LOGINฟลุ่บ~
"นี่" "..." "หลับยัง..." "..." "ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ" "..." รู้แล้วจะถามเพื่อ? ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวสักนิดเดียวยังคงแสร้งนอนนิ่งเหมือนคนที่หลับไหลไปแล้วทั้งๆที่จริงๆแล้วฉันก็ยังไม่หลับนั่นแหละ "ลูกโซ่" เสียงเรียกชื่อฉันแผ่วเบาดังมาจากด้านหลังของฉันพร้อมกับแรงกระชับของวงแขนกว้างที่วางพาดตัวฉันจากทางด้านหลังนอกผ้าห่มที่ตอนนี้เขากำลังกระชับมันให้แน่นขึ้นเพื่อดึงให้ตัวของฉันขยับเข้าไปใกล้ตัวของเขามากขึ้น "พูดสักคำเถอะ" เสียงของเขาก็ยังคงดังอยู่ใกล้ๆ เขาเหมือนจะพยายามให้ฉันเอ่ยปากพูดกับเขาเพราะหลังจากที่เรา...ไม่สิเขานั่นแหละที่ขืนใจฉันเป็นครั้งที่สอง ฉันก็พลิกตัวนอนหันหลังให้เขาและเงียบมาตลอดเกือบๆชั่วโมงได้แล้วมั้ง "หรือ...ครางจนไม่มีเสียงพูดแล้ว" พอเห็นว่าพูดดีๆกับฉันไม่ได้ผลเขาก็เปลี่ยนมาพูดจาบ้าๆบอๆใส่กันซะอย่างนั้น เหอะ คนอย่างตะวันน่ะไม่เคยทนพูดดีๆกับฉันได้นานหรอก คนบ้าอะไรความอดทนโครตต่ำ! "..." ฉันกัดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้หลุดเสียงด่าเขาออกมา ฉันไม่อยากคุยกับเขา ไม่อยากพูดกับเขาแล้ว เห้อ~ ฉันได้ยินเสียงเขาถอนหายใจฟึดฟัดอย่างไม่ชอบใจพลางขยับตัวเข้ามาใกล้แผ่นหลังของฉันอีกจนฉันรู้สึกว่าตอนนี้อกเปลือยเปล่าของเขากำลังสัมผัสกับแผ่นหลังของฉันแล้วด้วย ให้ตาย!แค่นี้ยังไม่พอใจจะเอาอะไรกับฉันอีก พรึ่บ~ ฉันเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆเขาก็ยกมือที่กอดรัดฉันไว้นอกผ้าห่มขึ้นฉันนึกว่าเขาจะปล่อยฉันแต่ที่ไหนได้ละ เขากลับตวัดแขนข้างนั้นเข้ามาในผ้าห่มแล้วรวบรัดกอดฉันจากทางด้านในแทนนี่สิ หมับ~ หนำซ้ำเขายังจงใจใช้มือข้างนั้นตะปบไปที่ปมผ้าขนหนูที่เขาเองนั่นแหละเป็นคนเอามันมาผูกให้ฉันตอนที่ฉันนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่ไว้ด้วย พรึ่บ~ แล้วในที่สุดฉันก็ตัดสินใจลุกพรวดขึ้นเมื่อเขากำลังจะกระตุกปมผ้าขนหนูของฉัน ฉันนั่งหันหลังให้เขาพลางกำปมมันไว้แน่น "ลุกทำไมล่ะ ทำไมไม่นิ่งต่อ" เสียงเชิงยียวนของเขาก็ยังคงดังต่อเนื่องฉันถอนหายใจฟึดฟัดก่อนจะขยับตัวเพื่อที่จะลงมาจากเตียงของเขา แต่ทว่า หมับ~ ฟลุ่บ~ เขากลับใช้มือคว้าต้นแขนทั้งสองข้างของฉันไว้ก่อนจะลดแขนข้างหนึ่งลงมารวบเอวฉันแล้วดึงเข้าหาตัวเขาที่ลึกขึ้นนั่งตาม "ฉันจะกลับ" ฉันพูดเน้นๆชัดๆเป็นสามคำแรกที่ฉันเอ่ยปากพูดหลังจากผ่านมาเป็นชั่วโมง "ดูนาฬิกาบ้าง ดึกแล้ว" เสียงของตะวันดังอยู่ข้างหูแต่ฉันไม่สนใจ ก็แค่เวลามันดึก ปกติฉันเป็นพวกกลับบ้านไวที่ไหนทำงานกว่าจะกลับบ้านก็เกินเที่ยงคืนแทบทุกวัน "แล้วไง?" ฉันถอนหายใจพลางพูดขึ้นอีก มือของฉันน่ะไม่ได้แกะมือที่กอดเอวออกหรอกแต่ใช้กำปมผ้าขนหนูแทน ก็รู้ไงว่าต่อให้แกะหรือดิ้นยังไงก็เหนื่อยเปล่าทางที่ดีปกป้องตัวเองให้ถึงที่สุดน่าจะดีกว่า ถึงมันจะยากก็เถอะ-- "นอนเหอะ ฉันเหนื่อย" เขาพูดเสียงอ่อยเหมือนเหนื่อยมากกก "เหนื่อยก็เรื่องของนาย..." "ก็ใช่สิ ฉันทำอยู่คนเดียว ออกแรงอยู่คนเดียว เธอก็แค่นอนเฉยๆจะไปเหนื่อยอะไร" "ฉันจะกลับ!" ฉันเริ่มขึ้นเสียงอย่างไม่ชอบใจแล้วก็ไม่เข้าใจด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะย้ำจะเน้นอะไรนักหนากับไอ้เรื่องแบบนั้นคิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง ถึงฉันจะไม่แสดงออกแต่ในใจฉันก็เจ็บเป็นนะ "ไม่ให้กลับ" "เห้ย นายพูดไม่รู้เรื่องวะ" ฉันหันไปต่อว่าเขา จริงๆไม่ได้อยากจะมานั่งทะเลาะกับเขาหรอกนะแต่สถานการณ์มันพาไป "พูดจาให้มันเพราะๆหน่อยไม่ได้?" "ไม่จำเป็น" ฉันสะบัดหน้าหนีเมื่อเขาเอียงคอมาจ้องหน้ากัน "ไม่อยากเห็นหน้าด้วย" "จริงเหรอ" แต่ตะวันก็เหมือนจงใจแกล้งกันเพราะเขาดันเอียงคอมาหาฉันพอฉันหันหน้าหนีเขาก็เอียงคอตามมาอีก เล่นอะไรของเขาเนี่ย--' "นี่นาย เมื่อไหร่จะ อ๊ะ!" ฟลุ่บ~ ฉันร้องออกมาพลางกลืนคำพูดลงคอเมื่อตะวันใช้แรงกดฉันให้นอนลงอีกครั้งโดยไม่ฟังคำพูดของฉันเลย "นอน" เขากดเสียงต่ำพลางคล่อมฉันไว้ครึ่งตัวอีกฉันจ้องหน้าเขาแค่แว่บเดียวก็ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเอง "จะนอนดีๆมั้ย?" เขาเลิ่กคิ้วถาม สายตาของเขากำลังบ่งบอกว่าถ้าฉันไม่ยอมนอนอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ "จึ๊ เออ นอน นอนก็ได้" พรึ่บ~ ฉันส่งเสียงไม่พอใจก่อนจะตะคอกกลับไปแล้วพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้เขาเหมือนเดิม ตะวันส่งเสียงหัวเราะในลำคอก่อนจะเอนตัวลงนอนตามฉันแต่ก่อนที่เขาจะนอนเขาก็ยังไม่วายก้มลงมาขโมยหอมแก้มฉันไปฟอดใหญ่แล้วตวัดเรียวแขนโอบรัดฉันจากทางด้านหลังเหมือนเดิมด้วย "นี่ ฉันอึดอัด" ฉันพูดบอกเขาเพราะว่าเขารัดตัวฉันแน่นเกินไปจริงจนฉันหายใจไม่ทั่วท้องเลย "อืม" ตะวันส่งเสียงในลำคอแล้วคลายอ้อมกอดออกจากฉันแต่ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น "ตะวัน..." "ถามไรหน่อย"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







