เข้าสู่ระบบGear Trick #5
ไร้ตัวตน
(ขออภัยค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...)
“โทรหาแฟนไม่ติดหรือไง”
“ค่ะ”
“หล่อนดูไม่ทุกข์ร้อนเลยนะที่แฟนหายไปทั้งคน”
“มันเป็นปกติของพี่ครามน่ะค่ะ หนูเลยไม่ค่อยได้ใส่ใจ” เพราะมีเรื่องให้หนักใจยิ่งกว่าคือการทำงานหาเงินไงล่ะ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเล็กน้อยถ้าเทียบกับว่าฉันต้องทำงานหาเงิน พี่ครามเป็นแบบนี้เสมอเวลาหายไปก็คือหายไปวันสองวัน ก็ช่างเขาอีกนั่นแหละ เดี๋ยวก็คงกลับมาเองเพราะฉะนั้นที่ต้องห่วงคือปลายฟ้าไม่ใช่เขา
“คบกันจริงปะเนี่ย” เจ๊นัตตี้เอ่ยถาม ขณะไถมือถือและจดตารางงานของตัวเองที่มีลูกค้าโทรมาติดต่อให้ไปแต่งหน้าบ้าง ช่วงบ่ายก่อนจะเข้างานที่มินิมาร์ทเพราะร้านปิ้งย่างฉันทำตอนเย็นช่วงวันปกติ วันหยุดจึงเน้นงานที่มินิมาร์ทเพราะได้เงินเต็มจำนวนเลยแวะมาหาเจ๊นัตตี้กับปลายฟ้าที่ตอนนี้กำลังอาบน้ำเตรียมตัวไปเดินเล่นกับฉันที่สวนสาธารณะใกล้ๆ ขนของพาน้องไปปิกนิกด้วย “นี่ถ้าเป็นอีเป๊กกี้ผัวในสต็อกหายนะ รีบแจ้นไปแจ้งความแล้ว”
“หนูเคยชินกับการที่พี่ครามไม่ค่อยกลับห้องน่ะค่ะ” ถึงจะกลับหรือไม่กลับก็ไม่เป็นผลหรอก ยิ่งไม่กลับก็ดีกับตัวฉันคือไม่ต้องโดนทำรุ่มร่ามใส่ยังไงล่ะ
“นี่หล่อนรู้ปะปั้นหยา”
“รู้อะไรคะ”
“ถ้าแฟนหล่อนทำเรื่องไม่ดีกับหล่อน หรือมันอยากจะปล้ำแกถ้าแกไม่ยอม แจ้งความได้นะ” ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกมั้ง พี่ครามไม่ได้ทำร้ายร่างกายฉันหรือบังคับขืนใจ หากแต่ว่าเจ๊นัตตี้แนะนำก็ต้องจำไว้ในสมอง “ฉันเป็นห่วงหล่อนเรื่องอย่างว่า”
“หนูทราบค่ะ”
“อย่าไปยอมมันนะ” เจ๊นัตตี้เอาปลายปากกาชี้หน้าฉันที่นั่งเก้าอี้ตรงข้ามและมีโต๊ะทำงานกั้นอยู่ตรงกลาง “หล่อนไม่มั่นใจว่าจะให้มัน ก็อย่าหลงไปกับคารม”
“...”
“ของบางอย่างนะปั้นหยา เสียไปแล้วเรียกกลับคืนมาไม่ได้นะ” จ้องดวงหน้าสวยของเจ๊นัตตี้ที่แลดูจริงจังมากพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มันไม่เหมือนกับของที่ถูกขโมยไป อย่างน้อยนานแค่ไหนมันก็มีวันได้กลับคืน แต่เรื่องนั้นหล่อนเสียไปมันไม่มีทางกลับคืนมาได้แน่”
“ค่ะเจ๊”
“หล่อนอาจจะมองว่าฉันหัวโบราณนะ เรื่องนี้เก็บเอาไว้ให้คนที่หล่อนรักเขาจริงๆ ดีกว่า” พยักหน้ารับพลางเม้มริมฝีปากตัวเอง คงไม่มีใครมารักคนอย่างฉันหรอกหรือฉันเองก็คงไม่ได้คิดจะรักใคร ชีวิตของฉันมีแค่ปลายฟ้ากับเจ๊นัตตี้เท่านั้น “แล้วหล่อนจะไม่เสียใจเลยที่ได้ให้กับคนที่หล่อนเลือก”
“ค่า เจ๊ของหนูน่ะทั้งสวยและสอนได้ดีเยี่ยม เป็นพ่อหนู”
“นี่! พ่อหรือแม่เอาดีๆ”
“แม่ก็ได้ค่ะ แต่เป็นพ่อด้วยก็ดี” เจ๊นัตตี้เอามือฟาดท่อนแขนฉัน ก็นะเจ๊นัตตี้กับพวกเจ๊ๆ ในร้านเป็นบุคคลที่ทำให้ฉันพูดเล่นได้อย่างมีความสุข ทำให้ฉันรู้สึกว่ามีตัวตนในสายตาของพวกเขา
“มีงานติดต่อมา ฉันว่าจะหิ้วหล่อนไปด้วย”
“งานอะไรคะ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น งานของเจ๊นัตตี้นะมีแต่ได้เงินเยอะทั้งนั้นเลย
“แต่งหน้าให้เรซควีน”
“เรซควีน?” ขมวดคิ้วจนเป็นปม “คืออะไรคะ”
“เขาเรียกว่าสาวสวยประจำสนามแข่งรถ” พอได้ฟังความหมายก็ถึงบางอ้อ “ญี่ปุ่นน่ะจะเรียกเรซควีน บ้านก็จะเรียกว่าพริตตี้เอาง่ายๆ”
“แบบนี้เอง”
“แต่สนามแข่งจะอยู่พัทยานะ เป็นสนามปิด...” เจ๊นัตตี้โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้พลางพูดเสียงเบา “สนามแข่งเถื่อน”
“เถื่อนเหรอคะ”
“ใช่ เป็นสนามแข่งเถื่อนที่ใหญ่มากในพัทยาเชียวล่ะ ค่าจ้างนะฉันได้เกือบครึ่งแสนนะจะบอกให้”
“เจ๊พาหนูไปด้วยนะคะ หนูไปเป็นลูกมือเจ๊กับเจ๊เป๊กกี้เอง นะๆ” พอได้ฟังเงินที่เจ๊ได้ค่าตัว ฉันก็รีบอ้อนวอนเจ๊คนสวยที่มองค้อนพลางยิ้มขำ
“ไม่หิ้วหล่อนไป ฉันจะบอกหล่อนทำไม”
“หนูอยากเห็นเรซควีนข้างสนามว่าเขาจะสวยแค่ไหน ในทีวีเคยเห็นตามโชว์รูมรถ สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ” หุ่นดี หน้าสวยและทรวดทรงองค์เอวคือแข่งกันประชันเลยล่ะ ฉันอยากเห็นพวกเธอแบบตัวเป็นๆ คงจะสวยกว่าในทีวีแน่นอนเลย ขนาดพี่ครามเองยังชอบดูบ่อยๆ และไปงานโชว์รูมถ่ายรูปมาเต็ม
“วันไหนฉันจะโทรบอกหล่อนเอง มีฉัน อีเป๊กกี้ แล้วก็จะให้อีน้อยหน่ามันอยู่ร้านกับปลายฟ้า” พยักหน้ารับหงึกๆ ตื่นเต้นชะมัดเลยแหะ
“แล้วเรซควีนทำอะไรบ้างเหรอเจ๊”
“แหม สนใจหรือไง อยากจะเป็นบ้าง”
“เป็นอะไรล่ะคะเจ๊ ดูหนูด้วย หนูไม่ได้สวยเลยนะคะแถมตัวก็เตี้ยอีกต่างหาก” สูงแค่ 158 ซม. เอง ไม่สวยและไม่ได้ดูดีแบบพี่ๆ เรซควีนหรือพริตตี้สักหน่อย
“กล้าพูดนะหล่อน”
“ทำไมคะ”
“ใครทำให้หล่อนไม่มั่นใจขนาดนั้นปั้นหยา มานี่” เจ๊นัตตี้ลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมสีดำและอ้อมมาจับมือฉันให้ลุกขึ้นเดินตามเจ๊ไปหยุดที่หน้ากระจกบานใหญ่ติดกับกำแพง ร่างสูงของเจ๊ยืนซ้อนด้านหลัง เจ๊สวมเสื้อกล้ามสีขาวอวดหน้าอกหน้าใจใหญ่เกินตัวและสวมกางเกงขาสั้นยีนส์เหมาะกับหุ่นสูงยาวเข่าดีของเจ๊มาก เจ๊นัตตี้เมื่อหลายสิบปีก่อนสวยยังไงก็สวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ยิ่งไปทำจมูกมาใหม่สวยแบบสาวเกาหลีเลย “หล่อนจ้องหน้าตัวเองนานๆ สิ”
ฉันทำตามที่เจ๊นัตตี้สั่ง มองหน้าตัวเองในกระจกและการแต่งตัวที่สวมกางเกงยีนส์รัดรูปรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่าเยินๆ และเสื้อยืดดำตัวเล็กขนาดพอดีกับตัวของฉัน พอจ้องหน้าตัวเองในกระจกนานเข้า เจ๊นัตตี้ก็เอามือมาเกี่ยวเส้นผมที่ฉันมัดรวบเป็นหางม้าและปล่อยด้านข้างให้เห็นหน้าแบบชัดระดับ 4K
“แล้วยังไงคะ”
“หล่อนน่ารักจะตายไป หล่อนต้องหัดชมตัวเองซะบ้างนะปั้นหยา”
“หนูน่ารักเหรอคะ” เลิกคิ้วขึ้นขณะจ้องตัวเองในกระจกสะท้อนเงา ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวซีดอมชมพูและริมฝีปากบางเคลือบลิปสติกมันกลิ่นเชอร์รี่ โครงหน้าเรียวและอวบอิ่มโดยเฉพาะแก้ม
“ฉันไม่รู้นะว่าหล่อนโดนใครพูดกรอกใส่หูแบบนั้น” เจ๊นัตตี้วางมือลงบนบ่าพลางฉีกยิ้ม “แต่หล่อนน่ารักมากปั้นหยา หัดมั่นใจในตัวเองหน่อย หล่อนไม่ได้ไร้ตัวตนย่ะ”
“จริงเหรอคะ”
“ก็เพราะว่าหล่อนไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว ไม่อะไรเลยสักอย่างเดียว” บ่นจนหูขวามีแต่น้ำลายไปหมดแล้วเจ๊นัตตี้!
“หนูไม่มีเวลานี่นา”
“แค่แต่งหน้าทุกอย่างจบ ถึงหล่อนจะหน้าสดแล้วยังน่ารักก็เถอะ ส่วนฉันหน้าสดยังกับผีจีน”
“ไม่หรอก เจ๊หน้าสดก็ยังสวยอยู่ดี” ไม่ต้องมาพูดเลยว่าเจ๊นัตตี้หน้าสดแล้วเหมือนผีจีนน่ะ ยังไงเจ๊ก็สวยถึงจะชอบนอนน้ำลายไหลยืดก็เถอะ ปลายฟ้าบอกมานะ
“หล่อนเรียนรู้การแต่งหน้าจากฉันไปเยอะมาก หล่อนควรแต่งหน้า บางๆ ก็ยังดี”
“ก็หนูไม่ชอบนี่นา ทาแป้ง ทาลิปมันก็จบ”
“เบื่อหล่อนจริงๆ” เจ๊นัตตี้ผลักศีรษะฉันและกลับไปนั่งประจำที่ตามเดิม “ฉันอยากให้หล่อนมั่นใจนะปั้นหยา คนอื่นน่ะต้องมองหล่อนน่ารักเหมือนกับที่ฉันมองก็ได้ แต่แค่หล่อนไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นแบบนั้น”
“...” มันก็จริงนะ หลายคนแล้วไม่ใช่แค่พี่ครามหรือมุก รวมไปถึงพี่โฬมเองก็ด้วยที่เจอกันครั้งแรกเขาก็บอกว่าฉันน่ารักมากจะไร้ตัวตนได้ยังไง ก็มันเป็นไปแล้วนี่นาที่ว่าในรั้วมหาลัยฉันไร้ตัวตนแบบสุดๆ
“พี่หยา ฟ้าเสร็จแล้ว” หยุดบทสนทนากับเจ๊นัตตี้เอาไว้เท่านี้ ลอบมองร่างบอบบางของน้องสาวที่สวมกางเกงยีนส์และเสื้อยืดคอวีสีขาว ใบหน้าสวยแลดูสดใสมากขึ้นที่เราจะออกไปนั่งเล่นข้างนอกบ้าง ฉันไม่อยากให้ปลายฟ้าอยู่แต่ในห้อง ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จึงหาเวลาว่างพาน้องไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะบ้าง เจ๊นัตตี้เคยบอก ‘อย่าทำงานจนลืมว่าต้องให้เวลากับปลายฟ้าบ้าง’ เจ๊บอกว่าถึงเจ๊จะดูแลปลายฟ้าอย่างดี แต่สิ่งที่ปลายฟ้าต้องการคือการได้เจอหน้าฉัน “ไปกัน เจ๊ไม่ไปเหรอ”
“ไม่ย่ะ หล่อนสองคนน่ะเชิญตามสบาย ฉันต้องรอลูกค้ามารับชุด”
ฉันโน้มตัวหยิบตะกร้าที่มีของกินกับผ้าปูมาถือไว้ มือขวาจูงมือปลายฟ้าออกจากร้าน ดีหน่อยที่วันนี้อากาศค่อนข้างดีแดดไม่ได้ร้อนมากและระยะเวลาเดินทางไปกลับก็ใช้เวลาเพียงแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น ปลายฟ้าบอกว่าอยากออกมาสูดอากาศไม่อยากซ้อนมอเตอร์ไซค์ อยากเดินเพื่อออกกำลังกายแม้จะเป็นห่วงกลัวว่าน้องจะเหนื่อย พอเห็นใบหน้าของนางฟ้าตัวน้อยก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าน้องกำลังมีความสุขมากๆ
“วันนี้ท้องฟ้าสวยจังพี่หยา” หันไปมองร่างบอบบางที่นอนมองท้องฟ้าผ่านต้นไม้ที่เราปูผ้านั่งริมทะเลสาบ ตอนนี้มีผู้คนไม่ได้เยอะมาก ส่วนใหญ่จะเน้นมานั่งคุยหรือพักผ่อนกันเสียมากกว่า ถ้าเป็นช่วงเย็นก็จะมีมาออกกำลังกายกัน “หนูอยากทำกิจกรรมกลางแจ้งได้เร็วๆ จัง อยากไปเล่นน้ำทะเลด้วย”
“ฟ้าก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีสิ พอถึงเวลาต้องเข้ารับการผ่าตัด จะได้หาย” ฉันนั่งกอดเข่าและเอนใบหน้าลงบนแขน ส่งยิ้มหวานให้กับน้องสาวที่หันมาพยักหน้าให้ฉัน
“ฟ้ายังมีความหวังใช่ไหม”
“มีสิ” เพราะต่อให้ไม่มี พี่ก็จะทำให้มันมีให้ได้เลยปลายฟ้า “พี่สัญญาแล้วไง”
[50%]
*-------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา
Gear Trick #14I want a prize.น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบจนฉันจิกนิ้วลงบนขอบเคาน์เตอร์ครัว ลมหายใจหอบถี่ราวกับมันแทบจะช็อกตายคาครัวถ้าหากพี่เกียร์ยังคงเข้าใกล้มากกว่านี้ ‘มัดจำก่อนได้ไหม?’ ไม่เข้าใจถึงความหมายกระทั่งรับรู้ถึงริมฝีปากแดงคล้ำที่ร้อนระอุกดแนบลงบนผิวเนื้อ จนแก้มป่องๆ ของฉันยุบลงตามแรงกด
“ฟังพี่นะน้องปั้นหยา” พี่โฬมดึงสติฉันพลางยิ้มกริ่ม “มันไม่ดีหรอก หนูเชื่อพี่”“หนูอยากได้เงินนี่นา”“ต้องได้มาแบบที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้สิครับ พี่น่ะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พอดีพี่มันเหี้ย โกงเรื่องพนันทุกอย่างก็แค่นั้น” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “โดน
Gear Trick #13ก็อยากเป็นเราสองคนมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตใกล้กับคอนโดของพี่เกียร์ เป็นแค่ชั้นเดียวทว่าพื้นที่คือกว้างมากเลยนะ ใช้เวลาเดินแค่ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ฉันเข็นรถเข้ามาอันดับแรกเลยก็คือต้องดูพวกเนื้อสัตว์ก่อน ผักในตู้เย็นก็พอได้อยู่ซื้อไปเพิ่มอีกสักนิดก็น่าจะโอเค“เนื้อวัวด้วยไหมคะ”“อือ” ชูแพค
“อ๋อ” ทำไมต้องลากเสียงยาวและไม่กล้าบอกไปตรงๆ ล่ะปั้นหยา “แฟนหนูน่ะค่ะ”“...” ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับนิ่งกว่าเดิม จนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างจากตัวพี่เกียร์ เป็นรังสีความเย็นที่แผ่ปกคลุมมาเผื่อฉันด้วย ทั้งที่นั่งหน้าร้านอากาศกำลังอุ่นพอดี“หนูไม่ได้บอก เพราะพี่ไม่เคยถามหน







