ะคะ" ฉันพูดพลางผสมเครื่องดื่มให้เขา เขารับเครื่องดื่มไปดื่มเงียบๆ เป็นคนพูดน้อยเหมือนกันนะ ยิ่งถ้าคนไม่สนิทก็ยิ่งไม่ค่อยยุ่งด้วย ก็คงต้องตีสนิทให้มากกว่านี้ "พี่เหนือ..." พรึ่บ~ ฉันเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บาร์ เขาช้อนสายตามองฉัน "ถ้าเป็นข้าวพอจะคุยบ้างได้มั้ยคะ" ฉันยิ้มพลางพูดหยอกเขา อารมณ์เขาดูไม่เหมือนเมื่อเช้าที่เจอกัน คือเมื่อเช้าพูดน้อยก็จริงแต่เขาก็ยังดูอารมณ์ปกติ แต่ตอนนี้ดูยังไงก็รู้ว่าเฟลมาและคงไม่อยากให้ใครมาเซ้าซี้ "โอเคค่ะ งั้นลองนี่ดูดีกว่า" ฉันพูดพลางยืดตัวขึ้นและพลางผสมเครื่องดื่มรสใหม่ให้เขา "ขอบใจ" เมื่อฉันส่งแก้วเครื่องดื่มให้เขา เขาก็รับไป เงยหน้ามาพูดกับฉันสองคำสั้นๆ ซึ่งฉันจะถือว่าเป็นคำขอบใจที่ฉันช่วยไล่สองคนนั้นไปแล้วกัน "เอาอีกมั้ยคะ" ฉันถามเมื่อเขากระดกเครื่องดื่มจนหมดแก้วแล้ว "อืม" ฉันกระตุกยิ้มก่อนจะผสมเครื่องดื่มส่งให้เขาต่อ และเขารับมันไปกระดกดื่มอีกแก้ว อึก~ อีกแก้ว อึก~ และอีกแก้ว... -เหนือ- พรึ่บ~ ผมลืมตาโพล่งขึ้นมาและตื่นเต็มตาทันทีที่กวาดมองพื้นที่รอบๆตัวและพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนสักที่ ซึ่งไม่ใช่ที่ห้องผมแน่ๆ! ฟลุ่บ~ ผมเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง รู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวและปวดหัวจนต้องคลึงขมับตัวเองเพื่อผ่อนคลาย "ตื่นแล้วเหรอคะ?" แต่เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดังขึ้นไม่ไกลทำให้ผมชะงักกึก ผมหันควับไปตามต้นเสียงทันทีก็พบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูซึ่งดูเหมือนจะเป็นห้องครัว ในมือเธอถือแก้วใบหนึ่งอยู่ "..." ผมลอบกลืนน้ำลายลงคอพลางไล่สายตามองสำรวจเธอ ข้าวหอมอยู่ในชุดนักศึกษาเหมือนกำลังเตรียมตัวจะไปเรียนแล้ว สวบ~ เธอยิ้มพลางเดินเข้ามาหาผม ผมตวัดขาที่เหยียดยาวอยู่บนโซฟาลงมานั่งตัวตรง เปิดผ้าห่มที่คลุมตัวออกไปไว้ข้างๆพลางแอบสำรวจสภาพตัวเองนิดหน่อยก็เห็นว่ายังดูปกติดี เสื้อผ้าที่ใส่ตั้งแต่เมื่อวานก็ยังอยู่บนตัวเพียงแต่ว่ามันค่อนข้างเละเทะนิดหน่อย ผมรีบดึงกางเกงขึ้นและติดกระดุมที่มันล่นลงมาจนเห็นบ็อกซ์เซอร์ จัดเสื้อให้อยู่ในสภาพปกติ พลางส่ายหัวให้กับตัวเองที่เมื่อคืนปล่อยตัวให้เมามากจนแทบแก้ผ้าตัวเองอยู่แล้ว ถ้าเป็นที่ห้องก็ไม่เท่าไหร่หรอกแต่นี่มันไม่ใช่ไง ข้าวหอมอมยิ้มแล้ววางแก้วน้ำลงตรงหน้าผม "เอาไว้ดื่มแก้แฮงค์ค่ะ" เธอบอกผม ผมหลุบตาลงมองแก้วน้ำก่อนจะพูดขึ้น "ที่นี่..." "อ๋อ ห้องข้าวเองค่ะ" อะไรนะ? ผมเงยหน้ามองเธอพลางขมวดคิ้ว ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม...ผู้หญิงคนนี้คิดยังไงถึงได้พาผู้ชายเข้าห้องแบบนี้ "ก็เมื่อคืนพี่เมามากเลย ข้าวก็ไม่รู้ว่าพี่พักที่ไหน โทรศัพท์พี่ก็ล็อกรหัสไว้ สุดท้ายแล้วข้าวก็เลยพาพี่มาที่นี่" อย่างนี้เองสินะ... "ส่วนรถของพี่ข้าวฝากไว้ที่ผับนะคะ ถ้าพี่ว่างๆก็ไปเอาได้เลยนะคะ" ผมพยักหน้าเบาๆ "ขอโทษนะคะที่ข้าวให้พี่นอนที่โซฟา คงเมื่อยและอึดอัดแย่เลย" "ผมต่างหากต้องขอโทษ" ผมพูดขึ้น ข้าวหอมเอียงคออย่างสงสัย "ขอโทษทำไมคะ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย" "ก็...ผมเมามากไปจนต้องลำบากพามาที่นี่ ถ้าใครเห็นเข้าคงดูไม่ดี" "โอ้ย ข้าวไม่ถือสาใครหรอกค่ะ" เธอพูดพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เว้นระยะห่างระหว่างเราไว้ "ข้าวชินกับการถูกนินทาแล้วแหละ ใครจะพูดยังไงก็ช่างเถอะ เราทำอะไรเรารู้อยู่แก่ใจ ไม่สนใจคำพูดคนอื่นหรอกค่ะ" ผมมองหน้าเธอ คำพูดของเธอทำให้ผมชะงักและเผลอคิดอะไรบางอย่าง ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนกับ...ไม่สิ ผมจะเอาสองคนนี้มาเทียบกันไม่ได้ มันคนละคนกันนะไอ้เหนือ! "จะไปเรียนเหรอครับ" ผมเลยสลัดความคิดพวกนั้นออกจากหัวพลางหันไปถามเธอ เธอพยักหน้า "ค่ะ กำลังจะไป" "อ่า..." ผมกำลังอ้าปากจะพูดแต่โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขัดขึ้น Rrrr~ ผมล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกง ดูที่หน้าจอก็พบว่าเป็นเบอร์ของ... ติ้ด~ ผมตัดสายเธอทิ้งพลางถอนหายใจ "ถ้างั้น....ข้าวไปเรียนแล้วนะคะ" ผมไม่รู้ว่าข้าวหอมสังเกตุเห็นหน้าจอมือถือผมมั้ย แต่เธอเหมือนไม่ได้สนใจ เธอลุกขึ้นยืนผมจึงลุกขึ้นตาม พรึ่บ~ "พี่ไปด้วย..." เสียงของผมกลืนหายไป ข้าวหอมชะงักก่อนจะหันมามองผมยิ้มๆ อ่า ผมเผลอพูดกับเธอแบบสนิทขึ้นได้ยังไง "หมายถึง....ผมจะลงไปด้วยเลยทีเดียวดีกว่าครับ" "ก็ได้ค่ะ" เธอยิ้มก่อนจะโน้มตัวลงไปยกแก้วน้ำที่เธอบอกว่าแก้แฮงค์ขึ้นมาส่งให้ผม "แต่ดื่มนี่ก่อนนะคะ แล้วค่อยไป" "ขอบคุณครับ" มันก็ช่วยไม่ได้ เธออุตส่าห์ดูแลผมตอนที่ผมเมาแถมยังอุตส่าห์ลากผมกลับมาซุกหัวนอนที่ห้องเธออีก ผมก็เลยรับมันมาดื่ม "..." ระหว่างนั้นเธอก็เดินเข้าไปในห้องอีกห้องที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องนอนของเธอแล้วกลับออกมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายและหนังสือสองสามเล่ม "ไปค่ะ พี่เหนือ" "อ่า ครับ" ผมที่ยังยืนมึนๆงงๆก็พยักหน้าก่อนจะเดินตามเธอออกไปจากห้อง ระหว่างนั้นเราเดินผ่านคนหลายคนแต่ข้าวหอมไม่ได้ใส่ใจสายตาพวกนั้นเลยผมก็ได้แต่พ่นลมหายใจก่อนจะเดินตามเธอเข้าไปในลิฟต์ ติ๊ง~ ประตูลิฟต์ปิดลง ผมกับข้าวหอมยืนเว้นระยะห่างกันเหมือนเดิม เธอยืนยิ้มด้วยใบหน้าที่สดใส "จริงๆแล้ว..." แล้วเธอก็พูดออกมา ผมหันไปมองหน้าเธอ "พี่เหนือพูดกับข้าวแบบเป็นกันเองเหมือนเมื่อกี้ก็ได้นะคะ..." เธอคงหมายถึงตอนที่ผมเรียกแทนตัวเองว่าพี่ ไม่ใช่คำว่าผม "ข้าวชอบ" เธอยิ้ม ผมก็ยิ้มบางๆให้พลางลูบต้นคอตัวเองไปด้วย ผู้หญิงคนนี้ดูสดใสและเฟรนด์ลี่จริงๆนะ ดูเป็นกันเอง คุยเก่ง คุยสนุก ใครได้คุยด้วยคงรู้สึกสบายใจ... "อ่า ครับ""..." "ไม่กิน โดนฉีดยาแน่" "รู้แล้วน่า" เขาพึมพำก่อนจะค่อยๆตักโจ๊กเข้าปาก กินไปได้ค่อนชามเขาก็เลิกกินเห็นบ่นว่าเจ็บคอด้วย ฉันก็เลยแกะยาที่ซื้อมาทั้งยาแก้ปวดลดไข้กับยาแก้อักเสบให้เขา "ยาค่ะ" "..." เขาหลุบตาลงมองยาแต่ไม่ยอมแตะมัน "เหมือนเด็กน้อยเลย" ฉันพูดลอยๆแต่เหนือหันมามอง "เด็ก?" "ค่ะ เด็กดื้อที่เวลาไม่สบายแล้วงอแง ไม่ยอมกินข้าวกินยาแล้วก็ไม่ยอมไปหาหมอด้วย" เขาค้อนใส่ฉันทันทีเลยอ่ะ รู้ตัวไงว่าฉันหมายถึงเขานั่นแหละ แต่เวลาที่เขาไม่สบายแบบนี้เขาก็น่ารักดีนะ "ยาค่ะ" ฉันยิ้มพลางพยักเพยิดไปที่ยาอีกครั้ง เหนือถอนหายใจแรงก่อนจะคว้ายาไปกินในที่สุด แค่ก~ พอกลืนยากับน้ำลงคอไปเขาก็สำลักออกมานิดหน่อย ฉันมองอาการเขากลัวว่ายาจะติดคอตายซะก่อน "โอเคมั้ยคะ" "อื้อ" เขาพยักหน้าบอกพลางกระดกน้ำกินจนหมดด้วยใบหน้าแหยๆ จากนั้นก็เอนตัวพิงโซฟาเหมือนเดิม "คราวนี้ก็ไปนอนได้แล้วค่ะ" ฉันบอกเขา เหนือปรืตาที่กำลังจะหลับขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่อยากเดิน หัวหมุน" เด็กน้อยจริงๆนะเนี่ย แต่ก็...น่ารักดี "งั้นก็นอนที่...พะ พี่เหนือ" ฟลุ่บ~ ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ เขาก
"นี่ไงเรื่องที่ฉันอยากรู้ ตอบดิ" ฉันกำมือแน่น ทอยเบรกรถข้างทางและหลับตาลง พรึ่บ~ ฉันกระชากแขนเขาพลางเขย่าให้เขาพูด "ตอบดิ ฉันไม่ปล่อยให้เพื่อนฉันเจ็บจนต้องตายฟรี แล้วปล่อยให้คู่หญิงร้ายชายเลวไปเสวยสุขกันหรอกนะ ถ้าเพื่อนฉันไม่มีความสุข นายกับมันก็ไม่สมควรมีความสุข!" "รู้ได้ยังไงว่าพี่มีความสุข" ทอยขึ้นเสียงใส่ฉัน เขาผลักมือฉันที่เขย่าแขนเขาออก "พี่ขอ..." "ไม่ต้องขอโทษ ฉันไม่รับ" ทอยมองฉัน เขากำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วย สีหน้าและแววตาเหมือนกำลังเจ็บปวดอยู่ อ้อ เคยเป็นนักแสดงอยู่นี่นา แต่ถึงตอนนี้เขาน่าจะเลิกแล้วเพราะฉันไม่เคยเห็นเขาในบทบาทนั้นอีก ก็อย่างที่บอกว่าเขาหายไปเลยตั้งแต่วันนั้น แต่ยังไงก็ยังคงแสดงดีอยู่นะ หึ! "เลิกแสดง" "แต่พี่ไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆนะข้าว พี่ฝันถึงดรีมแทบทุกคืน" "ก็สมควรแล้วนิ ดรีมมันตายเพราะใครล่ะ" "พี่รู้สึกผิดจริงๆ" "แล้วไง เอาเพื่อนฉันคืนมาได้มั้ยล่ะ" "..." "ฉันไม่สนว่านายจะเสียใจจริงๆหรือแค่แสดง ฉันสนใจแค่ว่าอีนั่นมันเป็นใคร" "เราเลิกกันไปแล้ว ตั้งแต่ดรีมตายพี่ก็เลิกกับเค้าด้วย" "เหรอ น่าดีใจนะ" ฉันถามเสียงสูง ไม่เชื
"มาแล้วพี่" แล้วเสียงที่ดังแทรกผ่านเสียงเพลงมาอีกครั้งก็ทำให้ฉันหันควับไปทางต้นเสียง ผู้ชายร่างสูงแต่ผอมเพรียว ใบหน้าออกแนวทะเล้นน่ารัก เขากำลังเดินเข้ามาหาพี่โจ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนโลกจะเหวี่ยงเขามาให้ฉันจริงๆนั่นแหละ 'ทอย'! "โอ้โห กูนึกว่ามึงโดนดักฉุดนะเนี่ย" พี่เอ็มผลักไหล่เขาพลางพูดประชดที่เขามาช้า "มาช้าก็ดีกว่าไม่มาป่ะล่ะ" "ถ้ามึงจะช้าขนาดนี้ มึงไม่ต้องมาเลยก็ได้ รู้มั้ยกูรอนานแค่ไหน" พี่โจย้อนเขาอีก "ขอโทษครับบบ" เขายิ้ม ก็ดูใช้ชีวิตปกติดี ดูมีความสุขดีนี่! "เออ มาๆ แนะนำเด็กไอ้เหนือให้รู้จัก" พี่โจตบบ่าเขาพลางดึงแขนเขาให้หันมาทางฉัน "ไหน คนไหน..." เสียงของเขาหายไปเมื่อหันมาสบตากับฉันที่มองเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว "นี่ๆคนนี้ ชื่อข้าวหอมที่พวกมึงส่องเฟซกันวันนั้นไง" "..." "เป็นไงตัวจริง สวยดิ เซ็กซี่ดิ อึ้งเลยดิ ไอ้เอ็มไอ้ทอยพวกมึงอิจฉาไอ้เหนืออ่ะดิ๊" "เออพี่ อิจฉาจริง" พี่เอ็มตอบ แต่ทอยเงียบ "ทอย" "..." "ไอ้ทอย" "..." "ไอ้เชี่ยทอยโว้ยยย" "อะ อะไรวะพี่" "กูเรียกมึงจนแทบจะเข้าไปตะโกนในแก้วหูมึงแล้วเนี่ย จะตะลึงอะไรขนาดนั้น
เมื่อมาหยุดยืนที่หน้าแท่นสุสานของดรีมฉันก็เห็นช่อดอกลิลลี่สีขาวที่ดรีมชอบวางอยู่แล้ว "เขามาเหรอคะ" ฉันเอ่ยถามทันที ป้าดาวางช่อดอกลิลลี่ของเราลงข้างๆช่อดอกไม้นั้น "ใช่ เขามาหาดรีมทุกปีนั่นแหละจ่ะ" ป้าดาบอกฉัน ฉันกัดฟัน "ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง ถึงกล้ามาหาดรีม!" "คงไม่ใช่หรอกจ่ะ ป้าว่าเขาคงรู้สึกผิดจริงๆ จำได้มั้ยว่าวันนั้นเขาก็มาหาดรีมแต่เขาก็มาไม่ทันเหมือนกับข้าว" "แต่เขาไม่มางานศพดรีมด้วยซ้ำ" "จริงๆเขามานะลูก เขามาหลังจากที่พระสวดเสร็จและทุกคนกลับไปแล้ว เขามากราบขอโทษป้า" "เขาก็สมควรทำแบบนั้นค่ะ" "ป้าให้อภัยเขานะลูก ข้าวก็ต้องให้อภัยเขานะ ป้าเชื่อว่าดรีมคงต้องการแบบนั้น" ป้าดาลูบบ่าฉันเบาๆ ฉันมองหน้าท่านก่อนจะหันไปมองรูปของดรีม "ฉันจะให้อภัยเขาก็ได้นะดรีม..." 'แต่ฉันจะให้ก็ต่อเมื่อเห็นกับตาว่าเขาเจ็บปวดที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายแล้วเท่านั้น!' ประโยคหลังนี้ฉันพูดในใจ ผู้ชายที่เรากำลังพูดถึงคือแฟนของดรีม ฉันรู้จักกับเขาเพราะดรีมเล่าให้ฟังทุกวันแต่ฉันเคยเจอเขาบ้างเป็นบางครั้ง สองคนนั้นเรียนคณะเดียวกันและแฟนเธอเป็นนักแสดงด้วย ผู้ชายคนนี้เป็นแฟนคนแรกของดรีม
วันนี้ฉันตั้งใจมาเจอจีน่ากับพี่เชนที่ห้างแห่งหนึ่ง สองคนนั้นกำลังร่วมทำกิจกรรมโปรโมทซีรี่ย์ที่เล่นด้วยกันอยู่ กรี้ดดด~ เสียงกรีดร้องแสดงความฟินเวลาที่สองคนนั้นใกล้ชิดกันบ่งบอกได้ดีว่าพวกเขาก็เป็นที่จับตามองอยู่เหมือนกัน ยัยจีน่ายิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม คงเพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะประสบความสำเร็จ หมับ~ "ไปไหนคะ?" ฉันหันไปคว้าแขนของเหนือไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนีไป วันนี้ฉันชวนเขามาที่นี่เองแหละ ฉันรู้เรื่องของเขาจากหมอกแล้ว ยอมรับเลยว่าสงสารและเห็นใจเขามาก แล้วก็ดูออกด้วยว่าเขายังตัดใจไม่ได้ทั้งๆที่มันผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว "ดูหนังกันมั้ย" เหนือหันมาถามฉันโดยที่ไม่มองไปบนเวทีนั้นเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาแต่ฉันพาเขามาเพื่อให้เขาตัดใจ ฉันจะปล่อยเขาไปถ้าเขาไม่กลับไปหามันอีก "ข้าวขอดูตรงนี้ก่อนนะคะ" ฉันบอกเขาและรั้งแขนเขาไว้ เขาทำสีหน้าอึดอัดและอยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดด้วย แต่ฉันจะอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด... "พี่ว่าสองคนนั้นเค้าแค่จิ้นกันหรือคบกันจริงๆคะ" ฉันถามเขา เหนือเอาแต่มองหน้าฉันเพราะไม่รู้จะมองไปทางไหน เขาถอนหายใจออกมาบ่อยมาก "ไม่รู้" "พี่จำผู้หญิงได้มั้
23.30 น. ปาร์ตี้ตอนนี้กำลังคึกครื้น แขกจะเป็นเพื่อนของพี่โจซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย มีทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนรุ่นพี่และเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งเหนือเองก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งของพี่โจจึงได้ถูกยื้อไว้ให้ดื่มกับพวกเขา ทุกคนกำลังเมาได้ที่เลยแหละ สวบ~ "แอบมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ" ฉันที่ปลีกตัวออกมาเพราะเห็นว่าหมอกเดินออกมาจากตรงนั้นสักพัก ตามหาอยู่ไม่นานก็พบว่าเขาหลบมาอยู่แถวๆสวนหลังบ้านของพี่โจ "อ้าวข้าว ไม่อยู่กับเฮียเหรอ" หมอกหันมาถามฉัน เขานั่งอยู่บนม้านั่งยาวๆตัวหนึ่ง ในมือถือแก้วไวน์อยู่ด้วย "อยากออกมาสูดอากาศสักหน่อยน่ะ ขอนั่งด้วยได้มั้ย" "อื้ม นั่งสิ" ฟลุ่บ~ เมื่อหมอกพยักหน้าฉันจึงทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเดียวกันกับเขา "นายดูไม่ค่อยสนุกนะ" "ก็สนุกอยู่แหละแต่มันแค่เบื่อๆ ถึงจะเข้ากับคนง่ายแต่พี่โจห่างกับฉันตั้งสี่ปี เพื่อนๆเขาก็รุ่นน่าเคารพมากกว่ามาคุยเล่นน่ะ" "นายไม่ค่อยสนิทกับพี่โจเหรอ" "จริงๆก็สนิทระดับนึง พี่โจมาหาเฮียบ่อยๆ แต่ก็อย่างว่าแหละเราห่างกันเยอะ พอดีเพื่อนเฮียอีกสองคนก็มาไม่ได้ด้วยสิ ถ้าพี่สองคนนั้นมาฉันก็ยังพอเข้ากับพวกเค้าได้มากห







