LOGINเมื่อสองวันก่อนไอ้ม่อนได้มาขอร้องให้ผมมาขึ้นชก แทนเด็กในสังกัดของมันที่ได้รับบาดเจ็บจากการโดนคนไม่หวังดีลอบทำร้าย ผมสืบจนรู้ว่าไอ้คนที่มันทำระยำแบบนั้นก็คือไอ้ห่านี่ที่ผมกำลังขึ้นชกกับมันอยู่ ตอนแรกผมปฏิเสธไอ้ม่อนไปเพราะไม่อยากมีปัญหากับแม่ ส่วนพ่อผมไม่อะไรเท่าแม่ เชื่อสิว่าพ่อคงสนับสนุนผมสุด ๆ
ไอ้ม่อนมันก็ให้เหตุผลว่างานแข่งมีแต่คนกันเองทั้งนั้น และคนพวกนั้นไม่สนใจนักขึ้นชกเท่าไหร่ ก็มาพนันกันซะส่วนมาก เป็นการแข่งที่ไม่ได้ออกทีวีอะไร ผมก็เลยตกลงรับไป เงินที่ได้ผมก็กะว่าจะให้มันไปซะ ผมไม่ได้อยากได้เงิน แต่ผมอยากมาจัดการกับไอ้คนที่มันชอบเล่นตุกติกมากกว่า
ผมเป็นเพื่อนกับไอ้ม่อนนานแล้ว ตั้งแต่ที่ผมเข้าวงการหาเรื่องคน (มีด้วยเหรอ 555) แต่ก่อนไอ้ม่อนเป็นเพียงลูกกระจ๊อกของแก๊งหนึ่งที่ผมไปถล่มมา คนในแก๊งของมันพยายามจะขืนใจผู้หญิงในซอกซอยที่ผมเดินผ่านพอดี ผมได้ยินเข้าก็เลยไปช่วยไว้ แต่ใครจะไปคิดว่ามันกัดผมไม่ปล่อย ด้วยความรำคาญก็เลยไปจัดการให้ไม่มีแก๊งนี้อีกต่อไป จบ ๆ
นั่นแหละก็เลยได้เจอมัน จนผ่านไปหลายปีแล้วมันก็มาเปิดค่ายมวยของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ดังอะไรนัก และที่น่าแปลกเลยคือไอ้ม่อนเนี่ยนะเปิดค่ายมวย ไม่พอนักชกของมันก็เก่งฉิบหาย ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างไอ้ม่อนที่เตะต่อยใครไม่เป็นแต่กลับฝึกฝนพวกนั้นมาได้
เอาเถอะในเมื่อเพื่อนเดือนร้อนผมก็ต้องช่วย ต่อให้สนิทหรือไม่ยังไงมันก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนผม
วาริส Talk
การแข่งขันในตอนนี้เต็มไปด้วยความดุเดือด เหล่าผู้คนต่างส่งเสียงเชียร์ให้กับคู่ชกบนเวทีไม่ขาดสาย โดยจะมีพนักงานชายเดินถือกล่องอะไรสักอย่างเพื่อให้คนเชียร์เหล่านั้นหย่อนเงินลงกล่อง น่าจะเป็นการพนันกันซะส่วนใหญ่
“เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” มะนาวเดินมากระซิบพูดกับฉัน เนื่องจากเสียงที่ดังจึงทำให้เราต้องป้องปากเพื่อพูดคุยกัน
“โอเค รีบมานะ” มะนาวพยักหน้าให้เป็นคำตอบ การชกน่าจะยังไม่จบ ดูจากท่าทางแล้วมะนาวน่าจะกลับมาทัน วันนี้มะนาวจะเป็นคนขึ้นส่งสายเข็มขัดมอบให้แทนฉัน เพราะเธอขอทำเองด้วยความที่อยากจะไปใกล้ชิดกับแบล็ค ฉันก็เลยเต็มใจมากที่จะให้เธอเป็นคนทำ อันที่จริงฉันก็กะจะคุยเรื่องนี้กับมะนาวแต่แรกแล้ว พอดีเธอเป็นคนพูดออกมาก่อนก็เลยรีบตกลงแบบไม่คิดเลย
ผ่านไปยี่สิบนาที
“ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ” ฉันเดินร้อนล้นชะเง้อคอมองหามะนาว เธอไปนานแล้วแต่ก็ยังไม่กลับมาสักที จนตอนนี้นักชกพักกันรอบสุดท้ายแล้ว ใกล้จะจบแล้วด้วย
“เธอ” ฉันยืนนิ่งเมื่อได้ยินเสียงของแบล็คที่เอ่ยออกมา จุดที่เขาพักมันอยู่ใกล้กับฉันพอดี เขาคงไม่ได้เรียกฉันหรอกเนาะ
“...” ฉันไม่สนใจและยังคงมองหามะนาวต่อไป
“เรียกไม่ได้ยินเหรอ เธอที่ใส่ชุดเงินนั้นอะ” น้ำเสียงเขาดูหงุดหงิดขึ้น ใส่ชุดเงินงั้นเหรอ... ก็ฉันนี่!
“มะ...มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันพยายามทำเสียงใหญ่เข้าไว้แล้วหันกลับไปมองที่เขา
“หยิบขวดน้ำให้หน่อยดิ” เขาชี้ไปทางแพ็กขวดน้ำ พอมองดูดี ๆ แล้วผู้ช่วยของนักมวยหรือที่เขาเรียกกัน ฉันไม่รู้ว่าต้องเรียกยังไง ช่างเหอะ คนนั้นเขาไม่อยู่ เพราะงั้นแบล็คเลยใช้ฉันแทนสินะ ฉันจึงรีบพยักหน้าแล้วเดินก้มหน้าไปหยิบขวดน้ำเล็กให้ แล้วก็เดินไปยื่นให้เขาโดยการหันไปทางอื่นแทนด้วย
“บ้าเปล่าวะ ขอบใจมากแล้วกัน” ด้วยความที่เขาเห็นฉันทำท่าทางแปลก ๆ ก็เลยพูดเบา ๆ ออกมา แต่ฉันดันไปได้ยิน จากนั้นเขาก็กล่าวคำขอบคุณออกมาเต็มน้ำเสียง
“ขะ...ขอตัวค่ะ” ฉันรีบเดินไปยังจุดเดิม ระหว่างนั้นก็เห็นมะนาวกลับมาพอดี
ฟู่ววว สบายใจหน่อย
“มะนาวไปไหนมานานเชียว ใกล้จะจบแล้วนะ” ฉันรีบเดินเข้าไปพูดกับมะนาวด้วยท่าทางดีใจ ฉันคิดว่าตัวเองจะต้องขึ้นไปซะแล้ว
“แหม! ไม่อยากขึ้นไปขนาดนั้นเชียว ฉันเห็นมีแต่คนอยากขึ้นไปได้หน้าได้งานกันทั้งนั้น” มะนาวยิ้มให้ฉันแล้วพูดขำ ๆ ฉันเลยเอาแต่ส่ายหัวแทน พลางคิดในใจงานแบบนี้ไม่เอาแล้วครั้งเดียวเกินพอ แล้วก็นะ ฉันก็จะไปห้ามไลลาด้วย ให้เธอไปหางานที่มันดูปลอดภัยกว่านี้หน่อยดีกว่า
*คำว่า ‘โม’ ย่อมาจากคำว่า Modify*
ขอบคุณข้อมูลจาก Pantip โดยชื่อผู้ใช้งานว่า 808585 *ฟันยาง นักมวยใส่เพื่อใช้ป้องกันฟันกับเหงือกบน หากไม่ใส่ เวลาโดนหมัด โดนเท้าเข้ากราม หรือเข้าปากตรงฟันหน้าแรง ๆ เหงือกยุบ ฟันร่วงเลยนะ และที่สำคัญลดแรงกระแทกจากกำปั้น ไม่ให้กระเทือนถึงสมองได้ด้วยหากโดนชกเข้าปาก หรือกรามอย่างแรง* ขอบคุณข้อมูลจากประสบการณ์ตรงของคน Pantip จากชื่อผู้ใช้งานว่า Proton
ตอนนี้ครอบครัวฉันกับครอบครัวโลคากำลังมีปิกนิกและเที่ยวด้วยกัน หลังจากออกโรงพยาบาลฉันก็ต้องกลับไปเรียนใหม่อีกครั้งจนจบออกมาในที่สุด และก็ได้พบว่าตัวเองตั้งครรภ์อ่อน ๆ ขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ต้องถามหาเลยว่าใครเป็นพ่อ เพราะฉันนอนแค่กับแบล็คคนเดียวนั้นจึงทำให้เราแต่งงานกันหลังจากที่เรียนจบ แล้วก็มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า น้องบีว่าน้องบีว่าเป็นลูกสาวของเราที่ได้นิสัยแบล็คไปหมดเลย ลูกสาวของฉันห้าวมาก ไม่ได้ฉันไปเลยสักนิด ยกเว้นหน้าตาเพียงอย่างเดียวที่คล้ายกับฉันแล้วแบล็คก็อีกคน หวงลูกสาวมาก ใครเข้าใกล้ไม่ได้เลย ขนาดลูกของเพื่อนอย่างโลคาก็ยังตามไปด่าลูกเขาอีกบีว่าเป็นเด็กห้าว ทำให้เข้ากับคราเคนลูกชายของโลคาได้ดีเลย สองคนนี้ชอบชวนกันไปเล่นอะไรแรง ๆ และพิเรนทร์ตลอด ทุกครั้งมักจะมีแผลกลับมาบ้านจนฉันชินแล้วแต่สำหรับแบล็คคือไม่ชิน แบล็คจะตามไปด่าโลคาตลอดให้ลูกชายเลิกยุ่งกับลูกสาวของเขา ซึ่งโลคาเองก็ทำหูทวนลมไป“อย่าถือสาเลยนะเลเน่” ฉันหันไปทำหน้าขอโทษขอโพยที่แบล็คพูดคำหยาบให้เด็กอย่างคราเคนได้ยิน แต่คราเคนเองก็แสบไม่เบา ไม่ได้รู้สึกกลัวแบล็คเลย แถมยังมีท่าทีเหมือนพ่อตัวเองกับแบล็คซะอีก ถอดแบบมาเป
“คุณยายต้องช่วยลูกของแม่แน่เลย ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกลูก พักผ่อนเถอะ” คุณแม่ฉันเดินเข้ามาปลอบใจเสร็จก็ขอตัวกลับไปทำงานกันต่อ โดยที่ฉันเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องเป็นห่วงในส่วนของแบล็คเขาก็ยังคงก้มหน้านั่งอยู่แบบนั้นไม่พูดไม่จา“แล้วนั่นจะนั่งเป็นพระเอกเอ็มวีอีกนานไหม วาริสก็อุตส่าห์ตื่นขึ้นมาแล้ว เลิกรู้สึกผิดสักที” ไลลาตะโกนใส่แบล็ค ฉันได้แต่มองสิ่งที่ไลลาพูดด้วยความรู้สึกงงงวย“เกิดอะไรขึ้นเหรอไลลา แล้วพี่นพีล่ะ” ฉันถามไลลาออกไปเมื่อแบล็คไม่ได้ตอบโต้อะไรไลลา และไลลาเองก็ส่ายหน้าแล้วหันมามองฉันแทน“ถูกจับเข้าคุกไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะโดนประหารต่อ มันทำเลวหลายอย่าง สมควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น” ไลลาพูดจบฉันเองก็แอบตกใจเหมือนกัน แต่ก็นะ คนเราทำแบบนั้นผลกรรมก็สนองคืนแบบนั้น“แล้วเรื่องบะ...แบล็ค...” ฉันพูดเบา ๆ กับไลลาแล้วก็เงียบลง“ไอ้แบล็คมันไม่กล้าสู้หน้าแก มันเอาแต่โทษตัวเองที่แกเป็นแบบนี้ไปก็เพราะมัน รู้ไหมมันถึงกับไปบ้านแกเพื่อไปกราบขอโทษพ่อแม่แกเลยนะ แถมยังดูแลแกทุกวันไม่ห่างมาตั้งแต่วันแรกที่แกเข้าโรงบาลจนวันนี้ที่แกตื่นขึ้นมา” ฉันพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ไลลากระซิบพูดข้างหู“ขอเวลาหน่อย
มันเป็นภาพที่ฉายไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีแสงแดดเดี๋ยวก็มืด ในเวลาเพียงไม่กี่วิแต่กลับเปลี่ยนคนไปมาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็มีพ่อแม่ฉันเดี๋ยวก็มีไลลา และสุดท้ายก็จบลงที่แบล็คในตอนกลางคืน ภาพฉายที่ฉันเห็นบ่อยสุดก็คือเขาดูเหมือนเขาจะอยู่ข้างฉันตลอดเลยในช่วงเวลากลางคืน“ฮึก!” และก่อนที่ภาพจะหายไปสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือภาพที่แบล็คกำลังจรดริมฝีปากลงที่หน้าผากของฉัน ใบหน้าของเขามันดูเศร้ามาก ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตามันได้ไหลออกมาตอนไหน ฉันรู้แต่ว่าตัวเองสะอึกร้องไห้ออกมาด้วยใจที่บีบหนักมาก“อะไรที่เขาเคยทำไม่ดีก็ให้มันแล้วต่อกันไปเถอะนะลูก ดูตอนนี้สิ หนูน่าจะมองออกแล้วใช่ไหมว่าเขารักหนูมากแค่ไหน ลองให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งดีไหมจ๊ะ” คุณยายวางมือลงที่ไหล่ของฉัน ท่านส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนฉันได้แต่ยิ้มตอบท่านและก็หันกลับไปมองที่เดิมต่อ แม้ตอนนี้มันจะเห็นเพียงแค่หมอก ไม่ได้เห็นภาพเหมือนเมื่อกี้แล้ว แต่ทุกความรู้สึกมันกลับยังคงตราตรึงอยู่ในใจของฉันไม่หายไปไหน“หนูคงไม่สามารถกลับไปอีกได้แล้ว ตอนนี้หนูตายไปแล้วใช่ไหมคะคุณยาย” ฉันหันไปมองท่านด้วยใบหน้าเศร้า การที่ได้มาเจอคุณยายที่นี่ก็น่าจ
“หุบปาก! มึงก็อีกคนอีตัวดี กูอุตส่าห์ทำดีกับมึงแทบตายเสือกมาตลบหลังกูโดยการไปยุ่งกับมัน!” พี่นพีล็อกคอฉันให้แน่นขึ้น พร้อมกับใช้ปลายกระบอกปืนจี้มาที่ขมับของฉันแรงขึ้นอีก“ปล่อยตัวประกันซะ” ทางตำรวจตะโกนมาอีกครั้งพร้อมกับจ่อปืนมาทางเราเช่นกัน“ถ้าใครเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวหัวอีนี่ได้กระจุยแน่!” พี่นพีตะโกนดังลั่นพร้อมกับค่อย ๆ เดินก้าวถอยหลังไปเรื่อย จนออกมาหน้าห้องที่มีตำรวจอยู่ ฉันเดินไปพร้อมกับพี่นพีโดยการที่โดนพี่เขาบังคับให้เดิน“…” แบล็คเองก็มองฉันด้วยสายตาที่เหมือนเป็นห่วง แต่เขาไม่สามารถเดินตามเรามาได้“พี่นพีอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ มอบตัวเถอะ” เราเดินมาจนถึงชั้นจอดรถแล้ว ฉันก็เพิ่งจะเริ่มกล้าพูดอะไรขึ้นมาบ้างหลังจากที่โดนเขาลากเข้าลิฟต์จนมาถึงยังชั้นจอดรถ“อย่ามาอวดดีสั่งสอนกู!” พี่เขาจับฉันหันกลับหมุนตัวไปมองหน้าเขาอย่างไว พร้อมกับมือหยาบจับเข้าที่คางของฉัน แรงบีบก็เริ่มต้นขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บ“ปล่อยเธอ! แล้วมึงอยากจะหนีไปที่ไหนก็ไป ขอแค่ปล่อยเธอซะไอ้นพี กูสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรกับตำรวจ” เสียงของแบล็คดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันไม่รู้ว่าเขามาได้ยังไง แต่พอโดนจับให้หันไปมองก็เห็นแค่เพียง
“นี่คุณ!” ฉันเรียกคนตรงหน้าเสียงดังเมื่ออยู่ดี ๆ ก็เขามาผลักฉัน“…” ผู้ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขาเริ่มจัดการกับสิ่งที่ใช้ปกปิดบนใบหน้าจนออกหมด“บะ...แบล็ค!” ฉันมองคนตรงหน้าด้วยอาการตื่นตกใจ ไม่คาดคิดว่าเขาจะมา แถมยังมาในวันที่ฉัน...กำลังจะหมั้นหมายด้วยอีก“ปะ” แบล็คเดินเข้ามาจับที่ข้อมือของฉัน แล้วก็ออกแรงดึงให้ฉันเริ่มเดินตามเขาไปตรงหน้าต่างของห้อง“เดี๋ยว! คิดจะทำอะไร” ฉันยื้อตัวเองเอาไว้ และเริ่มบิดข้อมือเพื่อหนีจากการจับกุมของเขา“จะพาหนี” เขาพูดเสียงนิ่ง“หนี?” ฉันทวนคำพูดของเขาอีกรอบ“ไม่ให้หมั้น” แบล็คพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นคำพูดที่ชวนให้ฉันรู้สึกใจเต้นเป็นอย่างมาก“มีสิทธิ์อะไรที่จะมาห้าม” ฉันพูดเสียงแข็ง แม้ในใจของฉันมันจะกำลังทำในสิ่งตรงกันข้าม แต่สิ่งที่ฉันควรแสดงออกมาคือการเข้มแข็งและอย่าไปหลงคารมณ์ของเขาอีก“ไม่มีเวลาแล้ว ดูเหมือนมันจะรู้ตัว” แบล็คเริ่มพูดอะไรที่ไม่เข้าใจเมื่อเขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง“อะไร ใครรู้ตัว?” ฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่สักนิด“หนีไปกับผม อย่าหมั้นกับมัน” แบล็คเดินเข้ามาหาฉันอีกครั้ง และเหมือนเดิมคือการ
“เราหมายความว่ายังไง” ฉันล้วงมือไปหยิบมือถือในกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมา ระหว่างทางที่ฉันกลับบ้านอยู่ดี ๆ ก็มีใครไม่รู้ส่งรูปนี้มาให้กับฉันแล้วจัดการวางมือถือลงบนโต๊ะเช่นกัน ก่อนจะใช้นิ้วดันให้มันเลื่อนไปตรงหน้าพี่เขา“…” พี่นพีได้แต่มองและเงียบไปเลย“ถือว่าเจ๊ากันไปแทนนะคะ” ฉันเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาลงเก็บที่เดิม“คือ...พี่”“น้องวาอยากยกเลิกงานหมั้นค่ะ ส่วนเรื่องหนี้น้องวาสัญญาว่าจะหามาคืนให้กับพี่นพีให้ครบทุกบาททุกสตางค์” ฉันตัดสินใจพูดออกไปหลังจากที่นั่งคิดมาในรถนานพอสมควรแล้ว“ไม่ได้นะ! พี่ไม่ยอมเด็ดขาด!” พี่นพีใช้กำปั้นทุบลงโต๊ะตรงหน้าอย่างแรง“ในเมื่อพี่ไม่ได้รักน้องวา แล้วน้องวาเองก็ไม่ได้รักพี่นพีเราจะฝืนแต่งฝืนหมั้นกันไปทำไมคะ” ฉันพูดตามความจริงออกมา“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะ! ว่าน้องวาอยากจะกลับไปหามันใช่ไหม!” พี่นพีลุกขึ้นแล้วมาฉุดกระชากแขนฉันให้ลุกขึ้นตามอย่างแรง ทุกการกระทำไม่มีใครเห็น นอกจากเราสองคนที่เห็นกันเองในห้อง“วาเจ็บนะคะ!” ฉันกระแทกเสียงพูดออกไปพร้อมกับบิดข้อมือตัวเองให้ออกจากการจับกุมของพี่เขา“อย่าลืมสิ ที่ทุกวันนี้ตระกูลของน้องวายังอยู่มันเพราะเงินใคร! อีกอย่







