LOGIN“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว
บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว
ณ ห้องทำงานของชินภัทร
“มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก
นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้
ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ น้ำที่นี่ลึกกว่าที่คิด ย่อมมีใครอีกหลายคนที่จำเป็นต้องตรวจสอบ ผลสรุปมันออกมาเร็วเกินไป ต้องมีใครซุกซ่อนอยู่ที่นี่
“ฉันมีเรื่องจะปรึกษาหน่อย นายว่างหรือเปล่า” บีระพัฒน์ถามด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากตนเองเป็นลูกคนเล็ก ค่อนข้างเอาแต่ใจพอสมควร
ตลอดหนึ่งเดือนมานี้พยายามปรับตัวอยู่ตลอด
นอกเหนือจากเรื่องที่คนอายุน้อยกว่าเป็นรักแรกของตนเอง บีระพัฒน์ไม่ค่อยได้คุยกับฝั่งขั้วอำนาจอื่นเท่าไหร่ ไม่รู้จะวางตัวยังไง เพราะปกติทำอะไรก็ไม่มีใครดุด่าสักคน
ความที่ไอคิวมาตรฐานจึงได้รับการดูแลแบบทั่วไป ไม่เคร่งเครียดแถมยังเอาอกเอาใจมากกว่าทายาทสายตรงสองคนที่มีไอคิวมากกว่าเจ้าตัวด้วยซ้ำ
“พูดธุระมาเลยครับ ตอนนี้เหลือแค่ปั๊มเอกสารให้เสร็จครบห้ากล่อง ไม่ต้องใช้สมองคิด สามารถทำไปคุยไปได้ครับ ไม่เสียเวลาอะไร”
“ผมรับรู้มาตลอดว่าพี่พยายามปรับตัวให้เข้ากับผม ผมเองก็สัมผัสได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถึงพวกเราจะทำสัญญาจ้างทั้งงานและเป็นแฟนมาหลอกคนอื่น”
“ถึงจะเป็นแค่ในนามก็ต้องทำให้ครบถ้วน จากนี้ไปสามารถเข้าออกทั้งห้องทำงาน ห้องนอน ทุกอย่างได้ตามสะดวกทั้งหมด ยกเว้นกล่องเอกสารที่มีการล็อคกุญแจ”
“พวกนั้นเป็นเอกสารอันตรายที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องตระกูลและมีงานเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต พี่บีบีไม่ได้เดินเส้นทางเดียวกัน อย่าเปิดดูครับ”
เด็กหนุ่มตัดสินใจอธิบายอย่างละเอียด เพราะเหลือบมองรุ่นพี่ตรงหน้ายืนถามตัวเกร็งมาสักพักใหญ่
จึงเลือกพูดให้เข้าใจตรงกันดีกว่าเข้าใจผิดไปใกล้ ถึงปกติจะไม่ใช่คนชอบพูดมากสักเท่าไหร่ ถึงยังไงอีกฝ่ายเป็นนายจ้าง ทำตัวเอาแต่ใจมากไปคงไม่ดีเท่าไหร่
“ฉันคิดว่าเอกสารการดูแลคฤหาสน์หลังนี้มีความยากเกินไป นอกจากสถานที่ใหญ่และยังมีหลายส่วนต้องจัดการ ทำให้ไม่รู้ว่าควรเริ่มตรงไหนก่อน”
“นายหรือเพื่อนนายสามารถสอนฉันได้ไหม เดี๋ยวให้ค่าจ้างแยกต่างหากกับเงินส่วนแรกได้ไหม ในเมื่อตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตนเอง”
“ตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของดูแลชั่วคราว ควรรับหน้าที่ดูแลควบคุมต่อจากหัวหน้าพ่อบ้านและหัวหน้าแม่บ้าน รวมถึงหัวหน้าบอดี้การ์ดของตระกูลมาด้วย”
“หนึ่งในพวกนายสี่คน มีใครที่เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้บ้าง”
“ฉันคิดว่าเอกสารการดูแลคฤหาสน์หลังนี้มีความยากเกินไป นอกจากสถานที่ใหญ่และยังมีหลายส่วนต้องจัดการ ทำให้ไม่รู้ว่าควรเริ่มตรงไหนก่อน”
“นายหรือเพื่อนนายสามารถสอนฉันได้ไหม เดี๋ยวให้ค่าจ้างแยกต่างหากกับเงินส่วนแรกได้ไหม ในเมื่อตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตนเอง”
“ตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของดูแลชั่วคราว ควรรับหน้าที่ดูแลควบคุมต่อจากหัวหน้าพ่อบ้านและหัวหน้าแม่บ้าน รวมถึงหัวหน้าบอดี้การ์ดของตระกูลมาด้วย”
“หนึ่งในพวกนายสี่คน มีใครที่เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้บ้าง”
บีระพัฒน์สอบถามอย่างละเอียด เรื่องเหล่านี้ควรมีการแก้ไขโดยด่วน ไม่งั้นต่อไปอาจจะเป็นปัญหาในอนาคต เวลานี้เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้
“อืม...ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยเหมาะสมกับพวกเราเท่าไหร่ ทั้งผมและไอ้สามตัวที่เหลือที่มักทำงานอยู่ข้างนอกมากกว่าอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลภูทนินทร์”
“ผมคิดว่าผมจะลองขอให้คุณชายเล็กมาช่วยดีกว่า เพราะยังไงนายท่านคนเล็กมีความชำนาญเฉพาะทาง”
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb
“ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” “จะเห่าใส่ใครก็ช่วยแหกตาดูหน่อยเถอะ ว่าอีกฝ่ายเขาทำอะไรได้บ้าง เอาแต่ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนตัดลิ้นนะครับ ไหนบอกว่ามีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำไง” “คงรู้ใช่ไหมว่าลำพังบอดี้การ์ดแค่ห้าคนตรงหน้า ไม่สามารถปกป้องคุณจากผมได้เลยสักนิด แค่ขยับนิดเดียวน่าจะตายกันหมดแล้ว” “บอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่อัดให้น่วมทุกคน อย่างไรเสียตระกูลของผมสูงส่งกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปของคุณแน่นอน” ชินภัทรตัดสินใจพลิกสถานการณ์กลับมาด้วยการฟาดทางฝีปากไม่ยั้งมือเลยสักนิด จะต่อว่าเขายังไงก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่การมาด่ามารดา คุณชาย
“คุณชายเล็กเมื่อเติบโตขึ้นก็มาล้างอันดับด้วยคะแนนที่สูงกว่าทั้งหมด” “ผมไม่ได้รู้สึกว่าการเป็นหนึ่งในสิบแข็งแกร่งหรอกครับ พอดีเห็นอะไรแบบนี้อยู่ทุกวัน ผมปลงกับอันดับเหล่านี้ไปหมดแล้ว” ชินภัทรตอบพลางถอนหายใจด้วยความห่อเหี่ยว สมัยก่อนยังไร้เดียงสานัก คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าพี่น้องในบ้าน แปลว่าแข็งแกร่งที่สุด เมื่อออกมาโลกภายนอกถึงรู้ว่ายังมีผู้แข็งแกร่งกว่ามากมาย “บางเรื่องคุณดูโตกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก สมแล้วที่ได้รับการสั่งสอนมาจากตระกูลภูทนินทร์ แต่สรุปแล้วคือไปบ้านฉันสักหนึ่งปีนะ ตกลงไหม” “ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเอาเปรียบคุณ ทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียนอบรมและค่าจ้างบอดี้การ์ด ผมจะเป็นคนออกให้ทั้งหมด มีอะไรขัดข้องตรงไหน” บีระพัฒน์ถามกึ่งบังคับเพราะมีเ







