เข้าสู่ระบบ“ได้เงินแล้ว งั้นก็ขึ้นรถสิ ฉันจะไปส่ง”
มือใหญ่ร้อนผ่าวคว้ามือเล็กบอบบาง แม้จะไม่นุ่มนิ่มเท่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเจอมา แต่เมื่อสัมผัสโดนเพียงนิดกลับทำให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นจากร่างกายของเธอพุ่งตรงเข้ามาสู่หัวใจของเขา
“เอ่อ นายไม่ต้องไปส่งฉันหรอก ฉันจะไปทำงาน”
“ก็ไปส่งที่ทำงานไง จะได้รู้ว่าเธอไม่โกหก”
คนเอาแต่ใจถือวิสาสะดันเธอเข้าไปนั่งในรถ ก่อนจะเดินอ้อมมาฝั่งคนขับแล้วรีบออกตัวอย่างแรงจนฝุ่นตลบทั่วบริเวณ
ไม่นานเกินรอ รถยนต์คันหรูสีดำมันปลาบก็เข้ามาจอดที่ลานกว้างหน้าร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างน่ารักแสนหวาน ด้านในมีลูกค้านั่งอยู่หลายโต๊ะ ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มผู้หญิงและคู่รัก มีเขาเท่านั้นที่มานั่งคนเดียว จึงเลือกมุมด้านในสุดแก้เขิน
ก็บรรยากาศแสนหวานชวนเลี่ยนแบบนี้เขาเคยมาใช้บริการที่ไหน แค่เห็นก็ขนลุกแล้ว เกิดไอ้พวกปากมอมมันรู้เข้าว่าเขามาส่งและนั่งเฝ้าสาวไซด์ไลน์ที่ร้านแบบนี้ พวกมันคงหัวเราะเยาะเย้ยเขาจนลูกบวช
“พี่แก้ว พรุ่งนี้ลิซขออนุญาตลางานหนึ่งวันนะคะ มีธุระนิดหน่อยค่ะ”
“ได้สิ แล้วแม่เป็นยังไงบ้างลิซ”
“ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ แต่ก็ยังเจ็บแผลผ่าตัดอยู่ ยังไปทำงานไม่ได้”
“ดีแล้วที่ท่านไม่เป็นอะไรมาก เหนื่อยหน่อยนะลิซ ช่วงนี้”
“ค่ะพี่แก้ว ลิซไหวค่ะ ขอแค่ได้เรียนต่อจนจบพร้อมเพื่อน”
“อืม มีอะไรให้ช่วยก็บอกพี่ อย่าเกรงใจล่ะ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
เจ้าของร้านแห่งนี้ใจดีกับเธอเสมอ เป็นแหล่งพักพิงของหงส์ปีกหักอย่างเธอมาสามปีเต็มจนย่างเข้าปีที่สี่แล้ว แม้ว่าเจ้าของร้านเองจะมีภาระหนี้สินมากมาย แต่ก็ยังใจดีพร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอเสมอ แต่เธอไม่เคยนำปัญหาของตัวเองไปรบกวนใครเลย ด้วยรู้ดีว่าเมื่อถึงคราวลำบาก ก็มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่จะช่วยเหลือตัวเองได้
“จ้ะ งั้นไปรับออเดอร์ผู้ชายหล่อๆ ที่เดินตามลิซเข้ามาเมื่อกี้เถอะ ไม่รู้ว่ามารอแฟนหรือเปล่า ปกติร้านเราไม่ค่อยมีผู้ชายมานั่งคนเดียวนะ”
“เอ่อ ค่ะ”
เธอไม่บอกว่าเขามาพร้อมกับเธอ เพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ และคิดว่าอีกไม่นานเขาคงเบื่อและล่าถอยกลับไปเองเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้ไปนอนกับผู้ชายคนอื่นอย่างที่เขากังวล
“นายจะเอาอะไรไหม หรือจะกลับเลย”
“นี่พนักงานร้านนี้ต้อนรับลูกค้าแบบนี้เหรอ บอกเจ้าของร้านดีไหม”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะ คือฉันแค่คิดว่านายตามมาดูว่าฉันทำงานอะไร พอรู้แล้วก็อาจจะอยากกลับ ไม่คิดว่าจะมานั่งเสียเวลาดูฉันทำงาน เพราะร้านแบบนี้คงไม่มีผู้ชายคนไหนมาซื้อบริการฉันหรอก”
“หึ ก็ฉันนี่ไง อีกอย่างนี่ก็เย็นแล้ว ฉันยังไม่ได้กินข้าว เธอก็จะไล่ฉันกลับ พอได้เงินแล้วก็ไม่ต้องแคร์ลูกค้าอย่างฉันแล้วงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันขอโทษแล้วกันที่ลืมคิดเรื่องนี้ไป งั้นนายจะกินอะไรดีล่ะ”
“ที่นี่มีอะไรอร่อยล่ะ”
“ก็พวกข้าว สเต๊ก ขนมหวาน”
“งั้นเอาสเต๊กมาสองที่ แล้วเธอก็มานั่งกินกับฉัน”
“ไม่ได้หรอก ฉันทำงานอยู่นะ แล้วลูกค้าก็กำลังเข้าร้านด้วย”
“เธอก็ยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่เหรอ”
“ฉันกินข้าวหลังร้านปิดนู่นแหละ เอาแค่สเต๊กนะ เดี๋ยวฉันจัดการให้”
คิริวมองตามร่างบางที่เดินหายเข้าไปในร้านแล้วอดที่จะแปลกใจไม่ได้ ในเมื่อเธอทั้งสาวทั้งสวย ขายตัวได้ครั้งละครึ่งแสนแบบนี้ ทำไมต้องมาเป็นเด็กเสิร์ฟให้เหนื่อยเปล่าๆ ในเมื่อแค่นอนเฉยๆ ร้องครางเสียงหวานๆ ก็ได้เงินมากมายขนาดนั้นแล้ว จะว่าเธอติดหรู ใช้จ่ายเงินสิ้นเปลืองก็ไม่น่าใช่ ก็ดูตั้งแต่หัวจรดเท้าเธอไม่มีของแบรนด์เนมสักชิ้น กระเป๋าที่ใช้ยังเป็นผ้ากระสอบแสนเชยอยู่เลย
แก้วทรงสวยที่เหลือเพียงน้ำแข็งถูกวางลงข้างๆ กับแก้วว่างเปล่าอีกหลายใบ ดวงตาคมกริบมองไปยังแผ่นหลังเล็กที่กำลังเก็บจานเมื่อลูกค้าโต๊ะสุดท้ายเพิ่งออกจากร้านไป ตอนนี้ทั้งร้านจึงเหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่เป็นลูกค้า
“เอ่อ คิริว ร้านปิดแล้ว นายจะเช็กบิลเลยไหม”
“อืม เอาสิ”
คนหล่อยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา ไม่รู้ว่านั่งอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว แต่ดูจากจำนวนแก้วน้ำบนโต๊ะก็คงจะนานอยู่พอดู
“สี่ทุ่มแล้วเหรอวะ แล้วกูมานั่งทำห่าอะไรที่นี่วะเนี่ย”
คนตัวโตส่ายหน้าระอาตัวเอง ไม่เข้าใจหรอก ว่ามานั่งทำอะไร แต่ก็ให้เหตุผลไปว่ามานั่งเฝ้าสินค้าที่เขาซื้อมาในราคาแพง ไม่ให้ไปเสนอขายให้ใครตัดหน้าเขาอีก แล้วหลังจากคืนพรุ่งนี้ เธอจะไปเร่ขายให้ใครมันก็เป็นเรื่องของเธอ เพราะคนอย่างคิริว ไม่เคยใช้ผู้หญิงคนเดิมๆ ซ้ำซาก ยิ่งท่าทางนิ่งๆ หน้าตาไร้รอยยิ้ม ดวงตาเศร้าๆ อย่างเธอ แค่คืนเดียวก็คงจะเต็มกลืนแล้ว
“ฉันไปรอเธอที่รถนะ เสร็จแล้วก็ตามไปแล้วกัน”
เมื่อจ่ายเงินพร้อมทิปให้เธอหนักๆ ก็นัดแนะสถานที่กับเธออีกครั้ง
“จะรอทำไม เลิกงานแล้วฉันก็ขึ้นรถเมล์กลับห้อง ไม่ได้ไปไหนต่อแล้ว นายกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ”
“ใครจะเชื่อล่ะ ไหนๆ ก็นั่งรอมาตั้งห้าชั่วโมงแล้ว ไปส่งเธออีกนิดก็คงไม่เป็นไร”
“แต่ฉันไม่สะดวก”
“ทำไม กลัวว่าถ้าฉันรู้ที่อยู่ของเธอแล้วจะตามไปวอแวเธอหลังจากนี้เหรอ อลิซ นี่เธอไม่รู้จักฉันหรือไง ถึงคิดว่าฉันจะตามตื๊อผู้หญิงที่เคยนอนด้วย”
มันก็จริงของเขา เพราะชื่อเสียงของเขาออกจะโด่งดัง สาวๆ คณะเธอที่สวยๆ ล้วนแต่โดนเขากวาดมาเกือบหมดแล้ว แถมทุกคนยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาไม่เคยเรียกใครไปนอนด้วยซ้ำสอง
“ฉันก็แค่เกรงใจนาย”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก มาถึงขนาดนี้ละ เลิกงานแล้วรีบตามไปล่ะ จะรอที่รถ”
“ก็ได้”
อีกครึ่งชั่วโมงถัดมา เขาก็มาจอดรถส่งเธอที่หน้าหอพักขนาดกลางที่ค่อนข้างซอมซ่อ ทั้งยังอยู่ในซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยว มองลึกเข้าไปในซอยนั้นมืดสนิทแทบไม่มีแสงไฟ ดีที่หอพักของเธอไม่ได้อยู่ลึกอะไร แค่เข้าซอยมาไม่ถึงห้าสิบเมตรเท่านั้น
เขากวาดตามองบริเวณโดยรอบผ่านกระจกด้านหน้าของรถยนต์ นอกจากตึกซอมซ่อและซอยเปลี่ยวๆ แล้ว ด้านหน้าของตึกยังมีพวกขี้เหล้านั่งตั้งวงดื่มกินกันเสียงดัง ดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจสักนิด ไม่เข้าใจว่าเธอทนอยู่ในสถานที่แบบนี้ไปได้อย่างไร
“นี่ห้องของเธอเหรอ”
“ใช่”
"เธออยู่กับใคร แฟนเหรอ”
“ฉันไม่มีแฟน อยู่กับแม่แค่สองคน”
“เธอหาเงินได้ไม่น้อยเลยนะ ทำไมมาอยู่ในที่แบบนี้ ไม่กลัวหรือไง”
อยากจะบอกออกไปเหลือเกินว่าที่เขาหาว่าเธอหาเงินได้เยอะจากการนอนทอดร่างให้ชายหนุ่มเชยชมนั้น เธอเพิ่งทำมันเป็นครั้งแรก และเขาเป็นลูกค้าคนแรกและคนเดียวในชีวิตของเธอเพราะจะไม่มีทางทำแบบนี้อีกเด็ดขาด แต่เรื่องอะไรจะให้เขารู้เรื่องนี้ล่ะ
“ฉันสะดวกแบบนี้ ที่นี่ก็ราคาถูก ไม่ไกลมหาลัยมากด้วย”
“เธองกขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าวันหนึ่งโดนไอ้พวกขี้เมาลากไปข่มขืนแล้วจะรู้สึก”
เขาไม่รู้หรอก ว่าตลอดเวลาที่เธออยู่นี่มาสามปีกว่า พวกขี้เมาพวกนี้นี่แหละเป็นเพื่อนบ้านที่มีน้ำใจ ครอบครัวของพวกเขาแม้จะหาเช้ากินค่ำ แต่ก็ไม่เคยสร้างเรื่องเดือดร้อนให้ใคร หาเงินได้เท่าไรก็ใช้เท่านั้น
ถือได้ว่า พวกคนจนๆ เท่านั้น ที่จะเข้าใจและเห็นใจกัน ต่างจากพวกผู้ดีที่แสนร่ำรวย ปากหวานก้นเปรี้ยว ต่อหน้าทำอีกอย่าง ลับหลังทำอีกอย่าง ไม่เคยมีความจริงใจให้ใคร หักหลังได้แม้กระทั่งเพื่อนที่รักและเชื่อใจ จนเธอและครอบครัวต้องสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแบบนี้ ไม่เหลือแม้กระทั่งชีวิตพ่อของเธอ
คิริวสะดุ้งตื่นตั้งแต่เช้า เขาสะบัดผ้าห่มแล้ววิ่งไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำจนหมดไส้หมดพุงโดยมีอลิษาตามมาลูบหลังให้ด้วยความเป็นห่วง“ริว เป็นอะไรไปคะ ไหวไหม”“ผมคลื่นไส้จัง สงสัยยำมะม่วงเมื่อเย็นทำผมอาหารเป็นพิษแน่ ๆ”“ไปหาหมอกันดีไหม ช่วงนี้ลิซว่าริวดูหน้าซีด ๆ นะ ไปให้หมอตรวจให้แน่ใจเลยดีไหม ลิซเป็นห่วง”แม้จะไม่อยากไปโรงพยาบาลนัก แต่ใบหน้ากังวลของภรรยาก็ทำเอาเขาใจอ่อน สุดท้ายก็มานอนอยู่ในห้องตรวจเพราะคลื่นไส้จนโลกหมุนอีกแล้วระหว่างนั่งรอหมอ“เดี๋ยวรอผลตรวจของคุณภรรยาสักครู่นะครับ หมอจะได้สรุปผลได้อย่างแน่นอน”“ภรรยาผมป่วยเหรอครับ ตอนมาด้วยกันยังดี ๆ อยู่เลย”“ไม่แน่ใจครับ แต่หมอว่าไม่ได้ป่วยนะ”คิริวมองหมอวัยกลางคนด้วยความสงสัย หมอพูดไม่รู้เรื่องหรือว่าเขาป่วยจนสมองกลับไปแล้ว ถึงฟังอะไรง่าย ๆ ไม่เข้าใจแต่อีกสิบนาทีถัดมา เขาก็เข้าใจความหมายที่หมอกำลังจะสื่อเมื่อทั้งคู่เข้ามานั่งฟังผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียด“ยินดีด้วยนะครับ คุณอลิษาท้องได้สี่สัปดาห์แล้วครับ”สองสามีภรรยาเบิกตากว้าง หันมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาอย่างยินดี“ลิซท้องแล้ว ผมดีใจที่สุดเลย ขอบคุณมากนะลิซที่มีลูกให้ผม”คนตัวโต
มือใหญ่สั่นเทาของผู้กำกับการแสดงหนุ่มทายาทบริษัทผลิตละครชื่อดังกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่น ภาพข่าวสังคมบนหน้าจอตรงหน้าทำเอาเขาตกใจไม่น้อยเมื่อทายาทบริษัทรับเหมาก่อสร้างแต่งงานกับสาวสวยคนที่เคยอยู่ในใจของเขาแต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากกว่าคือรูปของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ถ่ายร่วมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ ข้างกายเจ้าสาวคือผู้หญิงคนนั้น คนที่เขาได้ความบริสุทธิ์ของเธอมาในคืนผิดพลาดที่เขาไม่ได้ตั้งใจมันคงจะไม่เป็นไร ถ้าผู้หญิงคนนั้นเหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ซึ่งยืนยิ้มแป้นอยู่ใกล้กัน แต่ที่ทำให้เขาตกใจเพราะหน้าท้องที่เคยแบนราบซึ่งลอนกล้ามเนื้อของเขาตอกกระแทกมาทั้งคืน บัดนี้มันนูนเด่นออกมาอย่างชัดเจน“เมี่ยง...ท้องเหรอ”อลิษาแต่งงานหลังจากเรียนจบไม่ถึงสองเดือน คำนวณจากระยะเวลาจะเป็นไปได้อย่างไรที่เธอคนนี้จะแต่งงานมีครอบครัวไปก่อนเพื่อนทั้งที่ยังเรียนอยู่ มีทางเดียวเท่านั้นซึ่งน่าจะเป็นไปได้ที่สุด คือเธอท้องตั้งแต่ยังเรียนไม่จบกะขนาดหน้าท้อง กับระยะเวลาที่เด็กในท้องเจริญเติบโตมาจนถึงตอนนี้ มีความเป็นไปได้ว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกของเขา แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมเธอถึงไม่ติดต่อเขามาเขารีบหาช่องทางโซเชียลของ
“เธอชอบหลังไหน”อลิษายืนอึ้งอยู่ในโครงการหมู่บ้านชื่อดังที่เพิ่งเปิดจองเฟสใหม่ใกล้สวน บรรยากาศร่มรื่นแถมบ้านแต่ละหลังใหญ่อย่างกับวัง หน้าบ้านไม่มีอะไรบดบังปราศจากความวุ่นวาย แต่ที่อึ้งที่สุดเห็นจะเป็นเขา ไม่รู้อะไรเข้าสิงให้ปลุกเธอแต่เช้าเพื่อมาจองบ้านราคาแพงขนาดนี้“ทำไมต้องถามฉันด้วยล่ะ นายชอบหลังไหนก็แล้วแต่นายสิ จะเปลี่ยนมาอยู่บ้านแทนเหรอ”“อืม ก็จะแต่งงานแล้วนี่ แต่งงานแล้วก็ต้องมีลูก จะให้ลูกอุดอู้อยู่แต่ห้องแคบ ๆ ได้ยังไง ไหนจะแม่ของเธออีก ถ้าอยู่บ้านสวย ๆ ตอนเย็นได้ออกมาเดินออกกำลังกายในสวนก็คงจะดี”คนตัวบางมองเขาด้วยความขอบคุณ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะน่ารักและใส่ใจทุกคนมากขนาดนี้“แต่มันอีกตั้งหลายเดือน กว่าฉันจะเรียนจบ กว่าเราจะได้แต่งงานกันจริง ๆ อีกล่ะ”“บ้านมันต้องตกแต่งนะ ยังไงก็ต้องใช้เวลา อีกอย่างฉันก็จะเตรียมงานแต่งไว้รอเลย เรียนจบแล้วแจกการ์ดทันที โอเคไหม”“ไม่โอเคได้ไหม”“ไม่ได้”“นี่นายรีบเหรอ”“ใช่ ฉันรีบมาก ใจจริงอยากจะแต่งวันนี้พรุ่งนี้ด้วยซ้ำ อยากมีลูกแล้ว”“นายรอดูลูกยัยเมี่ยงก่อนดีไหม เลี้ยงเด็กสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ วุ่นวายจะตาย”“ฉันไหวน่า ลูกทั้งคนนะ
“ไง ได้ข่าวว่าป๋าเหรอ”เมื่อไปส่งมัสยาเรียบร้อยแล้ว ก็ไปส่งเธอกับแม่ที่หอพัก แต่คนหน้าหนาก็ดันเอ่ยขออนุญาตแม่พาเธอกลับมานอนด้วยที่คอนโดมิเนียมหน้าตาเฉย ทั้งยังรับปากกับแม่ของเธออย่างดิบดีว่าจะไม่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับมัสยาและด้วยแม่ของเธอเป็นคนสมัยใหม่ พอจะเดาออกอยู่แล้วแต่แรกว่าที่เธอหายไปนอนที่อื่นอยู่นานหลายเดือนนั้นคงจะเป็นเพราะว่าเธอมาอยู่กับเขา จึงเอ่ยอนุญาตและฝากฝังให้เขาช่วยดูแลเธอให้ดีที่สุด แถมพอกลับมาถึงคอนโดมิเนียม คนตัวโตก็เอ่ยแซวเธอทันที“ป๋าอะไร”“ก็ได้ข่าวว่าเสนอตัวส่งเสียค่าคลอดกับค่าเลี้ยงดูลูกของเมี่ยงไม่ใช่เหรอ”“เอ่อ ใช่”คนตัวบางเอ่ยเสียงอ่อย ด้วยไม่แน่ใจว่าเขาจะเห็นดีด้วยหรือคัดค้าน ดีไม่ดีอาจจะต่อว่าเธออีกต่างหาก แต่ไม่กลัวหรอก เป็นไงเป็นกัน จะให้เธอทิ้งเพื่อนที่ลำบากตรากตรำมาด้วยกันก็คงจะเป็นไปไม่ได้“จะเอาเงินมาจากไหนล่ะ”“ก็จากนายไง”“เธอนี่มันเจ้าเล่ห์จริง ๆ ยัยแม่มด”“นายงกเหรอ กับฉันนายก็งกหรือไง ไหนบอกว่าจะดูแลฉันให้ดีที่สุดไง”“ฉันดูแลเธอได้ แต่เมี่ยงท้องกับใคร ทำไมไม่ไปลากตัวไอ้ผู้ชายให้มันมารับผิดชอบ จะปล่อยให้มันลอยนวลแล้วพวกเธอมาเ
เมื่อการบอกรักย้ำ ๆ ผ่านบทรักร้อนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าของเขาจบลง ก็คว้าตัวเธอซึ่งแทบสิ้นไร้เรี่ยวแรงมากอดแนบอก“เธอรักฉันบ้างไหม อลิซ”“รักสิ ฉันรักนาย”เขาพรมจูบบนหน้าผากชื้นเหงื่ออย่างหลงใหลพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก“ฉันจะมีแค่เธอนะ สัญญา”“ขอบคุณนะริว”“เราแต่งงานกันไหม”อลิษาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ เรื่องที่เขาประกาศออกไมค์ตอนที่ทะเลาะกับป้าของเขา เธอคิดว่ามันคือข้ออ้างให้ไม่ต้องหมั้นและแต่งงานกับพิมพ์พลอยเสียอีก เพราะเธอกับเขาไม่ได้คบกันด้วยซ้ำ“นี่นายเอาจริงเหรอ เราไม่ได้เป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำนะริว”“ยัยซื่อบื้อ ฉันรักเธอขนาดนี้ นอนกับเธอแค่คนเดียว พาเธอมาหาพ่อแม่ ประกาศบอกคนทั้งงานว่าฉันจะแต่งงานกับเธอ แถมยังเปย์ให้เธอไปตั้งกี่ล้านแล้ว แค่นี้ยังไม่รู้อีกเหรอว่าฉันเอาจริง”“ก็เรื่องของเรามันไม่ได้เริ่มเหมือนคู่อื่นนี่”“แล้วยังไง แต่ฉันก็ชอบเธอมาตั้งแต่แรกแล้วนะ ตั้งแต่เจอหน้าในงานวันเกิดเพื่อนแล้ว ที่ผ่านมาก็แค่ปากแข็ง ฉันก็แค่คิดว่าเราข้ามจุดที่ต้องจีบกันมาแล้ว อยู่ด้วยกันแบบผัวเมียแล้วด้วยซ้ำ”“งั้นก็ไม่ต้องแต่งหรอก อยู่กันไปแบบนี้ก็ได้ เปลืองเงิน”“นี่เธอยัง
“นี่มันเรื่องจริงเหรอ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย”ช่อม่วงเอามือทาบอก ทิ้งแผ่นหลังพิงพนักโซฟาแล้วยกยาดมขึ้นอังจมูก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องที่หลานชายเล่ามาจะคือความจริง แต่เธอรู้จักหลานชายเธอดีว่าเขาไม่ใช่คนชอบโกหก ดังนั้นเรื่องที่ได้ยินถึงทำเอาเธอลมจับอยู่นี่ไงคิริวพยักหน้ารับ มือใหญ่ของเขายังคงกุมมือเล็กของอลิษาซึ่งนั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาในห้องนั่งเล่นตลอดเวลาหลังจากที่แขกผู้ใหญ่ทยอยกลับกันหมดแล้ว ครอบครัวของเขา รวมป้าทั้งสองคนและลูกพี่ลูกน้องก็เรียกเขาและอลิษาเข้ามานั่งคุยกันถึงเรื่องที่เขาโพล่งออกไปเมื่อช่วงหัวค่ำเมื่อได้ยาดมจนหายใจโล่งขึ้น ช่อม่วงก็หรี่ตามองใบหน้าสวยหวานของคนตัวบางอย่างจับผิด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าครอบครัวของพิมพ์พลอยซึ่งดูดีไปหมดจะเป็นคนแบบนั้นไปได้“เธอมีหลักฐานไหม มากล่าวหากันลอย ๆ ไม่ได้นะ”“เอ่อ ไม่มีค่ะ พ่อของลิซไม่เคยรู้ตัว รู้อีกทีก็ไม่เหลืออะไรแล้วค่ะ”“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไง ว่าที่เธอบอกหลานฉันมันคือเรื่องจริง”“ป้าช่อครับ ป้าก็รู้ว่าคุณอาพิทักษ์เป็นคนยังไง ถ้าเรื่องที่ผมพูดไม่ใช่เรื่องจริง ป่านนี้เขาคงเล่นงานผมให้จนมุมตั้งแต่บนเวทีแล้วครับ ดูอาการสามคนนั่นก
“ริว กินข้าวลูก”คิริวเดินผิวปากอารมณ์ดีเข้ามาในห้องอาหาร เขาตรงเข้าหอมแก้มแม่ของตัวเองทั้งซ้ายและขวาอย่างประจบประแจง“ไม่กินแล้วครับแม่ ผมมีนัด คืนนี้ไม่กลับมานอนบ้านนะครับ”เขายกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนในห้องอาหารแล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับผิวปากอารมณ์ดีอีกครั้ง ในขณะที่คนเป็นป้ายิ้มกริ่มพึงพอใจเพราะ
“แต่ผมมีครับพ่อ ผมไม่ได้ชอบพลอย ไม่ได้อยากมีแฟน ไม่อยากมีคู่หมั้นและไม่อยากแต่งงาน ผมไม่ยินดีที่จะมีงานหมั้นเกิดขึ้น ขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่ต้องพูดตรง ๆ แต่ผมว่าแบบนี้มันดีกับพลอยมากกว่า พลอยจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลากับผม เพราะยังไงผมก็ไม่มีวันยอมหมั้นโดยที่ผมไม่ได้รู้สึกชอบหรอกนะครับ”พิทักษ์และกมลชน
“คิริว เรียนวิศวะโยธาหรือคะ”แม้จะรู้ประวัติของเขามาบ้างแล้ว แต่ก็ต้องหาเรื่องมาชวนคุย เมื่อเขาเอาแต่พาเธอเดินชมนกชมไม้ ทั้งที่ในมือกดโทรศัพท์ ไม่ได้ชายตามาแลเธอสักนิดเดียวจนรู้สึกอึดอัด“ครับ เรียกผมว่าริวเฉย ๆ ก็ได้นะ แล้วพลอยล่ะ”เขาต้องถามกลับเพื่อไม่ให้เสียมารยาท แต่ที่จริงเขาเองก็ไม่ได้รู้เรื
งานปาร์ตี้วันเกิดของบรรดาลูกหลานไฮโซ“พี่คะ ขอเติมมาร์ตินีหน่อยค่ะ แขกด้านโน้นขอแต่มาร์ตินี”อลิษา พนักงานพาร์ทไทม์ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจซึ่งมีใบหน้าจิ้มลิ้ม ถือถาดเปล่ามายื่นให้กับบาร์เทนเดอร์ ระหว่างรอ“อลิซ แกรู้ไหม ว่าฉันเจอใคร”“ใคร”มัสยา เพื่อนรักเพียงคนเดียวของเธอ บุ้ยปากไปทางสระว่ายน้ำซ







