INICIAR SESIÓN“ฟ้ากลัวจัง ตอนที่ถึงช่วงเวลานั้น” น้ำเสียงแผ่วเบาของปลายฟ้าทำให้ฉันถอนหายใจและเอื้อมมือไปเกี่ยวเส้นผมสีดำสนิทออกจากใบหน้า ฉันกับน้องมีใบหน้าที่ละหม้ายคล้ายกันมาก “ฟ้าจะไม่ตายใช่ไหม”
“ห้ามพูดคำว่าตาย” สั่งเสียงเข้มทำให้ปลายฟ้าพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ “ฟ้าจะต้องปลอดภัยและหายดี”
“อืม”
“เราจะได้ให้เจ๊นัตตี้พาเราไปเที่ยวทะเลเป็นอาทิตย์ ถลุงเงินเจ๊ให้หมด” หัวเราะออกมาเบาๆ จนปลายหัวอมยิ้ม
“แล้วฟ้าก็จะอ้อนให้เจ๊นัตตี้พาขึ้นบานาน่าโบ๊ท เอาให้เจ๊กระเด็กตกทะเลไปเลย ฮ่าๆ”
เสียงหัวเราะของปลายฟ้าทำให้ฉันยิ้มขำกับความคิดของเด็กน้อย ปลายฟ้าพูดออกมาหมดทุกอย่างว่าอยากทำอะไรบ้างหลังจากที่ตัวเองหายและผ่าตัดสำเร็จ ฉันจะทำให้ฝันของน้องสาวเป็นจริง ทั้งเรื่องของการที่ปลายฟ้าอยากกลับไปเรียนอีกครั้ง อยากจะเจอกับเพื่อนใหม่ สำคัญเลยปลายฟ้าฝันอยากเป็นนักกีฬาแบดมินตัน
ความฝันของน้องจะต้องเป็นจริงแน่... ฉันสัญญาว่าจะทำให้ปลายฟ้าหายและได้รักษาจากแพทย์เฉพาะทาง
“ฟ้าต้องเข้มแข็งนะ พี่เองก็จะไม่ยอมแพ้”
“พี่หยา” ปลายฟ้าลุกขึ้นนั่งก่อนจะเซล้มลงนอนบนตัก “ฟ้าสัญญานะ ถ้าฟ้าหายฟ้าจะเก่งและจะทำงาน หาเงินมาให้พี่หยา ถึงตอนนั้นพี่หยาต้องพักแล้วให้ฟ้าเลี้ยงพี่บ้างนะ”
“โอเคจ้า พี่จะรอวันนั้นเลย”
ลูบศีรษะปลายฟ้าที่หยิบขนมมากินพลางฉีกยิ้มให้กับฉัน จากนั้นเราสองคนพี่น้องก็นั่งเล่นจนปลายฟ้าผล็อยหลับไปจนถึงเย็น ฉันไม่ได้ปลุกน้องหรอกนะให้นอนตักจนตะคริวกินเกือบจะเดินไม่ได้ด้วยซ้ำ พอกลับมาถึงร้านเจ๊นัตตี้น้องสาวก็มีอากาศเหนื่อยหอบเล็กน้อย จึงรีบพาน้องขึ้นไปพักก่อนจะไปฉันก็จูบหน้าผากปลายฟ้าเพื่อขอกำลังใจ
P’Khram : พี่เพิ่งกลับถึงห้อง เมื่อคืนทำรายงานทั้งคืนเลย
Punya : ไม่เป็นไรค่ะ นอนพักผ่อนเถอะ แค่เห็นว่าพี่ไม่เป็นอะไรหนูก็สบายใจ
P’Khram : รักหนูนะ
ฉันเก็บมือลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหลังและจัดการเอาของมาเติมสต็อกในตู้แช่ เช่นเบียร์กับพวกน้ำที่ดูเหมือนจะหมดเยอะมาก ดังนั้นจึงต้องคอยเติมของอยู่ตลอดรวมไปถึงเช็กอาหารที่สามารถเวฟแล้วกินได้เลยว่าหมดอายุวันไหนบ้าง เจ้าของร้านใจดีมากให้เอากลับไปกินได้ตลอดนั่นแหละ แต่ไม่เคยถึงท้องฉันเพราะก่อนจะหมดอายุก็หมดตลอดเลย ด้วยราคาที่จะติดป้ายเหลืองมันโดนใจลูกค้าหลายคนยังไงล่ะ
พอลุกขึ้นยืนก็เห็นศีรษะของผู้ชายคนหนึ่ง แน่นอนว่าฉันจำเขาได้แม่นและจะยืนอยู่ตรงล็อกไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่ล็อกพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เสมองนาฬิกาดิจิตอลก็อมยิ้มเพราะเวลาเดิมเป๊ะจริงๆ ฉันชะโงกไปมองร่างสูงที่ยืนเอามือซ้ายล้วงกระเป๋ากางเกง มือขวาหยิบถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป วันนี้แต่งตัวดีเหมือนเดิมเลยสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีซีด ทุกอย่างบนตัวคือดูดีไปหมด
“พี่เกียร์ไม่เบื่อรสหมูสับเหรอคะ” ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองฉัน พลางยักไหล่ “กินไม่เบื่อเหรอ กินทุกวันเลย”
“ไม่เบื่อ” ตอบฉันพลางวางถ้วยบะหมี่รสหมูสับไว้ตามเดิม “แนะนำสิ”
“จะลองกินรสอื่นใช่ไหมคะ” เขาพยักหน้าฉันจึงมองหารสที่น่าจะถูกปากพี่เกียร์ “แล้วพี่เกียร์กินเผ็ดได้ไหม”
“ได้”
“ต้มยำกุ้ง หนูชอบกินมากรสนี้” หยิบถ้วยบะหมี่รสต้มยำกุ้งชูให้เขาดู พี่เกียร์มีสีหน้าที่เรียบนิ่งและมองหน้าฉัน “วันนี้มีข้าวปั้นโรลกุ้งกับไข่ม้วน สนใจไหมคะ”
“อือ” ไม่มีปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะเดินสวนฉันไปเปิดตู้หยิบเบียร์มาสองกระป๋องและเดินเอาไปวางไว้หน้าเคาน์เตอร์ วันนี้พี่เกียร์ซื้อบุหรี่ด้วยพอจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย ก็ยืนทำบะหมี่ให้เขาซึ่งมันเป็นตู้คล้ายกับตู้ของเกาหลี ที่แบบเติมน้ำร้อนเสร็จจะเดือดเองโดยอัตโนมัติ นี่คือเหตุผลที่ร้านให้พนักงานต้มให้ ไม่อย่างนั้นเหรอวุ่นวายสุดๆ ฉันตอกไข่ไก่ลงไปพร้อมกะหล่ำปลี,ไส้กรอกและปูอัด หยิบข้าวปั้นโรลหั่นเป็นชิ้นพอดีคำออกมาเสิร์ฟให้กับพี่เกียร์
ลอบมองเขาซึ่งมือขวาคีบบุหรี่เข้าปาก ทว่ามือซ้ายของพี่เกียร์แลดูเหมือนเจ็บนะ พอดูท่าทางที่เขาหมุนข้อมือตัวเองและคิ้วเรียวที่ขมวดเล็กน้อย
“เจ็บข้อมือเหรอคะ” พี่เกียร์ไม่ตอบ
“รถชน”
“คะ! ชะ ชนเหรอ” ตกใจจนเผลอตะโกนใส่หน้าพี่เกียร์ เป็นอะไรมากไหมเนี่ย ทว่าดูเหมือนเขาก็ปกติดีนี่นา
“แข่งรถชน” คำตอบของเขาทำให้ฉันมึนงงมากกว่าเดิม ก็นะถามเองต้องมาแปลเองไง มีวุ้นแปลภาษาให้ฉันไหมล่ะ ถ้าไม่มีก็ช่วยอธิบายให้เยอะๆ หน่อยก็ไม่ได้ ให้คิดเองก็คือคิดไม่ออกหรอก “ข้อมือกระแทก”
“หาหมอไหมคะ เผื่อกระดูกหัก”
“ไม่จำเป็น” ถามจริง รถชนตอนแข่งน่ะเหรอยังมีหน้ามาบอกว่า ‘ไม่จำเป็น’ ดีนะที่เป็นข้อมือถ้าเป็นหัวเขาจะมานั่งพูดแบบนี้ไหมอะ ฉันไม่รู้จะทำยังไงจึงตรงเข้าไปมินิมาร์ท หลังร้านจำได้ว่ามีกล่องอุปกรณ์ทำแผลนี่นา หากแต่ว่าพอเปิดก็มีเพียงแค่ผ้าพันแผล ยาทาจำต้องซื้อในร้านนี่ล่ะ ฉันจึงเสียเงินซื้อยาทาแก้ปวดมาหนึ่งหลอด
“ถ้าไม่ไปหาหมอ พี่เกียร์ต้องพันข้อมือไว้ก่อน จะได้รู้ว่าเจ็บอยู่” ฉันวางผ้าพันลงบนโต๊ะและนั่งยองๆ ตรงหน้าเขาซึ่งพี่เกียร์นั่งตวัดขาไขว่ห้างกินบะหมี่ ฉันจับมือซ้ายของเขาวางบนตักของเขาเอง พี่เกียร์หันมามองพลางทำหน้านิ่งเฉย ฉันจึงชูหลอดยาทาให้ “ยาทาค่ะ นวดให้ยาซึมก็น่าจะใช้ได้”
“...” เขาจ้องหน้าฉันพลางหันกลับไปกินบะหมี่ต่อ
“ปวดตรงไหนคะ หนูจะได้นวดได้ถูก” ไม่ต้องให้เขาชี้ก็พอจะเห็นนะว่ามันเขียวช้ำตรงข้อมือพอดิบพอดี ฉันแกะหลอดยาและอ่านรายละเอียด จากนั้นก็บีบยาขนาดพอดีทาบนผิวเนื้อของพี่เกียร์ ฝ่ามือหนาใหญ่กว่ามือฉันมากเลยนะเนี่ย “หนูกดตรงนี้พี่เจ็บไหมคะ”
“เจ็บ” คำตอบของเขาทำให้ฉันยั้งแรงกดไว้ให้เพียงแค่ทายาให้ซึมเข้าไปเป็นพอ ยาตัวนี้ทาแล้วจะรู้สึกเย็นบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราวละนะ พอทายาให้พี่เกียร์เรียบร้อยฉันก็เอามือรองฝ่ามือหนาเพื่อเอาผ้าพันสีดำพันรอบตั้งแต่ฝ่ามือมาถึงข้อมือให้มันไม่แน่นและไม่หลวมจนเกินไป
“เรียบร้อยค่ะ” พันได้สวยงามมากเลยนะ พอพันผ้าให้พี่เกียร์ฉันก็จับมือหนาพลิกดูกระทั่งวางมือลงบนฝ่ามือหนา กำลังจะดึงมือตัวเองกลับแต่ก็ถูกพี่เกียร์บีบมือเอาไว้แปบหนึ่ง จากนั้นพอรู้ตัวเขาก็ปล่อยพลางใช้ตะเกียบคีบข้าวปั้นโรลกิน
“นิ้วกระตุก” คำตอบของเขาทำให้ฉันยิ้มบางๆ พลางคิดในใจ ‘นิ้วกระตุกยังไงให้เหมือนจับมือฉันเนี่ยนะ’ “จริง”
“หนูรู้ค่ะ อาจจะเพราะเป็นผลจากที่พี่เจ็บข้อมือ” ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและวางหลอดยาลงบนโต๊ะ “พี่เกียร์ต้องทายาทุกวันนะคะ จะได้หายเร็วๆ”
“อือ”
“หนูไปทำงานก่อนนะคะ ใกล้หมดกะแล้ว” กำลังจะหมุนตัวกลับไปเตรียมตัวออกกะ ด้วยความสงสัยจึงหันไปมองพี่เกียร์ที่ยกถ้วยบะหมี่ซดน้ำจนหมดและตามด้วยข้าวปั้นโรลที่เหลืออีกประมาณห้าชิ้น “พี่เกียร์ หนูขอถามเรื่องส่วนตัวหน่อยได้ไหมคะ คือหนูไม่ได้ละลาบละล้วงนะคะ หนูแค่สงสัย”
“อะไร” โทนเสียงแลดูไม่สบอารมณ์ทำให้ฉันไม่กล้าถามเลยแหะ “ว่ามา”
พอพี่เกียร์อนุญาตฉันจึงกล้าที่จะถามทั้งที่เมื่อกี้ลังเล “พี่เกียร์ไปไหนมาคะ ทำไมกลับเวลานี้ตลอด”
“พัทยา”
“ขับรถไปเหรอคะ” กี่ชั่วโมงละเนี่ย ประเด็นคือไปทุกวันเลยหรือยังไงกัน ใบหน้าหล่อเหลาพยักหน้ารับพลางกระดกเบียร์กระป๋องสุดท้าย พอได้รับคำตอบที่ต้องการก็พอจะเข้าใจทำไมพี่เกียร์แวะมาที่มินิมาร์ท บางทีที่พักเขาอาจจะอยู่แถวนี้ก็ได้ ช่างเถอะ ไปพัทยาแทบจะทุกวันเลยเหรอ แค่ฉันคิดว่าตัวเองต้องนั่งรถไปกลับก็เหนื่อยแย่ แต่พี่เกียร์ขับรถไปกลับคืออาจจะต้องใช้เวลา 2-3 ชม.เลย
ถึงเวลาเปลี่ยนกะฉันก็เข้ามาหลังร้านหยิบของส่วนตัวและกระเป๋าสะพายบ่า มองพี่แตนที่เหลือบมองออกไปนอกร้านพลางกวักมือเรียกฉันก่อนจะได้ร่ำลา “ลูกค้าหล่อๆ คนนั้นแปลกนะ”
“แปลกยังไงคะ” มองออกไปถึงได้เห็นว่าพี่เกียร์ยังนั่งสูบบุหรี่อยู่เลย ปกติเขาจะไปหลังกินเสร็จนี่นา ทำไมยังนั่งอยู่
“วันก่อนหยาไม่ได้มาทำงานใช่ปะ เขาถามหาหยาบอกว่าต้องการให้หยาต้มบะหมี่ให้เขากิน”
“หา?!” ใบหน้าของฉันแสดงออกแบบพี่แตนเป๊ะคือ... พี่เกียร์ติดใจอะไรถึงให้ฉันต้มบะหมี่ให้เขากิน ทั้งที่บะหมี่ก็เหมือนกันหมด ไม่ได้เป็นอาหารที่ทำเองสักหน่อยจะมาติดใจฝีมือ
“พอพี่บอกว่าหยาลา ต้มให้กินใช่ปะ กินไปแค่คำเดียวเขาบอกไม่อร่อย”
“...”
“พี่ก็แบบอะไรวะ แค่ต้มบะหมี่มันก็เหมือนกันปะ หล่อนะ แต่แปลกคนเป็นบ้า” พี่แตนบ่นยับจนฉันได้แต่ยิ้มแห้งให้พี่เขา ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าพี่เกียร์ทำแบบนั้นไปทำไม “เหลือต้องทิ้งเลยนะ บอกไม่อร่อยปุ๊บลุกขึ้นกลับไปเลย”
“หนูก็ว่าพี่เขาแปลกจริงๆ นั่นแหละค่ะ”
“ถ้าจะบ้านะ เสียดายความหล่อ”
ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะ... พี่เกียร์นอกจากจะเป็นพวกมนุษสัมพันธ์แย่ พูดน้อยแล้ว การกระทำบางอย่างของเขาก็ช่างแสนจะเข้าใจยากซะเหลือเกิน มันมีหลายเรื่องนะที่ฉันไม่ได้รับคำตอบหรือต่อให้ได้รับ มันก็คงไม่ได้ทำให้ฉันเข้าใจในตัวตนของพี่เกียร์มากขึ้นหรอก
*-------------------------------------------------*
“ฟังพี่นะน้องปั้นหยา” พี่โฬมดึงสติฉันพลางยิ้มกริ่ม “มันไม่ดีหรอก หนูเชื่อพี่”“หนูอยากได้เงินนี่นา”“ต้องได้มาแบบที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้สิครับ พี่น่ะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พอดีพี่มันเหี้ย โกงเรื่องพนันทุกอย่างก็แค่นั้น” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “โดนคนมันท้าทายก็จัดให้สักหน่อย สุดท้ายพอพี่ได้ พี่ก็ลบเว็บทิ้ง จบ”“...”“อย่างหนูมันจะไม่ได้แค่ก้อนเดียวจบ คนเรามีความโลภอยู่ในตัวกันทุกคน อยู่ที่ว่าจะโลภมากหรือน้อย” คำสอนของพี่โฬมเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ฉันตระหนักขึ้นมาได้ว่าต่อให้อยากได้เงินแค่ไหน ไม่ควรทำเรื่องที่ทุจริตแบบนี้ “ที่ไอ้เกียร์มันห้าม มันแค่ไม่อยากให้หนูหลงทางผิดก็เท่านั้น เข้าใจมันหน่อยนะ”“ค่ะ”“มันเป็นพวกพูดไม่ค่อยเข้าใจ หนูคงรู้” ใช่ รู้ดีเลยล่ะ บางคำพูดของพี่เกียร์ถึงทำให้ฉันจับใจความได้ยากแบบสุดๆ “เชื่อมันเถอะครับ ทุกอย่างที่มันพูดมา มีเหตุผลไม่ใช่ไม่มี”พยักหน้ารับ มันก็คงถูกเหมือนที่พี่โฬมพูด ทุกคำพูดของพี่เกียร์ถึงจะเข้าใจได้ยาก แต่มันก็มีเหตุผลซ่อนอยู่ในนั้นโดยที่ฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ จนต้องเจาะมันให้ลึกที่สุด“ไอ้เก
“แม่ง!”“มึงไม่เห็นหรือไง”“เห็น”“จะให้ปล่อย” ไม่รู้ว่าบทสนทนาเป็นไปในรูปแบบไหน ทว่าพอฉันเดินกลับมาที่เดิมพี่โฬมก็ฉีกยิ้มกว้างลุกขึ้นรับถาดจากมือฉันไป ทั้งที่เมื่อกี้ดูเหมือนจะทะเลาะกับพี่เกียร์อยู่เลย“โห น่ากินมากเลยครับ ซื้อมาเยอะขนาดนี้แทนที่จะชวนกูสักคำ ไม่มี”“ไม่ได้อยากกินกับมึง” เค้นเสียงแข็งใส่พี่โฬม จากนั้นฉันก็นั่งประจำที่เช็ดมือเรียบร้อยก็เตรียมแกะกุ้งให้กับพี่เกียร์ เมื่อได้ฉันก็วางบนจานให้เขาก่อนสองตัว “ไม่ต้องแกะ”“เอ๋? หนูจะแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคไงคะ”“ให้มันแกะเอง”“ขี้หวง” พี่โฬมเบ้ปากใส่พี่เกียร์ ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เลยแหะ เป็นเพราะพี่โฬมกับพี่เจคมาหรือเปล่า“หนูขอแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคนะคะ ไหนๆ มือก็เลอะแล้ว” ขอคนตรงหน้าที่คีบเนื้อวัวจิ้มน้ำจิ้มกินด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“จ่ายเงินกูมาด้วย”“น้องปั้นหยาก็กิน มึงไม่คิดบ้างอะ กับเพื่อนนี่เอาทุกดอกแล้วบอกเพื่อนกันนะ” ดูเหมือนคนข้างกายฉันจะโวยวายเสียยกใหญ่ “ใช่สิ กูมันไม่สำคัญกับมึงแล้วไง มีน้องปั้นหยาอยู่ด้วยทั้งคน เหอะ”“เป็นตัวเมีย” สนามรบในหม้อสุกี้ยังไม่จบไม่สิ้นสินะ ดูเหมือนจะมีแค่พี่เกียร์กับพี่โฬมที่จ้องหน้า
Gear Trick #13ก็อยากเป็นเราสองคนมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตใกล้กับคอนโดของพี่เกียร์ เป็นแค่ชั้นเดียวทว่าพื้นที่คือกว้างมากเลยนะ ใช้เวลาเดินแค่ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ฉันเข็นรถเข้ามาอันดับแรกเลยก็คือต้องดูพวกเนื้อสัตว์ก่อน ผักในตู้เย็นก็พอได้อยู่ซื้อไปเพิ่มอีกสักนิดก็น่าจะโอเค“เนื้อวัวด้วยไหมคะ”“อือ” ชูแพคเนื้อวัวให้พี่เกียร์ เขาพยักหน้ารับ ไหงกลายเป็นว่าพี่เกียร์เข็นรถเดินตามฉันไปทุกซอกทุกมุม“พี่เกียร์จ่ายนะคะ หนูจ่ายไม่ไหวแน่”“ลืมเอาเงินมา”“พี่เกียร์ พูดจริงเหรอคะ” ฉันถึงห่อเหี่ยวทันทีที่หยิบกุ้งสดขึ้นมา พอเห็นมุมปากยกขึ้นก็หรี่ตามอง “แกล้งหนูอีกแล้ว ทำไมชอบแกล้งหนูจัง”“อยากน่าแกล้ง” จะบอกว่าตัวฉันเองทำให้เขาอยากแกล้งมากขึ้นว่างั้นสิ ก็ไม่ได้ทำให้ตัวให้น่าแกล้งสักหน่อย พี่เกียร์ชอบใส่ร้ายกันตลอดนั่นแหละ“หนูขนไปเผื่อตุนไว้ให้พี่เกียร์ต้มใส่บะหมี่กินเองนะคะ”“ขนไปก็เท่านั้น” เขาบ่นพลางกวาดตามองไปทั่วโซนอาหารทะเล “ทำไม่เป็น”“หัดทำสิคะ หนูสอน”“ขี้เกียจ” เกลียดคำว่าขี้เกียจของเขาซะจริง ฉันเลือกของได้ครบตามที่ต้องการใช้เวลาไม่นานรถเข็นก็มีของสดเพียบ จากนั้นก็เดินนำพี่เกียร์ไปยังล็อกน้ำจิ้ม
“อ๋อ” ทำไมต้องลากเสียงยาวและไม่กล้าบอกไปตรงๆ ล่ะปั้นหยา “แฟนหนูน่ะค่ะ”“...” ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับนิ่งกว่าเดิม จนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างจากตัวพี่เกียร์ เป็นรังสีความเย็นที่แผ่ปกคลุมมาเผื่อฉันด้วย ทั้งที่นั่งหน้าร้านอากาศกำลังอุ่นพอดี“หนูไม่ได้บอก เพราะพี่ไม่เคยถามหนู” เหมือนถูกสายตาคมจ้องมองมาแทบจะฉีกร่างฉันให้กระจุยกระจาย“มันทำสินะ”“เมื่อวานเราทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะค่ะ เขาเมาก็เลย...” พี่เกียร์หรี่สายตามองฉันพลางกัดฟันกรอด “หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มันเป็นครั้งแรกด้วย”“อยากให้มีรอบสอง”“ไม่ใช่นะคะ” มันไม่มีรอบสองแน่ ถ้าหากเรื่องปลายฟ้าจบลง ฉันกับพี่ครามก็จบเช่นเดียวกัน “มันพูดยากน่ะค่ะที่จะต้องพูดออกไป”ว่าฉันกับพี่ครามเราคบกัน มันมีเหตุผลของฉันอยู่ในนั้นประมาณ 95% อีก 5% คือเขาเป็นที่พึ่งให้ในตอนแรกๆ พอเมื่อวานแผงฤทธิ์ก็เลยคิดใหม่ทั้งหมด เอาเป็นว่า 100% ที่คบกับเขาเพราะผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆพอเห็นสีหน้าพี่เกียร์นิ่งจนเหมือนหุ่น ฉันก็พยายามทำให้บรรยากาศสำหรับเรามันดีขึ้น “ไว้หนูพร้อมหนูจะบอก”“...”“ถึงตอนนั้นพี่เกียร์จะรอฟังหนูไหม” ไม่ได้อยากจะขอร้อง เห
Gear Trick #12เขาเป็นความสบายใจถึงแบบนั้นเมื่อคืนฉันเผลอนอนหลับในห้องน้ำ ดีนะที่ไม่ขาดใจตายซะก่อนเพราะเปิดหน้าต่างบานเล็กให้ลมเข้า พี่ครามยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง พอเขาหลับแบบนี้ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินคอวีใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีเข้ม ผมเผ้าก็ไม่ได้มัดด้วยจึงปล่อยสยายเหน็บข้างใบหูฉันนั่งตวัดขาไขว่ห้างที่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก้มหน้าอ่านในหนังสือในมือ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการฮีลใจ ใช่ มันไม่ได้ฮีลใจได้ดีสักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ทำให้ลืมเรื่องเมื่อคืนไปได้ข้าง บนโต๊ะมีแก้วโกโก้เย็นกับจานเค้กที่ถูกตักกินไปแค่คำเดียวผละใบหน้าจากหน้าหนังสือหยิบแก้วโกโก้ขึ้นดื่ม ฉับพลันก็มีร่างสูงสวมกางเกงยีนส์สีซีดและเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างฉัน ทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาซึ่งมัดผมรวบเป็นมวย ด้านหน้าปล่อยเส้นผมลงมาและด้านบนมีแว่นกันแดดสีดำเหน็บบนศีรษะ รู้อะไรไหม... แค่เห็นหน้าเขา เรื่องเมื่อคืนก็ตีวุ่นเข้ามาอีกครั้ง“พี่เกียร์” เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มาได้ยังไงคะ รู้ได้ไงว่าหนูอยู่ที่นี่”“ผ่านมา” ชี้นิ้วไปยังรถจากัวร์ที่จอดอยู่ริม
คำหยาบคายถูกขุดขึ้นมา คนๆ นี้ไม่ใช่คนที่บอกรักฉันมาตลอด ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พลังบวกให้กับฉันและไม่ใช่แม้แต่คนที่เคยใช้คำหวานเพื่อปลอบใจ เป็นที่พึ่งเดียวให้กับฉัน ตอนนี้เขาเหมือนปีศาจร้ายที่พร้อมจะทำลายฉัน หากยังคงดื้อดึงและยืนยันที่จะไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่เกียร์ ใช่ เขาไม่ได้คิด พี่เกียร์ไม่ผิดทำไมฉันจะต้องทำตามพี่ครามด้วย“ปล่อยหนูนะ หนูเจ็บ”“เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับกูเหรอปั้นหยา!”ตุ้บร่างของฉันถูกเหวี่ยงไปนอนฟุบลงบนเตียง ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นนั่งดี พี่ครามก็ตามมาขึ้นคร่อมจนฉันเบิกตากว้างพลางส่ายหน้าไปมา เขาตรึงข้อมือฉันไว้เหนือหัว ฉับพลันก็โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ลำคอจนฉันรู้สึกขยะแขยงเจียนบ้า“ฮึก ปล่อยหนูนะ”“ถ้ายังไม่รับปากกูว่าจะเลิกยุ่งกับมัน เตรียมตัวตายคาเตียงได้เลย” ฉันไม่รู้ว่าที่พี่ครามเป็นแบบนี้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเป็นเพราะนี่... คือธาตุแท้ของผู้ชายที่ตีหน้าแสนดีกับฉัน พอกลายร่างก็เปลี่ยนไปจนไม่ใช่คนๆ เดิมที่ฉันรู้จัก “บอกมาว่าจะเลิกยุ่งกับมัน!”“มะ ไม่ หนูไม่เลิก”“ได้ งั้นมึงก็อย่าหวังว่ากูจะปล่อยให้แม่งสุขสบายกับมันแน่” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้พลางบีบปลายคางฉันจนเจ็บแ







