Mag-log inเพราะจากกันอย่างค้างคา…เอ่ยคำล่ำลายังไม่มีโอกาส แต่โชคชะตาเล่นตลกดึงดูดให้กลับมาเจอกันอีกครั้งในสถานะใหม่ และชีวิตใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
view moreทำความเข้าใจก่อนอ่านนิยายเรื่องนี้ เป็นอีกนามปากกาของไรท์ค่ะ ชื่อว่า เจ๊หงส์ขายเต้าเจี้ยวค่ะ จะเขียนพวกวายจีนค่ะ อีกนามปากกาจะชื่อ Cherry Brown จะเขียนจีนโบราณ ชญ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ สามารถอ่านผลงานอีก 2 เรื่องของไรท์ได้นะคะ เรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยานายพราน กับ ซุนจือหลินข้าจะเป็นคนขายผักที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน
1.เป็นแนวท้องได้ ชาย&ชาย เป็นวายจีนทะลุมิติเกิดใหม่ ทำนา ทำไร่ ขายของ สร้างอาชีพ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสร้างครอบครัว
2.เป็นนิยายที่อ่านได้เรื่อย ๆ เพราะไรท์เองก็ไปเรื่อย ๆ เช่นกัน 3.ภาษามีทั้งโบราณและปัจจุบันในบางคำ 4.เนื้อหาในนิยายเกิดจากจินตนาการของไรท์ อาจจะมีฉาก คำพูด การกระทำที่ไม่เหมาะสม แต่โดยรวมจบด้วยดีค่ะ 5.หากอ่านแล้วไม่ใช่แนวของตัวเอง ไรท์ขอให้หยุดค่ะ แล้วเราจากกันด้วยดีค่ะ แบบน่ารัก 6.พวกค่าเงิน ราคาข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในนิยายเกิดจากความพึงพอใจของไรท์ที่จะให้เป็นตามราคานั่น ๆ บางอย่างอาจจะแพงไปหรือถูกเกินไป ประมาณนี้ค่ะแนะนำ
เพราะจากกันอย่างค้างคา…เอ่ยคำล่ำลายังไม่มีโอกาส แต่โชคชะตาเล่นตลกดึงดูดให้กลับมาเจอกันอีกครั้งในสถานะใหม่ และชีวิตใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ปัจจุบัน
จิน จีรณะ (อายุ 28 ปี)
สถานะ:เสียชีวิต (อุบัติเหตุ)
วิน จิรา (อายุ 22 ปี)
สถานะ:เสียชีวิต (อุบัติเหตุ)
.
.
.
อู๋ซั่วหยาง (อายุ 20 หนาว)
อู๋ซั่วหยางเกออัปลักษณ์ที่น่าสงสารที่สุดในหมู่บ้าน ครอบครัวไม่อบอุ่นมีแม่เลี้ยงใจร้าย และน้องชาย น้องสาวที่ขี้อิจฉา บิดาที่ละเลยหน้าที่
แต่ความทรงจำเดิมในร่างใหม่ ตัดสินอะไรไม่ได้ เพราะความเป็นจริงที่เห็นตัวเรานั้นล้วนลิขิตเองทั้งนั้น
สถานะ:เกอ(โสด)
โจวอี้หาน (อายุ 23 หนาว)
โจวอี้หานบุรุษเก็บตัว เข้าถึงยาก ในสารบบระบุมาแค่นี้…ติดตามในนิยายน้า
สถานะ:บุรุษ(โสด)
โอกาสไม่ได้มีสำหรับทุกคนบนโลก แต่โชคชะตาลิขิตได้เสมอ
เจ๊หงส์ขายเต้าเจี้ยว
ไร่อ้อยโจวอี้หานโจวอี้หานทำการเกษตรปลูกอ้อยเป็นปีแรกตามคำแนะนำของจางเจี้ยนเวย เพราะเก็บเกี่ยวเพียงปีละครั้ง ปลูกครั้งหนึ่งก็ 12-14 เดือน ถึงจะเก็บเกี่ยวได้ การดูแลก็ไม่ได้มากอะไรเท่าไหร่ แถมเก็บเกี่ยว 1 ไร่ ก็ได้หลายตัน ขายได้ราคาดีอีกด้วย"พี่อี้หานขอรับครัวอยู่ตรงไหนหรือขอรับ ข้ามาแล้วยังไม่เห็นเลยขอรับ""เดี๋ยวพี่พาไปนะ ครัวตั้งอยู่ไกลหน่อยนะ แต่พี่ก็ทำเพิงให้ใหญ่เช่นกันจะได้ไม่ร้อนกัน วันนี้มีพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองมาช่วยด้วยอีกแรงนะ"โจวอี้หานอยากให้ครอบครัวพี่ใหญ่โจวกับโจวจี้ฉุนมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น เพราะครอบครัวโจวจี้ฉุนนั้นกำลังจะมีสมาชิกใหม่ตามความตั้งใจของโจวจี้ฉุน อนาคตต้องใช้เงินมากมีแรงทำก็ต้องทำไปก่อน งานในหมู่บ้านมีทั้งงานที่จ้างและงานช่วงเอาแรงกัน แล้วแต่เจ้าของที่จะเลือกแบบไหนกัน"พี่อี้หาน มีคนมาช่วยงานเท่านี้หรือขอรับ""ใช่ พี่จ้างแค่ 10 คนน่ะ ส่วนเจี้ยนเวยเห็นท่านป้าบอกว่าไม่สบาย คงตากน้ำค้างนานเกินไปคงอีกวันสองวันถึงจะมา"เพราะที่นี่ไม่มีจางเจี้ยนเวยอู๋ซินถงคงจะสงสัย แต่ความจริงแล้วจางเจี้ยนเวยไม่ได้ไม่สบาย แต่เจ้านี่ขี้เกียจและชอบเรียกร้องความสนใจเท่านั้น ค
อู๋ซินถงไม่คิดว่าทุกอย่างมันจะง่ายขนาดนั้น สิ่งที่พี่จางเจี้ยนเวยพูดนั้นพูดออกมามันก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็ไม่ได้รังเกียจกัน แต่เรื่องนี้คงต้องแล้วแต่วาสนาที่มีต่อกัน"อย่างที่ข้าบอกท่านไป ตอนนี้ชีวิตข้ามีอะไรให้ทำมากมาย ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องความรักหรอก""ไม่เป็นไรเลย กี่เดือน กี่ปี พี่ก็รอได้""ท่านชอบข้าหรือ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไรกันแน่ถามใจท่านให้แน่ชัดเถิด ว่าชอบหรือแค่รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะถ้าเป็นอย่างหลังก็ขอให้หยุดเสีย ข้าไม่ได้จะเรียกร้องอะไรอยู่แล้ว"...บ้านอู๋อู๋ซั่วหยางเห็นว่าอู๋ซินถงเองเงียบ ๆ ตั้งแต่กลับบ้านมา ช่วงเย็นที่ขายของก็เมอ ๆ อีกด้วยไม่รู้มีเรื่องอะไรที่รู้สึกไม่ดีหรือเปล่า"ซินถงมีเรื่องอะไรหรือเปล่า พี่ให้เจ้าเงียบ ๆ""พี่ใหญ่ หากมีคนมาบอกว่าชอบพี่ แต่พี่กำลังโกรธเขาอยู่พี่ใหญ่จะทำเช่นไรหรือขอรับ""ก็ต้องดูก่อนว่าโกรธเรื่องอะไร สามารถให้อภัยได้ไหมและก็นี่ถามใจของเจ้าว่ารักมากหรือไม่ คนนั้นที่บอกชอบ คือ พี่เจี้ยนเวยใช่หรือไม่""…"อู๋ซินถงพยักหน้าตอบ เพราะดูจากสายตาพี่ใหญ่ของเขานั้นคงจะรับรู้หรือสงสัยอยู่ก่อนแล้ว ถึงได้ถามเช่นนี้"
ด้านจางเจี้ยนเวยที่เดินหาอู๋ซินถง แต่ก็มาเจออีกฝ่ายอยู่ที่สระบัวอย่างเช่นครั้งนั้น แต่เหมือนไม่ได้ต้องการสายบัวไปทำกับข้าว"สวยยิ่งนักดอกบัว เจ้าจะเอาไปทำอะไรหรือ""ท่านอีกแล้วใครใช้ให้มากัน ยุ่งไม่เข้าเรื่อง""พี่มาหา เพราะพี่คิดถึงเจ้าตั้งหากช่วงนี้ไม่ได้เจอกันเลย""แล้วทำไมต้องเจอกันด้วย ไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย""หึ พี่เป็นอะไรเจ้ารู้ดี หรืออยากจะ…"จางเจี้ยนเวยไม่ได้คิดจะทำเรื่องแบบนั้น แต่ต้องการจะแกล้งคนตรงหน้าที่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่านั้น…ดื้อเสียจริง"บังเอิญว่าข้านั้นโง่เขลา ไม่เข้าใจที่ท่านจะสื่อ"อู๋ซินถงเองแกล้งโง่เขลากลับ เพราะคนเช่นนี้คงเป็นคนดีได้ไม่นาน"พี่ชอบยิ่งนักคนดื้อรั้น โบราณเขาว่าเนื้อจะหวาน""โรคจิต""พี่ยอมรับ ที่พี่มาก็เพราะอยากเจอเจ้า แต่พี่มีเวลาไม่นานวันนี้พี่มีงานรัดตัวเต็มไปหมด หาเวลาว่างมาหาเจ้าได้น้อย เจ้าเข้าใจพี่ใช่ไหม""เเล้วเกี่ยวอะไรกับข้ากัน ท่านจะทำอะไร จะไปที่ไหนจะมาบอกข้าทำไมกัน ไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย"อู๋ซินถงเองก็ทราบว่าอีกฝ่ายงานยุ่งมากแค่ไหน ก็เป็นถึงลูกชายผู้ใหญ่บ้านทั้งงานส่วนตัว งานหลวง ก็ต้องทำทั้งหมด"เรื่องของพี่เกี่ยวกับเจ้าทุก
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้โชคชะตาจะเป็นเช่นไร วันนี้มีเรื่องที่เกินความคาดหมายเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ยังตั้งรับได้ แต่อนาคตต่อไปอาจจะไม่ได้จบดีเช่นวันนี้ ไม่รู้ว่าคนที่ไปแจ้งทางการคือใคร เป็นผู้ไม่ประสงค์ออกนาม แต่ก็ต้องขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือกันทั้งที่เป็นคนแปลกหน้าเช่นนี้"ซั่วเอ๋อร์เป็นเช่นไรบ้าง""พี่ใหญ่เงียบตั้งแต่กลับมาแล้วขอรับ ท่านพ่อคงต้องให้อยู่คนเดียวก่อน""อยู่คนเดียวไม่ได้ เดี๋ยวซั่วเอ๋อร์คิดอะไรไม่ดี ไปตามพี่ของเจ้าพ่อจะพาไปข้างนอก"อู๋เจียงสงจะพาอู๋ซั่วหยางและอู๋ซินถง ไปไร่อย่างน้อยที่ไร่ก็มีอะไรให้ทำมากมาย แต่วันนี้คงจะต้องพักกันก่อนสภาพจิตใจของลูกชายคนโตยังไม่พร้อมรับอะไรทั้งนั้น"จะดีหรือขอรับท่านพ่อ""ไปนอนเล่นที่ไร่ก็ได้ ดีว่าอยู่ในห้องคนเดียวเช่นนี้""ขอรับ"อู๋ซั่วหยางมานอนพักใจ พักสมอง อยู่ที่ไร่ตามคำสั่งของท่านพ่ออู๋ แต่เป็นการมาพักอย่างเดียว เพราะวันนี้งดทำงาน พรุ่งนี้ก็งดไปขายของในเมือง แต่ในหมู่บ้านยังขายเช่นเดิมพรุ่งนี้ก็มีงานทำกับข้าวเลี้ยงคนงานที่รับไว้"ที่ไร่ก็เย็นดีนะขอรับพี่ใหญ่""วันนี้พี่นอยด์ยังไงก็ไม่รู้""คืออาการใดขอรับ นอยด์ ๆ""ก็อาการคิดมาก รู้สึกไม่โอเ
อู๋ซินถงใช้เวลาอยู่ที่ไร่ที่นาทั้งวัน ที่นี่ก็บรรยากาศดีแถมลมพัดผ่านเย็นสบายมากอีกด้วย ท่านพ่อเองก็ดูจะชอบอยู่ที่นี่มากกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก"เดี๋ยวยกขึ้นหลังเกวียนจะได้เอาไว้ต้มตอนเย็น"อู๋ซั่วหยางพาอู๋ซินถงขุดหาเผือกหามันมาไว้ต้มกิน เพราะกลับไปที่บ้านคงจะไม่มีอะไรกิน ดีที่วันนี้ท่านพ่อดักปลาได้ถึ
ยามเฉิน(07.00-08.59 น.)"ดีจริง ๆ เลยนะ เช้านี้กินน้ำต้มข้าวหรือข้าวต้มใส่น้ำกันแน่ แล้วนี่อะไรผักนี่ไปเอามาจากไหนกัน เจ้าซั่วหยาง""ลืมอะไรไปหรือว่าที่บ้านต้องประหยัด จะมากินเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ท่านก็น่าจะรู้ดีนะ""นี่! เจ้าโง่ ข้ารู้แต่เพราะเมื่อคืนก็กินแต่น้ำข้าวต้มไปแล้วไม่ใช่หรือไง เช้าน
โจวอี้หานรับรู้ถึงสายตาของโจวจี้ไหลกับโจวจี้ฉุนที่มองมายังเขา คงจะกำลังนินทาเขาอยู่ แต่สองคนนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรออกจะตลกเสียด้วยซ้ำ โชคดีที่คนทั้งสองมีภรรยาดีที่พอจะควบคุมสามีให้อยู่ในขอบเขตได้แต่มีคนหนึ่งที่เขานั้นรู้สึกกลัวเป็นที่สุด คือ โจวลู่อี(เป็นเกอ) เป็นลูกคนเล็กของท่านลุงโจวและก็เป็นเก
โจวอี้หานทำงานมาหลายเดือนเงินที่หามาได้ก็นำมาซ่อมแซมบ้านที่เก่าผุพังให้ดีกว่าเมื่อก่อน อย่างน้อยก็ประหยัดกว่าการสร้างใหม่ เพราะหลังจากที่เสียท่านพ่อท่านแม่ไปที่บ้านก็เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ถึงจะมีครอบครัวท่านลุงใหญ่อยู่เป็นญาติผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกันท่านพ่อท่านแม่นั้นแยกออกมาจากบ้า