LOGINSie ist eine Vampirin. Er ist ein Werwolf. Sie wurden als Feinde geboren. Fünfhundert Jahre lang haben ihre Völker Krieg geführt. Auf beiden Seiten wurde Blut vergossen und keine der beiden Spezies hat es je vergessen. Als Isolde Nachtmann auf eine geheime Mission in die neutrale Zone geschickt wird erwartet sie Gefahr. Was sie nicht erwartet ist ihn. Aldric Grauwald ist alles was sie von Kindheit an gelernt hat zu hassen. Mächtig. Stur. Auf eine Art und Weise schwer zu ignorieren die ihr keine Ruhe lässt. Ein versehentlicher Biss mitten in einem brutalen Hinterhalt verändert alles. Plötzlich sind sie auf eine Weise verbunden die in der gesamten Geschichte beider Spezies noch nie vorgekommen ist. Sie spüren die Gefühle des anderen. Ihre Stärke wächst wenn sie zusammen sind. Und wenn einer von ihnen stirbt stirbt der andere auch. Keiner von ihnen hat diese Verbindung gewählt. Beide wollen sie loswerden. Aber je länger sie verbunden sind desto schwerer wird es sich daran zu erinnern warum sie eigentlich Feinde sein sollten. Und mit einer uralten Dunkelheit die aufsteigt und beide Spezies vernichten will haben sie vielleicht keine andere Wahl als einander mit allem zu vertrauen. Sogar mit ihren Herzen.
View Moreงานรับปริญญาถูกจัดขึ้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเหนือของประเทศไทย
บรรยากาศดีมากอากาศหนาวเย็น ให้ความรู้สึกสดชื่น ผู้คนเดินไปมาอย่างครึกครื้น เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตจบใหม่ หลังจากที่เข้ารับปริญญาบัตรเสร็จเหล่าบัณฑิตก็ทยอยเดินออกมาจากหอประชุม แล้วมาถ่ายรูปร่วมเฟรมเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกกับกลุ่มเพื่อนและญาติพี่น้อง รถหรูค่อยๆขับเข้ามาจอด จากนั้นคนในรถก็ยื่นเท้าลงมาเหยียบบนพื้น ปรากฏรูปร่างสูงใหญ่ราวๆ185 ใบหน้าเรียคมสัน ดั้งจมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูป ดูหล่อเหลาไร้ที่ติ มาในชุดสูทสีขาว แล้วเดินเข้าไปหากลุ่มแก๊งของบัณฑิตสาวหน้าใสที่กำลังถ่ายรูปกันอยู่ ในมือเขา ถือช่อดอกไม้ราคาแพงกับตุ๊กตาหมี สีขาวหูชมพูอุ้งเท้าชมพู เดินตรงไปยังบัณฑิตสาวหน้าใสคนหนึ่ง แล้วยื่นช่อดอกไม้กับตุ๊กตาหมีไปให้เธอ พร้อมกับเอ่ย " ยินดีด้วยนะพิม เรียนจบแล้วขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนะ " คนได้รับช่อดอกไม้ถึงกับตะลึง อึ้งไป หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว เพราะคนตรงหน้าของเธอคือ อาจารย์หนุ่มสุดหล่อ ที่เพิ่งจบปริญญาโทมาหมาดๆ เป็นคนที่เพื่อนร่วมห้องไม่ว่าจะสาวแท้สาวเทียมหรือเก้งกวาง ต่างพากันกรี๊ดกร๊าดในความหล่อ และมีบุคลิกสุขุม สุภาพ รูปร่างสูงสง่าผ่าเผย อาจารย์ประจำวิชา คอมพิวเตอร์เพื่อการทำงานและธุรกิจ นักศึกษาแฮปปี้ทุกครั้งที่เข้าเรียนวิชานี้ ทุกคนจะกรี๊ดกร๊าด และแซวอาจารย์กันตลอดโดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนสาวของพิม " อาจารย์ขา คือหนูมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ " อาจารย์หนุ่มจึงเอ่ยว่า " ว่ามาสิ " " หนูจะต้องทำยังไงคะถึงจะมี แฟนหล่อๆแบบอาจารย์ " เมื่อเขาพูดจบ ทุกคนในห้องก็พากันโห่เขาเสียงดังพร้อมกัน นัศึกษาสาวสองอีกคนไม่ยอม ก็เอ่ยขึ้นบ้าง " อาจารย์ขา หนูถูกผู้ทิ้งขอซบไหล่อาจารย์หน่อยนะคะ " เอ่ยจบก็ทำท่าจะลุกเข้าไปซบไหล่อาจารย์ พิมจึงรั้งเพื่อนสาวไว้ให้กลับมานั่งแล้วเอ่ย " ไม่ต้องเลยๆ อย่าเว่อร์ " เพื่อนสาวหันกลับมามองเธอพร้อมกับทำท่าเบะปากใส่แล้วเอ่ย " อีชะนี ไม่ต้องมาทำเป็นห้ามเลย อย่ามาตอแหลทำเป็นใสซื่อ ฉันเห็นไส้เห็นพุงเธอหมดแล้วย่ะ " เธอไม่เถียง ได้แต่ทำท่าไม่ใส่ใจพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่รู้อะไร แล้วเพื่อนสาวอีกคนก็ยกมือขึ้นแล้วเอ่ย " อาจารย์ขา วิชาของอาจารย์หนูไม่เอา A ก็ได้ค่ะ หนูขอติด F จะได้เรียนกับอาจารย์ทั้งปี " เหมือนทุกคนจะเห็นด้วยจึงพากันส่งเสียง " ฮิ้ววว " พร้อมกันอย่างครึกคื้น พิมและเพื่อนสาวสองอีกสองคนก็เอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เพื่อเรียกสติเพื่อนสาว " อีกะเทย!!! " ทำเอาเพื่อนสาวถึงกับสะดุ้ง ยิ้มยิงฟันแหยๆให้พวกเขาทันที อาจารย์ได้แต่ยิ้มแบบไม่ถือสาอะไร เพื่อให้นักเรียนเรียนอย่างแฮปปี้ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น " พิม แล้วฟ้าใส ไปไหนล่ะ " ปกติสองคนนี้จะนั่งใกล้กันตลอด อาจารย์จึงสงสัย เธอจึงเอ่ยตอบไปว่า " วันนี้ฟ้าใสลาค่ะ เธอบอกว่ามีธุระต้องไปทำค่ะ " คำถามของอาจารย์ทำให้ทุกคนต่างเข้าใจในทางเดียวกันว่า อาจารย์ป๊อบของพวกเขาคงจะชอบฟ้าใสเข้าแล้ว ทำเอาพิมและเหล่าเพื่อนสาวฝันสลายกันเป็นแถว พิมมองอาจารย์ที่ยื่นช่อดอกไม้ให้อยู่อย่างนั้นด้วยความเหม่อลอย แล้วเพื่อนสาวปากไวของเธอที่ชื่อ มีมี่ ก็เอ่ยขึ้นอย่างอิจฉาว่า " อีพิม ถ้าเธอไม่อยากได้ช่อดอกไม้กับตุ๊กตาของอาจารย์ เอามาให้ฉันก็ได้นะ ฉันอยากได้ " เอ่ยจบหล่อนก็ส่งยิ้มหวานให้อาจารย์ทันที เพื่อนสาวอีกคนที่ชื่อ มิกเกล ก็ยื่นมือไปหยิกมีมี่เบาๆใช้สายตาเตือนให้มีมี่เงียบปาก จากนั้นเพื่อนสาวที่ดูจะเป็นผู้นำหน่อยและไม่แต่งหญิง อย่าง เทเท่ ก็เอ่ยขึ้น " เอ่อ อาจารย์ป๊อบมาถ่ายรูปกับพวกเราหน่อยนะคะ " อาจารย์ยิ้มหล่อแล้วเอ่ย " ได้สิ " มิกเกลจึงสะกิดพิมให้รีบรับช่อดอกไม้ พิมรับช่อดอกไม้มาแล้วเอ่ย " ขอบคุณค่ะ " จากนั้นพวกเพื่อนสาวก็เบียดเธอให้เขยิบเข้าไปใกล้และตัวเธอแนบชิดกับอาจารย์ ทำเอาเธอถึงกับเขินอายทำอะไรไม่ถูก ใจเต้นกระหน่ำจนแทบจะเด้งออกมาข้างนอก แก้มเธอแดงระเรื่อไปหมด แล้วช่างภาพก็กดถ่ายรัวๆ แชะ! แชะ! แชะ! จากนั้นฟ้าใสที่ไม่ยอมมารับปริญญากับเพื่อน ก็ลงจากรถแล้วเข้ามาหากลุ่มเพื่อนพร้อมกับเอ่ย " นี่พวกเธอลืมไปแล้วเหรอว่ายังมีฉันอีกคน " เมื่อเห็นเธอ พิมจึงเอ่ยด้วยความดีใจพร้อมกับดึงเธอเข้ามาถ่ายรูป " ฟ้าใส มาสิ เรามาถ่ายรูปกัน " แล้วพวกเขาก็โพสท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน พิมปลีกตัวออกมานั่งพัก อาจารย์ป๊อปจึงเดินมาหาเธอแล้วเอ่ยขึ้น " พิม อาจารย์ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยได้มั้ย " เธอหันมามองเขาแล้วพยักหน้าเอ่ยตอบว่า " ได้ค่ะ " จากนั้นอาจารย์ป๊อบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปทันที ฟ้าใสจึงเดินเข้ามาแล้วเอ่ย " ทุกคนฉันมีอะไรจะบอก " ทุกคนรอฟังอย่างตั้งใจ แล้วฟ้าใสก็เอ่ยขึ้น " ฉันกับพี่ป๊อปเราจะไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยกัน วันนี้ฉันจึงมาลาพวกเธอ " พิมได้แต่ฝืนยิ้มแสดงความยินดีกับพวกเขา " ดีใจด้วยนะ มีโอกาสก็ทำให้ดีที่สุดนะ พวกเราจะรอวันที่เธอกลับมานะ " แต่ในใจกลับแอบเศร้า ที่เห็นเพื่อนเรียกอาจารย์อย่างสนิทสนม อาจารย์ป๊อบมองยังพิม เมื่อไม่เห็นความผิดปกติใดเขานิ่งเฉยไป ฟ้าใสยิ้มร่าพร้อมกับไปควงแขนอาจารย์ป๊อบแล้วเอ่ย " งั้นพวกเราไปก่อนนะ จะเดินทางวันนี้แล้ว ไว้มีเวลาค่อยเจอกันใหม่นะ " ทุกคนจึงพยักหน้าเอ่ยตอบอย่างมึนงง ยิ้มไม่เต็มหน้า พร้อมกับยกมือขึ้นมาโบกลากันแบบงงๆ " อื้ม ไว้ค่อยพบกันใหม่ " ในเช้าวันต่อมา พิมตื่นขึ้นมาแล้วเธอก็นั่งคุยกับตุ๊กหมีราวกับมันเป็นสิ่งมีชีวิต " เจ้าหมี นายรู้มั้ย เจ้านายของนายทำให้ฉันสับสนมากแค่ไหน สรุปแล้ว มันยังไงกันแน่ เขาชอบฉันมั้ย หรือว่าฉันคิดไปเองฝ่ายเดียว " จากนั้นเธอก็หน้าจ่อย คอตกไปแล้วจับไปที่หูของมันแล้วเอ่ยต่อว่า " เฮ้อ ฉันรู้ว่าฉันคิดไปเองคนเดียว ฉันรู้ว่าอาจารย์คบอยู่กับฟ้าใส พวกเขารวยเหมือนกัน ดูเหมาะสมกันมาก แต่ยังไงฉันก็ยังชอบอาจารย์มากๆอยู่ดี และจะแอบชอบแบบนี้ตลอดไป จากนี้ไปคงไม่มีโอกาสได้เจอกับอาจารย์แล้ว อย่างน้อยก็มีนายที่เปรียบเสมือนตัวแทนของอาจารย์เน้อ " แล้วเธอก็ไปหยิบเข็มกับด้ายมา เพื่อปักชื่อของอาจารย์ลงตรงป้ายแบรนด์ ที่เป็นผ้าเล็กๆอยู่หลังตุ๊กตา เธอจึงปักเป็นชื่อภาษาอังกฤษว่า POP ดูเด่นชัดทีเดียว เธอมองดูชื่ออาจารย์ที่เธอปักลงบนตัวตุ๊กตาแล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจในฝีมือตนเอง พร้อมกับกอดตุ๊กตาไว้อย่างอบอุ่นหัวใจแล้วเอ่ย " ต่อไปนายคือ อาจารย์ป๊อบ ไปไหนฉันจะพานายไปทุกที่เลย โอเคมั้ย " แล้วเธอก็เอาตุ๊กตาวางไว้ที่หัวเตียง จากนั้นเธอก็เดินไปเปิดโน๊ตบุ๊ค แล้วหางานในกลุ่มหางานแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็ก เธอไปเห็นโพสที่น่าสนใจโพสหนึ่ง ซึ่งในโพสระบุไว้ว่า ( นายจ้างหาเอง รับสมัครแม่บ้าน อายุยี่สิบ ไม่เกินสามสิบ เป็นคนสะอาดสะอ้าน รักความสะอาด ทำหน้าที่กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ดูแลความเป็นอยู่ของนายจ้าง มีความซื่อสัตย์ ไม่พูดมาก ทุ่มเทกับงานที่ได้รับ เงินเดือนสองหมื่นบาท หยุดทุกวันอาทิตย์ ขอคนที่รับแรงกดดันไหว มีความเข้มแข็ง อดทน สู้คน ไม่กลัวใคร เข้าสังคมได้ หากใครคิดว่ามีคุณสมบัติตรงตามที่เราต้องการ เชิญส่งประวัติ สมัครกันเข้ามาได้ ทางแชทส่วนตัวของเจ้าของโพสนี้เลยครับ ) หลังจากอ่านจบเธอก็บ่นพึมพำออกมาว่า " ชิ! รับสมัครแม่บ้าน บ้าอะไร ยังกับรับสมัครนักรบ ถ้าไม่ระบุว่า รับสมัครแม่บ้าน ฉันคงคิดว่ารับสมัครบอดี้การ์ด ไม่ก็รับสมัครคู่ต่อสู้แล้ว " จากนั้นเธอก็ไม่สนใจอีกแล้วเลื่อนผ่านไป แต่ละโพสไม่น่าสนใจเลย เงินเดือนก็น้อย แค่หมื่นถึงหมื่นสอง เธอคำนวณวันเวลาและงานที่ต้องทำในแต่ละวัน เธอถึงกับส่ายหัวอย่างหงุดหงิดแล้วเอ่ยตัดพ้อออกมาอย่างยาวเหยียด " มันจะเอาเปรียบกันมากเกินไปแล้ว ใจดี ลูกจ้างให้สักหมื่นสี่ก็แทบจะไม่มีเลย งานข้าราชงานหลวงก็ด้วย ระหว่างรอสอบบรรจุได้เงินเดือนแค่เก้าพัน แล้วแบบนี้คนจนๆอย่างเราจะเอาอะไรกิน เมื่อไหร่ฉันจะรวย เมื่อไหร่ฉันจะมีเงินเก็บ ฮือๆๆ ทำไมโชคชะตาต้องใจร้ายกับสาวน้อยตัวเล็กๆอย่างเราด้วยนะ ให้ถูกรางวัลที่หนึ่งสักครั้งก็ไม่ได้ ทำไมเราไม่รวยเหมือนฟ้าใสนะ แล้วแบบนี้เราจะกล้าไปหวังกับอาจารย์ได้อย่างไร ฮือๆๆ " จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นเดินไปที่เตียง ทิ้งตัวนอนลงอย่างหมดหวัง กับอนาคตที่วาดไว้POV: Aldric Grauwald---Tobias Feld kam an einem Donnerstag.Nicht angekündigt. Das war nicht unhöflich. Er hatte Bastian geschrieben und Bastian hatte geantwortet und das war die Ankündigung die er für nötig gehalten hatte.Er war klein. Schmaler als Aldric erwartet hatte. Mit der Art von Intensität in den Augen die sagte er dachte schneller als er sprach und dass er das meistens vorzog.Er trug eine Tasche die voll Bücher war. Das sah man daran wie er sie trug.Er klopfte an die Tür.Aldric öffnete.Tobias schaute ihn an.Dann auf das Haus.Dann wieder auf Aldric."Alpha Grauwald," sagte er."Feld," sagte Aldric. "Kommen Sie herein."Tobias trat ein.Er schaute auf den Raum mit den Augen von jemandem der alles gleichzeitig registrierte und ablage.Dann sah er das Regal.Er ging direkt darauf zu.Er las die Bücher.Nicht alle. Die Rücken. Schnell. Mit dem Blick von jemandem der Bücher kannte wie andere Menschen Gesichter kannten.Dann blieb er bei einem stehen.Das alte Buch.Das da
POV: Isolde Nachtmann---Die erste Woche des zweiten Winters.Sie stand früh auf wie immer.Sie schrieb wie immer.Sie trank Tee am Schreibtisch bevor Aldric herunterkam und sie hörte ihn schlafen durch die Bindung. Die tiefe ruhige Qualität von jemandem der gut schlief. Vollständig.Das war neu.Nicht dass er gut schlief. Das hatte er immer getan soweit sie wusste.Neu war dass sie es als das erkannte was es war.Vollständigkeit.Nicht Abwesenheit von Gedanken. Vollständigkeit von jemandem der angekommen war.---Sie schrieb Berichte.Das war ihr Morgen. Die Garnisonsberichte die sie noch immer schrieb. Die Dokumentation der Zugangspunkte. Die Korrespondenz mit Aldemann der jetzt zweimal die Woche schrieb statt einmal.Aldemann hatte sich verändert seit dem Treffen.Nicht dramatisch. In kleinen Dingen.Er schrieb kürzer. Das war das erste Zeichen. Aldemann der immer lange Sätze geschrieben hatte weil lange Sätze ihm ermöglichten viele Vorbehalte einzubauen schrieb jetzt kurze.Das b
POV: Aldric Grauwald---Der Morgen nach dem Vollmond war still.Das war das Erste was er bemerkte. Nicht die Abwesenheit von Geräuschen genau. Die Anwesenheit einer anderen Art von Stille. Der Art die kam nachdem etwas Großes an seinen Platz gefunden hatte. Wie die Stille nachdem ein Baum im Wald fällt und alle kleinen Tiere die geflüchtet waren ihren Weg zurück gefunden haben wo sie hingehören.Er wachte früh auf.Isolde war bereits am Schreibtisch.Er hörte sie bevor er sie sah. Das leise Kratzen des Stifts auf Papier. Das kleine Geräusch von jemandem der schrieb weil er musste nicht weil er sollte.Er lag einen Moment still und hörte diesem Geräusch zu und dachte dass das war was Bastian gemeint hatte.Still und vollständig.Nicht leer. Nicht fertig.Voll.---Er kam die Treppe hinunter und machte das Feuer.Sie schaute vom Schreibtisch auf.Sie sah genauso aus wie gestern. Genauso wie jeden Morgen. Silberne Augen im frühen Licht. Der besondere Fokus von jemandem der tief in einem
POV: Isolde NachtmannDer Abend kam langsam.Das war der Sommer. Die langen Abende die das Licht hielten bis es nicht mehr gehen konnte und es dann trotzdem noch ein bisschen länger versuchte.Isolde stand am Fenster des oberen Stockwerks und schaute auf Grenzstadt.Die Straßen. Die Lichter die in den Fenstern ankamen. Der Markt der für heute Abend geschlossen hatte. Die Menschen die sich bewegten.Viele Menschen die sie kannte.Bram und Sonja die durch eine Seitenstraße gingen. Franz der mit Hartmann redete auf dem Pflaster. Hilde die vor einer Taverne stand und mit Maren Wald sprach. Stefan Kreuz der allein ging mit dem Gesicht von jemandem der über etwas nachdachte.Konrad und Casimir die nebeneinander standen und auf die Straße schauten.Die zwei alten Männer.Werner und Lira am Rand.Werner schrieb schon.Lira schaute auf den Himmel.Die Sonne war noch nicht ganz weg. Der Mond war noch nicht da.Dazwischen.---Aldric trat in das Zimmer.Er stellte sich neben sie.Sie schauten zu
POV: Aldric GrauwaldWerner redete lange.Er redete so wie alte Menschen reden wenn sie etwas zu lange in sich gehalten haben und endlich jemanden finden der bereit ist zuzuhören. Nicht in einer geraden Linie sondern in Kreisen und Umwegen und plötzlichen Sprüngen zurück zu Dingen die er früher zu
POV: Isolde Nachtmann Steinposten war nicht verlassen. Das war das Erste was Isolde bemerkte als sie durch die Bäume näher kamen. Anders als Schwarzwald Kreuzung die das hohle Gefühl eines Ortes hatte der plötzlich geleert und zurückgelassen worden war hatte Steinposten noch Leben in sich. Rauch
POV: Aldric GrauwaldSchwarzwald Kreuzung war nicht viel anzusehen.Es war die Art von Ort die nur existierte weil zwei Straßen zufällig an der gleichen Stelle zusammentrafen. Ein Steinbrunnen in der Mitte den niemand seit Jahren benutzt hatte. Drei Gebäude die einmal ein Handelsposten gewesen sein
POV: Aldric GrauwaldEr verließ Grenzstadt vor Sonnenaufgang.Das war das Kluge zu tun. Raus bevor die Stadt richtig aufwachte und bevor jemand mit scharfen Augen und langer Erinnerung den Erben des Graustein Alphas allein durch neutrale Straßen laufen sah. Er hatte bereits länger geblieben als er

















