LOGIN“ทะ...ทำไมคนเยอะแบบนี้อะพี่ ตอนวาริสเดินไปเข้าห้องน้ำยังไม่เห็นมีใครสักคนมาเลย” ฉันหันไปถามพี่มดด้วยท่าทางงง ๆ ก่อนหน้านี้ฉันอุตส่าห์ดีใจ เพราะงานเริ่มได้ไม่นานแต่ระหว่างที่ฉันเดินไปเข้าห้องน้ำไม่เห็นมีใครเข้ามาดูสักคน แต่ทำไมตอนนี้...
“มันเป็นการแข่งมวยเถื่อน พวกคนที่มาเชียร์ก็ต้องไปเข้าอีกทางสิจ๊ะหนู ช่างไม่รู้อะไรเลยนะเด็กน้อย” ฉันจึงพยักหน้าเข้าใจไป เพราะแข่งเถื่อนจึงต้องตรวจเข้มสินะ
“เห็นว่าวันนี้มีคนเข้าท้าชิงหน้าใหม่ด้วย สงสัยอยากจะมาลองของ” คนท้าชิงใหม่งั้นเหรอ
“ไม่ได้มีแต่คนระดับเซียน ๆ แข่งกันเหรอคะ” พอฉันพูดจบพี่มดก็หลุดขำออกมา
“คนสวย นี่มันมวยเถื่อน เพราะงั้นคนที่มาแข่งก็มีแต่พวกป่าเถื่อนทั้งนั้น ไม่ได้มีระดงระดับอะไรกันมากมายหรอก ก็มาแข่งเอาเงินรางวัลทั้งนั้นแหละ แต่แค่การแข่งมันแบบ...” อยู่ดี ๆ พี่มดก็เงียบลงไปแล้วทำหน้าตาขยะแขยงแทน
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะถามต่อพิธีกรก็เริ่มงานขึ้นแล้ว ฉันจึงต้องเดินไปอีกจุดกับทีมงานแล้วก็เพื่อนร่วมงานอีกคนแทน เธอดูสวยและเซ็กซี่มาก เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันเท่าไหร่ เพราะต่างคนต่างรอทำหน้าที่ของตัวเอง
สามชั่วโมงผ่านไป
งานดำเนินไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาถึงรอบสุดท้ายว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่มดถึงทำหน้าแบบนั้นพอได้มาเห็นกับตาตัวเองแล้ว... มันน่ากลัวเหลือเกิน บนเวทีมีแต่รอยคราบเลือดที่ฉันต้องเดินเหยียบมันบ่อยครั้งเวลาที่ต้องขึ้นไปชูป้าย
และ ‘หน้าใหม่’ ที่พี่มดพูดก็คือเพื่อนร่วมห้องของฉันเองไม่แปลกใจว่าทำไมหน้าใหม่แบบเขาถึงมายังรอบชิงได้ เพราะตอนอยู่ที่มหา’ลัยเขาเองก็ได้ฉายาว่าเป็นบุคคลอันตรายที่สุดอยู่แล้ว ดูเขาตอนนี้สิ บนใบหน้ามีเพียงรอยแตกที่มุมปากเพียงเท่านั้น แต่คู่ชกกลับมีแผลมากกว่าเขาหลายเท่า ท่าทางเขาคงชนะขาดลอยแน่นอน
“หล่อดีเนอะคนนั้นอะ” ‘มะนาว’ เพื่อนร่วมงานของฉันพูดขึ้น เธอก็คือคนที่ฉันชมในตอนแรกนั้นแหละ ก่อนหน้านี้พวกเราสองคนเริ่มพูดคุยกับบ้างแล้วเพราะยืนกันอยู่แค่สองคน มะนาวคงเหงาถึงได้มาชวนฉันคุย
“น่ากลัวออก” ฉันพูดออกไปตามความจริงทุกครั้งที่ฉันต้องขึ้นเวทีเพื่อไปชูป้าย ส่วนนักชกก็กลับเข้ามุมไปนั่งพัก ฉันลุ้นแทบแย่ว่าเขาจะสังเกตเห็นหรือจำฉันได้ไหม แต่ท้ายที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี เขาจำฉันไม่ได้ ซึ่งมันก็ดีมากแล้ว แต่ว่านะตอนเรียนด้วยกันฉันก็ไม่ค่อยจะมีตัวตนอยู่แล้วในห้อง ไม่แปลกที่เขาจะจำไม่ได้ว่าฉันคือใคร
“ก็มีส่วน แต่เถื่อนดี ฉันชอบ” ฉันได้แต่หันไปยิ้มให้มะนาวที่ยืนกอดอกมอง ‘แบล็ค’ เพื่อนรวมห้องของฉันที่สุดแสนจะอันธพาลและน่ากลัว ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องมาชกเพื่อเอาเงิน ถ้าจำไม่ผิดบ้านเขาก็มีหน้ามีตาทางสังคมพอ ๆ กับพี่นพีเลยนะ
แบล็ค Talk
“มึงต้องล้มมันให้ได้นะไอ้แบล็ค!” เสียงเพื่อนของผมพูดขึ้นขณะที่มันกำลังนั่งนวดไหล่ให้ผมอยู่ ผมนั่งหอบหายใจมองฝ่ายตรงข้ามด้วยหน้าตายิ้มเยาะ เพื่อกวนตีนอีกฝ่ายให้หัวร้อนเล่น และดูเหมือนมันจะได้ผล เพราะอีกฝ่ายมองผมด้วยสายตาโมโหแล้ว
“มึงคอยดูเลยไอ้ม่อน มึงก็รู้ว่ากูใคร หึ!” ผมพูดออกไปพร้อมกับนำฟันยางขึ้นมาใส่ แล้วจัดการเดินเข้าสนามเพื่อชกต่อไป
“ห่าเอ๊ย! มึงแม่งเท่วะ!” เสียงไอ้ม่อนพูดไล่ตามหลัง แต่ผมไม่ได้สนใจ แค่อยากจะรีบจัดการไอ้คนตรงหน้าให้มันจบ ๆ แล้วรับเงินสักที
สงสัยกันใช่ไหมว่าทำไมผมจะต้องมาขึ้นชกเพื่อหวังเอาเงิน ถ้าจะให้เล่าก็คงต้องย้อนไปเมื่อสองวันก่อน แต่ว่า! ก่อนที่ผมจะพาพวกคุณย้อนไปผมขอมาแนะนำตัวเองก่อนแล้วกัน ผมชื่อ ‘แบล็ค’ ฉลาด หล่อ บ้านรวย ดีกรีผู้ดี (มั้ง) ผมมันไม่ชอบทำตัวเป็นผู้ดีให้เข้ากับตระกูลตัวเองสักเท่าไหร่ด้วยสิ จะโดนตัดออกจากกองมรดกตอนไหนก็ไม่รู้
ก็นั่นแหละครับ แต่เห็นแบบนี้ผมอยู่มหา’ลัยอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยนะครับ ถึงจะพ่วงด้วยฉายาบ้าบอนั่นก็เถอะ ‘อันธพาล’ คิดแล้วก็ตลกดี คนเราก็ช่างสรรหาคำเนาะ กะอีกแค่ผมไปมีเรื่องกับพวกเด็กวิ’ลัยใกล้ ๆ มอตัวเองแค่นี้ แค่ 1 ต่อ 5 แล้วผมชนะ เพียงแค่นี้ก็ได้ฉายาห่านี่มาแบบงง ๆ พร้อมกับผู้คนที่ต่างตีตัวออกห่างเพราะกลัวผม ยกเว้นเพื่อนสนิทอย่าง ‘ไอ้โลคา’ นะ ไอ้นี่มันก็ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ แต่แค่มันไม่แสดงออกมาก็เท่านั้น มันเลยได้รับความฮอตหญิงติดตรึมมากกว่าผมไป
ผมไม่ได้เตะต่อยเก่งมาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะ ‘อดีต’ มันสอนให้ผมต้องสู้คน นั่นจึงทำให้ผมเปลี่ยนไปมากถ้าเทียบกับแต่ก่อน อดีตก็คืออดีต เพราะงั้นอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า
ตอนนี้ครอบครัวฉันกับครอบครัวโลคากำลังมีปิกนิกและเที่ยวด้วยกัน หลังจากออกโรงพยาบาลฉันก็ต้องกลับไปเรียนใหม่อีกครั้งจนจบออกมาในที่สุด และก็ได้พบว่าตัวเองตั้งครรภ์อ่อน ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ต้องถามหาเลยว่าใครเป็นพ่อ เพราะฉันนอนแค่กับแบล็คคนเดียวนั้นจึงทำให้เราแต่งงานกันหลังจากที่เรียนจบ แล้วก็มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า น้องบีว่าน้องบีว่าเป็นลูกสาวของเราที่ได้นิสัยแบล็คไปหมดเลย ลูกสาวของฉันห้าวมาก ไม่ได้ฉันไปเลยสักนิด ยกเว้นหน้าตาเพียงอย่างเดียวที่คล้ายกับฉันแล้วแบล็คก็อีกคน หวงลูกสาวมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้เลย ขนาดลูกของเพื่อนอย่างโลคาก็ยังตามไปด่าลูกเขาอีกบีว่าเป็นเด็กห้าว ทำให้เข้ากับคราเคนลูกชายของโลคาได้ดีเลย สองคนนี้ชอบชวนกันไปเล่นอะไรแรง ๆ และพิเรนทร์ตลอด ทุกครั้งมักจะมีแผลกลับมาบ้านจนฉันชินแล้วแต่สำหรับแบล็คคือไม่ชิน แบล็คจะตามไปด่าโลคาตลอดให้ลูกชายเลิกยุ่งกับลูกสาวของเขา ซึ่งโลคาเองก็ทำหูทวนลมไป“อย่าถือสาเลยนะเลเน่” ฉันหันไปทำหน้าขอโทษขอโพยที่แบล็คพูดคำหยาบให้เด็กอย่างคราเคนได้ยิน แต่คราเคนเองก็แสบไม่เบา ไม่ได้รู้สึกกลัวแบล็คเลย แถมยังมีท่าทีเหมือนพ่อตัวเองกับแบล็คซะอีก ถอดแบบมาเป
“คุณยายต้องช่วยลูกของแม่แน่เลย ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกลูก พักผ่อนเถอะ” คุณแม่ฉันเดินเข้ามาปลอบใจเสร็จก็ขอตัวกลับไปทำงานกันต่อ โดยที่ฉันเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องเป็นห่วงในส่วนของแบล็คเขาก็ยังคงก้มหน้านั่งอยู่แบบนั้นไม่พูดไม่จา“แล้วนั่นจะนั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอีกนานไหม วาริสก็อุตส่าห์ตื่นขึ้นมาแล้ว เลิกรู้สึกผิดสักที” ไลลาตะโกนใส่แบล็ค ฉันได้แต่มองสิ่งที่ไลลาพูดด้วยความรู้สึกงงงวย“เกิดอะไรขึ้นเหรอไลลา แล้วพี่นพีล่ะ” ฉันถามไลลาออกไปเมื่อแบล็คไม่ได้ตอบโต้อะไรไลลา และไลลาเองก็ส่ายหน้าแล้วหันมามองฉันแทน“ถูกจับเข้าคุกไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะโดนประหารต่อ มันทำเลวหลายอย่าง สมควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น” ไลลาพูดจบฉันเองก็แอบตกใจเหมือนกัน แต่ก็นะ คนเราทำแบบนั้นผลกรรมก็สนองคืนแบบนั้น“แล้วเรื่องบะ...แบล็ค...” ฉันพูดเบา ๆ กับไลลาแล้วก็เงียบลง“ไอ้แบล็คมันไม่กล้าสู้หน้าแก มันเอาแต่โทษตัวเองที่แกเป็นแบบนี้ไปก็เพราะมัน รู้ไหมมันถึงกับไปบ้านแกเพื่อไปกราบขอโทษพ่อแม่แกเลยนะ แถมยังดูแลแกทุกวันไม่ห่างมาตั้งแต่วันแรกที่แกเข้าโรงบาลจนวันนี้ที่แกตื่นขึ้นมา” ฉันพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ไลลากระซิบพูดข้างหู“ขอเวลาหน่อย
มันเป็นภาพที่ฉายไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีแสงแดดเดี๋ยวก็มืด ในเวลาเพียงไม่กี่วิแต่กลับเปลี่ยนคนไปมาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีพ่อแม่ฉันเดี๋ยวก็มีไลลา และสุดท้ายก็จบลงที่แบล็คในตอนกลางคืน ภาพฉายที่ฉันเห็นบ่อยสุดก็คือเขาดูเหมือนเขาจะอยู่ข้างฉันตลอดเลยในช่วงเวลากลางคืน“ฮึก!” และก่อนที่ภาพจะหายไปสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือภาพที่แบล็คกำลังจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากของฉัน ใบหน้าของเขามันดูเศร้ามาก ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตามันได้ไหลออกมาตอนไหน ฉันรู้แต่ว่าตัวเองสะอึกร้องไห้ออกมาด้วยใจที่บีบหนักมาก“อะไรที่เขาเคยทำไม่ดีก็ให้มันแล้วต่อกันไปเถอะนะลูก ดูตอนนี้สิ หนูน่าจะมองออกแล้วใช่ไหมว่าเขารักหนูมากแค่ไหน ลองให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งดีไหมจ๊ะ” คุณยายวางมือลงที่ไหล่ของฉัน ท่านส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนฉันได้แต่ยิ้มตอบท่านและก็หันกลับไปมองที่เดิมต่อ แม้ตอนนี้มันจะเห็นเพียงแค่หมอก ไม่ได้เห็นภาพเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่ทุกความรู้สึกมันกลับยังคงตราตรึงอยู่ในใจของฉันไม่หายไปไหน“หนูคงไม่สามารถกลับไปอีกได้แล้ว ตอนนี้หนูตายไปแล้วใช่ไหมคะคุณยาย” ฉันหันไปมองท่านด้วยใบหน้าเศร้า การที่ได้มาเจอคุณยายที่นี่ก็น่าจ
“หุบปาก! มึงก็อีกคนอีตัวดี กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงแทบตายเสือกมาตลบหลังกูโดยการไปยุ่งกับมัน!” พี่นพีล็อกคอฉันให้แน่นขึ้น พร้อมกับใช้ปลายกระบอกปืนจี้มาที่ขมับของฉันแรงขึ้นอีก“ปล่อยตัวประกันซะ” ทางตำรวจตะโกนมาอีกครั้งพร้อมกับจ่อปืนมาทางเราเช่นกัน“ถ้าใครเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวหัวอีนี่ได้กระจุยแน่!” พี่นพีตะโกนดังลั่นพร้อมกับค่อย ๆ เดินก้าวถอยหลังไปเรื่อย จนออกมาหน้าห้องที่มีตำรวจอยู่ ฉันเดินไปพร้อมกับพี่นพีโดยการที่โดนพี่เขาบังคับให้เดิน“…” แบล็คเองก็มองฉันด้วยสายตาที่เหมือนเป็นห่วง แต่เขาไม่สามารถเดินตามเรามาได้“พี่นพีอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ มอบตัวเถอะ” เราเดินมาจนถึงชั้นจอดรถแล้ว ฉันก็เพิ่งจะเริ่มกล้าพูดอะไรขึ้นมาบ้างหลังจากที่โดนเขาลากเข้าลิฟต์จนมาถึงยังชั้นจอดรถ“อย่ามาอวดดีสั่งสอนกู!” พี่เขาจับฉันหันกลับหมุนตัวไปมองหน้าเขาอย่างไว พร้อมกับมือหยาบจับเข้าที่คางของฉัน แรงบีบก็เริ่มต้นขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บ“ปล่อยเธอ! แล้วมึงอยากจะหนีไปที่ไหนก็ไป ขอแค่ปล่อยเธอซะไอ้นพี กูสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรกับตำรวจ” เสียงของแบล็คดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันไม่รู้ว่าเขามาได้ยังไง แต่พอโดนจับให้หันไปมองก็เห็นแค่เพียง
“นี่คุณ!” ฉันเรียกคนตรงหน้าเสียงดังเมื่ออยู่ดี ๆ ก็เขามาผลักฉัน“…” ผู้ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขาเริ่มจัดการกับสิ่งที่ใช้ปกปิดบนใบหน้าจนออกหมด“บะ...แบล็ค!” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยอาการตื่นตกใจ ไม่คาดคิดว่าเขาจะมา แถมยังมาในวันที่ฉัน...กำลังจะหมั้นหมายด้วยอีก“ปะ” แบล็คเดินเข้ามาจับที่ข้อมือของฉัน แล้วก็ออกแรงดึงให้ฉันเริ่มเดินตามเขาไปตรงหน้าต่างของห้อง“เดี๋ยว! คิดจะทำอะไร” ฉันยื้อตัวเองเอาไว้ และเริ่มบิดข้อมือเพื่อหนีจากการจับกุมของเขา“จะพาหนี” เขาพูดเสียงนิ่ง“หนี?” ฉันทวนคำพูดของเขาอีกรอบ“ไม่ให้หมั้น” แบล็คพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นคำพูดที่ชวนให้ฉันรู้สึกใจเต้นเป็นอย่างมาก“มีสิทธิ์อะไรที่จะมาห้าม” ฉันพูดเสียงแข็ง แม้ในใจของฉันมันจะกำลังทำในสิ่งตรงกันข้าม แต่สิ่งที่ฉันควรแสดงออกมาคือการเข้มแข็งและอย่าไปหลงคารมณ์ของเขาอีก“ไม่มีเวลาแล้ว ดูเหมือนมันจะรู้ตัว” แบล็คเริ่มพูดอะไรที่ไม่เข้าใจเมื่อเขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง“อะไร ใครรู้ตัว?” ฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่สักนิด“หนีไปกับผม อย่าหมั้นกับมัน” แบล็คเดินเข้ามาหาฉันอีกครั้ง และเหมือนเดิมคือการ
“เราหมายความว่ายังไง” ฉันล้วงมือไปหยิบมือถือในกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมา ระหว่างทางที่ฉันกลับบ้านอยู่ดี ๆ ก็มีใครไม่รู้ส่งรูปนี้มาให้กับฉันแล้วจัดการวางมือถือลงบนโต๊ะเช่นกัน ก่อนจะใช้นิ้วดันให้มันเลื่อนไปตรงหน้าพี่เขา“…” พี่นพีได้แต่มองและเงียบไปเลย“ถือว่าเจ๊ากันไปแทนนะคะ” ฉันเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาลงเก็บที่เดิม“คือ...พี่”“น้องวาอยากยกเลิกงานหมั้นค่ะ ส่วนเรื่องหนี้น้องวาสัญญาว่าจะหามาคืนให้กับพี่นพีให้ครบทุกบาททุกสตางค์” ฉันตัดสินใจพูดออกไปหลังจากที่นั่งคิดมาในรถนานพอสมควรแล้ว“ไม่ได้นะ! พี่ไม่ยอมเด็ดขาด!” พี่นพีใช้กำปั้นทุบลงโต๊ะตรงหน้าอย่างแรง“ในเมื่อพี่ไม่ได้รักน้องวา แล้วน้องวาเองก็ไม่ได้รักพี่นพีเราจะฝืนแต่งฝืนหมั้นกันไปทำไมคะ” ฉันพูดตามความจริงออกมา“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะ! ว่าน้องวาอยากจะกลับไปหามันใช่ไหม!” พี่นพีลุกขึ้นแล้วมาฉุดกระชากแขนฉันให้ลุกขึ้นตามอย่างแรง ทุกการกระทำไม่มีใครเห็น นอกจากเราสองคนที่เห็นกันเองในห้อง“วาเจ็บนะคะ!” ฉันกระแทกเสียงพูดออกไปพร้อมกับบิดข้อมือตัวเองให้ออกจากการจับกุมของพี่เขา“อย่าลืมสิ ที่ทุกวันนี้ตระกูลของน้องวายังอยู่มันเพราะเงินใคร! อีกอย่







