FAZER LOGIN“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย”
“ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม”
“ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม”
ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง
“ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”
“นายวางใจเถอะ”
“เห็นแบบนี้ฉันเองก็ถึงคุณชายเลยนะ”
บีระพัฒน์พูดพลางกอดอกด้วยความภาคภูมิใจในสายเลือดของตนเองที่ยังคงสืบทอดต่อมาแม้จะหลงเหลือเพียงน้อยนิดก็ตาม
เป็นตามคำพูดของคุณชายน้อยลำดับสามตระกูลวรวงศ์ การส่งเทียบเชิญกึ่งทางการและการประกาศในแวดวงสังคมทุกอย่างล้วนเป็นไปในทิศทางบวก
ไม่ส่งผลเสียแต่ฝ่ายใดทั้งสิ้น เพราะผู้สอนเป็นผู้สืบทอดลำดับสอง ผู้เรียนเป็นผู้สืบทอดลำดับสาม ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทายาทหลักของตระกูล
จึงไม่ถูกเพ่งเล็งไปโดยปริยาย ราบรื่นไร้กังวล
ณ ห้องรับแขกของตระกูลวรวงศ์
“ขอบคุณที่ตอบรับคำเชิญของผมนะครับ ผมได้รับคำแนะนำจากชินภัทรว่าให้เชิญคุณนภัทรมาเป็นที่ปรึกษาเหมาะสมกว่า รวมถึงเรื่องๆ ก็สามารถให้คำแนะนำได้มากกว่า”
“หวังว่าจะช่วยให้ผมขัดเกลาฝีมือได้มากขึ้นนะครับ มีหลายเรื่องที่ยังบกพร่องอยู่มาก รบกวนช่วยใจเย็นกับผมหน่อย เพราะผมเป็นลูกคนเล็กของบ้านอาจจะเอาแต่ใจไปบ้าง”
บีระพัฒน์บอกพลางกำมือแน่นด้วยความตื่นเต้น เพราะอีกฝ่ายเองก็ถือว่าสูงศักดิ์เช่นกัน เป็นถึงตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ดที่มีส่วนค้ำจุนประเทศ
ความรู้ ความสามารถ ล้วนเก่งกาจหลากหลายด้านไม่แพ้ผู้สืบทอดคนปัจจุบันเลยสักนิด แถมยังมีคู่หมั้นที่เก่งกาจเข้าร่วมตระกูลแบบนี้ ต่อไปตระกูลคงจะมีชื่อเสียงมากกว่าเดิม
“คุณบีระพัฒน์ค่อนข้างมีหลายสิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิดแบบคุณชาย ยังไงคุณก็เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ปัจจุบันเชื้อพระวงศ์มีสายเลือดส่วนน้อยถึงจะเป็นส่วนน้อยยังไงก็ยังเป็นเลือดอยู่ดี”
“ไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นเกินไปหรอกครับ เรื่องความเอาแต่ใจของคุณไม่จำเป็นต้องกังวลเหมือนกัน ถ้าเทียบกับพี่ชายของผมแล้ว...คุณน่าจะปกติกว่าเยอะเลย”
“เรื่องค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นต้องมีเอกสารเซ็นสัญญาจ้างหรอกครับ การบ่มเพาะบุคคลมีความสามารถระดับแนวหน้ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง”
“ต้อนรับอาหาร เสื้อผ้าและที่พักก็เพียงพอ จะให้คนบอกไซส์เสื้อผ้าให้ครับ ผมจะอยู่ที่นี่ชั่วคราวประมาณสามเดือน หลังจากนั้นจะมาค้างสามวันต่อสัปดาห์จนกว่าจะครบสามปี”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้น มีตระกูลภูทนินทร์ค้ำจุนอยู่คุณจะปลอดภัยและสบายตลอดสามปี พยายามยืนหยัดให้ได้ก็เพียงพอแล้วครับ”
คำพูดของนภัทรทำเอาน้ำตาของบีระพัฒน์ไหลอาบแก้มด้วยความซาบซึ้งใจ อาการป่วยของแม่ สายลับในบ้าน พ่อลำบากในหน้าที่การงาน พี่สาวสองคนติดต่อกลับมานานกว่าที่คิด ทุกอย่างกลายเป็นความอันตรายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อีกฝ่ายอยู่ขั้วตรงข้ามด้วยซ้ำกับพูดจาน่าฟังกว่าคนฝั่งเดียวกัน
“ขอบคุณมากครับ คุณทำให้ผมรู้สึกซึ้งใจมากๆ ทั้งคุณนภัทร ทั้งชินภัทรต่างก็อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับทำให้รู้สึกปลอดภัยมากกว่าคนฝั่งเดียวกันซะอีก”
บีระพัฒน์เอ่ยขอบคุณพลางเช็ดน้ำตาไปด้วย ไม่รู้สึกอับอายกับสภาพของตนเองเลยสักนิด เพราะนี่คือคำพูดที่อยากได้ยินมานานแสนนาน
ถึงแม้จะให้ชินภัทรมาคอยช่วยเหลือตลอดเป็นเวลาเดือนกว่า แต่ความกังวลเหล่านั้นไม่ได้หายไปทั้งหมด ยังคงรู้สึกแย่อยู่เสมอราวกับว่าทุกอย่างจะพังทลายได้ทุกเมื่อ
“คุณอาจจะคิดมากเกินไปจนลังเลที่จะต้องการความช่วยเหลือจากใคร ผมรู้มาว่าคุณมีเพื่อนสนิทอีกสามคน บางทีลองปรึกษาเพื่อนดูบ้างอาจจะมีอะไรมากกว่าที่เห็น”
“เท่าที่ผมทราบมา เพื่อนของคุณทั้งสามคนค่อนข้างดีกับคุณมากและเป็นมิตรมากกว่าที่คิด เรื่องราวไม่ได้เลวร้ายไปซะหมดหรอก ยังมีเรื่องราวดีๆ อีกมากมายรอคอยอยู่”
“บทเรียนแรกสำหรับสัปดาห์นี้ ให้คุณพูดคุยระบายความในใจให้เด็กคนนี้ฟังและเรียกทั้งสามคนออกมาคุยเปิดอก พูดเรื่องภายในตระกูลแบบไม่ปิดบัง”
“เดี๋ยวผมต้องไปจัดการเรียนที่สถาบัน ไหนจะเรื่องคู่หมั้นอีก เจอกันอีกทีสัปดาห์หน้าจะมาด้วยกันสองคน”
“อีกสองสัปดาห์จะมาครับ ให้พวกเราทำเรื่องเทียบเชิญแบบไม่เป็นทางการส่งไปให้ตระกูลภูทนินทร์ รวมถึงจัดการชื่อเสียงในแวดวงสังคมให้เรียบร้อย” “ไม่ให้ถูกมองว่ากลายเป็นรวมพรรคพวกคนละฝั่ง เรื่องพวกนี้ผมจะให้คนช่วยดำเนินการให้ เพราะตอนนี้ถือว่าผมอยู่มานานที่สุดในกลุ่ม” “ผมคิดว่าเรื่องทำเอกสารเทียบเชิญและการประกาศข่าวคราวในแวดวงสังคมนั้น รุ่นพี่น่าจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากผม” ชินภัทรบอกคำตอบที่น่าพึงพอใจให้กับอีกฝ่าย ถึงไม่รู้ว่าตนเองแสดงออกไปแบบไหน แต่คิดว่านี่คือมารยาทพื้นฐานมากพอแล้วสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง “ขอบใจนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “นายวางใจเ
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb
“ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” “จะเห่าใส่ใครก็ช่วยแหกตาดูหน่อยเถอะ ว่าอีกฝ่ายเขาทำอะไรได้บ้าง เอาแต่ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนตัดลิ้นนะครับ ไหนบอกว่ามีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำไง” “คงรู้ใช่ไหมว่าลำพังบอดี้การ์ดแค่ห้าคนตรงหน้า ไม่สามารถปกป้องคุณจากผมได้เลยสักนิด แค่ขยับนิดเดียวน่าจะตายกันหมดแล้ว” “บอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่อัดให้น่วมทุกคน อย่างไรเสียตระกูลของผมสูงส่งกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปของคุณแน่นอน” ชินภัทรตัดสินใจพลิกสถานการณ์กลับมาด้วยการฟาดทางฝีปากไม่ยั้งมือเลยสักนิด จะต่อว่าเขายังไงก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่การมาด่ามารดา คุณชาย

![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





