Se connecterกลับมาจากบ้านไอ้ภพ ผมก็พามันตรงมาบ้านผม อยากพามันมาผ่อนคลาย กลัวมันจะเครียด แม้ว่ามันจะไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเลยก็ตาม
“อ้าว ลูกภพ คิดถึงจัง” คุณนายแม่ของกระผมเอง แต่ดูเหมือนจะจำลูกตัวเองไม่ได้นะ ทันทีที่ผมกับไอ้ภพลงจากรถ แม่ก็ตรงปรี่เข้าหารับขวัญไอ้ภพเลย ผมโทรมาเล่าให้แม่ฟังเองแหละ กับแม่ผม ไอ้ภพเคยได้เจอท่านบ่อย เพราะผมพามันมา เวลาคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ก็พามันมากินที่บ้าน แต่ไม่เคยได้ค้างคืนกันหรอก คิดถึงท่านเมื่อไหร่ก็มาหาได้ “สวัสดีครับแม่” ผมกับไอ้ภพพูดขึ้นพร้อมกัน “อ้าว ไอ้เทียน” แม่ร้องอย่างกับว่าพึ่งสังเกตเห็นผม แหมๆรักลูกมากเลยนะนายแม่ “ฮึ” ผมทำเสียงใส่แม่ บอกให้รู้ว่าน้อยใจ รีบๆมาเอาใจด่วน แต่เปล่า จูงมือไอ้ภพเข้าบ้านไปเฉย อือ คอยดูนะ จะฟ้องพ่อว่าแม่แอบกิ๊กไอ้ภพ พ่อผมไม่ค่อยจะอยู่บ้านหรอก ต้องไปดูแลสำนักงานใหญ่ที่ปราจีนบุรีนู่น ได้กลับบ้านเดือนละครั้ง บางเดือนก็ไม่ได้กลับ เคยไม่กลับบ้านยาวถึง 5 เดือน จนนายแม่ต้องตามไปดูถึงปราจีนฯอ่ะ บ้านผมทำโรงงานแปรรูปยางพาราเป็นยางแท่งรมควันอะไรประมาณนั้น ผมไม่ได้สนใจมากหรอก พี่ธูปพี่ชายคนเดียวของผมนู่นที่ดูจะสนใจกว่า ทำให้พ่อวางใจเรื่องคนที่จะสานต่อไปได้ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ปราจีนฯ โรงงานผลิตมีทั้งที่อีสานและภาคใต้ ก็มีญาติๆนี่แหละที่เป็นคนช่วยดูแล ไว้ใจได้ครับ พ่อบอกมางี้ “มากันเหนื่อยๆนั่งพักผ่อนกินน้ำกินท่ากันก่อนนะลูกแล้วเดี๋ยวค่อยไปอาบน้ำ เออ เดี๋ยวแม่ให้คนจัดห้องให้นะลูกภพ ข้างๆห้องไอ้เทียนนั่นแหละ” เป็นไงล่ะแม่ผม รักลูกดีจริงๆไม่มีหรอกลูกเทียน พอดีกับพี่นาพี่แม่บ้านยกน้ำมาให้ เป็นน้ำเปล่าที่ไม่เย็นนะ เพราะแม่ผมท่านมีเชื้อสายจีนแท้ เรื่องอาหารการกินอะไรนี่จะพิถีพิถันมาก “ขอบคุณครับ แม่ครับผมนอนห้องเดียวกับเทียนก็ได้ครับ” มันบอกป้านิ่ม ก่อนจะหันไปพูดกับแม่อย่างเกรงใจ ก็จริงของมันเพราะจะมาค้างแค่สามคืน “เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ งั้นตามสบายนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่เข้าครัวก่อน” นายแม่บอกอย่างใจดี แล้วเข้าครัวไปเตรียมมื้อเที่ยง ที่บ้านก็มีแม่บ้านอยู่นะ ปกติป้านิ่มจะเป็นคนทำครัว แต่ถ้าผมมากินข้าวที่บ้านแม่จะชอบทำครัวเองมากกว่า ผมเองก็ชอบกินฝีมือแม่มากกว่า ไม่ใช่ป้านิ่มทำไม่อร่อยนะ แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน นั่งกันพอหายเหนื่อยก็พามันขึ้นห้อง พูดอย่างกับล่อลวงลูกสาวเขามาทำมิดีมิร้ายเลยกู ห้องนอนของผู้ชายที่แสนธรรมดาๆของผม มันเองก็เคยเข้ามาหลายครั้งแล้ว ห้องยังถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเหมือนปกติเวลาที่ผมไม่อยู่ เอ้ย ไม่ใช่หมายความว่าเวลาที่ผมอยู่แล้วห้องจะเละเทะสกปรกนะ ผมทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยการเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วปล่อยให้มันนั่งรออยู่อย่างนั้น ยังไม่ทันจะได้ถูสบู่ แม่งก็เสือกเคาะประตูทำเหี้ยไรไม่รู้ พอไม่เปิดก็เคาะแรงขึ้น ต้องรีบเปิด เพราะประตูห้องน้ำของผมมันเป็นไม้บานเลื่อนแผ่นบางที่ฉลุลายไทยและเคลือบกันน้ำอย่างดี สวยครับ แต่ค่อนข้างบอบบาง เพราะฉะนั้นมึงไม่ต้องมาทดสอบความทนของประตูห้องน้ำกูหรอก พอเปิดประตูให้ก็เห็นไอ้ภพที่ยืนแก้ผ้ารออยู่หน้าห้อง แบบเปลือยเลยนะ ไม่มีอะไรติดตัวสักชิ้น เออแม่ง มึงไม่ต้องรู้สึกอายอะไรกูหรอก “ไอ้ภพ ทำเหี้ยไรของมึงเนี่ย” ว่ามันไปแต่ก็ไม่ได้หันหน้าหนีหรอก ก็ผู้ชายเหมือนกันนี่หว่า ถึงจะใจเต้นเร็วขึ้นนิดนึงก็เหอะ นิดเดียวจริงนะเว่ย “ป่าว ก็กูขี้เกียจรอทำไมมึงอาบน้ำนานชิบหาย” มันว่าแล้วพาตัวเองเดินหลบผมเข้าไปในห้องน้ำ “นานอะไรของมึง กูพึ่งเข้ามาไม่ถึงห้านาทีเลยมั้ง” บอกมัน ปิดประตูห้องน้ำแล้วพาตัวเองไปอยู่ใต้ฝักบัวที่ยังเปิดน้ำเอาไว้ ไอ้เหี้ยภพแม่งก็ตามเข้ามาเบียดอ่ะ เบียดไปเบียดมาน้องชายแม่งก็เหมือนจะตื่น ผมรีบพาตัวเองออกห่าง ก่อนที่ไอ้ภพน้อยจะตื่นขึ้นมาจริงๆ “เข้ามาเหอะน่า ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะทำหรอก เพลีย หิวด้วย” มันว่าอารมณ์ดี ไว้ใจได้จริงๆใช่มั้ยวะ และแล้วการอาบน้ำของผมกับมันก็จบลงโดยที่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น มันก็แค่มาช่วยลูบๆถูๆให้ เป็นผมเองนี่แหละที่อยู่ๆก็เสือกอายขึ้นมา ไม่ใช่ไม่เคยอาบน้ำกับมันมาก่อนนะ เมื่อก่อนก็ออกจะบ่อย คือตอนม.ต้นน่ะ เรียกว่าอาบด้วยกันจนเป็นเรื่องธรรมดาเลยมั้ง แต่พอ เริ่ม ม.4 นี่แหละที่มันไม่ยอมอาบน้ำกับผม ตอนนั้นก็คิดว่ามันคงจะอายที่ของมันเล็ก ใส่เสื้อผ้าเสร็จ โทรศัพท์ผมก็สั่นขึ้นมา เป็นไอ้เอก เพื่อนที่มหาลัย เพื่อนภพด้วยนั่นแหละ “เชี่ยเอก ว่าไง” รับโทรศัพท์ด้วยความสุภาพ “คำแรกก็ให้พรกูเลยนะมึง แล้วผัวมึงอ่ะ” มันว่าไมได้จริงจังอะไร ก่อนถามหาภพ อ้อ ไอ้พวกนี้มันชอบเรียกภพลับหลังว่า ผัวไอ้เทียน หยอกล้อกันเฉยๆครับ แต่ต่อหน้านี่ไม่มีใครเรียกกันหรอก จริงๆภพมันก็รู้นะว่าเค้าเรียกมันแบบนั้น ก็ผมแหละเป็นคนบอกมันเอง มันไม่ได้โกรธอะไรออกจะชอบใจเสียด้วยซ้ำ “อยู่กับกูนี่แหละ ทำไม อยากเป็นเมียน้อยมันเหรอมึง” พูดไปก็ขำไป นึกภาพไอ้เอกเป็นเมียน้อยภพแล้วฮาว่ะ ก็ไอ้เอกแม่งตัวโตกว่าภพอีก “พ่องดิ แล้วตอนนี้พวกมึงอยู่ไหนกันวะ จะกลับหอวันไหน” มันด่าก่อนจะถามต่อ “ใคร”ภพกระซิบโอบจากด้านหลังตอนนี้เรานั่งกันอยู่บนเตียง “ไอ้เอก” เอามือป้องโทรศัพท์บอกภพ แล้วจึงหันไปสนใจคนในสายต่อ “กูอยู่บ้าน คงกลับวันศุกร์ว่ะ มึงมีไรป่าว” บอกไอ้เอกไปตามจริง อีกสามวันกว่าจะถึงวันศุกร์ ตามที่ตกลงไว้กับภพ “อืม เหรอ พรุ่งนี้น้องหยกชวนไปxxว่ะ” มันบอกอย่างเสียดายน้องหยกก็เพื่อนที่ภาคนี่แหละ แต่เรียกน้องด้วยความเอ็นดูเฉยๆ “หยกหญิง หยกชายวะ” ถามมันให้แน่ใจถ้าน้องหยกหญิงบางทีกูอาจลองอ้อนไอ้ภพขอให้มันพาไป แต่ถ้าน้องหยกชายนี่กูเมินใส่เลยนะ ก็น้องหยกน่ะมีอยู่สองคน น้องหยกหญิงกับน้องหยกชาย น้องหยกหญิงนี่ขาว สวย อึ๋ม เรียกว่าเป็นนางฟ้าของพวกผู้ชายในภาคกันเลยทีเดียว แต่น้องหยกชายแม่ง ตัวอย่างกะหมีควาย คือมันตัวใหญ่มาก อ้วน ดำ ไว้หนวดไว้เครา แม่งขนลุกชิบหาย “น้องหยกชายว่ะ” มันว่า “เออ มึงบอกมันเลยนะ กูกับภพไม่ไปโว้ยยยฮ่าๆ” ตะโกนใส่โทรศัพท์ไป แม้แต่ไอ้ภพที่นั่งซ้อนหลังอยู่ยังสะดุ้ง ตามด้วยเสียงหัวเราะขำๆส่งไปให้ “แม่ง กูว่าแล้วเชียว เหี้ยภูมิเสือกใช้ให้โทรอยู่ได้ แล้ว..” มันยังพูดไม่จบไอ้ภพก็แย่งโทรศัพท์ไปพูดเฉยเลย “กูภพนะ แค่นี้แหละ หวัดดี” มันบอกไอ้เอก เป็นไงเงิบไปเลยสิมึง แต่ก็ไม่ได้โกรธกันหรอก มันทำแบบนี้อยู่บ่อย เวลาที่ไม่มีความจำเป็นต้องพูดต่อหรือบางทีผมไม่อยากคุยแต่ไม่กล้าขอวางมันก็เป็นคนจบให้ประมาณนั้นแหละทั้งที่ไม่อยากทำในตอนแรก แต่มันกลับกระตุ้นจนรู้สึกอึดอัดอยากปลดปล่อย เอื้อมมือไปรูดส่วนอ่อนไหวของตัวเองอย่างเร่งเร้า เพราะอีกคนทำช้าจนเกินไป “อื้อ” ส่งเสียงขัดใจเมื่อภพรักแย่งชิงส่วนนั้นกลับไป ทำอะไรไม่ได้ เลยเอื้อมมือไปจับของมันแทน มันทำกับของผมยังไง ก็ทำของมันอย่างนั้นคืนไป จะได้เข้าใจว่าทรมาน แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใส่ใจสักนิด ยังหยอกล้อกับร่างกายผมอย่างเชื่องช้า อา ถึงจะเสียวมาก แต่ก็ขัดใจมากด้วยเช่นกัน ภพละมือออกจากส่วนอ่อนไหวชูชัน เคลื่อนกายลากริมฝีปากไปตามเรือนร่างของผม ลิ้นร้อนของมันไล้เลียไปตามแนวหน้าท้อง ลากยาวไปถึงส่วนสำคัญและหยอกล้อกับมัน นิ้วเรียวยาวขลองมันเองก็เริ่มบุกรุกช่องทางข้างหลัง อือ อยากได้มากกว่านี้ “ภพ ภพรัก อือ อย่าแกล้ง” ร้องบอกเสียงแผ่วเบา คนขี้แกล้งส่งยิ้มชอบใจ และเริ่มรุกรานตอนนี้ที่มีอยู่คือร่างกายที่ขยับเข้าหากันอย่างเร่งเร้า เร่าร้อน กับเสียงร้องที่ปล่อยออกมาตามอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นทั้งของผมและภพรัก แนบชิด เติมเต็มทุกอย่างกลับมาสงบอีกครั้งเมื่ออารมณ์ปรารถนาถูกปลดปล่อยออกมา มองหน้าภพรักที่ทาบทับอยู่ด้านบนอย่างค้นหา แม้อารมณ์จะถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว แต่ต
ไม่ลืมที่จะโทรไปย้ำไอ้พี่เปรม ช่วยขนาดนี้แล้ว ถ้ายังไม่ได้รักกันอีกนี่ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้วนะสุดท้ายทุกอย่างก็เกือบจะจบลง ตอนนี้เหลือก็แค่การตัดสินใจของภูมิมันเองนั่นแหละว่าจะเลือกเดินไปทางไหน แต่อย่างที่บอกไม่ว่ามันจะเลือกทางไหน พวกเราก็ยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมหลังจากแยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมัน ผมกลับมานอนอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนแรกภพมันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พอนานไปผมรู้ว่ามันเป็นห่ว'“เทียน ตื่น กูไม่ให้นอนแล้วนะ” “ภพ กู อยากนอนต่อ อีกนิดก็ยังดี” บอกมันไม่ยอมลืมตา เคยบอกรึเปล่าถ้าผมนอน ในนั้น ในฝัน ผมจะเจอแต่เรื่องดีๆ หลังจากเครียดกับเรื่องของภูมิ ผมก็อยากจะพักบ้าง“เทียนหอม อย่าเป็นแบบนี้นะ มึงก็รู้ว่ากูกลัว” มันกอดผมไว้แน่นอา นั่นสินะ ผมเห็นแก่ตัวมากไปรึเปล่า พยายามฝืนตัวเอง ลืมตาขึ้นมามองหน้าคนคนนี้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยยิ้มให้ เบียดตัวขึ้นไปเกยบนหน้าอกมัน ชอบที่จะอยู่แบบนี้“ขอโทษนะ” บอกมันแผ่วเบา ได้รับรอยยิ้มที่อบอุ่นกลับมา จริงสินะ รอยยิ้มที่แต่ไหนแต่ไรก็เป็นของผมเสมอ ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยนะยืดตัวหอมแก้มมันแผ่วเบาก่อนจะรีบผละออกมา
“ก็กูอยากเมา” ตอบมาค่อยๆแต่ไม่กล้าเงยหน้ามอง จริงๆภพรักมันเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ภูมิมันเกรงใจเงียบ น่าอึดอัด“เออ แม่งก็กูอยากเมาจริงๆนี่ วันนั้นพอไอ้เทียนกลับ ตอนเย็นกูก็เซ็งๆเลยกลับบ้าน ไอ้เหี้ยพี่เปรมมันกำลังเอากับผู้หญิงอยู่กลางบ้านอ่ะ อึก ทั้งๆที่มันไม่เคยพาใครมาบ้าน แต่วันนั้นมันพามา อึก แล้วแม่งก็กำลังจะเอากันที่โซฟาอยู่แล้วถ้ากูไม่เข้าไปเห็นซะก่อน อึก” เหมือนมันจะเก็บกดมาก พอได้ระบายเลยปล่อยมาหมดทั้งอารมณ์ และน้ำตาผมที่พอจะรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วบ้างไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ ภพรักเองก็เหมือนกัน แต่คนที่เหลือเหมือนจะยังงงๆกันอยู่“ขอเหตุผล เอาให้เคลียร์” ผมถามย้ำ จริงๆก็อยากรู้ใจมันว่าจะยอมรับความจริงได้แค่ไหน “มะ ไม่รู้ รู้แค่ว่าเห็นแล้วไม่พอใจ มันอึดอัด เจ็บ อึก ก็เลยอยากเมา” มันบอกสะอื้น “ไอ้ภูมิ” เรียกมันเสียงเย็น เอาให้รู้ว่าไม่พอใจในคำตอบของมัน โหน่งหันมามองสองแก้มเปรอะน้ำตา ส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามไม่ให้ผมคาดคั้น “ไอ้เหี้ยภูมิ บอกมาสิวะ” ตะโกนออกไป มันสะดุ้งเพราะผมไม่เคยโกรธใส่มันขนาดนี้มาก่อน คนอื่นก็มองมาแบบคาดไม่ถึงเหมือนกัน มีแค่ภพรักที่มองมาอย่างเข้าใจกูใจดีกับมันมากกว่
ตกลงนี่มันเรื่องจริงเหรอวะเนี่ยนิยายชัดๆ แล้วสาเหตุที่ภูมิมันกินเหล้าคงไม่ได้เกิดจากผมแน่ๆ ไม่ได้ปัดความผิดให้พ้นตัว แต่เพราะมั่นใจ แต่ก็นะจะบอกใครได้“เห้อ ถึงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆก็เหอะ ภูมิแม่งน่าสงสารว่ะ” โหน่งพูดได้แค่นั้น “มึงล่ะเอกว่าไง” ภพถามเอก“ไม่รู้สิ คงต้องปล่อยให้มันจัดการกันเองมั้ง” นี่แหละนิสัยของเอก เป็นห่วง แต่ไม่เคยก้าวก่าย ถ้าได้รับคำร้องขอ ก็จะช่วยจนถึงที่สุด“มึงล่ะเทียน” มันหันมาถามผมบ้าง เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน“กูสงสารพี่เปรมว่ะ ภูมิเองมันก็น่าสงสาร แต่กูว่าเปรมนั่นแหละคนที่เจ็บที่สุด” ตอบไปไม่ได้อะไร แต่จากข้อมูลที่รู้มาจากภพ และก่อนหน้านั้นอีกมากเลยทำให้พูดอย่างนั้นไป ทุกคนหันมามอง และส่งสายตาสงสัยมาให้ นอกจากภพรัก ไปเคลียร์กันมาขนาดนั้น คงจะรู้อะไรอยู่บ้างแล้วล่ะ“เทียน เข้ามาหน่อย” ตูนเรียกจากห้องนอนด้านใน ภูมิคงจะตื่นแล้ว เข้าไปข้างในกับโหน่ง ภพกับเอกนั่งคุยกันต่อที่เดิม น้องหยกก็ยังคงไม่ตื่น“เป็นไงบ้าง” เดินไปนั่งข้างๆและถาม“ก็ดี แต่ก็ยังเจ็บอยู่ เทียน นอนกับกูนะ”“หืม เอาจริงดิ” ถามไป ไม่ใช่ว่าลำบากใจอะไรหรอกนะ แต่ไม่อยากให้ภูมิมันถลำลึกไปมากกว่านี้ ตั้
“ภพกูไปด้วย” รีบบอกเมื่อเห็นมันเดินออกไป อยากอัดอยากกระทืบไอ้เหี้ยเปรม อีกอย่างเป็นห่วงกลัวภพมันทำอะไรที่ไม่ควรลงไป“อยู่นี่แหละเผื่อมันตื่น” มันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อดกลั้น “กูเป็นห่วง มึงอย่าใช้แต่อารมณ์นะ” บอกความรู้สึกให้มันรู้ถึงจะอยากฆ่ามันมากแค่ไหน ถ้าเป็นผมมั่นใจว่าสามารถหยุดในระดับที่สมควรหยุดได้ กับภพรักผมไม่รู้ แต่ถ้ามันต้องการแบบนี้ก็พร้อมที่จะทำตามที่มันบอก ภพออกไปแล้ว กลับเข้ามานั่งมองภูมิอยู่ข้างๆ ยิ่งเห็นสภาพมันก็ยิ่งเกลียดไอ้เหี้ยนั่น ทั้งที่สนิทกันดีแท้ๆ ทั้งที่คิดว่ามันหวังดีกับภูมิที่สุดแต่มันกลับทำร้าย“ดึกแล้ว พวกมึงกลับไปนอนเหอะ กูดูมันเอง” เอกบอกออกมา ถึงจะมั่นใจว่าเอกดูแลภพได้ดี แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เลยไม่มีใครกลับ นั่งกันอยู่อย่างนี้ อีกอย่างพรุ่งนี้วันเสาร์ไม่มีเรียนโหน่งเป็นคนแรกที่ลุกไปอาบน้ำ ตามด้วยตูน เสื้อผ้าก็จากในตู้ของภูมินั่นแหละ เพราะเวลามาค้างหอมันพวกนั้นก็ใส่ด้วยกันประจำ น้องหยกหลับอยู่เลยไม่อยากปลุก ผมและเอกขอกลับไปอาบที่ห้องเอกมัน เสื้อผ้าก็ยืมของเอกมาใส่ก่อน“มึงกับภพคบกันอยู่” เอกถามตอนที่เราทั้งคู่อาบน้ำเสร็จ แต่ต่างคนต่างอาบนะ“อืม”
“เห้ย ไม่มีอะไร ภพมันตียุง ยุงมันกัดหัวผมอ่ะ” แก้ตัวได้ฉลาดมากเลยกู“อืม ยุงเยอะเนอะ” พี่เกี้ยพูดขึ้นมา แหะๆ ส่งยิ้มแหยๆไปให้ ถ้าพี่แกเงียบไว้ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก“เอ๊ะ ร้านนี้มียุงด้วยเหรอคะ น้องมีไม่เห็นเลย” นี่ก็อีกคน เดี๋ยวกูตัดออกจากสายซะเลยนิ“อืม ยุงเยอะแต่มันคงไม่เกาะแกะคนน่ารักหรอก” ตอบไป ฮ่าๆ เขินไปตามกันสิครับจี๊ด คราวนี้มันหยิกพุงผมอ่ะ เจ็บ แต่พอหันไปเจอสายตามัน ที่คิดไว้ว่าเดี๋ยวมึงโดนกูโวยแน่ก็เป็นอันต้องเก็บไป ภพแม่งน่ากลัวว่ะ“เป็นอะไร” กระซิบถามมัน เห็นมันทำหน้าแบบนั้นถึงจะกลัวแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้“หึง” อืม ได้ยินชัดเจน เหมือนว่าความดันเลือดพุ่งปรี๊ดขึ้นไปที่หน้าเลย “ไอ้ควาย” ด่าเบาๆแก้เขิน พูดตรงเกินไปมั้ยวะนั่งคุยนั่งเล่นกันสักพักอาหารที่สั่งเพิ่มไปก็มาเสิร์ฟ แล้วก็เดิมๆกินแหลกอาหารหมดลงในเวลาอันรวดเร็วมาก มื้อนี้เป็นอาหารบริสุทธิ์นะครับ ไม่มีเหล้าเบียร์ ไม่ใช่เพราะเกรงใจน้องผู้หญิงอะไรหรอก แต่เจ้ามือแกไม่อนุญาตไง พรุ่งนี้พี่ปีสี่ต้องทำกิจกรรมอะไรสักอย่างแต่เช้า แกกลัวเมาค้างน่ะกินเสร็จ นั่งคุยกันต่อเกือบครึ่งชั่วโมง เกือบสี่ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับ ไอ้น้องชลรับหน







