เข้าสู่ระบบ"ผมจะลืมได้ยังไงในเมื่อคุณเป็นคนเอาความบริสุทธิ์ผมไป"
"หา!?"
ใบหน้าของเธอร้อนวูบขึ้นมาแบบห้ามไม่อยู่ เธอจ้องเขาด้วยความไม่เชื่อสายตาก่อนจะรีบถอยออกห่างจากชายหนุ่มอย่างร้อนรน
"พูดบ้าอะไรของคุณ!" จัสมินสะบัดข้อมือหลุดออกจากการเกาะกุมและมองเขาด้วยสายตาไม่เชื่อถือทันที
ก็จะให้เชื่อได้ยังไง...คืนนั้นเขาลีลาเด็ดเผ็ดร้อนจนเตียงแทบไหม้แถมยังจัดหนักจนเกือบถึงเช้าราวกับมืออาชีพที่ผ่านประสบการณ์มาเยอะใครจะไปเชื่อลงเล่า!
"ก็พูดความจริง"
"ไม่มีทาง คนอย่างคุณเนี่ยนะบริสุทธิ์"
"ก็เหมือนกับที่คนอย่างคุณยังบริสุทธิ์อยู่ล่ะมั้ง"
กรี๊ดดดดดดดด! ไอ้ปากแมว ทำไมกล้าเอาความบริสุทธิ์ของเธอมาพูดแบบหน้าด้าน ๆ แบบนี้เธอนึกว่าเขาลืม ๆ มันไปแล้วเสียอีก
"จริง ๆ ผมเป็นฝ่ายเสียหายด้วยซ้ำ" ฟานอี้ยังคงยียวนเธอไม่เลิก แม้ใบหน้าจะเรียบนิ่งแต่คำพูดคำจานั้นแดกดันทุกประโยค
"พูดแบบนี้ได้ยังไง!"
"ก็มันจริง"
"คุณก็เอาเวอร์จิ้นฉันไปเหมือนกันเราต่างกันตรงไหน"
"ในหลักวิทยาศาสตร์คุณอาจเสียหายมากกว่า แต่ทางจิตใจผมเสียหายกว่าคุณเยอะใครใช้ให้วางเงินทิ้งให้ตั้งพันห้าเพราะคิดว่าผมเป็นโฮสต์ล่ะ"
"จะให้ฉันโอนค่าตัวให้เพิ่มเลยไหมล่ะถึงจะพอใจอีกอย่างคุณก็หาว่าฉันเป็นผู้หญิงรับงานก่อนเหมือนกัน" จัสมินเหลือจะทนกับผู้ชายคนนี้เต็มที! คืออาชีพไหน ๆ ก็มีเกียรติกันทั้งนั้นแต่มันต้องไม่ใช่การเข้าใจผิดและกล่าวหากันตั้งแต่แรกแบบนี้
"ก็คุณเอาแต่ส่งสายตายั่วผมทั้งคืน ใครจะคิดว่าแค่นักดื่มเฉย ๆ ล่ะ"
เอ้า! มาโทษเธออี๊กกกกกกก ให้มันได้อย่างนี้สิ ทั้ง ๆ ที่ต่างคนต่างจ้องกันอย่างเอาเป็นเอาตายแท้ ๆ ถ้าเธอกับเขาเป็นปลากัดคงท้องมีลูกเป็นโขยงแล้วมั้ง!
"คุณก็มองฉันจนแทบจะเข้ามาเลียแล้วด้วยซ้ำ ทำไมโทษแค่ฉันคนเดียว"
"ก็แค่มองแต่ยังไม่ได้เลียเลยนี่สิ น่าเสียดาย" นัยน์ตาสีนิลฉายแววสนุกอยู่ข้างในอย่างเห็นได้ชัดแม้ใบหน้าจะนิ่งราวกับถูกฉาบไว้ด้วยน้ำแข็งแต่เธอสังเกตว่ามุมปากของเขาแอบยกขึ้นนิดหน่อยเมื่อได้ต่อปากต่อคำกับเธอ
จัสมินกัดฟันกำหมัดแน่นกับความหน้าด้านหน้าทนของหมอฟานอี้ เธอพยายามสะกดกลั้นไม่ให้กรี๊ดต่อหน้าคนทั้งงานเลี้ยง และปรับสีตาให้ปกติที่สุด
"เอาเป็นว่า...ฉันยกโทษให้คุณแล้วกัน และหวังว่าจะไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ เพราะคุณเป็นผอ. คงมีงานมากมาย เราจะอยู่ในโรงพยาบาลนี้อย่างคนที่ไม่ต้องรู้จักกันอีก!"
"ผมต่างหากที่ต้องยกโทษให้คุณ อ๋อ...แล้วก็เราไม่เคยรู้จักกันอยู่แล้ว"
"อ๋อ ฉันก็ไม่มีรสนิยมอยากเสวนากับคนแบบคุณเหมือนกัน" หญิงสาวเดินออกมาจากงานโดยไม่สนใจคนรอบข้างอีกต่อไป แค่คิดว่าจะต้องทำงานอยู่ในโรงพยาบาลกับผู้อำนวยการปากเสียแบบเขาก็สมองจะบวมแล้ว แต่คงไม่ได้เจอกันบ่อยหรอกเพราะเขาเป็นถึงระดับผู้บริหารนี่นา
หลายวันต่อมา
ถึงจะพูดว่าไม่ค่อยได้เจอกัน แต่โชคชะตาดันให้เขาและเธอทำงานอยู่ใกล้กันมาก เพราะสายงานใกล้ ๆ กัน และวันนี้ก็เป็นวันประชุม จัสมินเลยซื้อชามะลิมาดื่มตั้งแต่เช้าและเข้าห้องประชุมไปโดยที่นั่งให้ห่างจากไอ้ผอ. บ้านั่นที่สุด
"การจัด Neuro Wellness ของโรงพยาบาลมีมาตลอด และทุกครั้งก็ได้รับความสนใจจากบุคคลเป็นอย่างมาก"
"เราจะเจาะกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้บริหารระดับสูง เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน เหล่า VIP ที่ใช้บริการโรงพยาบาลของเรา" นายแพทย์ 'เหลียง' ที่ปรึกษาผู้อำนวยการและหัวหน้าแผนกอายุรกรรมประสาทและสมองกล่าวถึงกิจกรรมที่ทางโรงพยาบาลจะมีการจัดขึ้น
"และเราจะมีทั้งการตรวจสุภาพสมองขั้นสูง เช็กความเครียด และได้ปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง" หมอ 'อู๋' รองผู้อำนวยการแห่งโรงพยาบาล Z และหัวหน้าแผนกศัลยกรรมประสาทและสมองกล่าวเสริมทัพ
"..."
ร่างบางนั่งฟังด้วยความตั้งใจพร้อมทั้งจดไปด้วย เพราะเธอยังใหม่กับที่นี่มาก แล้วแผนกที่หมออาวุโสกล่าวเป็นแผนกเธอและแผนกเกี่ยวเนื่องกัน
"ครับ และครั้งนี้พวกเราจัดให้หมอจัสมินตัวแทนอายุแพทย์ประสาทกับหมอฟานอี้ตัวแทนจากศัลยแพทย์ประสาทเป็นผู้ควบคุมกิจกรรมนี้ รบกวนด้วยนะครับท่านผอ."
'หมอจัสมินตัวแทนอายุแพทย์ประสาทกับหมอฟาน...'
ระหว่างที่จดและพึมพำในใจเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอกับเขาต้องมาทำงานร่วมกันอย่างนั้นเหรอ!
"ไม่! / ไม่!" เมื่อทั้งสองรู้ตัวก็ประสานเสียงปฏิเสธออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ให้ร่วมงานกันยอมตายดีกว่า!
"เฮียขอโทษนะที่วันนั้นพูดไปว่าสงสารเธอ""ไม่เป็นไรค่ะ เพราะนึกย้อนมาก็เข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันยากจริง ๆ "จัสมินเอ่ยตามความจริง...หลังจากวันที่เกิดเหตุการณ์นั้นเธอก็คิดทบทวนทุก ๆ เรื่องในช่วงที่ห่างกันเธอเข้าใจในความยากลำบากของการเป็นผู้นำโรงพยาบาล ดังนั้นเธอจึงเข้าใจฟานอี้ทุกอย่างและไม่โกรธอะไรเลย"แต่เฮียจัดการให้หมดแล้วจัสมินกลับไปทำงานด้วยกันเถอะนะ พยาบาลกับหมอหมิงคิดถึงแย่แล้ว" ชายหนุ่มแซวคนรักด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย ตอนแรกเขาก็หึงเธอกับหมอหมิงมาก ๆ แต่พอได้รับรู้ความเป็นจริงเขาก็ไม่หึงอะไรแล้ว เพราะหมอหมิงเป็น LGBTQ ที่อ่อนโยนและชอบเล่นกับหมอท่านอื่นบ่อย ๆ เหมือนกัน"รวมถึงหมอฟานก็คิดถึงหมอจัสมินมาก ๆ พอไม่มีคนให้เถียงด้วยแล้วมันเหงา"เสียงใสหัวเราะออกมาเพราะเธอก็เป็นแพทย์มาหลายปีแต่ไม่เคยเถียงเรื่องการรักษากับใครมากเท่าเขาเลย แต่ก็ต้องขอบคุณการเถียงกันในทุกวันที่ทำให้เธอกับเขาได้มีวันนี้"ค่ะ จัสจะกลับไปทำงานให้ดีที่สุดแล้วปกป้องเฮียเองรวมทั้งปกป้องพยาบาลและแพทย์หญิงคนอื่นด้วย!""แต่ตอนนี้จัสต้องปกป้องตัวเองก่อนนะ""ทำไมเหรอคะ ว๊าย!"ระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังมึนงงมือใหญ่ก็ฉวยโอ
เธอเรียกเขาเสียงกระเส่าพลางหันหน้าไปสบกับสายตาราวกับจะกลืนกินของเขา"น่ารังแก น่ารังแกที่สุด วันนี้เฮียจะรังแกจัสมินจนเดินไม่ได้เลย!"ฟานอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าไปด้วยแรงกามารมณ์เขายังคงฟอนเฟ้นก้อนเนื้อเนียนนุ่มน่าฟัดอยู่นานอีกหลายนาทีและจึงไล้เลียลิ้นร้ายลงมาจนถึงเนินเนื้ออวบอูมแสนเกลี้ยงเกลา"รู้ไหมว่าเฮียฝันว่าอะไร""มะ ไม่รู้ค่ะ""ฝันว่าได้ทำแบบนี้ไง"ว่าจบเขาก็สอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องทางรักที่มีหยาดน้ำหวานไหลเคลือบและใช้ปลายนิ้วโป้งบดขยี้ลงไปที่ปุ่มกระสานอย่างรุนแรง"อ๊ะ เฮีย อย่านะคะ!"มือน้อยพยายามผลักศีรษะแกร่งออกเพราะการจู่โจมแบบนี้มันเสียวเกินไปเสียวจนเธอแทบขาดใจ...แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่หยุดรังแกอย่างที่เคยพูดไว้จริง ๆ เพราะลิ้นร้ายละเลงไปที่กลีบผการะรัวเร็วพร้อมทั้งสะกิดเขี่ยกดย้ำ ๆ ตรงจุดเสียวราวกับต้องการทรมานเธอให้ตายคาเตียง"อ๊า อื้อ เฮีย"ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอร้องครางออกมาพร้อมทั้งส่ายวนสะโพกจนลอยขึ้นจากโซฟา...มือใหญ่คอยบังคับจับกดให้เธอหนีจากการมอบความหฤหรรษ์นี้ไม่ได้เขากลั่นแกล้งเธออยู่นานพร้อมทั้งสอดนิ้วเข้าออกรัว ๆ จนหญิงสาวเสร็จสมตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มบทบรรเลงเพลงร
"และคุณคงต้องรับผิดชอบผมจนลงจากเตียงไม่ได้เลย""หืม นี่ขู่ฉันเหรอ ว๊าย!"ในขณะที่จัสมินทำใจกล้าไปท้าทายเขาเล่น ๆ แต่ดูเหมือนว่าคนตัวสูงจะ 'เอาจริง' เพราะพอลิฟต์เปิดปุ๊บเขาก็ช้อนตัวเธอขึ้นมาในอ้อมกอดและเดินตรงไปยังประตูห้องของเธออย่างรวดเร็ว"รหัสใหม่..."ติ๊ด!ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะบอกรหัสใหม่ของประตูแต่เธอก็ไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไงเพราะเขาประคองเธอไว้มือเดียวและใช้มือข้างที่ว่างไปกดรหัสเข้าห้องอย่างเชี่ยวชาญ..."รู้รหัสได้ยังไงคะ""ไม่วันเกิดพ่อก็วันเกิดแม่คุณนั่นแหละ""..."เขากล่าวตามจริงเพราะในตอนที่ไปสุสานเขาได้เห็นวันเกิดและวันเสียชีวิตของทั้งบิดาและมารดาของจัสมินเขาเลยจดจำใส่สมองมาไว้ตลอด"แบบนี้ฉันก็ไม่ปลอดภัยน่ะสิ ถ้าเมื่อคืนฉันไม่ไปง้อคุณ...คุณอาจจะบุกเข้ามาในห้องแล้วตีหัวฉันแบบในข่าวก็ได้นะ""ผมจะไปตีหัวคุณได้ยังไงแค่นี้ก็รักจนอยากกินคุณทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว...""เข้าเวรมาทั้งคืนยังมีแรงอยู่หรือไง""ไม่ต้องห่วงผมมีแรงรังแกคุณได้ทั้งวัน"เขาก้มหน้าลงข้างหูเธอและกระซิบเสียงพร่าที่ร้อนฉ่าเหมือนเปลวไฟชะล้างความเย็นยามเช้าและใช้เท้าปิดประตูพร้อมวางร่างของเธอลงตรงโซฟาและจัดการถอดรอ
เหตุการณ์ในห้องประชุมวันนั้นภายหลังจัสมินกล่าวลาออกและเดินไปจากห้องประชุมบรรยากาศเงียบลงเล็กน้อยแต่เพียงชั่วครู่ เสียงซุบซิบก็ระเบิดขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่แม้ว่าเธอจะขอลาออกด้วยตนเอง แต่ก็ยังหนีไม่พ้นอคติของแพทย์บางคน"ถึงเธอจะขอลาออกแล้วแต่ผมยังยืนยันว่าเธอจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้" หมอเหลียงยังคงไม่ยอมแพ้ในการทำลายจัสมินเพราะสำหรับเขาการปกป้องโรงพยาบาลที่เปรียบเสมือนบ่อเงินบ่อทองนั้นสำคัญที่สุด"ที่หมอจัสมินกล่าวว่ามีพยานและหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในโถงทางเดินที่สามารถเช็กสีหน้าในเหตุการณ์นั้นได้ ผมคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี"น้ำเสียงเรียบนิ่งดุจผืนน้ำกล่าวแม้จะเยือกเย็นแต่ก็คมกริบทางอารมณ์อย่างชัดเจน"หมอฟานจะฟ้องกลับคนไข้ VIP ที่บริจาคให้มูลนิธิของโรงพยาบาลปีละหลายสิบล้านอย่างนั้นเหรอ!""เขาไม่ใช่คนไข้ของเราตั้งแต่วันที่เขาลวนลามบุคลากรของโรงพยาบาลแล้ว""นี่คุณกำลังใช้เรื่องส่วนตัวมารวมกับการสอบสวนทางวินัยนะ! ท่านจางพูดอะไรหน่อยสิครับ"หมอเหลียงหันไปทางหัวโต๊ะที่มีจาง หลี่หมิง ผู้เป็นบิดาของฟานอี้และเจ้าของโรงพยาบาลนี้ แม้เขาจะเป็นคนพูดน้อยมาก ๆ แต่ก็อ่านสถานการณ์ได้อย่างเฉี
นอกจากจะไม่ได้รับคำตอบแล้วเขายังเดินกลับเข้าไปยังอีกห้องหนึ่งโดยไม่พูดอะไรกับเธอสักคำประตูห้องพักแพทย์ที่ถูกปิดลงทำให้จัสมินยืนตัวสั่นและน้ำตาร่วงเงียบ ๆ ราวกับหัวใจแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ตรงนั้น'ฉันมาช้าไปสินะ'หญิงสาวหลับตาลงและยืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักแพทย์โดยปล่อยให้น้ำตาหลั่งรินเงียบ ๆ แม้ว่าบริเวณนี้จะยังมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่คนอื่นอยู่แต่เธอก็ไม่อาจห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลได้เลย"ฮึก..."'ทำไมฉันไม่บอกรักคุณให้มันเร็วกว่านี้นะ'ความคิดในใจล่องลอยเข้ามาย้ำ ๆ ราวกับจะตอกย้ำว่าเธอทำผิดที่ผลักไสเขาไปเองจะมาร้องไห้ตอนนี้มันคงไม่ช่วยอะไรอีกแล้วเพราะเธอได้ทำสิ่งที่โง่ที่สุดลงไปมือน้อยกำรองเท้าส้นสูงที่ถอดระหว่างวิ่งมาแน่นเธอเดินหันหลังออกมาจากบริเวณห้องพักแพทย์ช้า ๆ และพยายามบอกตัวเองว่าอย่างน้อยเธอก็ได้พูดความรู้สึกกับเขาแล้วถึงจะเสียดายและเสียใจแต่เธอก็จะไม่บังคับให้เขาต้องมารักเธอตอบเพราะแค่ได้เห็นหน้าเขา...ก็เพียงพอแล้วในระหว่างที่เธอกำลังพาร่างกายที่หนักอึ้งไปด้วยความเจ็บปวดออกจากบริเวณนั้นเสียงที่อยากได้ยินมาตลอดก็ดังขึ้น..."มาบอกรักแล้วจะทิ้งผมหรือไง"จัสมินหันขวับทันทีดวงตาของเธอยังแด
"ไหน ๆ ทั้งโลกก็ต้องตายกันหมดแล้วยังไงก็ต้องจากกันในสักวันอย่างนั้นทำไมเราไม่ใช้เวลาที่เหลือให้มีความสุขที่สุดล่ะ""...""คนเราชอบกลัวความเสียใจในตอนจบจนลืมว่าความสุขมันอยู่ระหว่างทางต่างหาก" เอวาลินเสริมทัพเมื่อเห็นแสงที่นัยน์ตาสีเฮเซลของเพื่อนสาวที่กลับมาอีกครั้ง"ผู้ชายที่เธอเป็นโลกทั้งใบของเขา...แต่เธอกลับจะเอาเรื่องในอดีตมาขังเธอไว้อย่างนั้นเหรอ""อากงอาจจะทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวซวยและไร้ค่าแต่เขาไม่มีสิทธิ์กำหนดว่าเธอไม่คู่ควรที่จะมีความสุข"คำพูดของโซอี้ช่วยปลดล็อกโซ่ตรวนที่รัดแน่นในหัวใจของจัสมินออกจนเบาสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจริงสินะ...เธอผ่านการสูญเสียคนรักมาตั้งสามคนแล้วแต่เธอก็ยังคงหายใจอยู่แล้วทำไมเธอต้องใช้ชีวิตกับความกลัวบ้า ๆ ที่อากงแช่งเธอไปทั้งชีวิตด้วยล่ะ?ทำไมเธอต้องปล่อยให้คำพูดจากคนที่ไม่คิดจะเห็นเธอเป็นคนในครอบครัวล่ามโซ่เธอไว้ด้วย...ตอนแรกเธอคิดว่าการใช้ชีวิตคนเดียวกับความเศร้าใจมันคือการไว้ทุกข์ให้คนที่จากไปแต่เธอกำลังลืมไปว่าเธอก็เป็นแค่ลูกสาว หลานสาว และคนรักของใครคนหนึ่งเท่านั้นเธอมีก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจ...เธอเองก็สมควรได้รับความสุข เธอเองก็
พวกเขานอนกอดก่ายกันและกันอยู่นานกว่าที่ลมหายใจจะกลับมาเป็นปกติเพราะบทรักเมื่อครู่นั้นร้อนแรงและดิบเถื่อนเกินกว่าคืนไหน ๆ"เมื่อกี้คุณปล่อยข้างใน...""ผมขอโทษ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปเอายาให้""บ้า! ทำแบบนี้เขาก็รู้กันทั้งโรงพยาบาลพอดีสิ""รู้แล้วยังไง"คำพูดไม่ยี่หระของฟานอี้ทำให้จัสมินหัวใจเต้นแรงขึ้นมา
"จะเลือกอะไรระหว่างไปลงนรกกับฉันหรือจะเดินไปตลาดท่ามกลางแดดร้อน ๆ นี่"ฟานอี้เงียบกริบพูดอะไรไม่ออก...เขาพ่นลมหายใจออกมาและได้แต่พาตัวเองขึ้นซ้อนท้ายแบบไม่เต็มใจ รวมถึงพยายามนั่งให้ห่างจากแผ่นหลังบางให้มากที่สุด มือของเขาจับขอบเบาะอย่างแน่นเพราะเขาไม่รู้จะฝากชีวิตไว้กับร่างเล็กนี้ได้หรือไม่'ให้ตาย
"คุณตามฉันมาอย่างนั้นเหรอ!""หา หลงตัวเองไปไหม ผมจะตามคุณมาทำไมไม่ทราบ" คิ้วหนาขมวดหากันทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น นี่เธอเอาความมั่นใจมาจากไหน...แต่ก็คงมั่นใจพอสมควรแหละ ดูจากชุดนอนสีขาวบางเบาแสนน่าหงุดหงิดที่ใส่ก็พอจะทราบได้"แล้วทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ล่ะ""ผมมากับไอ้ไท่...แฟนเพื่อนคุณไง""มากับพี่ชายอ
ครืด...หญิงสาวออกมาจากห้องตรวจถือซองเอกสารใบลาแน่นจนกระดาษแทบยับ เธอกังวลมากว่าหมอเหลียงจะไม่อนุมัติเพราะเขาไม่ชอบขี้หน้าเธออยู่แล้วก๊อก ก๊อก ก๊อกจัสมินเคาะประตูห้องของหมอเหลียงแต่ก็ไม่พบเสียงตอบรับ ไม่นานนักพยาบาลที่อยู่แถวนั้นจึงมาบอกว่าหมอเหลียงไม่ได้ตรวจคนไข้แล้ว แพทย์สาวเริ่มเหงื่อตกเพราะอี







