INICIAR SESIÓN“ทำไมทำหน้างั้นล่ะลูก หนูต้องใส่กับชุดนี่แหละถึงจะสุดปัง!” ไม่ปงไม่ปังแล้ว ฉันนี่ที่จะปังปินาด ฮือ ไม่ใส่ได้ไหม รู้งี้ไม่น่ารับปากไลลาเลย
“พี่ผิงคะ วาริสขอใส่ชุดนั้นแทนไม่ได้เหรอคะ” ฉันชี้ไปยังชุดหนังขายาวแขนยาวสีแดงแทนเพราะมันดูไม่โป๊ดี จะว่าไม่โป๊ก็ไม่ได้ แต่คือมันโป๊น้อยกว่าชุดที่พี่ผิงเลือกอะ
“ไม่ได้จ้ะ มาเร็วรีบเปลี่ยนชุด ก่อนที่องค์แม่มดจะมา ไม่งั้นเราสองคนจะซวยไปด้วยกันนะ” ฉันจึงต้องจำใจเดินไปรับชุดจากพี่ผิงแล้วเดินเข้าม่านแต่งตัวไปในที่สุดเมื่อพี่ผิงพูดถึงพี่มด
ใช้เวลาหลายนาทีกว่าฉันจะทำใจออกมาโชว์ตัวให้พี่ผิงดู
“ปั๊วะสุด เริดสุด! เนินเป็นเนิน!” ฉันหน้าแดงเมื่อพี่ผิงพูดถึงเนินหน้าอกของฉัน
“พี่ผิงคะ มันแหวกขนาดนี้ถ้าวาริสเดินหรือก้มมันจะไม่เห็นเหรอคะ” ฉันพูดออกไปด้วยความกังวลเพราะฉันไม่ได้ใส่บราเลย ได้แต่ใช้แผ่นแปะตรงน้องนมของฉันไว้แทนตามที่พี่ผิงบอก
“อย่ากังวลไปจ้ะ พี่จะติดนี่เสริมเข้าไปอีกด้วย” พี่ผิงพูดขึ้นพร้อมกับยกแผ่นที่เหมือนกาวสองหน้าออกมา แล้วนำมาแปะลงใต้ปลายผ้าที่มันแหวกอยู่ จากนั้นพี่เขาก็กดมันลงนิดหน่อยให้กาวอีกด้านมาติดที่เนื้อหน้าอกของฉัน
มันเวิร์กมาก ฉันลองก้มลงและก็ยกแขนปลายผ้ามันก็ไม่เผยอให้เห็นเข้าไปถึงทรวงอกเลย แบบนี้หมดความกังวลหน่อย แต่ยังไงมันก็เห็นเนื้อหนังมังสาตรงกลางอกของฉันอยู่ดี
ผลักะ!
“เสร็จหรือยั- กรี๊สสสส!!!” ฉันแทบจะเอามืออุดหูไว้ไม่ทันเมื่อพี่มดเปิดประตูเข้ามา พูดยังไม่ทันจบก็ร้องกรี๊ดออกมาเสียงดัง พร้อมกับวิ่งเข้ามาหาพวกเราอย่างไว
“สวยมากอีผิง! อีห่า กูไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย พี่เกือบจะจำหนูไม่ได้แล้วลูก!” พี่มดที่พูดกับพี่ผิงอยู่ตอนแรกก็หันมาพูดกับฉันพร้อมกับจับฉันหมุนตัวไปมา
“อีผิงซะอย่างนะแม่!” และแล้วพวกพี่สองคนก็พากันพูดคุยกัน ระหว่างนั้นฉันก็เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน เพราะด้วยความตื่นเต้นที่จะต้องขึ้นเวทีมันเลยทำให้ฉันรู้สึกปวดท้องขึ้นมา
ส่วนการขึ้นเวทีก็ไม่มีอะไรมาก พี่มดบอกว่าจะมีทีมงานค่อยส่งซิกบอกว่าเราจะขึ้นไปตอนไหน พอเขาส่งซิกมาแล้วก็แค่หยิบป้ายที่ทางทีมงานเตรียมไว้แล้วเดินขึ้นไปบนเวทีแทน โดยการเดินก็ไม่ยากเท่าไหร่ แค่เดินไปตรงมุมสองข้างที่หันไปทางคนดูแทน เพียงเท่านี้ก็จบแล้ว จะมีอีกคนที่เดินกับฉันด้วย แต่เธอแต่งตัวอยู่อีกห้อง ฉันกับเธอคนนั้นก็เดินสลับกันเอา
และส่วนท้ายสุด การชกจบลงเมื่อไหร่ตอนมอบรางวัลฉันก็ต้องขึ้นไปส่งเข็มขัดให้กับผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่มอบก็เพียงเท่านั้น จบ
“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าห้องน้ำไปทางไหนเหรอคะ?” ฉันเดินเข้าไปทักพี่ทีมงานที่ใส่เสื้อสีดำ พี่เขากำลังลากสายไฟเพื่อเตรียมสนามกันอยู่
“ห้องน้ำไปทางไหนเหรอคะ” แต่ว่าพี่เขากลับมองฉันตาค้าง กว่าจะเอ่ยออกมาได้ก็ตอนที่ฉันย้ำถามอีกรอบ
“อ้อ! ทางนั้นครับ ๆ” พี่เขาพูดด้วยความรวดเร็วแล้วชี้ไปทางอีกฝั่ง
“ขอบคุณนะคะ” ฉันยิ้มพร้อมกับก้มหัวนิดหน่อยให้พี่เขาไป แล้วจัดการหมุนตัวเดินออกมาเพื่อจะไปยังอีกจุด วันนี้แดดแรงมาก ฉันเดินไปก็มองแสงสะท้อนจากชุดตัวเองที่กำลังส่องแสงกระทบกันพื้นหินตามทางเดินไปด้วย จนในที่สุดก็มาถึงอีกฝั่ง
แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปตามป้ายที่บ่งบอกว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหนก็มาปะทะเข้ากับใครบางคนที่กำลังนั่งสูบบุรี่อยู่ไกล ๆ แทน คือทางเข้าห้องน้ำอะมันต้องผ่านจุดนั่งสูบบุหรี่ใช่ไหม แล้วทีนี้คนที่นั่งสูบอยู่ตรงนั้นถ้าฉันจำไม่ผิดเขาคือเพื่อนร่วมห้องของฉันเอง!
ห้องแต่งตัวของริงเกิร์ล
“มาพอดีเลยลูก ปะได้เวลาเริ่มงานแล้ว” ฉันกำลังจะเปิดประตูเข้าห้องแต่พี่มดดันเปิดประตูออกมาพอดี พี่มดเลยจัดการพาฉันเดินลงไปทางใต้ดินแทน ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้เข้าห้องน้ำหรอก พอฉันเห็นว่าเจอเพื่อนร่วมห้องของตัวเองสติฉันก็ลนลานมากจนหันหลังวิ่งกลับออกมา
ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมาเจอเขาที่นี่ เขามาทำอะไรที่นี่กัน ฉันได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ภายในใจ เมื่อเดินลงมาแล้วสิ่งที่น่าสนใจมันกลับกลายเป็นเรื่องตรงหน้าแทน
พี่มดพาฉันเดินลัดเลาะตามทางไปหลังเวทีมวยที่มีพิธีกรพูดอยู่ ไม่เพียงเท่านั้นผู้คนที่มานั่งเชียร์ก็เยอะมาก ทั้งส่งเสียงและโห่ร้องไปตาม ๆ กัน
ตอนนี้ครอบครัวฉันกับครอบครัวโลคากำลังมีปิกนิกและเที่ยวด้วยกัน หลังจากออกโรงพยาบาลฉันก็ต้องกลับไปเรียนใหม่อีกครั้งจนจบออกมาในที่สุด และก็ได้พบว่าตัวเองตั้งครรภ์อ่อน ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ต้องถามหาเลยว่าใครเป็นพ่อ เพราะฉันนอนแค่กับแบล็คคนเดียวนั้นจึงทำให้เราแต่งงานกันหลังจากที่เรียนจบ แล้วก็มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า น้องบีว่าน้องบีว่าเป็นลูกสาวของเราที่ได้นิสัยแบล็คไปหมดเลย ลูกสาวของฉันห้าวมาก ไม่ได้ฉันไปเลยสักนิด ยกเว้นหน้าตาเพียงอย่างเดียวที่คล้ายกับฉันแล้วแบล็คก็อีกคน หวงลูกสาวมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้เลย ขนาดลูกของเพื่อนอย่างโลคาก็ยังตามไปด่าลูกเขาอีกบีว่าเป็นเด็กห้าว ทำให้เข้ากับคราเคนลูกชายของโลคาได้ดีเลย สองคนนี้ชอบชวนกันไปเล่นอะไรแรง ๆ และพิเรนทร์ตลอด ทุกครั้งมักจะมีแผลกลับมาบ้านจนฉันชินแล้วแต่สำหรับแบล็คคือไม่ชิน แบล็คจะตามไปด่าโลคาตลอดให้ลูกชายเลิกยุ่งกับลูกสาวของเขา ซึ่งโลคาเองก็ทำหูทวนลมไป“อย่าถือสาเลยนะเลเน่” ฉันหันไปทำหน้าขอโทษขอโพยที่แบล็คพูดคำหยาบให้เด็กอย่างคราเคนได้ยิน แต่คราเคนเองก็แสบไม่เบา ไม่ได้รู้สึกกลัวแบล็คเลย แถมยังมีท่าทีเหมือนพ่อตัวเองกับแบล็คซะอีก ถอดแบบมาเป
“คุณยายต้องช่วยลูกของแม่แน่เลย ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกลูก พักผ่อนเถอะ” คุณแม่ฉันเดินเข้ามาปลอบใจเสร็จก็ขอตัวกลับไปทำงานกันต่อ โดยที่ฉันเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องเป็นห่วงในส่วนของแบล็คเขาก็ยังคงก้มหน้านั่งอยู่แบบนั้นไม่พูดไม่จา“แล้วนั่นจะนั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอีกนานไหม วาริสก็อุตส่าห์ตื่นขึ้นมาแล้ว เลิกรู้สึกผิดสักที” ไลลาตะโกนใส่แบล็ค ฉันได้แต่มองสิ่งที่ไลลาพูดด้วยความรู้สึกงงงวย“เกิดอะไรขึ้นเหรอไลลา แล้วพี่นพีล่ะ” ฉันถามไลลาออกไปเมื่อแบล็คไม่ได้ตอบโต้อะไรไลลา และไลลาเองก็ส่ายหน้าแล้วหันมามองฉันแทน“ถูกจับเข้าคุกไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะโดนประหารต่อ มันทำเลวหลายอย่าง สมควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น” ไลลาพูดจบฉันเองก็แอบตกใจเหมือนกัน แต่ก็นะ คนเราทำแบบนั้นผลกรรมก็สนองคืนแบบนั้น“แล้วเรื่องบะ...แบล็ค...” ฉันพูดเบา ๆ กับไลลาแล้วก็เงียบลง“ไอ้แบล็คมันไม่กล้าสู้หน้าแก มันเอาแต่โทษตัวเองที่แกเป็นแบบนี้ไปก็เพราะมัน รู้ไหมมันถึงกับไปบ้านแกเพื่อไปกราบขอโทษพ่อแม่แกเลยนะ แถมยังดูแลแกทุกวันไม่ห่างมาตั้งแต่วันแรกที่แกเข้าโรงบาลจนวันนี้ที่แกตื่นขึ้นมา” ฉันพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ไลลากระซิบพูดข้างหู“ขอเวลาหน่อย
มันเป็นภาพที่ฉายไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีแสงแดดเดี๋ยวก็มืด ในเวลาเพียงไม่กี่วิแต่กลับเปลี่ยนคนไปมาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีพ่อแม่ฉันเดี๋ยวก็มีไลลา และสุดท้ายก็จบลงที่แบล็คในตอนกลางคืน ภาพฉายที่ฉันเห็นบ่อยสุดก็คือเขาดูเหมือนเขาจะอยู่ข้างฉันตลอดเลยในช่วงเวลากลางคืน“ฮึก!” และก่อนที่ภาพจะหายไปสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือภาพที่แบล็คกำลังจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากของฉัน ใบหน้าของเขามันดูเศร้ามาก ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตามันได้ไหลออกมาตอนไหน ฉันรู้แต่ว่าตัวเองสะอึกร้องไห้ออกมาด้วยใจที่บีบหนักมาก“อะไรที่เขาเคยทำไม่ดีก็ให้มันแล้วต่อกันไปเถอะนะลูก ดูตอนนี้สิ หนูน่าจะมองออกแล้วใช่ไหมว่าเขารักหนูมากแค่ไหน ลองให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งดีไหมจ๊ะ” คุณยายวางมือลงที่ไหล่ของฉัน ท่านส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนฉันได้แต่ยิ้มตอบท่านและก็หันกลับไปมองที่เดิมต่อ แม้ตอนนี้มันจะเห็นเพียงแค่หมอก ไม่ได้เห็นภาพเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่ทุกความรู้สึกมันกลับยังคงตราตรึงอยู่ในใจของฉันไม่หายไปไหน“หนูคงไม่สามารถกลับไปอีกได้แล้ว ตอนนี้หนูตายไปแล้วใช่ไหมคะคุณยาย” ฉันหันไปมองท่านด้วยใบหน้าเศร้า การที่ได้มาเจอคุณยายที่นี่ก็น่าจ
“หุบปาก! มึงก็อีกคนอีตัวดี กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงแทบตายเสือกมาตลบหลังกูโดยการไปยุ่งกับมัน!” พี่นพีล็อกคอฉันให้แน่นขึ้น พร้อมกับใช้ปลายกระบอกปืนจี้มาที่ขมับของฉันแรงขึ้นอีก“ปล่อยตัวประกันซะ” ทางตำรวจตะโกนมาอีกครั้งพร้อมกับจ่อปืนมาทางเราเช่นกัน“ถ้าใครเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวหัวอีนี่ได้กระจุยแน่!” พี่นพีตะโกนดังลั่นพร้อมกับค่อย ๆ เดินก้าวถอยหลังไปเรื่อย จนออกมาหน้าห้องที่มีตำรวจอยู่ ฉันเดินไปพร้อมกับพี่นพีโดยการที่โดนพี่เขาบังคับให้เดิน“…” แบล็คเองก็มองฉันด้วยสายตาที่เหมือนเป็นห่วง แต่เขาไม่สามารถเดินตามเรามาได้“พี่นพีอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ มอบตัวเถอะ” เราเดินมาจนถึงชั้นจอดรถแล้ว ฉันก็เพิ่งจะเริ่มกล้าพูดอะไรขึ้นมาบ้างหลังจากที่โดนเขาลากเข้าลิฟต์จนมาถึงยังชั้นจอดรถ“อย่ามาอวดดีสั่งสอนกู!” พี่เขาจับฉันหันกลับหมุนตัวไปมองหน้าเขาอย่างไว พร้อมกับมือหยาบจับเข้าที่คางของฉัน แรงบีบก็เริ่มต้นขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บ“ปล่อยเธอ! แล้วมึงอยากจะหนีไปที่ไหนก็ไป ขอแค่ปล่อยเธอซะไอ้นพี กูสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรกับตำรวจ” เสียงของแบล็คดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันไม่รู้ว่าเขามาได้ยังไง แต่พอโดนจับให้หันไปมองก็เห็นแค่เพียง
“นี่คุณ!” ฉันเรียกคนตรงหน้าเสียงดังเมื่ออยู่ดี ๆ ก็เขามาผลักฉัน“…” ผู้ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขาเริ่มจัดการกับสิ่งที่ใช้ปกปิดบนใบหน้าจนออกหมด“บะ...แบล็ค!” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยอาการตื่นตกใจ ไม่คาดคิดว่าเขาจะมา แถมยังมาในวันที่ฉัน...กำลังจะหมั้นหมายด้วยอีก“ปะ” แบล็คเดินเข้ามาจับที่ข้อมือของฉัน แล้วก็ออกแรงดึงให้ฉันเริ่มเดินตามเขาไปตรงหน้าต่างของห้อง“เดี๋ยว! คิดจะทำอะไร” ฉันยื้อตัวเองเอาไว้ และเริ่มบิดข้อมือเพื่อหนีจากการจับกุมของเขา“จะพาหนี” เขาพูดเสียงนิ่ง“หนี?” ฉันทวนคำพูดของเขาอีกรอบ“ไม่ให้หมั้น” แบล็คพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นคำพูดที่ชวนให้ฉันรู้สึกใจเต้นเป็นอย่างมาก“มีสิทธิ์อะไรที่จะมาห้าม” ฉันพูดเสียงแข็ง แม้ในใจของฉันมันจะกำลังทำในสิ่งตรงกันข้าม แต่สิ่งที่ฉันควรแสดงออกมาคือการเข้มแข็งและอย่าไปหลงคารมณ์ของเขาอีก“ไม่มีเวลาแล้ว ดูเหมือนมันจะรู้ตัว” แบล็คเริ่มพูดอะไรที่ไม่เข้าใจเมื่อเขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง“อะไร ใครรู้ตัว?” ฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่สักนิด“หนีไปกับผม อย่าหมั้นกับมัน” แบล็คเดินเข้ามาหาฉันอีกครั้ง และเหมือนเดิมคือการ
“เราหมายความว่ายังไง” ฉันล้วงมือไปหยิบมือถือในกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมา ระหว่างทางที่ฉันกลับบ้านอยู่ดี ๆ ก็มีใครไม่รู้ส่งรูปนี้มาให้กับฉันแล้วจัดการวางมือถือลงบนโต๊ะเช่นกัน ก่อนจะใช้นิ้วดันให้มันเลื่อนไปตรงหน้าพี่เขา“…” พี่นพีได้แต่มองและเงียบไปเลย“ถือว่าเจ๊ากันไปแทนนะคะ” ฉันเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาลงเก็บที่เดิม“คือ...พี่”“น้องวาอยากยกเลิกงานหมั้นค่ะ ส่วนเรื่องหนี้น้องวาสัญญาว่าจะหามาคืนให้กับพี่นพีให้ครบทุกบาททุกสตางค์” ฉันตัดสินใจพูดออกไปหลังจากที่นั่งคิดมาในรถนานพอสมควรแล้ว“ไม่ได้นะ! พี่ไม่ยอมเด็ดขาด!” พี่นพีใช้กำปั้นทุบลงโต๊ะตรงหน้าอย่างแรง“ในเมื่อพี่ไม่ได้รักน้องวา แล้วน้องวาเองก็ไม่ได้รักพี่นพีเราจะฝืนแต่งฝืนหมั้นกันไปทำไมคะ” ฉันพูดตามความจริงออกมา“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะ! ว่าน้องวาอยากจะกลับไปหามันใช่ไหม!” พี่นพีลุกขึ้นแล้วมาฉุดกระชากแขนฉันให้ลุกขึ้นตามอย่างแรง ทุกการกระทำไม่มีใครเห็น นอกจากเราสองคนที่เห็นกันเองในห้อง“วาเจ็บนะคะ!” ฉันกระแทกเสียงพูดออกไปพร้อมกับบิดข้อมือตัวเองให้ออกจากการจับกุมของพี่เขา“อย่าลืมสิ ที่ทุกวันนี้ตระกูลของน้องวายังอยู่มันเพราะเงินใคร! อีกอย่







