LOGIN“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก”
“ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง
ตรู๊ด... ตรู๊ด...
(นภัทร ภูทนินทร์)
“ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”
“และคอยควบคุมดูแลทุกเรื่องทั้งคฤหาสน์ บอดี้การ์ด พ่อบ้านทั้งหมด แม่บ้านทั้งหมด รวมถึงคนรับใช้ทั้งหมดด้วยครับ พอดีงานของผมมีความเกี่ยวข้องกับรุ่นพี่ร่วมสถาบัน”
“เป็นขั้วอำนาจฝ่ายเชื้อพระวงศ์ตระกูลวรวงศ์ที่ผมรับภารกิจอยู่ครับ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง” ชินภัทรถามอย่างละเอียดในทีเดียว ทำหรือไม่ทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจ
“อีกสองสัปดาห์จะเดินทางไปยังที่นั่น ทำเรื่องเทียบเชิญอย่างกึ่งทางการมายังตระกูลภูทนินทร์ให้เสร็จสิ้น ก่อนที่ฉันจะเดินทางไป”
“เรื่องราวหลังจากนั้นค่อยคุยตอนไปถึงแล้วกัน ขอฉันจัดการเรื่องทางนี้ก่อน” นภัทรตอบกลับอย่างละเอียดเช่นกัน เจ้าเด็กคนนี้ทำเหมือนถามแบบมีมารยาท
ความจริงต้องการคำตอบให้ตกลงอย่างเดียวมากกว่า การเข้าไปสอนขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้ามที่เป็นเชื้อพระวงศ์ไม่ขาดทุนเลยสักอย่าง
ได้ทั้งชื่อเสียงว่าถูกเชิญมาอบรมสั่งสอนบุตรชายลำดับสาม มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลวรวงศ์ ดีทั้งในแง่วงศ์ตระกูลและการทำธุรกิจ กำไรทุกทาง ไม่ขัดผลประโยชน์กับใคร
“รับทราบครับ คุณชายเล็ก”
“ผมจะส่งคนไปดำเนินการให้เร็วที่สุดครับ” ชินภัทรตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางกดวางสาย
“นายกล้าโทรไปถามแบบนั้นด้วยเหรอ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่มากเหรอกับการติดต่อเจ้านายระดับสูงโดยตรงแบบนั้น ถึงแม้ว่านายจะเป็นลูกคนมีชาติตระกูลก็เถอะ”
“แต่ระดับมันก็ต่างกันไม่ใช่เหรอ นายทำฉันขวัญผวาหมดแล้ว จิตใจของฉันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น”
บีระพัฒน์บ่นอุบพลางทุบอกตนเองเบาๆ เรียกขวัญที่หายไปกลับมา ไม่คาดคิดว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรบุ่มบ่ามขนาดนี้มาก่อน ไม่คิดถึงจิตใจของคนอื่นบ้างเลยหรือไง
นี่เป็นคนธรรมดานะเฟ้ย คิดถึงจิตใจคนปกติกันบ้าง ไอ้พวกอัจฉริยะสภาพจิตใจแปลกประหลาดทั้งหลายเอ๊ย!
“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจ แต่เรื่องที่โทรไปหาคุณชายเล็กเป็นความตั้งใจล้วนๆ เพราะยังไงสุดท้ายผมเป็นลูกน้องที่ขึ้นตรงกับคุณชายใหญ่”
“เป็นตำแหน่งระดับสูงที่ฟังคำสั่งผู้บัญชาการสองคนคือคุณชายใหญ่และคุณชายเล็ก บุคคลที่กำลังจะกลายเป็นนายคนต่อไปของตระกูลภูทนินทร์”
“ลำพังการตัดสินใจของเราสองคน ไม่สามารถพูดได้ว่าควรทำยังไง เพราะผมเรียนมาแต่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ คนเราไม่สามารถเก่งได้ทั้งหมด ย่อมมีส่วนที่ไม่เก่งนะครับ”
“แถมเจ้านายทั้งสองคนของผมไม่ค่อยตอบโซเชี่ยล ทำแต่งานเป็นหลัก การกดโทรหาคือเส้นทางเดียวที่ได้คำตอบไวที่สุด ภารกิจในการจัดการเรื่องของคุณ”
“ผมต้องให้ความสำคัญลำดับแรกนอกจากเรื่องเรียน และการทำงานให้ตระกูลภูทนินทร์” ชินภัทรอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง
แม้เขาจะไม่ชอบพูดมากก็ตาม แต่ไม่ใช่กับคนธรรมดาทั่วไป หากรับรู้ว่าอีกฝ่ายมีความสามารถเท่าไหร่ จะพยายามปรับตัวให้เข้ากัน
ไม่ทำตัวเป็นคุณชายกวนประสาทใคร หรือเป็นอันธพาลให้ใครดูเล่น เรื่องแบบนั้นปล่อยให้คนสติไม่ดีแบบคุณชายใหญ่ทำไปก็พอแล้ว มันออกจะเข้ากับนิสัยของเจ้านายเขาสุดๆ
“แล้วตกลงเจ้านายของนายว่ายังไงบ้างล่ะ” บีระพัฒน์เอ่ยถามอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น สองมือกำมัดแน่นด้วยความตึงเครียด เพราะเวลานี้ไว้ใจใครไม่มากนัก
จะจ้างคนนอกก็กลัวว่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาอีก คนในเป็นทางออกดีที่สุด ณ ตอนนี้
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย”
“ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม”
เบียร์บอกพลางคลี่หลักฐานให้ดูทั้งหมด คนถูกจับไปมีแค่สองคนเท่านั้น คนอื่นหลักฐานไม่เพียงพอเลยปล่อยเลยตามเลย ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดหมดแล้ว “ส่งหลักฐานให้ตำรวจชุดเดิมที่เป็นคนของฝั่งเรา ไม่ใช่ฝั่งเชื้อพระวงศ์ ไม่งั้นเดี๋ยวก็โดนตัดตอนอีก ปัญหาอะไรที่ใหญ่เกินไปไม่มีความจำเป็นต้องโอบไว้” “มาไล่เก็บกวาดเรื่องในบ้านและบอดี้การ์ดให้เรียบร้อยก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ยังไงสัปดาห์หน้าเดี๋ยวคุณชายเล็กจะมาเป็นแขกที่นี่” “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลำพังนายท่านคนเล็ก คู่หมั้นของท่าน รวมถึงคนสนิทอีกสองคนก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าคนตั้งสามสิบคนอีก เรื่องความปลอดภัยหายห่วงไปเลย” ชินภัทรสั่งพลางโบกมือให้อีกฝ่ายหอบเอกสารไปทันที เรื่องแบบนี้จะช้าไม่ได้หรอก ฝ่ายเราเสียเปรียบเพราะอยู่ในที่โล่งแต่อีกฝ่
“รบกวนจัดหาห้องให้พวกเราด้วยนะครับ มาพร้อมคนสนิทอีกสี่คน วันนี้ขอตัวก่อนนะ ได้เวลาเลิกเรียนของพี่มอร์ซินแล้ว” นภัทรอธิบายอย่างรวดเร็วไม่รอให้ใครพูดอะไรแล้ววิ่งออกนอกประตูไปเลยทันที “คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป” “สิ่งแรกที่รุ่นพี่ต้องทำใจคือเห็นพวกเขาแสดงความรักกันตลอดระยะเวลาสามเดือน อดทนเข้าไว้นะครับพี่บีบี เพื่อความแข็งแกร่งของพี่ในอนาคต” “และต้องอดทนอีกสามวันต่อสัปดาห์จนกว่าจะครบสามปีด้วยครับ ขอให้โชคดีนะครับ มารับกรรมไปด้วยกัน”“คุณชายเล็กกำลังปรับตัวกับคู่หมั้นทำให้กลายเป็นแบบนี้ แต่ผมคิดว่านายท่านเป็นคนคลั่งรักไปแล้ว หากอยากให้อาจารย์คนนี้สอนต่อไป”&nb
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






