LOGIN“กูภพนะ แค่นี้แหละ หวัดดี”
“ไอ้เอกชวนไปxx แต่กูปฏิเสธไปแล้ว” ชิงบอกมันก่อน เพราะรู้ว่ายังไงมันก็ไม่ถาม “ครับ ไปข้างล่างกัน” มันบอกพลางดึงผมลุกขึ้น ลงไปข้างล่างทั้งข้าวทั้งกับข้าวแข่งกันส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย อา หิวชิบหาย “นายแม่คร้าบบบ เทียนหิวอ่ะ” ตะโกนเข้าไป หวังให้ได้ยินไปถึงในครัว แต่เปล่าหรอก ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ใช่สิ ก็เค้ามันคนไม่สำคัญนี่นา ผมเดินไปรอที่โต๊ะกินข้าว ส่วนลูกภพของนายแม่ นู่นเดินเข้าครัวไปช่วยยกของออกมา เอาหน้าเหรอมึง ก็คิดบ้าบอไปงั้นแหละไม่ได้จริงจังไรหรอก “ไอ้เทียนไปยกกับข้าวที่เหลือออกมาเลยนะ” นายแม่ที่เดินถือจานอะไรสักอย่างมาบ่นผมเข้าให้ เดาว่าเป็นไข่ลูกเขย “เดี๋ยวผมไปยกเองครับแม่” ภพที่พึ่งวางถ้วยแกงจืดพูดขึ้นและเดินเข้าครัวไปอีกครั้ง เออ ดีมาก ทำไปเลยไอ้ลูกรัก “แกนี่นะ” แม่บ่นพลางทำท่าอ่อนอกอ่อนใจ ดูก็รู้หรอกว่าแกล้งทำ นอกจากไข่ลูกเขยกับแกงจืดแล้วป้านิ่มกับพี่นาก็ยกกับข้าวมาอีกสามอย่าง เป็นของโปรดผมทั้งนั้น ทั้งหมดไม่มีแกงเผ็ดนะ เพราะผมไม่กินเผ็ด แต่แม่ก็ยังไม่ลืมเอาใจไอ้ลูกภพด้วยน้ำพริก ปลาทู ของโปรดไอ้ภพมันล่ะ เป็นการกินข้าวที่สุขใจสุดๆในรอบอาทิตย์ ไม่ใช่แค่ผม ภพเองก็ด้วย เพราะมันกินไปคุยยิ้มกับแม่ผมไปด้วย แต่ไม่ได้คุยมากหรอก อีกทั้งมันยังกินตั้งสองทีตักแน่ะ เห็นอย่างนั้นก็อดจะยิ้มกับมันไม่ได้ ตกบ่ายนายแม่ไม่ค่อยจะอยู่บ้าน ออกไปรวมกลุ่มกับสมาคมแม่บ้านนู่น ไม่มีอะไรกันหรอก นายแม่แกเคยพาไปด้วยครั้งนึง จับกลุ่มเม้าท์คนนู้นคนนี้ เดี๋ยวก็ตีเลขเด็ด เดียวก็หมอดู บ่องตง น่าเบื่อชิบหาย แต่ความสุขพวกคุณนายเค้าเลยนะ ผมกับภพเรามีความเห็นตรงกันว่า นอน นอนจริงๆนะเออ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ต่างคนต่างนอนไม่มีกวนใจกันอ่ะ ผมตื่นมาสะลึมสะลือ เห็นภพมันนอนตะแคงจ้องผมอยู่ หน้ากูมีไรวะ ลูบๆดูน้ำลายก็ไม่ไหล แต่แม่งมีขี้ตาอยู่ นี่มึงพิศวาสขี้ตากูเหรอเนี่ย เขี่ยๆออกแม่งก็มาจับมือไว้อ่ะ มึงไม่รู้หรือไงว่าถ้าไม่เอาออกมันทำให้หน้ากูซกมกขึ้นอีก 40 เปอร์เซ็นต์เลยนะ “ไปล้างหน้า เอามือขยี้แบบนั้นตาก็แดงหรอก” มันบอกเสียงนุ่ม เออ ผมลุกออกไปแบบงงๆ มันมาอารมณ์ไหนของมันวะ ล้างหน้าล้างตาเสร็จออกไปก็ไม่เจอภพในห้อง ออกไปดูข้างนอก พี่นาบอกว่าภพอยู่ห้องดูหนัง ทิ้งกูมาก่อนนะมึง บ่นไปงั้นแหละไม่ได้ตามมันเข้าไปหรอก ใจจริงอยากทำอย่างอื่นมากกว่า กลับขึ้นข้างบนอีกครั้ง ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอนอีกรอบ อา สบายชิบหาย อยากนอนวันละ 18 ชั่วโมงว่ะ รู้สึกตัวเพราะรำคาญเหมือนมีอะไรมากวนเนื้อกวนตัว แล้วมันก็เสียวๆด้วยไง เลยงัวเงียลืมตาดู ไอ้ภพมันดูดนมผมอยู่อ่ะ ดูดทั้งๆที่มีเสื้อขวางอยู่นั่นแหละ เอากับมันสิ “อือ ภพ” เรียกให้มันรู้ว่ากูตื่นแล้ว มันเงยหน้ามาดูก่อนจะเลิกเสื้อผมขึ้นแล้วย้ายไปดูดอีกข้าง อื้อ กูไม่ได้เรียกให้มึงทำแบบนี้นะ “หยะ อย่า กู อา” ตอนนี้ไม่ได้คิดจะห้ามมันจริงๆหรอก แต่ให้ได้พูดว่าอย่าไว้ก่อนจะได้ไม่ดูใจง่ายเกินไป เหมือนมันเองก็คงไม่คิดจะหยุดด้วย “ในห้องน้ำนะ” มันยกผมขึ้นไม่ทันตั้งตัว เอาขาเกี่ยวเอวแม่งเกือบไม่ทัน มันพาเดินไปที่ห้องน้ำจริงๆตามที่บอก จะว่าไปผมกับมันยังไม่เคยเอากันในห้องน้ำเลย แต่ไม่ใช่ว่าอยากให้มันเอาในห้องน้ำนะ มันคงเกรงใจผ้าปูที่นอนนั่นแหละ เลยพาไปเอาในห้องน้ำ มันวางผมลงขอบอ่างล้างหน้า แล้วตามเข้ามาประกบปาก จูบเก่งชิบหาย แต่ละทีเหมือนสูบวิญญาณกูไปจนจะหมดตัว ได้แต่นั่งหอบหายใจเมื่อมันถอนปากออก แล้วอะไรๆก็เกิดขึ้นในห้องน้ำ ครั้งนี้ไอ้ภพนั่งสบาย มันให้ผมอยู่บน เหนื่อยชิบหายเลย แต่ก็รู้สึกดีไปอีกแบบ รักออกแบบได้ เอิ่มไม่ใช่แระ “ไอ้ห่าภพ กูถามจริงเหอะ มึงพิศวาสอะไรกูนักหนาวะ แม่ง” ถามมันหลังจากอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ คนมันสงสัยจริงๆนี่ “ที่ถามน่ะ เพราะไม่รู้จริงๆเหรอเทียน” มันเดินมาถามตรงหน้า ระยะประชิด แบบเห็นรูขุมขนกันเลย แล้วกูต้องหลบตามันทำไมเนี่ย “ไม่รู้โว้ย กูลงไปข้างล่างนะ” โวยวายใส่ กลบเกลื่อนอาการบางอย่างที่ก่อขึ้นในอก อาการที่กูก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรหรือบางทีก็รู้ แต่..ช่างแม่ง ลงไปข้างล่างนายแม่ยังไม่กลับเลย นี่จะห้าโมงแล้วนะ ลองโทรไปดู ได้ความว่ากำลังเดินช็อปกับก๊วนคุณนายอยู่ ให้มันได้อย่างนี้สิ ก็เลยบอกนายแม่ไปว่าเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงจะตามไปหาไรกินกันนอกบ้านนี่แหละ เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดี ไปรับนายแม่ที่ห้าง แล้วหาร้านอาหารที่บรรยากาศสบายๆนั่งทานกันสามคนแม่ลูก ถูกแล้วครับสามคนแม่ลูก ก็ไอ้ภพน่ะลูกชายคนโปรดของนายแม่เค้าล่ะ ทานกันไปคุยกันไปสุขใจมาก ภพเองก็ดูมีความสุขมากเหมือนกัน มันคุยและหัวเราะได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดีแล้วล่ะ เวลาสามวันผ่านไปเร็วมาก วันนี้วันศุกร์ต้องกลับหอ ไม่ใช่ไม่อยากอยู่บ้านต่อ แต่บ้านน่ะใกล้ๆจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ความรู้สึกภพต่างหากที่สำคัญกว่า แม่เองก็เข้าใจดี เพราะถึงมันจะอยู่ดีมีความสุข แต่ยังไงมันก็มีขัดเขินเกรงใจปนอยู่บ้าง อยากให้มันอยู่อย่างสบายใจที่สุด ถามว่าทำไมต้องแคร์มันถึงขนาดนี้ ตอบไม่ได้ แต่ไม่ได้มากไปหรอกสิ่งที่ผมทำให้มัน มันที่เคยเอาตัวมารับลูกปืนแทนผมโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเอง และเพราะสาเหตุนี้แหละที่ทำให้ทุกคนในบ้านรักและเอ็นดูมัน ก่อนกลับแม่ทำกับข้าวและขนมใส่กล่องไว้ให้ นายแม่เค้าทำไว้ให้ลูกภพเยอะมาก กินได้ทั้งอาทิตย์เลยมั้งนั่น ป้านิ่มเอาไปใส่ให้ในรถ ไม่ใช่รถผมนะ ผมไม่ได้เอารถไปใช้หรอก เพราะไอ้ภพมันมีอยู่แล้ว ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ เพราะยังไงไปไหนก็ไปด้วยกันตลอดอยู่แล้ว อันนี้จริงๆนะ ทุกวันนี้อยู่แบบตัวติดกันยิ่งกว่าคู่ที่เป็นผัวเมียกันซะอีก ที่ไหนมีภพรักที่นั่นมีเทียนหอม บางครั้งก็รู้สึกว่ามันมากเกินไป แต่ก็ไม่เคยรำคาญสักทีทั้งที่ไม่อยากทำในตอนแรก แต่มันกลับกระตุ้นจนรู้สึกอึดอัดอยากปลดปล่อย เอื้อมมือไปรูดส่วนอ่อนไหวของตัวเองอย่างเร่งเร้า เพราะอีกคนทำช้าจนเกินไป “อื้อ” ส่งเสียงขัดใจเมื่อภพรักแย่งชิงส่วนนั้นกลับไป ทำอะไรไม่ได้ เลยเอื้อมมือไปจับของมันแทน มันทำกับของผมยังไง ก็ทำของมันอย่างนั้นคืนไป จะได้เข้าใจว่าทรมาน แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใส่ใจสักนิด ยังหยอกล้อกับร่างกายผมอย่างเชื่องช้า อา ถึงจะเสียวมาก แต่ก็ขัดใจมากด้วยเช่นกัน ภพละมือออกจากส่วนอ่อนไหวชูชัน เคลื่อนกายลากริมฝีปากไปตามเรือนร่างของผม ลิ้นร้อนของมันไล้เลียไปตามแนวหน้าท้อง ลากยาวไปถึงส่วนสำคัญและหยอกล้อกับมัน นิ้วเรียวยาวขลองมันเองก็เริ่มบุกรุกช่องทางข้างหลัง อือ อยากได้มากกว่านี้ “ภพ ภพรัก อือ อย่าแกล้ง” ร้องบอกเสียงแผ่วเบา คนขี้แกล้งส่งยิ้มชอบใจ และเริ่มรุกรานตอนนี้ที่มีอยู่คือร่างกายที่ขยับเข้าหากันอย่างเร่งเร้า เร่าร้อน กับเสียงร้องที่ปล่อยออกมาตามอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นทั้งของผมและภพรัก แนบชิด เติมเต็มทุกอย่างกลับมาสงบอีกครั้งเมื่ออารมณ์ปรารถนาถูกปลดปล่อยออกมา มองหน้าภพรักที่ทาบทับอยู่ด้านบนอย่างค้นหา แม้อารมณ์จะถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว แต่ต
ไม่ลืมที่จะโทรไปย้ำไอ้พี่เปรม ช่วยขนาดนี้แล้ว ถ้ายังไม่ได้รักกันอีกนี่ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้วนะสุดท้ายทุกอย่างก็เกือบจะจบลง ตอนนี้เหลือก็แค่การตัดสินใจของภูมิมันเองนั่นแหละว่าจะเลือกเดินไปทางไหน แต่อย่างที่บอกไม่ว่ามันจะเลือกทางไหน พวกเราก็ยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมหลังจากแยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมัน ผมกลับมานอนอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนแรกภพมันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พอนานไปผมรู้ว่ามันเป็นห่ว'“เทียน ตื่น กูไม่ให้นอนแล้วนะ” “ภพ กู อยากนอนต่อ อีกนิดก็ยังดี” บอกมันไม่ยอมลืมตา เคยบอกรึเปล่าถ้าผมนอน ในนั้น ในฝัน ผมจะเจอแต่เรื่องดีๆ หลังจากเครียดกับเรื่องของภูมิ ผมก็อยากจะพักบ้าง“เทียนหอม อย่าเป็นแบบนี้นะ มึงก็รู้ว่ากูกลัว” มันกอดผมไว้แน่นอา นั่นสินะ ผมเห็นแก่ตัวมากไปรึเปล่า พยายามฝืนตัวเอง ลืมตาขึ้นมามองหน้าคนคนนี้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยยิ้มให้ เบียดตัวขึ้นไปเกยบนหน้าอกมัน ชอบที่จะอยู่แบบนี้“ขอโทษนะ” บอกมันแผ่วเบา ได้รับรอยยิ้มที่อบอุ่นกลับมา จริงสินะ รอยยิ้มที่แต่ไหนแต่ไรก็เป็นของผมเสมอ ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยนะยืดตัวหอมแก้มมันแผ่วเบาก่อนจะรีบผละออกมา
“ก็กูอยากเมา” ตอบมาค่อยๆแต่ไม่กล้าเงยหน้ามอง จริงๆภพรักมันเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ภูมิมันเกรงใจเงียบ น่าอึดอัด“เออ แม่งก็กูอยากเมาจริงๆนี่ วันนั้นพอไอ้เทียนกลับ ตอนเย็นกูก็เซ็งๆเลยกลับบ้าน ไอ้เหี้ยพี่เปรมมันกำลังเอากับผู้หญิงอยู่กลางบ้านอ่ะ อึก ทั้งๆที่มันไม่เคยพาใครมาบ้าน แต่วันนั้นมันพามา อึก แล้วแม่งก็กำลังจะเอากันที่โซฟาอยู่แล้วถ้ากูไม่เข้าไปเห็นซะก่อน อึก” เหมือนมันจะเก็บกดมาก พอได้ระบายเลยปล่อยมาหมดทั้งอารมณ์ และน้ำตาผมที่พอจะรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วบ้างไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ ภพรักเองก็เหมือนกัน แต่คนที่เหลือเหมือนจะยังงงๆกันอยู่“ขอเหตุผล เอาให้เคลียร์” ผมถามย้ำ จริงๆก็อยากรู้ใจมันว่าจะยอมรับความจริงได้แค่ไหน “มะ ไม่รู้ รู้แค่ว่าเห็นแล้วไม่พอใจ มันอึดอัด เจ็บ อึก ก็เลยอยากเมา” มันบอกสะอื้น “ไอ้ภูมิ” เรียกมันเสียงเย็น เอาให้รู้ว่าไม่พอใจในคำตอบของมัน โหน่งหันมามองสองแก้มเปรอะน้ำตา ส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามไม่ให้ผมคาดคั้น “ไอ้เหี้ยภูมิ บอกมาสิวะ” ตะโกนออกไป มันสะดุ้งเพราะผมไม่เคยโกรธใส่มันขนาดนี้มาก่อน คนอื่นก็มองมาแบบคาดไม่ถึงเหมือนกัน มีแค่ภพรักที่มองมาอย่างเข้าใจกูใจดีกับมันมากกว่
ตกลงนี่มันเรื่องจริงเหรอวะเนี่ยนิยายชัดๆ แล้วสาเหตุที่ภูมิมันกินเหล้าคงไม่ได้เกิดจากผมแน่ๆ ไม่ได้ปัดความผิดให้พ้นตัว แต่เพราะมั่นใจ แต่ก็นะจะบอกใครได้“เห้อ ถึงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆก็เหอะ ภูมิแม่งน่าสงสารว่ะ” โหน่งพูดได้แค่นั้น “มึงล่ะเอกว่าไง” ภพถามเอก“ไม่รู้สิ คงต้องปล่อยให้มันจัดการกันเองมั้ง” นี่แหละนิสัยของเอก เป็นห่วง แต่ไม่เคยก้าวก่าย ถ้าได้รับคำร้องขอ ก็จะช่วยจนถึงที่สุด“มึงล่ะเทียน” มันหันมาถามผมบ้าง เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน“กูสงสารพี่เปรมว่ะ ภูมิเองมันก็น่าสงสาร แต่กูว่าเปรมนั่นแหละคนที่เจ็บที่สุด” ตอบไปไม่ได้อะไร แต่จากข้อมูลที่รู้มาจากภพ และก่อนหน้านั้นอีกมากเลยทำให้พูดอย่างนั้นไป ทุกคนหันมามอง และส่งสายตาสงสัยมาให้ นอกจากภพรัก ไปเคลียร์กันมาขนาดนั้น คงจะรู้อะไรอยู่บ้างแล้วล่ะ“เทียน เข้ามาหน่อย” ตูนเรียกจากห้องนอนด้านใน ภูมิคงจะตื่นแล้ว เข้าไปข้างในกับโหน่ง ภพกับเอกนั่งคุยกันต่อที่เดิม น้องหยกก็ยังคงไม่ตื่น“เป็นไงบ้าง” เดินไปนั่งข้างๆและถาม“ก็ดี แต่ก็ยังเจ็บอยู่ เทียน นอนกับกูนะ”“หืม เอาจริงดิ” ถามไป ไม่ใช่ว่าลำบากใจอะไรหรอกนะ แต่ไม่อยากให้ภูมิมันถลำลึกไปมากกว่านี้ ตั้
“ภพกูไปด้วย” รีบบอกเมื่อเห็นมันเดินออกไป อยากอัดอยากกระทืบไอ้เหี้ยเปรม อีกอย่างเป็นห่วงกลัวภพมันทำอะไรที่ไม่ควรลงไป“อยู่นี่แหละเผื่อมันตื่น” มันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อดกลั้น “กูเป็นห่วง มึงอย่าใช้แต่อารมณ์นะ” บอกความรู้สึกให้มันรู้ถึงจะอยากฆ่ามันมากแค่ไหน ถ้าเป็นผมมั่นใจว่าสามารถหยุดในระดับที่สมควรหยุดได้ กับภพรักผมไม่รู้ แต่ถ้ามันต้องการแบบนี้ก็พร้อมที่จะทำตามที่มันบอก ภพออกไปแล้ว กลับเข้ามานั่งมองภูมิอยู่ข้างๆ ยิ่งเห็นสภาพมันก็ยิ่งเกลียดไอ้เหี้ยนั่น ทั้งที่สนิทกันดีแท้ๆ ทั้งที่คิดว่ามันหวังดีกับภูมิที่สุดแต่มันกลับทำร้าย“ดึกแล้ว พวกมึงกลับไปนอนเหอะ กูดูมันเอง” เอกบอกออกมา ถึงจะมั่นใจว่าเอกดูแลภพได้ดี แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เลยไม่มีใครกลับ นั่งกันอยู่อย่างนี้ อีกอย่างพรุ่งนี้วันเสาร์ไม่มีเรียนโหน่งเป็นคนแรกที่ลุกไปอาบน้ำ ตามด้วยตูน เสื้อผ้าก็จากในตู้ของภูมินั่นแหละ เพราะเวลามาค้างหอมันพวกนั้นก็ใส่ด้วยกันประจำ น้องหยกหลับอยู่เลยไม่อยากปลุก ผมและเอกขอกลับไปอาบที่ห้องเอกมัน เสื้อผ้าก็ยืมของเอกมาใส่ก่อน“มึงกับภพคบกันอยู่” เอกถามตอนที่เราทั้งคู่อาบน้ำเสร็จ แต่ต่างคนต่างอาบนะ“อืม”
“เห้ย ไม่มีอะไร ภพมันตียุง ยุงมันกัดหัวผมอ่ะ” แก้ตัวได้ฉลาดมากเลยกู“อืม ยุงเยอะเนอะ” พี่เกี้ยพูดขึ้นมา แหะๆ ส่งยิ้มแหยๆไปให้ ถ้าพี่แกเงียบไว้ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก“เอ๊ะ ร้านนี้มียุงด้วยเหรอคะ น้องมีไม่เห็นเลย” นี่ก็อีกคน เดี๋ยวกูตัดออกจากสายซะเลยนิ“อืม ยุงเยอะแต่มันคงไม่เกาะแกะคนน่ารักหรอก” ตอบไป ฮ่าๆ เขินไปตามกันสิครับจี๊ด คราวนี้มันหยิกพุงผมอ่ะ เจ็บ แต่พอหันไปเจอสายตามัน ที่คิดไว้ว่าเดี๋ยวมึงโดนกูโวยแน่ก็เป็นอันต้องเก็บไป ภพแม่งน่ากลัวว่ะ“เป็นอะไร” กระซิบถามมัน เห็นมันทำหน้าแบบนั้นถึงจะกลัวแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้“หึง” อืม ได้ยินชัดเจน เหมือนว่าความดันเลือดพุ่งปรี๊ดขึ้นไปที่หน้าเลย “ไอ้ควาย” ด่าเบาๆแก้เขิน พูดตรงเกินไปมั้ยวะนั่งคุยนั่งเล่นกันสักพักอาหารที่สั่งเพิ่มไปก็มาเสิร์ฟ แล้วก็เดิมๆกินแหลกอาหารหมดลงในเวลาอันรวดเร็วมาก มื้อนี้เป็นอาหารบริสุทธิ์นะครับ ไม่มีเหล้าเบียร์ ไม่ใช่เพราะเกรงใจน้องผู้หญิงอะไรหรอก แต่เจ้ามือแกไม่อนุญาตไง พรุ่งนี้พี่ปีสี่ต้องทำกิจกรรมอะไรสักอย่างแต่เช้า แกกลัวเมาค้างน่ะกินเสร็จ นั่งคุยกันต่อเกือบครึ่งชั่วโมง เกือบสี่ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับ ไอ้น้องชลรับหน







