LOGIN“ฟังพี่นะน้องปั้นหยา” พี่โฬมดึงสติฉันพลางยิ้มกริ่ม “มันไม่ดีหรอก หนูเชื่อพี่”
“หนูอยากได้เงินนี่นา”
“ต้องได้มาแบบที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้สิครับ พี่น่ะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พอดีพี่มันเหี้ย โกงเรื่องพนันทุกอย่างก็แค่นั้น” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “โดนคนมันท้าทายก็จัดให้สักหน่อย สุดท้ายพอพี่ได้ พี่ก็ลบเว็บทิ้ง จบ”
“...”
“อย่างหนูมันจะไม่ได้แค่ก้อนเดียวจบ คนเรามีความโลภอยู่ในตัวกันทุกคน อยู่ที่ว่าจะโลภมากหรือน้อย” คำสอนของพี่โฬมเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ฉันตระหนักขึ้นมาได้ว่าต่อให้อยากได้เงินแค่ไหน ไม่ควรทำเรื่องที่ทุจริตแบบนี้ “ที่ไอ้เกียร์มันห้าม มันแค่ไม่อยากให้หนูหลงทางผิดก็เท่านั้น เข้าใจมันหน่อยนะ”
“ค่ะ”
“มันเป็นพวกพูดไม่ค่อยเข้าใจ หนูคงรู้” ใช่ รู้ดีเลยล่ะ บางคำพูดของพี่เกียร์ถึงทำให้ฉันจับใจความได้ยากแบบสุดๆ “เชื่อมันเถอะครับ ทุกอย่างที่มันพูดมา มีเหตุผลไม่ใช่ไม่มี”
พยักหน้ารับ มันก็คงถูกเหมือนที่พี่โฬมพูด ทุกคำพูดของพี่เกียร์ถึงจะเข้าใจได้ยาก แต่มันก็มีเหตุผลซ่อนอยู่ในนั้นโดยที่ฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ จนต้องเจาะมันให้ลึกที่สุด
“ไอ้เกียร์มันรวยจะตายไป หนูยืมมันได้”
“ไม่เอาหรอกค่ะ หนูอยากหามันด้วยตัวเอง” ถึงจะเป็นไปได้ยากก็เถอะ ถ้าไม่รีบมันจะช้าเกินไปสำหรับปลายฟ้า “หนูเป็นคนอื่นนะคะ คงไม่มีใครมาให้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกันอะไรหรอก”
“หึ พี่บอกแล้วไงว่ามันรวย” รู้ว่ารวย ตอกย้ำกันทำไมก่อน
“รวยแล้วก็ใช้เงินแบบแปลกๆ ด้วยค่ะ”
“หือ?”
“ก็กระเป๋าใบนั้นน่ะค่ะ” ชี้นิ้วไปให้พี่โฬมมองกระเป๋าสีดำของฉันที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกที่พี่เจคนอนอยู่ “ซื้อมาตั้งหกพัน บอกว่าลืมไปว่าพี่โฬมไม่ชอบก็เลยเอามาให้หนู”
“ห๊ะ!”
“ค่ะ ซื้อมาได้ยังไงตั้งหกพัน”
“มันซื้อให้พี่เหรอ มันบอกหนูเหรอปั้นหยา” พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ก็พี่เกียร์พูดกรอกใส่หูซะขนาดนั้น
“บังคับให้หนูใช้ด้วยค่ะ น่ารักดีนะคะพี่เกียร์ใส่ใจพี่โฬมดีจัง”
“หึ ครับ” พี่โฬมยกมือลูบใบหน้าตัวเองสองสามครั้ง พลางเสมองแผ่นหลังของพี่เกียร์ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียง “ใส่ใจดีมากด้วยซ้ำไป”
ร่างสูงขอตัวไปสูบบุหรี่บ้าง พอเห็นพี่เกียร์กับพี่โฬมยืนคุยอะไรกันบางอย่าง ฉันก็เก็บของบนโต๊ะเสี้ยวหนึ่งพี่เกียร์หันมามองฉันและคุยกับพี่โฬมต่อ เห็นมีแค่พี่โฬมนะที่ดูโวยวายเสียใหญ่โต พอเก็บของบนโต๊ะเอาไปไว้ในซิงค์ล้างจาน ก็เดินมาเช็ดทำความสะอาดโต๊ะให้เรียบร้อย จากนั้นก็มายืนทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัว รวมไปถึงยืนล้างถ้วยชาม ส่วนหม้อสุกี้น่าจะต้องรอพรุ่งนี้ให้หายร้อนก่อน
“กินอิ่มหรือเปล่า” พี่เกียร์ที่เดินเข้ามาเปิดตู้เย็นคว้าน้ำขึ้นดื่มเอ่ยถาม
“ค่ะ” ตอบพลางเช็ดมือลงบนผ้าขนหนู “พี่โฬมกลับแล้วเหรอคะ”
“อือ” คำตอบของพี่เกียร์ทำให้ฉันยกมือเกาศีรษะตัวเอง เอายังไงต่อดีล่ะปั้นหยา... “เข้าไปอาบน้ำ”
“พี่เกียร์จะให้หนูค้างจริงๆ เหรอคะ”
“ใช่” ตอบแบบไม่มีลังเลเลยนะคนเรา จะบ้าอยู่แล้ว “นอนด้วยกัน ไม่เห็นแปลก”
“แต่เรา... ไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ” ทำไมคำพูดท้ายถึงได้แผ่วเบาขนาดนี้ล่ะปั้นหยา “คงไม่ดี”
“คิดอะไร” พี่เกียร์วางขวดน้ำลงบนเคาน์เตอร์บาร์ จากนั้นก็เดินต้อนฉันมาเรื่อยๆ จนสะโพกชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์อีกฝั่ง ร่างสูงโน้มตัวลงมาวางมือลงข้างๆ เอวไม่ให้ขยับหนีเขาไปไหน
“พี่เกียร์” เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก บังคับเสียงให้เป็นปกติหน่อยสิปั้นหยา
“ไม่ได้คิดอะไร ทำไมจะนอนไม่ได้”
“...”
“หรือจริงๆ แล้วหยาคิด” ทำไมฉันขนลุกเกรียวขนาดนี้ที่พี่เกียร์เรียกชื่อฉันด้วยคำว่าหยาคำเดียวเนี่ย
“หนูเปล่านะคะ” แค่มันเขินต่างหากเล่า มันรู้สึกแปลกๆ นี่นาที่จะต้องนอนกับผู้ชายคนอื่น ที่ไม่ใช่แฟนของตัวเอง ถึงฉันกับพี่ครามจะอยู่ในความสัมพันธ์ที่มันค่อนข้างห่างไกลกัน เขาก็ยังได้ชื่อว่าเป็นแฟนและฉันไม่อยากทำให้เรื่องพวกนี้มันกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิง ฉันชอบความสัมพันธ์แบบนี้กับพี่เกียร์มากกว่า หมายถึงตอนแรกๆ ที่เราเจอกัน
เหมือนได้รู้จักพี่เกียร์มากขึ้น เขาก็ดูเปิดตัวตนให้ฉันได้เห็นมากขึ้น แม้จะไม่ได้เยอะก็พอทำให้รู้ว่าพี่เขาไม่ได้หยิ่งทะนงหรือจองหองอย่างที่พี่ครามคิดและใส่ร้าย
“ใจดีแล้วนะ อยากให้ใจร้าย” ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ขณะที่มือหนาช้อนปลายคางขึ้นเอียงไปด้านขวาเพื่อมองตำแหน่งที่พี่ครามบีบแก้มใกล้ๆ ลำคอจนแดงเล็กน้อย “จำได้ไหมที่ไอ้โฬมพูด”
“อะไรคะ” พี่โฬมพูดซะเยอะขนาดนั้น ใครจะไปจำได้กัน
“กินสุกี้วันนี้เงินใคร”
“เงินพี่เกียร์” ทำไมพอมาถึงจุดนี้ฉันกลับรู้สึกเหมือนโดนพี่เกียร์ต้อนให้จนมุมจนกู่ไม่กลับเลยล่ะ
“คิดเงินกับไอ้โฬมแล้ว เหลือแค่หยา”
“พี่เกียร์คิดเงินกับหนูด้วยเหรอคะ หนูก็ทำให้กินแล้วไง” ฉันทำหน้าบูดใส่เขา “รวยก็รวย คิดเงินหนูได้ลงคอ”
“ใครบอกว่าจะเอาเงิน” อ้าว... ตั้งคำถามในใจว่าพี่เกียร์จะเอาอะไรกันล่ะ พอฉันกำลังคิดว่าพี่เกียร์ไม่เอาเงินแล้วจะเอาอะไร ต้องสะดุ้งตกใจที่ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนกลิ่นเมนทอลลอยคลุ้งบนพวงแก้มใส “ยังไม่มีจ่าย”
“...” ลอบกลืนน้ำลายและดูเหมือนฉันจะถูกสายตาที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงหยุดให้นิ่งค้างเหมือนตุ๊กตา
“มัดจำก่อนได้ไหม?”
*--------------------------------------------------*
“ฟังพี่นะน้องปั้นหยา” พี่โฬมดึงสติฉันพลางยิ้มกริ่ม “มันไม่ดีหรอก หนูเชื่อพี่”“หนูอยากได้เงินนี่นา”“ต้องได้มาแบบที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้สิครับ พี่น่ะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พอดีพี่มันเหี้ย โกงเรื่องพนันทุกอย่างก็แค่นั้น” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “โดนคนมันท้าทายก็จัดให้สักหน่อย สุดท้ายพอพี่ได้ พี่ก็ลบเว็บทิ้ง จบ”“...”“อย่างหนูมันจะไม่ได้แค่ก้อนเดียวจบ คนเรามีความโลภอยู่ในตัวกันทุกคน อยู่ที่ว่าจะโลภมากหรือน้อย” คำสอนของพี่โฬมเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ฉันตระหนักขึ้นมาได้ว่าต่อให้อยากได้เงินแค่ไหน ไม่ควรทำเรื่องที่ทุจริตแบบนี้ “ที่ไอ้เกียร์มันห้าม มันแค่ไม่อยากให้หนูหลงทางผิดก็เท่านั้น เข้าใจมันหน่อยนะ”“ค่ะ”“มันเป็นพวกพูดไม่ค่อยเข้าใจ หนูคงรู้” ใช่ รู้ดีเลยล่ะ บางคำพูดของพี่เกียร์ถึงทำให้ฉันจับใจความได้ยากแบบสุดๆ “เชื่อมันเถอะครับ ทุกอย่างที่มันพูดมา มีเหตุผลไม่ใช่ไม่มี”พยักหน้ารับ มันก็คงถูกเหมือนที่พี่โฬมพูด ทุกคำพูดของพี่เกียร์ถึงจะเข้าใจได้ยาก แต่มันก็มีเหตุผลซ่อนอยู่ในนั้นโดยที่ฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ จนต้องเจาะมันให้ลึกที่สุด“ไอ้เก
“แม่ง!”“มึงไม่เห็นหรือไง”“เห็น”“จะให้ปล่อย” ไม่รู้ว่าบทสนทนาเป็นไปในรูปแบบไหน ทว่าพอฉันเดินกลับมาที่เดิมพี่โฬมก็ฉีกยิ้มกว้างลุกขึ้นรับถาดจากมือฉันไป ทั้งที่เมื่อกี้ดูเหมือนจะทะเลาะกับพี่เกียร์อยู่เลย“โห น่ากินมากเลยครับ ซื้อมาเยอะขนาดนี้แทนที่จะชวนกูสักคำ ไม่มี”“ไม่ได้อยากกินกับมึง” เค้นเสียงแข็งใส่พี่โฬม จากนั้นฉันก็นั่งประจำที่เช็ดมือเรียบร้อยก็เตรียมแกะกุ้งให้กับพี่เกียร์ เมื่อได้ฉันก็วางบนจานให้เขาก่อนสองตัว “ไม่ต้องแกะ”“เอ๋? หนูจะแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคไงคะ”“ให้มันแกะเอง”“ขี้หวง” พี่โฬมเบ้ปากใส่พี่เกียร์ ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เลยแหะ เป็นเพราะพี่โฬมกับพี่เจคมาหรือเปล่า“หนูขอแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคนะคะ ไหนๆ มือก็เลอะแล้ว” ขอคนตรงหน้าที่คีบเนื้อวัวจิ้มน้ำจิ้มกินด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“จ่ายเงินกูมาด้วย”“น้องปั้นหยาก็กิน มึงไม่คิดบ้างอะ กับเพื่อนนี่เอาทุกดอกแล้วบอกเพื่อนกันนะ” ดูเหมือนคนข้างกายฉันจะโวยวายเสียยกใหญ่ “ใช่สิ กูมันไม่สำคัญกับมึงแล้วไง มีน้องปั้นหยาอยู่ด้วยทั้งคน เหอะ”“เป็นตัวเมีย” สนามรบในหม้อสุกี้ยังไม่จบไม่สิ้นสินะ ดูเหมือนจะมีแค่พี่เกียร์กับพี่โฬมที่จ้องหน้า
Gear Trick #13ก็อยากเป็นเราสองคนมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตใกล้กับคอนโดของพี่เกียร์ เป็นแค่ชั้นเดียวทว่าพื้นที่คือกว้างมากเลยนะ ใช้เวลาเดินแค่ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ฉันเข็นรถเข้ามาอันดับแรกเลยก็คือต้องดูพวกเนื้อสัตว์ก่อน ผักในตู้เย็นก็พอได้อยู่ซื้อไปเพิ่มอีกสักนิดก็น่าจะโอเค“เนื้อวัวด้วยไหมคะ”“อือ” ชูแพคเนื้อวัวให้พี่เกียร์ เขาพยักหน้ารับ ไหงกลายเป็นว่าพี่เกียร์เข็นรถเดินตามฉันไปทุกซอกทุกมุม“พี่เกียร์จ่ายนะคะ หนูจ่ายไม่ไหวแน่”“ลืมเอาเงินมา”“พี่เกียร์ พูดจริงเหรอคะ” ฉันถึงห่อเหี่ยวทันทีที่หยิบกุ้งสดขึ้นมา พอเห็นมุมปากยกขึ้นก็หรี่ตามอง “แกล้งหนูอีกแล้ว ทำไมชอบแกล้งหนูจัง”“อยากน่าแกล้ง” จะบอกว่าตัวฉันเองทำให้เขาอยากแกล้งมากขึ้นว่างั้นสิ ก็ไม่ได้ทำให้ตัวให้น่าแกล้งสักหน่อย พี่เกียร์ชอบใส่ร้ายกันตลอดนั่นแหละ“หนูขนไปเผื่อตุนไว้ให้พี่เกียร์ต้มใส่บะหมี่กินเองนะคะ”“ขนไปก็เท่านั้น” เขาบ่นพลางกวาดตามองไปทั่วโซนอาหารทะเล “ทำไม่เป็น”“หัดทำสิคะ หนูสอน”“ขี้เกียจ” เกลียดคำว่าขี้เกียจของเขาซะจริง ฉันเลือกของได้ครบตามที่ต้องการใช้เวลาไม่นานรถเข็นก็มีของสดเพียบ จากนั้นก็เดินนำพี่เกียร์ไปยังล็อกน้ำจิ้ม
“อ๋อ” ทำไมต้องลากเสียงยาวและไม่กล้าบอกไปตรงๆ ล่ะปั้นหยา “แฟนหนูน่ะค่ะ”“...” ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับนิ่งกว่าเดิม จนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างจากตัวพี่เกียร์ เป็นรังสีความเย็นที่แผ่ปกคลุมมาเผื่อฉันด้วย ทั้งที่นั่งหน้าร้านอากาศกำลังอุ่นพอดี“หนูไม่ได้บอก เพราะพี่ไม่เคยถามหนู” เหมือนถูกสายตาคมจ้องมองมาแทบจะฉีกร่างฉันให้กระจุยกระจาย“มันทำสินะ”“เมื่อวานเราทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะค่ะ เขาเมาก็เลย...” พี่เกียร์หรี่สายตามองฉันพลางกัดฟันกรอด “หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มันเป็นครั้งแรกด้วย”“อยากให้มีรอบสอง”“ไม่ใช่นะคะ” มันไม่มีรอบสองแน่ ถ้าหากเรื่องปลายฟ้าจบลง ฉันกับพี่ครามก็จบเช่นเดียวกัน “มันพูดยากน่ะค่ะที่จะต้องพูดออกไป”ว่าฉันกับพี่ครามเราคบกัน มันมีเหตุผลของฉันอยู่ในนั้นประมาณ 95% อีก 5% คือเขาเป็นที่พึ่งให้ในตอนแรกๆ พอเมื่อวานแผงฤทธิ์ก็เลยคิดใหม่ทั้งหมด เอาเป็นว่า 100% ที่คบกับเขาเพราะผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆพอเห็นสีหน้าพี่เกียร์นิ่งจนเหมือนหุ่น ฉันก็พยายามทำให้บรรยากาศสำหรับเรามันดีขึ้น “ไว้หนูพร้อมหนูจะบอก”“...”“ถึงตอนนั้นพี่เกียร์จะรอฟังหนูไหม” ไม่ได้อยากจะขอร้อง เห
Gear Trick #12เขาเป็นความสบายใจถึงแบบนั้นเมื่อคืนฉันเผลอนอนหลับในห้องน้ำ ดีนะที่ไม่ขาดใจตายซะก่อนเพราะเปิดหน้าต่างบานเล็กให้ลมเข้า พี่ครามยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง พอเขาหลับแบบนี้ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินคอวีใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีเข้ม ผมเผ้าก็ไม่ได้มัดด้วยจึงปล่อยสยายเหน็บข้างใบหูฉันนั่งตวัดขาไขว่ห้างที่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก้มหน้าอ่านในหนังสือในมือ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการฮีลใจ ใช่ มันไม่ได้ฮีลใจได้ดีสักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ทำให้ลืมเรื่องเมื่อคืนไปได้ข้าง บนโต๊ะมีแก้วโกโก้เย็นกับจานเค้กที่ถูกตักกินไปแค่คำเดียวผละใบหน้าจากหน้าหนังสือหยิบแก้วโกโก้ขึ้นดื่ม ฉับพลันก็มีร่างสูงสวมกางเกงยีนส์สีซีดและเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างฉัน ทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาซึ่งมัดผมรวบเป็นมวย ด้านหน้าปล่อยเส้นผมลงมาและด้านบนมีแว่นกันแดดสีดำเหน็บบนศีรษะ รู้อะไรไหม... แค่เห็นหน้าเขา เรื่องเมื่อคืนก็ตีวุ่นเข้ามาอีกครั้ง“พี่เกียร์” เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มาได้ยังไงคะ รู้ได้ไงว่าหนูอยู่ที่นี่”“ผ่านมา” ชี้นิ้วไปยังรถจากัวร์ที่จอดอยู่ริม
คำหยาบคายถูกขุดขึ้นมา คนๆ นี้ไม่ใช่คนที่บอกรักฉันมาตลอด ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พลังบวกให้กับฉันและไม่ใช่แม้แต่คนที่เคยใช้คำหวานเพื่อปลอบใจ เป็นที่พึ่งเดียวให้กับฉัน ตอนนี้เขาเหมือนปีศาจร้ายที่พร้อมจะทำลายฉัน หากยังคงดื้อดึงและยืนยันที่จะไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่เกียร์ ใช่ เขาไม่ได้คิด พี่เกียร์ไม่ผิดทำไมฉันจะต้องทำตามพี่ครามด้วย“ปล่อยหนูนะ หนูเจ็บ”“เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับกูเหรอปั้นหยา!”ตุ้บร่างของฉันถูกเหวี่ยงไปนอนฟุบลงบนเตียง ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นนั่งดี พี่ครามก็ตามมาขึ้นคร่อมจนฉันเบิกตากว้างพลางส่ายหน้าไปมา เขาตรึงข้อมือฉันไว้เหนือหัว ฉับพลันก็โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ลำคอจนฉันรู้สึกขยะแขยงเจียนบ้า“ฮึก ปล่อยหนูนะ”“ถ้ายังไม่รับปากกูว่าจะเลิกยุ่งกับมัน เตรียมตัวตายคาเตียงได้เลย” ฉันไม่รู้ว่าที่พี่ครามเป็นแบบนี้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเป็นเพราะนี่... คือธาตุแท้ของผู้ชายที่ตีหน้าแสนดีกับฉัน พอกลายร่างก็เปลี่ยนไปจนไม่ใช่คนๆ เดิมที่ฉันรู้จัก “บอกมาว่าจะเลิกยุ่งกับมัน!”“มะ ไม่ หนูไม่เลิก”“ได้ งั้นมึงก็อย่าหวังว่ากูจะปล่อยให้แม่งสุขสบายกับมันแน่” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้พลางบีบปลายคางฉันจนเจ็บแ







