Masukเพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย
บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ
“ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ
กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก
“เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”
“มีความจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรบุคคล และอะไรหลายอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลและการสันนิษฐานของคุณว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะฉะนั้นเรามาคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน”
“ผมจะอยู่กับคุณตลอดหนึ่งปีอย่างที่ต้องการ ค่าจ้างเดือนละหนึ่งร้อยล้านบาท วางมัดจำตอนนี้เลยยี่สิบล้านบาท และภายในสองชั่วโมงผมจะไปบ้านของคุณ”
“และนับจากนี้ไปตลอดหนึ่งปีหลังจากร่างสัญญาอย่างเป็นทางการ ผมคือแฟนกำมะลอของคุณครับ”
เด็กหนุ่มบอกพลางยื่นกระดาษที่เขียนถึงรายละเอียดของเงื่อนไขแบบชั่วคราวออกมาให้อีกฝ่ายอ่าน หากสามารถยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้ได้
เขาเองก็พร้อมกระโจนลงสนามนี้เพื่อทำงานทันที แถมยังจะได้ความดีความชอบเป็นคนแรก และน่าจะได้เงินรางวัลจากคุณชายใหญ่เป็นจำนวนมากอีกด้วย
เรียกว่าได้ทั้งเงินและทองไปพร้อมกัน จะมีใครที่ได้รับค่าตอบแทนจำนวนมหาศาลขนาดนี้บ้าง คงมีเพียงชินภัทรเท่านั้นที่สามารถหาเงินจำนวนเหล่านี้ด้วยวัยเพียงสิบห้าปี
“ฉันตกลง ยอมรับทุกเงื่อนไข”
“ขอเพียงทำให้ตระกูลวรวงศ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม”
“ข้อเสนอทุกอย่างล้วนยอมรับได้”
“โอเคครับ ถ้างั้นเริ่มมาคุยเรื่องจริงจังกันเถอะ”
“ผมจะเป็นแฟนในนามของคุณตลอดหนึ่งปี เวลาออกไปข้างนอกจะอยู่กับคุณตลอดยกเว้นเวลาเรียนกับฝึกซ้อม”
“ส่วนเวลาอยู่บ้านคุณจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะต้องเอาเวลาไปค้นหาอะไรหลายอย่างที่คุณต้องการ ไม่ทราบว่าที่บ้านมีพี่น้องหรือเปล่า ถ้าต้องระวังอะไรก็ควรบอกแต่เนิ่น ๆ ”
“และระยะเวลาในการเตรียมตัวก่อนไปอยู่ด้วยคือหนึ่งสัปดาห์ไม่ใช่ภายในไม่กี่ชั่วโมง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ผมจำเป็นต้องวางแผนกับพรรคพวก”
ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดและเสียงดังฟังชัด เนื่องจากเวลาปกติอยู่กับคนฉลาดหรือบางคนก็ฉลาดมากกว่ามาตลอด เวลาคุยกับคนทั่วไปมักจะพูดมากเป็นพิเศษ
“ไม่มีปัญหา ถึงผมจะไม่ใช่คนที่ฉลาดล้ำเท่าคุณ แต่เรื่องพวกนี้ผมเข้าใจอยู่แล้ว ขอบคุณที่อธิบายอย่างละเอียด อย่างน้อยก็ใส่ใจคนทั่วไปมาก ถ้าเทียบกับคนอื่น”
บีระพัฒน์บอกพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะเพิ่งเคยเจอคนแบบนี้เป็นครั้งแรก เรื่องความฉลาดและไม่ฉลาดถูกเป็นหัวข้อวิพากย์วิจาณ์สำหรับยุคนี้
ทรัพย์สมบัติไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไป พวกเขาก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน ย่อมมีส่วนที่บกพร่องเช่นกัน และยังทำให้รับรู้ถึงคนที่มีความสามารถมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าอีกต่างหาก
ตรู๊ด... ตรู๊ด...
(จินเจต)
“อยู่ไหนเนี่ย จะตายแล้วเหรอ โทรตั้งนานไม่รู้จักรับ” จินเจตไม่รอให้เพื่อนสนิททันตั้งตัว
“แล้วจะรีบไปตายที่ไหนล่ะ เพิ่งจะก้าวออกจากห้องสอบไม่ถึงชั่วโมงเลย หรือจะให้ฉันโทรจองโลงศพให้แกเป็นคนแรกดีไหม ปากดีนัก ไอ้เวรนี่” ชินภัทรรับสายปุ๊บก็เปิดปากด่าทันที
“ตกลงอยู่ไหนเนี่ย คนอื่นเขาตามหากันให้วุ่น เดี๋ยวต้องกลับไปฟังงานจากคุณชายใหญ่อีก”
“อยู่ไหนก็ได้ โตแล้ว”
“โอ๊ย ตอบมาแบบจริงจังดิวะ มันใช่เวลาเล่นไหมเนี่ย”
“ร้านกาแฟในมหาลัยขนาดกลางใต้ตึกที่ฉันมาสอบ ใช้ขายาวๆ นั่นเดินมาให้ว่อง อย่าทำให้คนอื่นรอได้ป่ะ”
“ไอ้...” เด็กหนุ่มไม่รอให้เพื่อนสนิทด่าต่อกดวางสายทันทีด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนอะไร
“คุณทำให้ผมประหลาดใจเหมือนกัน รุ่นน้อง” บีระพัฒน์เอ่ยแซวด้วยท่าทีสนใจอย่างเปิดเผย
“เพื่อนสนิทผมเองครับ มันโทรมาเพราะมีเรื่องต้องกลับไปทำงานด้วยกัน เราด่ากันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ถ้าวันไหนไม่ได้ทะเลาะกันน่าจะเหงาปากไม่น้อย”
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb
“ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” “จะเห่าใส่ใครก็ช่วยแหกตาดูหน่อยเถอะ ว่าอีกฝ่ายเขาทำอะไรได้บ้าง เอาแต่ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนตัดลิ้นนะครับ ไหนบอกว่ามีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำไง” “คงรู้ใช่ไหมว่าลำพังบอดี้การ์ดแค่ห้าคนตรงหน้า ไม่สามารถปกป้องคุณจากผมได้เลยสักนิด แค่ขยับนิดเดียวน่าจะตายกันหมดแล้ว” “บอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่อัดให้น่วมทุกคน อย่างไรเสียตระกูลของผมสูงส่งกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปของคุณแน่นอน” ชินภัทรตัดสินใจพลิกสถานการณ์กลับมาด้วยการฟาดทางฝีปากไม่ยั้งมือเลยสักนิด จะต่อว่าเขายังไงก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่การมาด่ามารดา คุณชาย







